‘นพดล’ไม่เชื่อ ความปรองดองจะเกิดได้จากการออก กม.อย่างเดียว
เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม นายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ในขณะนี้ความขัดแย้งและไม่ไว้วางใจในระหว่างคนไทยกลุ่มต่างๆ ยังสูงมาก ตนคิดว่าถ้าไม่มีกระบวนการพูดคุยหรือเวทีให้ฝ่ายต่างๆ ได้ถกกันถึงก้นบึ้งว่ารากเหง้าของปัญหาเกิดจากอะไรกันแน่ ความขัดแย้งก็จะดำรงอยู่ต่อไป แม้จะมีรัฐธรรมนูญและมีการเลือกตั้งครั้งใหม่แล้วก็ตาม และประเทศก็จะเสียโอกาสในด้านต่างๆ ต่อไป ดังนั้น เราต้องสร้างความปรองดองหรือเรียกว่าสัญญาประชาคมหรือจิตสำนึกร่วมของคนไทยที่จะใช้เป็นแนวทางในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข เช่น การสร้างและยอมรับวัฒนธรรมประชาธิปไตย การเคารพสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน การสร้างความยุติธรรมที่เท่าเทียม การหยุดยั้งการทุจริตในภาครัฐและเอกชน ทุกคนต้องการให้ความขัดแย้งยุติลง แต่ไม่มีวิธีการที่เป็นรูปธรรมว่าจะทำอย่างไร ในทำนองอยากสุขภาพดีแต่ไม่ออกกำลังกาย วันนี้ประเทศเต็มไปด้วยคู่ขัดแย้ง ถ้าไม่พูดคุยกันแล้วจะแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างไร
“ผมไม่เชื่อว่าการปรองดองจะเกิดขึ้นได้จากการออกกฎหมายอย่างเดียว เนื่องจากการออกกฎหมายเป็นการแก้ปัญหาในอดีต แต่ที่เราต้องคิดคือการอยู่ร่วมกันในอนาคตอย่างสันติสุขและยั่งยืน โดยเริ่มจาก
1.มีเวทีสันติสุขปรองดองในระดับชาติที่ครอบคลุมทุกฝ่าย
2.จัดทำข้อสรุปแนวทางสร้างปรองดองเป็นสัญญาประชาคมและวาระแห่งชาติที่ทุกฝ่ายจะปฏิบัติตาม
เพิ่มเติมจากการมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่างๆ” นายนพดลกล่าว
JJNY : ‘นพดล’ไม่เชื่อ ความปรองดองจะเกิดได้จากการออกกฎหมายอย่างเดียว
เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม นายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ในขณะนี้ความขัดแย้งและไม่ไว้วางใจในระหว่างคนไทยกลุ่มต่างๆ ยังสูงมาก ตนคิดว่าถ้าไม่มีกระบวนการพูดคุยหรือเวทีให้ฝ่ายต่างๆ ได้ถกกันถึงก้นบึ้งว่ารากเหง้าของปัญหาเกิดจากอะไรกันแน่ ความขัดแย้งก็จะดำรงอยู่ต่อไป แม้จะมีรัฐธรรมนูญและมีการเลือกตั้งครั้งใหม่แล้วก็ตาม และประเทศก็จะเสียโอกาสในด้านต่างๆ ต่อไป ดังนั้น เราต้องสร้างความปรองดองหรือเรียกว่าสัญญาประชาคมหรือจิตสำนึกร่วมของคนไทยที่จะใช้เป็นแนวทางในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข เช่น การสร้างและยอมรับวัฒนธรรมประชาธิปไตย การเคารพสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน การสร้างความยุติธรรมที่เท่าเทียม การหยุดยั้งการทุจริตในภาครัฐและเอกชน ทุกคนต้องการให้ความขัดแย้งยุติลง แต่ไม่มีวิธีการที่เป็นรูปธรรมว่าจะทำอย่างไร ในทำนองอยากสุขภาพดีแต่ไม่ออกกำลังกาย วันนี้ประเทศเต็มไปด้วยคู่ขัดแย้ง ถ้าไม่พูดคุยกันแล้วจะแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างไร
“ผมไม่เชื่อว่าการปรองดองจะเกิดขึ้นได้จากการออกกฎหมายอย่างเดียว เนื่องจากการออกกฎหมายเป็นการแก้ปัญหาในอดีต แต่ที่เราต้องคิดคือการอยู่ร่วมกันในอนาคตอย่างสันติสุขและยั่งยืน โดยเริ่มจาก
1.มีเวทีสันติสุขปรองดองในระดับชาติที่ครอบคลุมทุกฝ่าย
2.จัดทำข้อสรุปแนวทางสร้างปรองดองเป็นสัญญาประชาคมและวาระแห่งชาติที่ทุกฝ่ายจะปฏิบัติตาม
เพิ่มเติมจากการมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่างๆ” นายนพดลกล่าว