3 จุดเปลี่ยนประเทศไทย..ในแมทอัปยศ ระหว่างไทย - ญี่ปุ่นในการแข่งขันวอลเล่ยบอลคัดโอลิมปิค 2016

กระทู้สนทนา
จุดเปลี่ยนที่ 1 เซต 4 คะแนนที่ 24-23 จังหวะที่ญี่ปุ่นได้เซตพ๊อยท์ แต่ไทยขอเปลี่ยนตัวแนนกับยุพาไม่ได้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

จากเหตุการณ์--ทางญี่ปุ่นสามารถเปลี่ยนตัวอารากิเข้าไปได้ แต่ทางไทยเปลี่ยนไม่ได้ด้วยเหตุผลว่า สัญญาณขอเปลี่ยนไม่ดัง
แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดว่าทางเราก็แสดงออกว่าต้องการเปลี่ยนตัวผู้เล่นโดยผู้เล่นเตรียมถือป้ายรอเข้าสนามแล้ว
แต่ถ้าสัญญาณไม่ดัง หรือมีการติดขัดทางเทคนิคอย่างไร เพราะอะไรสัญญาณถึงไม่ดัง
เหตุผลใดทางกรรมการถึงไม่ตรวจสอบว่า ทำไมสัญญาณไม่ดัง ติดขัดตรงไหน ทางไทยเราไม่กดสัญญานหรือเปล่า
แต่ทางญี่ปุ่นกลับดัง ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่ทางไทยจะไม่กดสัญญาณ เพราะก่อนหน้านั้นก็มีการเปลี่ยนตัวนุศกับพู่เข้าไป
ทำไมเปลี่ยนได้ สัณญาณดัง แสดงว่าทีมผุ้ช่วยโค้ชก็กดสัณญานใช่ไหม แสดงว่าระบบมันไม่สเถียรใช่ไหม เดี๋ยวดังเดี๋ยวไม่ดัง
แล้วแบบนี้ปัญหาและความผิดพลาดมันมาจากทีมไทยหรือเปล่า  มันควรแก้ไขที่ไทยหรือที่เจ้าภาพ ถามใจ Fivbล่ะกัน

..จากกระทู้คุณเชียร์ทีมชาติไทย..บอกว่า

" กฎข้อนึงบอกว่าหากแทปเลตไม่ทำงานหรือไม่เสถียรในการใช้ สต๊าฟโค้ชสามารถใช้ยกป้ายได้ตามปกติ "
http://pantip.com/topic/35174640

แสดงว่ากรรมการไม่เข้าใจหรือว่าลืมกฎข้อนี้ไปหรือไง หรือยึดมั่นกฎแค่ว่า ถ้าจะเปลี่ยนตัวสัญญาณจากแท็บเล็ตที่ส่งไปยังโต๊กรรมการ
ต้องดังอะไรประมาณนี้  ทั้งที่มันมีกฎอีกข้อหนึ่งสามารถนำมาใช้ในกรณีนี้ได้ที่เกิดกับไทย
อย่างนี้กรรมการขาดความรอบคอบและแม่นยำในกฎกติกาหรือเปล่า
ตรงนี้เป็นความผิดของใคร ใช่ทางฝั่งไทยหรือเปล่า แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ไทยเสียโอกาสไหม

..เมื่อไทยไม่สามารถเปลี่ยนตัวผู้เล่นได้ซึ่งมันสำคัญต่อแผนการเล่นของไทย แต่ด้วยเทคโนโลยีอัปยศยองญี่ปุ่นที่ทำให้เราไม่สามารถเปลี่ยนตัว ..
ถามว่าตรงจุดนี้มันสำคัญมากน้อยแค่ไหนต่อการเปลี่ยนเกมส์และเสียโอกาสของไทย

ตอบว่า มีไม่มากก็น้อย  เพราะว่า มันเป็นช่วงแต้มสำคัญ ถ้าเราไม่สามารถเปลี่ยนแนนเข้าไปแทนยูได้
มีผลทำให้เกมบล็อคเราอ่อนลงอย่างมาก แล้วผลก็คือ บล็อคกลางเราหายไปนั่นคือแนน
ซึ่งทำให้การบุกของญี่ปุ่นง่ายขึ้น นั่นคือการเพิ่มโอกาสให้ญี่ปุ่นชนะและลดโอกาสของไทยที่จะตีเสมอได้


แล้วแต้มปิดเซตให้ญีปุ่นคนที่ตบคือ
ซาโกดะ ซึ่งขึ้นตบหัวเสา แล้วก็ตบฉีกผ่านบล็อคเราไปโล่งๆสบายๆ เพราะไทยเหลือบล็อคเดี่ยวคืออร
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

  ลองคาดคะเนดูนะว่า ถ้าเราสามารถเปลี่ยนแนนเข้าไปได้ บล็อคกลางเราจะมีประสิทธิภาพขึ้นเยอะกว่าเดิม
และทำให้ญี่ปุ่นบุกยากกว่าเดิมมากขึ้น เช่น แนนต้องกระโดดขึ้นบล็อคตามหน้าที่และแนนบล็อคได้ดีกว่ายูแน่นอน
อย่างน้อยก็มีโอกาสเซฟบล็อคให้ไทยมีโอกาสได้เล่นต่อ โอกาสทำแต้มโต้กลับของเราก็ยังมีและอาจทำแต้มได้ จนไปสู่การดิวส์
ซึ่งทำให้เรายังมีโอกาสที่จะชนะหรือจบปิดแมทที่ 3-1 ก็เป็นได้
...จะเห็นว่า เมื่อไทยเราเปลี่ยนตัวไม่ได้ แล้วมีผลให้เกมหน้าบล็อคอ่อนลงทันที...ส่งโอกาสให้ยุ่นบุกได้ง่าย
และทำให้เกมโต้กลับด้วยบอลเร็วของเราหายไปอีกด้วย..

การเปลี่ยนตัวไม่ได้ในแต้มนี้ซึ่งเป็นแต้มสำคัญและเเป็นแทคติกการเล่นของเรา ซึ่งยุ่นหรือทีมอื่นๆก็ใช้แทคติกนี้เหมือนกัน
ทีมอื่นก็มีแทคติกการเปลี่ยนตัวแบบนี้เหมือนกันแล้วก็มีปัญหาเหมือนกันแต่สุดท้ายก็สามารถเปลี่ยนได้เพราะโค้ชอ๊อดบอกว่า
ที่จริงมันมีเวลาเหลือเฝือสำหรับแก้ปัญหาการเปลี่ยนตัวถ้าจะแก้ปัญหาตรงนี้ก็ทำได้ แต่มันดันมาเกิดกับทีมไทยในแต้มสำคัญแบบนี้
ทำให้ไทยไม่สามารถเปลี่ยนตัวได้ตามกฎกติกาด้วยเทคโนโลยีงี่เง่าของญี่ปุ่นและความงี่เง่าของกรรมการทั้งหลายแหล่
ถ้าคุณเป็นโค้ชอ๊อดคุณจะเป็นกังวลไหม เพราะเซตต่อไปก็ยังต้องมีการเปลี่ยนตัวแบบนี้อีกและมันจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกหรือเปล่า

จุดเปลี่ยนที่ 2 คะแนนที่ 7-12 เซต 5  เราขอชาเลนจ์แต่ไม่ได้ กลับได้ใบแดงโดนตัดแต้มแทน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

จากเหตุการณ์--ที่โค้ชขอชาเลนจ์ตอนที่มิยาชิตะล้ำเข้ามาสู่แดนเราว่าฟาล์วหรือเปล่า
ซึ่งเป็นประเด็นถกเถียงกันว่าฟาล์วหรือไม่ฟาล์ว ก็ลองมาดูกันว่าฟาวน์หรือไม่

แต่ถ้าเราลองพิจารณากฎกติกาตามคู่มือ Fivbในกฎข้อที่ 11.4 PLAYER’S FAULTS AT THE NET ที่ว่า

" 11.4.2 A player interferes with the opponent's play while penetrating into the opponent’s space under the net. "
คือ การฟาวน์เนตของผู้เล่นเกิดจากผู้เล่นรบกวนการเล่นของฝ่ายตรงข้ามขณะที่ล้ำเข้ามายังแดนฝ่ายตรงข้าม
ซึ่งจากกฎข้อนี้ไม่ได้ระบุว่าส่วนไหนของร่างกายและไม่ได้ระบุว่าการเล่นของฝ่ายตรงข้ามมีอะไรบ้าง
เพราะฉะนั้น การที่ตัวมิยาขิตะล้ำเข้ามาในแดนไทยระหว่างการตั้งโซนรับของฝั่งเรา มันมองว่าเป็นการรบกวนการเล่นของเราได้ไหม
แล้วการตั้งโซนรับและการบล็อคถือว่าเป็นการเล่นของฝั่งไทยใช่หรือเปล่า ถามว่า ถ้าโค้ชอ๊อดจะใช้กฎข้อนี้ขอชาเลนจ์ได้ไหม
ซึ่งกรรมการก็อาจจะมองว่า การล้ำแดนของมิยาชิตะไม่ได้รบกวนการเล่นของไทย แต่ทางไทยเรามองว่าเป็นการรบกวนตามกฎของ fivb ได้ไหม
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

แต่ไม่ว่ายังไงการฟาวน์หรือไม่ตรงจุดนี้ การขอชาเลนจ์เราก็สามารถทำได้ แต่ทางกรรมการก็มีสิทะฺ์ที่จะให้ชาเลนจ์หรือไม่ก็ได้
เพราะกรรมการมองว่าไม่ฟาวน์ (ก็ขึ้นอยู่กับว่า เขาใช้กฎข้อไหนหรือมีดุลยพินิจยังไง) แต่สุดท้ายเราชาเลนจ์ไม่ได้หรือกรรมการเห็นสมควรว่า
ไทยเราไม่ควรชาเลนจ์ในเวลานี้ การให้ใบเหลืองก็น่าจะเพียงพอแล้ว แต่การให้ใบแดงและตัดแต้มไทยเราว่าเป็นการลงโทษเกินไปไหม
เพราะการที่โค้ชอ๊อดเดินเข้าไปหากรรมการที่ 2 มันเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมหรือรุ่นแรงจนต้องให้ใบแดงและตัดแต้มขนาดนั้นเลยเหรอ

บางคนอาจจะมองว่า โค้ชชาเลนจ์แต้มนี้ทำไมทั้งที่นำอยู่ น่าจะปล่อยไป ไม่น่าไปเถียงกรรมการหรือขอชาเลนจ์เลยจนเป็นเหตุให้โดนใบแดง
และโดนตัดแต้ม แล้วใครจะคิดล่ะว่า การขอชาเลนจ์ตามกฎปกติ ซึ่งโค้ชทั่วไปก็ขอชาเลนจ์กันเป็นเรื่องธรรมดา
โค้ชต่างชาติบางคนใช้การชาเลนจ์เป็นแทกติกในการขอเบรกเกมส์บ่อยๆไป แต่ถ้าเรามีสิทธิ์ที่จะขอชาเลนจ์ถ้าได้แต้มก็จะทำให้เรา
นำทิ้งห่างยุ่นไปอีกจาก 7-12 ก็จะเป็น 7-13  ซึ่งก็เพิ่มโอกาสให้เราใกล้ชัยชนะมากขึ้น แต่ถ้าไม่ได้เราก็ไม่เสียแต้ม
โค้ชก็ต้องเสี่ยงที่จะชาเลนจ์อยู่แล้วถ้ามีโอกาส แต่กลายเป็นว่า การขอชาเลนจ์ของเรากลายเป็นเกินกว่าเหตุไปซะงั้น
แล้วมันมีผลคือการให้แต้มทางฝั่งยุ่น จาก 8-12 เป็น 9-12 ซึ่งคะแนนห่างกันแค่ 3 แต้ม ห่างกันแค่นี้แป๊บเดียวก็ตามกันทันแล้ว
ยุ่นได้แต้มไปฟรีโดยไม่ต้องออกแรง ถ้าโค้ชอ๊อดรู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดปัญหาแบบนี้หรือกรรมการจะมาไม้นี้ก็คงไม่ขอชาเลนจ์หรอก
แต่โค้ชแกก็ต้องเสี่ยงและก็ต้องช่วยลูกทีมทุกวิถิทางที่จะให้ได้แต้มกลับมา..ซึ่งโค้ชต่างชาติเขาก็ทำกัน..อย่างมาริเชฟ โค๊ชทีมหญิงรัชช่า
เรียกว่าชาเลนจ์เก็บทุกเม็ดไม่ว่าคะแนนจะนำหรือไม่ก็ตามเพราะเขามองว่า 1 แต้มก็มีความสำคัญ
บางทีขอชาเลนจ์เพื่อเบรกเกมด้วยซ้ำ..สิ่งที่โค้ชอ๊อดทำก็เป็นไปตามกฎกติกาอยุ่แล้ว..


จุดเปลี่ยนที่ 3 คะแนนที่ญีุ่ปุ่นนำ 13-12 เซต 5 เพราะเปลี่ยนตัวโดยไม่ถูกต้องสัญญาณไม่ดัง..รับไปเลย..ใบแดงใบที่ 2 และถูกตัดแต้มอีกครั้ง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

--จากเหตุการณ์ คือ คะแนนที่ 13-12  ไทยเรามีการเปลี่ยนตัวพู่แทนนุศแต่ระหว่างเปลี่ยนตัวก็ไม่มีสัญญาณดังแล้วพู่ก็เดินลงสนามไปแล้ว
ไปประจำตำแหน่งเตรียมที่จะเล่นแล้วแต่กรรมการที่ 2 ก็ส่งสัญญาณมือให้เดินกลับมา แล้วกรรมการที่ 1 ก็เรียกหน่องไปคุย
เห็นหน่องทำมือทำท่าอธิบายว่ามีการกดสัญญานไปแล้ว ซึ่งตอนนั้นโค้ชอ๊อดก็ไม่ได้มีกริยาที่รุนแรงหรือไปเถียงกรรมการอะไร
ได้แต่ส่ายหัวทำหน้าเซ็งๆแล้วก็มีการแจกใบแดงตัดแต้มเราให้ญีุ่ปุ่นได้แต้มขึ้นแมทพ๊อยส์ไป แล้วหน่องก็เดินเข้าไปคุยกับกรรมการอีกครั้ง
หลังจากมีการแจกใบแดงตัดแต้มไปแล้ว คือทางหน่องก็พยายามเข้าไปอธิบายให้กรรมการที่ 1 ฟังแต่กรรมการที่ 1ก็ดูจะไม่ฟังหน่อง
ก็ทำการเป่านกหวีดให้เล่นต่อ แล้วจากสัมภาษณ์กิ๊ฟหลังเกมส์บอกว่า แต้มนี้ที่โดนตัดไปแล้วโดนใบแดงเขาให้เหตุผลเพราะว่า
เราทำการเปลี่ยนตัวไม่ถูกต้องหรือไม่มีการกดสัญญาณเปลี่ยนตัวตามระบบใหม่จนมีสัญณานดังขึ้น
แต่ทางเราก็ชี้แจงไปว่ามีการกดแล้วแต่มันไม่ดังไม่ใช่ความผิดพลาดของเรา
สุดท้ายไทยเราก็ต้องมาเล่นต่อด้วยอารมณ์เหมือนคนโดนปล้นโอกาสชนะไปซึ่งๆหน้า
  
  ..มาถึงตรงนี้จากคะแนน 14-12 ไทยก็ทำแต้มได้เป็น 14-13 จากตรงนี้เราต้องทำ 1 แต้มเพื่อดิวส์และเล่นต่อ
แต่ยุ่นทำแค่ 1 แต้มเพื่อชนะปิดเกม...ถือว่าโอกาสยุ่นได้เปรียบเรา..

..แต่ถ้าเราไม่โดนตัดแต้มคะแนนจะเป็น 13-12 แล้วแต้มต่อมาไทยทำแต้มได้ก็จะเป็น 13-13 โอกาสแพ้ชนะมีเท่ากันแล้ว..
นี่ไงมันคือจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดของเกมนี้มันอยู่ที่ตรงแต้มนี้คะแนนนี้ที่เราโดนปล้นไปอย่างซึ่งๆหน้า

..สรุปคือ แมทนี้เกมนี้ไทยเล่นดีกว่าญีปุ่นและเหมาะสมที่จะเป็นผู้ชนะถ้าว่ากันตามฟอร์ม..แต่เราโดนปล้น..โดนปล้นโอกาสที่จะชนะในเซต 4
ไปเพิ่มโอกาสชนะให้อีกฝ่าย.. เราโดนปล้นคะแนนที่เราควรจะได้และไม่ควรเสียไปในเซต 5 มันทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบกันเกิดขึ้น
โดยจากกรรมการซึ่งควรจะมีความยุติธรรมต่อทั้งสองทีมและการตัดสินในเกมกีฬา..เราไมได้แพ้ในเกมการเล่น แต่เราแพ้ความอยุติธรรมของกรรมการ..

..มีใครสักคนหนึ่งบอกว่า เราไม่ได้แพ้ แค่เราโดนโกง..
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่