มีแฟนทำงานธนาคาร มีวิธีจัดการกับเวลายังไงครับ

สวัสดีครับ นี่เป็นกระทู้แรกของผมครับ แนะนำด้วยนะครับ

ผมมีเรื่องจะมาปรึกษาเพื่อนๆ ที่มีแฟนทำงานธนาคารครับว่าคุณจัดการกับการใช้เวลา หรือปรับตัวกันยังไง
ผมกับแฟนแต่งงานกันมา 4 ปีกว่าแล้วครับมีลูกสาว 1 คน

ปัญหาของผมก็คือ เราอยู่ไกลกันครับ แต่เธอก็กลับมาบ้านทุกวันหยุดนะ (ผมเห็นแล้วก็เหนื่อยแทน สงสาร)
ผมเองเปิดร้าน internet ที่บ้านครับ ต่างจังหวัด เธอก็ทำงานของเธอใน กทม เธอเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นในตัวเองสูงครับ
ตั้งใจที่จะทำงานที่เธอรักให้ได้ อยากที่จะรับราชการ หรืองานวิสาหกิจ เราทั้งคู่ใ้ชชีวิตแบบนี้มา 4-5 ปี คือแฟนผมทำงานใน กทม กลับบ้านทุกวันหยุด

ในระหว่างทางของชีวิตของเราที่ผ่านมา 4-5 ปีนั้น ก็มีทั้งสุขทั้งทุกร่วมกันมามากมาย แต่มันก็มีบางเรื่องที่ตัวผมเองอดคิดอยู่ตลอดเวลาไม่ได้ตลอดเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ก่อนจะเล่นปัญหาให้ฟังครับ ผมอยากแนะนำตัวเองก่อน

ตัวผมเองเมื่อก่อนทำงานในทกทม เหมือนกัน เราก็เช่าหออยู่ด้วยกันครับ จนวันนึงเราแต่งงานกันมีลูก ด้วยเหตุการณ์หลายอย่างที่เข้ามาตอนนั้นทำให้ผมต้องย้ายงานไป ตจว เนื่องจากว่าผมตรวจเจอโรคประจำบางอย่าง ระหว่างนั้นเธอก็ตั้งครรถ์ลูกของผม เราก็ดูแลกันไปครับ แต่ก็ยอมรับเลยว่าผมดูแลเธอไม่ได้ดีเท่าที่ควรจะเป็น ผมเองอยู่ ตจว เธออยู่ กทม ผมก็ไปๆมาหาเธอ เรมีปากเสียงกัรค่อนข้างมากครับ ความห่างมันเป็นปัญหาสำหรับผมจริง แต่เราก็ผ่านจุดนั้นมา จนวันนึ่งอาการของโรคประจำตัวที่ว่าของผมมีรุ่นแรงขึ้นเพราะผมเดินทางบ่อย ทำให้ร่างกายผมอ่นแอร์เป็นเหตุให้ผมต้องย้ายกลับไปอยู่บ้านครับ

1-2 ปีแรกเธอทำงาน ธ. สีน้ำเงิน ช่วงนั้นปัญหาของเราก็มีครับแต่ไม่มากเท่าไหร่ เธอทำงาน 8 โมง - 19.00 ทุกวันครับ ทำ 4 วันต่ออาทิตย์ครับ เพื่อแลกกับการวันหยุด 3 วันต่ออาทิตย์ครับ จริงๆเรื่องมันก็นานมาแล้วครับ ผมไม่แน่ใตว่าเรามีปัญหากันเรื่องอะไรแต่เกี่ยวกับเวลาในการทำงานนี่แหละครับ จนเธอย้ายงานไป ธ. สีฟ้า เธอย้ายมาอยู่ที่บ้านด้วยกันถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นช่วงปีที่ 3 ครับ แต่แล้วก็เหมือนโชคชตามันเล่นตลก เธอบอกว่าอยู่กับผมไม่ได้ เพราะอยู่ก็มีแต่เรื่องทะเลาะ ระยะเวลาที่ว่า ถ้าทำไม่ผิดไม่น่าเกิน 2 เดือน ส่วนตัวผมเองคิดว่าคนเราอยู่ด้วยกันมันก็ต้องปรับตัว แต่เธอมีความคิดที่ต่างไปจากผม เธอไม่อยากเจอปัญหา แล้วโชคชะตาเล่นตลกที่ว่า คือเธอสอบติด ธ. สีชมพู แล้วก็เลือกที่จะไปตามหาความฝันของเธอ เราทะเลาะกันรุนแรงมาก เธอเล่าปัญหาให้แม่เธอฟังเรื่องระหว่างผมกับเธอ ผมขอเล่าข้างๆ เลยแล้วกันนะครับผมจำไม่ค่อยได้ แต่สิ่งที่ผมจำได้คือ แม่เธอพูดกับเธอว่าฟัง "แม่" ไม่ต้องฟังคนอื่น ผมนี่เหมือนตังเองอยู่ในเงามึดๆยังไงก็ไม่ร็ นี่ผมแต่งงานแล้วนะครอบครัวตัวเองยังตัดสินใจอะไรไม่ได้เลย

ผมเล่าข้ามไปครับก่อนที่เธอจะย้ายมาทำงาน ธ.สีฟ้า คือทำอยู่สีน้ำเงินอยู่ประมาณช่วงนั้นครับ เธอคลอดลูกของเรา เธอมาพักฟื้นอยู่ที่บ้านผม 3 เดือน และเป็นช่วงที่ผมกำลังจะย้ายกลับบ้านครับ งานของเธอช่วยเราไว้เยอะมากครับ ทั้งคลอดลูก เงินช่วยเหลือ อะไรหลายอย่าง ต่อเลยนะครับ หลังจากที่เธอกลับไปทำงาน (หลังพักฟืน 3 เดือน) เลี้ยงลูกก็เป็นหน้าที่ผม ทุกวันหยุดเธอก็จะกลับบ้านมาช่วยผมเลี้ยงครับ จากบ้านผม ไป กทม ก็ประมาณ 170-190 โลครับ ก็ไกลพอสมควรครับเธอนั่งรถตู้ไปกลับวันหยุดครับ ผมนี่สงสารเธอมากครับ แต่ก็ไม่พูดอะไร เพราะพูดไปก็ทะเลาะ

ที่ผมบอกว่าเธอเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นสูงนั่นคือ เธอมาจากครอบครัวที่ฐานะยากจน (เมื่อก่อนนะครับ) เธอเลยอยากที่จะมาทำงานมีเงินไปสร้างบ้านให้ครอบครับเธอ ระหว่างนั้นที่เธอทำงานเธอก็พยายามที่จะใช้สิทธิที่เธอทำงานกู้เพื่อเอาเงินไปทำบ้านให้พ่อแม่เธอ ผมก็เข้ารใจนะการตอบแทนบุณคุญเป็นสิ่งที่ลูกทุกคนควรทำ

กลับมาทางด้านผม ผมอยู่ในครอบครัวที่ฐานะปานกลางครับผมเองเลยไม่ได้ดิ้นรนอะไรมากมายนัก พ่อแม่ผมเค้าเห็นว่าผมมีครอบครัวแล้ว เค้าเลยสร้างบบ้านให้หนึ่งหลังเพื่อให้ผมทำมาหากิน (เพราะผมย้ายกลับมาอยู่บ้าน) ตอนนั้นเหมือนผมทิ้งความฝันของผมไปหมด เพราะเมื่อแฟนผมเค้าตัดสินใจที่จะทำงาน ผมก็ต้องดูลูก เธอไม่เคยเข้าใจสิงที่ผมทำเลย เธอก็พูดแค่ว่า ถ้าผมไม่เลี้ยงเค้าก็จะเอาไปให้ม่เค้าเลี้ยงที่ ตจว. ผมเองก็เลี้ยงเองมาตลอด ใจผมไม่ยอมแน่ครับที่จะต้องห่างลูกขนาดนั้น บ้านเธอห่างกับที่ทำงานเธอราวๆ 700-750 กม. ครับ โห่จะไปลูกที่ตายแน่ผมเลยยืนกานกระต่ายขาเดียว ไม่เอาไป ผมเลี้ยงเอง และเวลาก็ผ่านไปครับ

ข้ามๆๆๆ ไปยาวๆเลยครับ ผมพยายามปรับตัวอยู่หนักครับ ผู้ชายร้องไห่ 555+ เอาครับในเมื่อความฝันที่เคยฝัน (it สารสนเทศคอมพิวเตอร์) มันเป็นไปไม่ได้ ผมก็เริ่มหันมาเปิดร้านเครื่องเขียนเล็กๆ แต่แล้วก็ไปไม่ได้ หันมาทำร้านอินเตอร์เน็ต อ่าไปได้ครับ พออยู่ได้จนถึงปัจจุบัน

เล่นต่อนะครับ เธอย้ายไปทำงาน ธ. สีชมพู จนเธอมีชือสอบบรรจุ เธอก็สอบผ่าน ได้อย่างที่เธอตั้งใจ ผมก็ยินดีด้วยครับ เธอได้ทำตามความฝันของเธอจนสำเร็จ ส่วนผมก็ทำหน้าที่ต่อไป เลี้ยงลูก คนที่มีลูกและเลี้ยงลูกเองคงเข้าใจนะครับว่า มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย

2 ปี กว่ามั้งครับที่เธอทำงาน ธ.สีชมพู สำหรับผม งานบ้าอะไรครับ เข้าแปดโมง นู้นครับเลิก ทุ่มสองทุ่มทุกวัน พอเห็นคนอื่นเค้าเป็นก็อืม คงเป็นกันแบบนั้น ผมพูดตรงๆเลยนะครับ ผมมองไม่ออกจริงครับว่าถ้า "ครอบครัว" อยู่ด้วยกันจริง ก็คงเป็นผมแหละที่ต้องไปรับไปส่งลูกเรียน หาข้าวให้ลูกกิน ทำเองทุกอย่าง (ขออภัยครับแก้ไขบางคำไม่สุภาพ)

ปัจจุบันเราแต่งงานกันมา 4 ปีครับ ผมอึดอัดที่ต้องอยู่คนเดียว ต้องทำไรคนเดียว ตัดสินใจเองคนเดียว ทำอะไรๆ คนเดียว "จนชิน" ผใเปลี่ยนตัวเองแทบทุกอย่างจนจำไม่ได้แล้วว่าตัวเองเคยเป็ยยังไง ความฝันคืออะไร รู้แค่ตอนนี้ทำงาน หาเงิน ส่งลูกสร้างครอบครัว เวลาผ่านไปหันมานึกอีกที คือสร้างไปทำไมบ้าน สร้างแล้วก็ไม่มีคนอยู่ อ่อผมลือเล่าไปครับว่า บ้านที่อยู่ทุกวันนี้เป็นบ้านที่พ่อผมเค้าสร้างให้ แต่ตัวผมเองอยากมีบ้านที่สร้างด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวเองมากกว่า รถคันแรก คุณพ่อก็ซื้อให้ ตอนนี้ซื้อเองคันที่สอง มันเป็นช่วงชีวิตที่กำลังสร้างอ่ะครับนึกออกมั้ย อยากมีนั่นนี้ บ้าน รถ ที่หามาด้วยตัวเอง อยากมีครอบครัวที่กินข้าวเย็นพร้อมหน้า ทุกสิ่งอย่างที่อยากมีคือก็ต้องทำเองหาเองทำคนเดียว ลำพังเงินเดือน พนักงาน ธ. เลี้ยงตัวเองบางทียังไม่พอเลยใหนจะค่าเช่าห้อง ค่าหนี้สินที่กู้ไปทำบ้านเค้า ไม่หวังที่จะเอาอะไรหรอกครับ ตัง้แต่เธอย้านมา ธ.สีชมพู ค่าใช้จ่ายทั้งหมด ไม่ว่าเที่ยว อาหาร ทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้นช่วงที่เธอกลับมาบ้าน ผมจะเป็นคนจ่าย ยกเว้น ค่านมลูก แล้วก็พวกผงซักฟอก ปรับผ้านุ่มอะไรพวกนั้น ที่เธอจ่ายเอง (เพราะผมไม่จ่าย) แต่มันก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่หรอกครับปัญหาจริงของผม คือผมไม่อยากทำอะไรๆ คนเดียว คิดคนเดียว มันเหงา จะให้คุยกะเธอก็ไม่มีประโยชน์อะไร ถ้าเธอจะกลับมาจริงๆ เธอคงกลับมานานแล้วตั้งแต่เราแต่งงานกัน คุยกันทีไรทะเลาะกันทุกที ผมก็เลยคิดว่าคงต้องเป็นผมเองที่พยายามปรับตัว เลยอยากได้แง่คิดจากคนที่มีประสงการณ์บบ้างครับ

ระหว่างเรา ผมและแฟน ทุกอย่างเหมือนจะไปได้ด้วยดี ถ้ามองจากภายนอก แต่ใครจะรู้ ผมไม่ได้อยากได้ครอบคัวที่ต้องอยู่ห่างกันแบบนี้ ระหว่างที่ผมนั่งพิมพ์อยู่นี่ลูกก็นั่งดูการ์ตูนอยู่ข้างๆผม เหอะๆ ระหว่างผมกันแฟนเราไม่ได้มีปัญหามือที่สาม หรือเรื่องอื่นใดๆ

กระทู้แรกเลยครับผิดพลาอะไรขออภัยนะครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่