กกต.”ถกกรธ.-สนช.ผู้บริหารสื่อทีวี วางกรอบจัดสรรเวลาออกอากาศ เคาะรูปแบบเผยแพร่รายละเอียดขั้นตอนการออกเสียง -สาระรธน.-คำถามพ่วง เวทีเสวนาวิชาการ ผ่านทีวีพูล 25 ช่อง 616 สถานีวิทยุ จำนวน 13 ครั้ง เริ่มออกอากาศครั้งแรก 26 มิ.ย.
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 17 พฤษภาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการกกต.เป็นประธานประชุมเพื่อชี้แจงและกำหนดหลักเกณท์การจัดสรรเวลาการออกเสียงประชามติ โดยมีนายอัชพร จารุจินดา นายภัทระ คำพิทักษ์ ตัวแทนคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)นายสมชาย แสวงการ ตัวแทนสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ช่องหลัก ตัวแทนจากสถานีวิทยุ ตัวแทนจากมหาวิทยาลัย และตัวแทนจากหน่วยงานสนับสนุน โดยนายสมชัย กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการประชุมว่าเป็นการการดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนดให้กกต.ต้องจัดสรรเวลาในการออกอากาศเพื่อทำความเข้าใจเนื้อหาสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ คำถามพ่วงและกระบวนการออกเสียงประชามติ และใช้เวลาของสถานีโทรทัศน์ให้เกิดความเท่าเทียมในการแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลายบนพื้นฐานของเหตุผลที่ไม่ก้าวร้าว รุนแรง และไม่ขัดต่อกฎหมายที่มีอยู่
จากนั้นหลังการประชุม นายสมชัย แถลงว่า ที่ประชุมได้กำหนดรายละเอียดการจัดสรรเวลาออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ในลักษณะทีวีพูล ซึ่งจะมีการออกอากาศช่วงเวลา18.20-18.50น. จำนวน 13 ครั้งๆละ 30 นาที ออกอากาศทุกวันจันทร์และวันพุธ เริ่มวันจันทร์ที่ 26 มิถุนายนจนถึงสัปดาห์สุดท้ายคือวันเสาร์ที่ 6 สิงหาคม โดย 2 ครั้งแรกเป็นการออกอากาศชี้แจงกระบวนการและขั้นตอนการออกเสียงประชามติของกกต. อีก 3 ครั้งเป็นการชี้แจงของกรธ. เกี่ยวกับสาระสำคัญในเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ และอีก 2 ครั้ง เป็นของสนช.คือการอธิบายประเด็นคำถามพ่วง ส่วน 6 ครั้งที่เหลือจะให้เป็นการจัดรายการเสวนาทางวิชาการ ซึ่งสถานีช่องต่างๆสามารถกำหนดตัวพิธีกรและผู้ร่วมรายการด้วยตัวเอง โดยช่องใดจะจัดวันใด หัวข้ออะไร วิทยากรคนใด จะมีการตกลงกันอีกครั้งในการประชุมวันที่ 25 พฤษภาคม เวลา 14.00 น.
นายสมชัย กล่าวอีกว่า กกต.จะไม่มีการเซ็นเซอร์ จะให้อิสระต่อสถานีโทรทัศน์ในการเชิญคนที่มีความเห็นต่างทั้ง 2 ฝ่ายมาร่วมแสดงความคิดเห็น แต่ได้กำชับในเรื่องของการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นความเท็จ ไม่หยาบคาย และไม่เป็นการปลุกระดม ส่วนรูปแบบการออกอากาศนั้นจะออกอากาศพร้อมกันทางสถานีโทรทัศน์ดิจิตอล จำนวน 25 ช่อง โดยจะมีการพ่วงสัญญาณไปยังสถานีวิทยุกระจายเสียงของรัฐ จำนวน 616 สถานีทั่วประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นความร่วมมือที่เสียสละอย่างยิ่งเพื่อประโยชน์ของประเทศ เนื่องจากการออกอากาศต้องใช้งบมูลค่ามหาศาล
“การจัดเวทีเสวนาจะต้องมีผู้เข้าร่วมจำนวน 2 คนแบ่งเป็นฝ่ายเห็นด้วย หรือฝ่ายที่เห็นถึงข้อดี 1 คน ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย หรือฝ่ายที่เห็นถึงข้อเสีย 1 คนมาพูดคุยกัน บนเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่ง กกต.ก็ได้แนะว่าการเสวนาแต่ละครั้งควรจะมีการหารือในประเด็นเรื่อง สิทธิเสรีภาพ รัฐสภา องค์กรอิสระ ศาลและศาลรัฐธรรมนูญ เป็นต้น ซึ่งจะทราบผังรายการได้ภายในสัปดาห์หน้า หลังจากนั้น กกต.ก็จะประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบ ว่าวันใด มีเนื้อหาอย่างไร และมีบุคคลใดเข้าร่วมรายการบ้าง ส่วนการรีรันซ้ำ กกต.ไม่ได้มีข้อห้าม จะนำมาเผยแพร่ซ้ำกี่ครั้งก็ขึ้นอยู่กับทางสถานีและจะพ่วงไปที่เว็บไซต์ หรือสถานีดาวเทียมใดจะเกี่ยวสัญญาณก็สามารถทำได้”นายสมชัย กล่าว
นายสมชัย กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ของสปท. ส่งข้อเสนอแนะให้กกต.กำหนดรายละเอียด เรื่องที่ทำได้ ทำไม่ได้ช่วงการทำประชามติให้เกิดความชัดเจนนั้น ทางกกต.จะมีการพูดคุยกันในสัปดาห์หน้า ส่วนกรณีที่กลุ่มนักวิชาการยื่นคำร้องต่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 ขัดรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 หรือไม่นั้น เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับ กกต. เพราะเป็นดุลยพินิจของผู้ตรวจการแผ่นดิน หากเห็นว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญก็สามารถส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความได้ แต่ยืนยันว่าการออกพ.ร.บ.ดังกล่าว กกต.ได้ทำอยู่บนพื้นฐานของกฎหมาย
นายสมชัย เปิดเผยว่า นอกจากนี้ในวันที่ 19 พฤษภาคม กกต.ได้เป็นเจ้าภาพเชิญ กรธ. สนช. ครม. และตัวแทนจาก 77 พรรคการเมืองเข้าร่วมรับฟังการชี้แจงเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญและกระบวนการทำประชามติ ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดี-รังสิต เวลา 14.00 น.
กกต.เคาะแล้ว! เชิญทั้งหนุน-ค้านร่างรธน.ออกทีวี เถียงทีละประเด็น ไม่มีเซ็นเซอร์
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 17 พฤษภาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการกกต.เป็นประธานประชุมเพื่อชี้แจงและกำหนดหลักเกณท์การจัดสรรเวลาการออกเสียงประชามติ โดยมีนายอัชพร จารุจินดา นายภัทระ คำพิทักษ์ ตัวแทนคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)นายสมชาย แสวงการ ตัวแทนสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ช่องหลัก ตัวแทนจากสถานีวิทยุ ตัวแทนจากมหาวิทยาลัย และตัวแทนจากหน่วยงานสนับสนุน โดยนายสมชัย กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการประชุมว่าเป็นการการดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนดให้กกต.ต้องจัดสรรเวลาในการออกอากาศเพื่อทำความเข้าใจเนื้อหาสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ คำถามพ่วงและกระบวนการออกเสียงประชามติ และใช้เวลาของสถานีโทรทัศน์ให้เกิดความเท่าเทียมในการแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วง เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลายบนพื้นฐานของเหตุผลที่ไม่ก้าวร้าว รุนแรง และไม่ขัดต่อกฎหมายที่มีอยู่
จากนั้นหลังการประชุม นายสมชัย แถลงว่า ที่ประชุมได้กำหนดรายละเอียดการจัดสรรเวลาออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ในลักษณะทีวีพูล ซึ่งจะมีการออกอากาศช่วงเวลา18.20-18.50น. จำนวน 13 ครั้งๆละ 30 นาที ออกอากาศทุกวันจันทร์และวันพุธ เริ่มวันจันทร์ที่ 26 มิถุนายนจนถึงสัปดาห์สุดท้ายคือวันเสาร์ที่ 6 สิงหาคม โดย 2 ครั้งแรกเป็นการออกอากาศชี้แจงกระบวนการและขั้นตอนการออกเสียงประชามติของกกต. อีก 3 ครั้งเป็นการชี้แจงของกรธ. เกี่ยวกับสาระสำคัญในเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ และอีก 2 ครั้ง เป็นของสนช.คือการอธิบายประเด็นคำถามพ่วง ส่วน 6 ครั้งที่เหลือจะให้เป็นการจัดรายการเสวนาทางวิชาการ ซึ่งสถานีช่องต่างๆสามารถกำหนดตัวพิธีกรและผู้ร่วมรายการด้วยตัวเอง โดยช่องใดจะจัดวันใด หัวข้ออะไร วิทยากรคนใด จะมีการตกลงกันอีกครั้งในการประชุมวันที่ 25 พฤษภาคม เวลา 14.00 น.
นายสมชัย กล่าวอีกว่า กกต.จะไม่มีการเซ็นเซอร์ จะให้อิสระต่อสถานีโทรทัศน์ในการเชิญคนที่มีความเห็นต่างทั้ง 2 ฝ่ายมาร่วมแสดงความคิดเห็น แต่ได้กำชับในเรื่องของการแสดงความเห็นที่ไม่เป็นความเท็จ ไม่หยาบคาย และไม่เป็นการปลุกระดม ส่วนรูปแบบการออกอากาศนั้นจะออกอากาศพร้อมกันทางสถานีโทรทัศน์ดิจิตอล จำนวน 25 ช่อง โดยจะมีการพ่วงสัญญาณไปยังสถานีวิทยุกระจายเสียงของรัฐ จำนวน 616 สถานีทั่วประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นความร่วมมือที่เสียสละอย่างยิ่งเพื่อประโยชน์ของประเทศ เนื่องจากการออกอากาศต้องใช้งบมูลค่ามหาศาล
“การจัดเวทีเสวนาจะต้องมีผู้เข้าร่วมจำนวน 2 คนแบ่งเป็นฝ่ายเห็นด้วย หรือฝ่ายที่เห็นถึงข้อดี 1 คน ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย หรือฝ่ายที่เห็นถึงข้อเสีย 1 คนมาพูดคุยกัน บนเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่ง กกต.ก็ได้แนะว่าการเสวนาแต่ละครั้งควรจะมีการหารือในประเด็นเรื่อง สิทธิเสรีภาพ รัฐสภา องค์กรอิสระ ศาลและศาลรัฐธรรมนูญ เป็นต้น ซึ่งจะทราบผังรายการได้ภายในสัปดาห์หน้า หลังจากนั้น กกต.ก็จะประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบ ว่าวันใด มีเนื้อหาอย่างไร และมีบุคคลใดเข้าร่วมรายการบ้าง ส่วนการรีรันซ้ำ กกต.ไม่ได้มีข้อห้าม จะนำมาเผยแพร่ซ้ำกี่ครั้งก็ขึ้นอยู่กับทางสถานีและจะพ่วงไปที่เว็บไซต์ หรือสถานีดาวเทียมใดจะเกี่ยวสัญญาณก็สามารถทำได้”นายสมชัย กล่าว
นายสมชัย กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ของสปท. ส่งข้อเสนอแนะให้กกต.กำหนดรายละเอียด เรื่องที่ทำได้ ทำไม่ได้ช่วงการทำประชามติให้เกิดความชัดเจนนั้น ทางกกต.จะมีการพูดคุยกันในสัปดาห์หน้า ส่วนกรณีที่กลุ่มนักวิชาการยื่นคำร้องต่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 ขัดรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 หรือไม่นั้น เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับ กกต. เพราะเป็นดุลยพินิจของผู้ตรวจการแผ่นดิน หากเห็นว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญก็สามารถส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความได้ แต่ยืนยันว่าการออกพ.ร.บ.ดังกล่าว กกต.ได้ทำอยู่บนพื้นฐานของกฎหมาย
นายสมชัย เปิดเผยว่า นอกจากนี้ในวันที่ 19 พฤษภาคม กกต.ได้เป็นเจ้าภาพเชิญ กรธ. สนช. ครม. และตัวแทนจาก 77 พรรคการเมืองเข้าร่วมรับฟังการชี้แจงเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญและกระบวนการทำประชามติ ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดี-รังสิต เวลา 14.00 น.