มีน้องที่เคยทำงานด้วยกัน ส่งข้อความมาขอความคิดเห็น เรื่องการเรียนภาษาอังกฤษของลูกทั้งสองคน คนโตเรียนประถมปลาย ส่วนคนเล็กประถมต้น
พ่อแม่เล็งเห็นความสำคัญของการเรียนภาษาอังกฤษเป็นพิเศษ เนื่องจากทั้งสองคนไม่เก่งภาษาอังกฤษ และคิดว่าเป็นเพราะเหตุนี้จึงอยากให้ลูกทั้งสองซึ่งได้มีโอกาสดีมากกว่าตัวเองในวัยเด็ก (ทางด้านฐานะการเงิน) ได้เรียนพิเศษเพิ่มเติม เพื่อลูกจะได้มีความรู้ ทักษะทางภาษาอังกฤษต่อยอดไป เผื่อการชิงทุนไปศึกษาต่อต่างประเทศ การสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ดี และโอกาสในการทำงานกับบริษัทข้ามชาติหรือต่างประเทศ ฯลฯ
ก็คงเหมือนพ่อแม่ทั่ว ๆ ไป ที่ทำงานหนัก ประหยัด ด้วยความรักที่อยากเห็นลูกได้ดี มีอนาคตสดใส
ปัญหามาเกิดขึ้นตรงที่ พ่อแม่ส่งลูกเรียนพิเศษภาษาอังกฤษตั้งแต่เด็กทั้งสองอยู่อนุบาล ไม่ว่าจะเรียนกับครูคนไทยและครูต่างชาติ รวม ๆ ไปแล้วก็คงหมดเงินไปโขอยู่
เมื่อช่วงหยุดเทศกาลสงกรานต์ พ่อแม่พาลูกไปเที่ยวต่างประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ ต่างก็มั่นใจว่า ลูกทั้งสองโดยเฉพาะคนโตจะต้องสื่อสาร เข้าใจ และอ่านได้ในระดับหนึ่ง แต่ปรากฏว่า ลูกทั้งสองไม่ยอมพูดภาษาอังกฤษเลยตลอดการเดินทาง แม้คำง่าย ๆ ที่น่าจะพูดได้ ก็ไม่พูด และฟังคำศัพท์ง่าย ๆ ก็ไม่เข้าใจ คนโตถึงกับร้องไห้เมื่อถูกพ่อบังคับให้พูดภาษาอังกฤษกับพนักงานโรงแรมที่พักอยู่ (ลูกตอบเป็นภาษาไทยแล้วหันไปรอให้พ่อแม่แปลตอบให้)
จากนั้น ตลอดการเดินทาง ลูกไม่ยอมปริปากพูดอังกฤษอีกเลย ส่วนคนเล็กไม่ต้องพูดถึง ไม่พูดเลย
รุ่นน้องมีความรู้สึกว่าลูกตัวเอง "เฟล" มาก เสียดายเวลา เสียดายเงินที่ส่งลูกไปเรียน พ่อของเด็กรู้สึกโกรธมากกว่าผิดหวัง ถึงกับจะให้ลูกทั้งสองเลิกเรียนพิเศษภาษาอังกฤษเพิ่มเติมไปเลย (ลืมบอกไปว่าเด็กทั้งสองเรียนอยู่โรงเรียนเอกชน)
จึงเขียนมาปรึกษาว่า ทำอย่างไรจึงจะให้ลูกยอมพูดภาษาอังกฤษ ยอมสื่อสาร ยอมอ่าน ยอมเขียน โดยที่ไม่ต้องบังคับ เพราะทั้งคู่ทำงานเต็มเวลา กลับมาบ้านก็มืดค่ำ เวลาจะมาสอนเพิ่มเติมอะไรคงไม่มี วัน ๆ ก็รถติดอยู่บนถนนเป็นชั่วโมงสองชั่วโมง
แค่ส่งลูกเรียนพิเศษภาษาอังกฤษอย่างเดียวคงไม่พอ
พ่อแม่เล็งเห็นความสำคัญของการเรียนภาษาอังกฤษเป็นพิเศษ เนื่องจากทั้งสองคนไม่เก่งภาษาอังกฤษ และคิดว่าเป็นเพราะเหตุนี้จึงอยากให้ลูกทั้งสองซึ่งได้มีโอกาสดีมากกว่าตัวเองในวัยเด็ก (ทางด้านฐานะการเงิน) ได้เรียนพิเศษเพิ่มเติม เพื่อลูกจะได้มีความรู้ ทักษะทางภาษาอังกฤษต่อยอดไป เผื่อการชิงทุนไปศึกษาต่อต่างประเทศ การสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ดี และโอกาสในการทำงานกับบริษัทข้ามชาติหรือต่างประเทศ ฯลฯ
ก็คงเหมือนพ่อแม่ทั่ว ๆ ไป ที่ทำงานหนัก ประหยัด ด้วยความรักที่อยากเห็นลูกได้ดี มีอนาคตสดใส
ปัญหามาเกิดขึ้นตรงที่ พ่อแม่ส่งลูกเรียนพิเศษภาษาอังกฤษตั้งแต่เด็กทั้งสองอยู่อนุบาล ไม่ว่าจะเรียนกับครูคนไทยและครูต่างชาติ รวม ๆ ไปแล้วก็คงหมดเงินไปโขอยู่
เมื่อช่วงหยุดเทศกาลสงกรานต์ พ่อแม่พาลูกไปเที่ยวต่างประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ ต่างก็มั่นใจว่า ลูกทั้งสองโดยเฉพาะคนโตจะต้องสื่อสาร เข้าใจ และอ่านได้ในระดับหนึ่ง แต่ปรากฏว่า ลูกทั้งสองไม่ยอมพูดภาษาอังกฤษเลยตลอดการเดินทาง แม้คำง่าย ๆ ที่น่าจะพูดได้ ก็ไม่พูด และฟังคำศัพท์ง่าย ๆ ก็ไม่เข้าใจ คนโตถึงกับร้องไห้เมื่อถูกพ่อบังคับให้พูดภาษาอังกฤษกับพนักงานโรงแรมที่พักอยู่ (ลูกตอบเป็นภาษาไทยแล้วหันไปรอให้พ่อแม่แปลตอบให้)
จากนั้น ตลอดการเดินทาง ลูกไม่ยอมปริปากพูดอังกฤษอีกเลย ส่วนคนเล็กไม่ต้องพูดถึง ไม่พูดเลย
รุ่นน้องมีความรู้สึกว่าลูกตัวเอง "เฟล" มาก เสียดายเวลา เสียดายเงินที่ส่งลูกไปเรียน พ่อของเด็กรู้สึกโกรธมากกว่าผิดหวัง ถึงกับจะให้ลูกทั้งสองเลิกเรียนพิเศษภาษาอังกฤษเพิ่มเติมไปเลย (ลืมบอกไปว่าเด็กทั้งสองเรียนอยู่โรงเรียนเอกชน)
จึงเขียนมาปรึกษาว่า ทำอย่างไรจึงจะให้ลูกยอมพูดภาษาอังกฤษ ยอมสื่อสาร ยอมอ่าน ยอมเขียน โดยที่ไม่ต้องบังคับ เพราะทั้งคู่ทำงานเต็มเวลา กลับมาบ้านก็มืดค่ำ เวลาจะมาสอนเพิ่มเติมอะไรคงไม่มี วัน ๆ ก็รถติดอยู่บนถนนเป็นชั่วโมงสองชั่วโมง