เมื่อหลายวันก่อน จขกท เจอแคมเปญรณรงค์ในหัวข้อ "Facebook ให้ข้อมูลหรือร่วมมือกับรัฐบาลไทยหรือไม่"
ที่จุดประสงค์ในการรณรงค์อยู่ 4 ข้อ ที่ จขกท อ่านแล้ว มาหยุดอยู่ที่
ข้อ 4.
"ในเดือนพฤษภาคม 2559 มีหน้าเฟซบุ๊กที่ไม่สามารถเข้าถึงได้จากเมืองไทย
โดยระบบแจ้งว่าเนื่องจากข้อจำกัดของกฎหมายท้องถิ่น --
เมื่อเฟซบุ๊กอ้างถึง “กฎหมายท้องถิ่น” เฟซบุ๊กกำลังอ้างถึงใด?"... [มีต่อ แต่ข้อคัดมาแค่นี้]
พอดีมีเวลา เลยนั่งดูข้อมูล Government Requests to Facebook ของหลายประเทศ ที่ทางเฟสบุ้คได้นำเสนอ
พอกดดูไปเรื่อย ๆ ซึ่งมีรายงานหลัก ๆ สองประเภทคือ
1.
การขอข้อมูล บางทีก็เป็นการขอข้อมูลพื้นฐานทั่วไป เพื่อการประกอบเคสอาชกรรม
เช่น ขอชื่อเจ้าของเฟสฯ ระยะเวลาที่เปิดบัญชี บางทีก็ขอล๊อคไอพี หรือ...ข้อมูลในเฟสบุ้คนั้น ๆ
2.
การขอให้บล๊อค(เซนเซอร์) ข้อมูล/รูปภาพที่ขัดต่อกฏหมายของแต่ละประเทศ
ซึ่งตรงนี้เอง ที่ จขกท (ซึ่งวันนี้ว่างมาก) ได้นั่ง ๆ ดูข้อมูล ซึ่งตอนนี้มีอยู่ไม่กี่ปี
แต่ก็น่าสนใจเหมือนกัน เพราะบางเรื่อง บางอย่าง เราก็ไม่เคยรู้มาก่อนเลย (โลกแคบไปป่าวฟระตรู)
ก็ได้รู้จากการนั่งดุข้อมูลตรงนี้แหละ วันนี้เลยเก็บเอามาฝากสมาชิกท่านที่สนใจด้วย
ลองเดากันดูว่า ประเทศไหนที่มีการขอให้เฟสบุ้คเซนเซอร์เนื้อหา/ข้อมูล/รูป บนเฟสบุ้คมากที่สุด???
เดาแล้ว ลองเช็คดูว่า ประเทศที่คุณเดาไว้ ตรงกับรายงานหรือเปล่า
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ห้ามโกงตัวเองนะจ้ะ อิอิ
เริ่มจากปี 2013 ครึ่งปีหลัง ที่เฟสบุ้คเริ่มมีรายงาน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้


สังเกตคือ จะมีอยู่ 2 ประเทศที่ตีคู่นำโด่งมาตลอด
ในบรรดาประเทศที่มีการขอให้บล๊อคหรือจำกัดการเข้าถึงบางโพสต์บนเฟสบุ้ค
นั่นคือ
อินเดีย และ
ตุรกี
เหตุผลที่สองประเทศนี้ขอให้เฟสบุ้คบล๊อคนั้นคืออะไร
ลองแวะไปอ่านกันได้
จะเห็นว่าครึ่งหลังของปี 2015 ที่ฝรั่งเศสแซงหน้าทุกประเทศด้วยการขอให้เฟสบุ้คบล๊อคข้อมูลถึง 37,xxx ครั้ง
ถ้าหากจำกันได้ ก็จะเข้าใจว่าทำไมถึงมีการขอให้บล๊อกข้อมูลกันมากมายขนาดนี้
ใช่แล้วละคะ เฉพาะเหตุ
ก่อการร้ายที่ปารีสตอนเดือน พ.ย. อย่างเดียว
เฟสบุ้คก็ถูกร้องขอให้บล๊อครูปภาพที่ถูกโพสต์บนเฟสบุ้ค ถึง 32,100 ครั้ง!!!
ทั้งนี้ การโพสต์ภาพ[ผู้เสียชีวิต]เกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว ขัดต่อกฏหมายของฝรั่งเศส
ที่ต้องการปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวนั่นเอง
สำหรับประเทศอื่น ๆ นอกจากอินเดียและตุรกี ที่สังเกตว่าติดชาร์ทนี้ทุก ๆ ปี
คือ เยอรมัน ฝรั่งเศส อิสราเอล และรัสเซีย....
ในหลายประเทศในยุโรป อย่าง เยอรมันนี ฝรั่งเศส อิสราเอล มีกฏหมายที่เรียกว่า holocaust denial
คือ ใครที่ปฏิเสธการมีอยู่ของโฮโลคอส คือ ผิดกฏหมาย
ในฝรั่งเศสการพูดแสดงการเห็นด้วยกับ
การก่อการร้าย ก็ถือว่าผิดกฏหมาย เป็นอาชกรรมได้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้We restricted access in France to content reported under local laws
prohibiting Holocaust denial and the condoning of terrorism
สำหรับประเทศไทย...มีขอให้จำกัดการเข้าถึงบางโพสต์แค่ 35 ครั้ง

จิ๊บ ๆ มาก (เมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วอย่าง เยอรมันนี หรือ ฝรั่งเศส)
จากการนั่งดูและอ่านแล้วคิดว่า แต่ละประเทศ ต่างก็มีวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่แตกต่างกัน
แต่ละสังคมก็มีกฏ ระเบียบ และออกกฏหมายมาบังคับใช้ให้เหมาะสมกับสังคมสิ่งแวดล้อมของตัวเอง
การที่จะดึงเอากฏหมายหรือหลักปฏิบัติของประเทศหนึ่งมาวัด
แล้วบอกว่า กฏหมายของประเทศนี้ ไม่ได้เรื่อง ล้าหลัง สมควรล้มเลิก แก้ไข
เพื่อให้ทันสมัย (เหมือนประเทศนั้น?) นี้ก็คงไม่ใช่ล่ะ หรือท่านคิดว่ายังไง??
ปล. ไม่เกตมุกนี้ใครเกต อธิบายให้ฟังหน่อยสิ
THE FRENCH DON’T HAVE OUR FIRST AMENDMENT,
BUT THEY DO HAVE VOLTAIRE; THEY SHOULD
KNOW BETTER.
Facebook กับ censorship ในแต่ละประเทศ
ที่จุดประสงค์ในการรณรงค์อยู่ 4 ข้อ ที่ จขกท อ่านแล้ว มาหยุดอยู่ที่
ข้อ 4. "ในเดือนพฤษภาคม 2559 มีหน้าเฟซบุ๊กที่ไม่สามารถเข้าถึงได้จากเมืองไทย
โดยระบบแจ้งว่าเนื่องจากข้อจำกัดของกฎหมายท้องถิ่น --
เมื่อเฟซบุ๊กอ้างถึง “กฎหมายท้องถิ่น” เฟซบุ๊กกำลังอ้างถึงใด?"... [มีต่อ แต่ข้อคัดมาแค่นี้]
พอดีมีเวลา เลยนั่งดูข้อมูล Government Requests to Facebook ของหลายประเทศ ที่ทางเฟสบุ้คได้นำเสนอ
พอกดดูไปเรื่อย ๆ ซึ่งมีรายงานหลัก ๆ สองประเภทคือ
1. การขอข้อมูล บางทีก็เป็นการขอข้อมูลพื้นฐานทั่วไป เพื่อการประกอบเคสอาชกรรม
เช่น ขอชื่อเจ้าของเฟสฯ ระยะเวลาที่เปิดบัญชี บางทีก็ขอล๊อคไอพี หรือ...ข้อมูลในเฟสบุ้คนั้น ๆ
2. การขอให้บล๊อค(เซนเซอร์) ข้อมูล/รูปภาพที่ขัดต่อกฏหมายของแต่ละประเทศ
ซึ่งตรงนี้เอง ที่ จขกท (ซึ่งวันนี้ว่างมาก) ได้นั่ง ๆ ดูข้อมูล ซึ่งตอนนี้มีอยู่ไม่กี่ปี
แต่ก็น่าสนใจเหมือนกัน เพราะบางเรื่อง บางอย่าง เราก็ไม่เคยรู้มาก่อนเลย (โลกแคบไปป่าวฟระตรู)
ก็ได้รู้จากการนั่งดุข้อมูลตรงนี้แหละ วันนี้เลยเก็บเอามาฝากสมาชิกท่านที่สนใจด้วย
ลองเดากันดูว่า ประเทศไหนที่มีการขอให้เฟสบุ้คเซนเซอร์เนื้อหา/ข้อมูล/รูป บนเฟสบุ้คมากที่สุด???
เดาแล้ว ลองเช็คดูว่า ประเทศที่คุณเดาไว้ ตรงกับรายงานหรือเปล่า[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
เริ่มจากปี 2013 ครึ่งปีหลัง ที่เฟสบุ้คเริ่มมีรายงาน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
สังเกตคือ จะมีอยู่ 2 ประเทศที่ตีคู่นำโด่งมาตลอด
ในบรรดาประเทศที่มีการขอให้บล๊อคหรือจำกัดการเข้าถึงบางโพสต์บนเฟสบุ้ค
นั่นคือ อินเดีย และ ตุรกี
เหตุผลที่สองประเทศนี้ขอให้เฟสบุ้คบล๊อคนั้นคืออะไร ลองแวะไปอ่านกันได้
จะเห็นว่าครึ่งหลังของปี 2015 ที่ฝรั่งเศสแซงหน้าทุกประเทศด้วยการขอให้เฟสบุ้คบล๊อคข้อมูลถึง 37,xxx ครั้ง
ถ้าหากจำกันได้ ก็จะเข้าใจว่าทำไมถึงมีการขอให้บล๊อกข้อมูลกันมากมายขนาดนี้
ใช่แล้วละคะ เฉพาะเหตุก่อการร้ายที่ปารีสตอนเดือน พ.ย. อย่างเดียว
เฟสบุ้คก็ถูกร้องขอให้บล๊อครูปภาพที่ถูกโพสต์บนเฟสบุ้ค ถึง 32,100 ครั้ง!!!
ทั้งนี้ การโพสต์ภาพ[ผู้เสียชีวิต]เกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว ขัดต่อกฏหมายของฝรั่งเศส
ที่ต้องการปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวนั่นเอง
สำหรับประเทศอื่น ๆ นอกจากอินเดียและตุรกี ที่สังเกตว่าติดชาร์ทนี้ทุก ๆ ปี
คือ เยอรมัน ฝรั่งเศส อิสราเอล และรัสเซีย....
ในหลายประเทศในยุโรป อย่าง เยอรมันนี ฝรั่งเศส อิสราเอล มีกฏหมายที่เรียกว่า holocaust denial
คือ ใครที่ปฏิเสธการมีอยู่ของโฮโลคอส คือ ผิดกฏหมาย
ในฝรั่งเศสการพูดแสดงการเห็นด้วยกับการก่อการร้าย ก็ถือว่าผิดกฏหมาย เป็นอาชกรรมได้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
สำหรับประเทศไทย...มีขอให้จำกัดการเข้าถึงบางโพสต์แค่ 35 ครั้ง
จิ๊บ ๆ มาก (เมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วอย่าง เยอรมันนี หรือ ฝรั่งเศส)
จากการนั่งดูและอ่านแล้วคิดว่า แต่ละประเทศ ต่างก็มีวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่แตกต่างกัน
แต่ละสังคมก็มีกฏ ระเบียบ และออกกฏหมายมาบังคับใช้ให้เหมาะสมกับสังคมสิ่งแวดล้อมของตัวเอง
การที่จะดึงเอากฏหมายหรือหลักปฏิบัติของประเทศหนึ่งมาวัด
แล้วบอกว่า กฏหมายของประเทศนี้ ไม่ได้เรื่อง ล้าหลัง สมควรล้มเลิก แก้ไข
เพื่อให้ทันสมัย (เหมือนประเทศนั้น?) นี้ก็คงไม่ใช่ล่ะ หรือท่านคิดว่ายังไง??
ปล. ไม่เกตมุกนี้ใครเกต อธิบายให้ฟังหน่อยสิ
BUT THEY DO HAVE VOLTAIRE; THEY SHOULD KNOW BETTER.