สวัสดีค่ะ
เรื่องราวของเราว่าด้วยเรื่องเมียน้อยของพ่อ
พ่อแม่เราแยกทางกันตอนเราอายุ 16 ปี ( ตอนนี้ 24 ปีแล้วค่ะ )
เหตุผลที่แยกทางกันก็เพราะมีผู้หญิงคนนึงเข้ามาในชีวิตพ่อ ทำให้พ่อกับแม่ทะเลาะกันรุนแรงตลอด
ตอนเราเด็กๆเราก็แอบโกรธพ่อที่ทิ้งเรากับแม่ไปอยู่กับคนนี้
ไปเลือกผู้หญิงที่รู้อยู่แล้วว่าผู้ชายเค้ามีภรรยามีลูก ไอผู้หญิงนี่มีดีอะไร ? (แต่ผู้หญฺิงคนนี้มารยา และการเรียกร้องความน่าสงสารเราให้คะแนนเต็ม 100 ค่ะ)
จากนั้นเราก็ไม่ได้เจอพ่อเท่าไหร่... ( แต่พ่อก็พยายามติดต่อเราเรื่อยๆมาตลอด พ่อเรารักเรามากๆเราก็รู้ แต่เรารับไม่ได้เรื่องที่พ่อทิ้งไปเลยเป็นปมฝังใจ )
ตั้งแต่พ่อแยกทางกับแม่ไป พ่อก็ไปทำธุรกิจที่จังหวัดอื่น ทำให้ไม่ได้เจอกันเข้าไปใหญ่ แต่พอเราโตขึ้นเราก็พยายามเปิดใจ เข้าใจว่ามันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่
เป็นเรื่องของความรักของพ่อและอีกคน เรารักพ่อ คิดถึงพ่อ และพ่อก็ย้ายไปอยู่ไกลน่าจะมีคนคอยดูแลพ่อเวลาเราไม่อยู่
พยายามเปิดรับเมียน้อย ถ้าทำให้พ่อมีความสุข มีคนคอยดูแลพ่อ เราก็จะดีกับเค้า เพราะเราอยากเจอพ่อและให้อภัยพ่อ
และแล้วเราโชคดีที่ได้กลับมาสนิทกับพ่ออีกครั้งประมาณ 5 ปีหลังจากพ่อย้ายไปที่อื่น
ทำให้เราทำดีกับเมียน้อยมาตลอด ไม่เคยดูถูก ไม่เคยทำให้เจ็บช้ำน้ำใจ แม้กระทั่งพ่อเราใช้ให้เค้าถือของหนักๆของพ่อเวลาไปเที่ยว
เราก็พยายามช่วยเค้าถือ แล้วก็พูดกับพ่อให้ช่วยเมียน้อยถือ ( ติดตลกนิดนึง เมียน้อยผอมมากแต่กล้ามโตมาก )
แล้ววันนึงพ่อเราก็เสียชีวิตกระทันหัน :'(
ก่อนพ่อเสีย พ่อมักจะพูดกับเราตลอดว่า
" ทุกอย่างทำไว้ก็เพื่อลูกๆมาสานต่อ อยากให้มาอยู่กับพ่อด้วยกันที่นี่ "
ซึ่งมันก็เป็นปกติของคนเป็นพ่อและแม่ที่จะสร้างอะไรไว้ไห้ลูกเวลาเค้าจากไป หรือเป็นต้นทุนให้ลูก
ที่สำคัญพ่อเราพูดต่อหน้าเรา น้องสาวเรา และเมียน้อย เกิน 10 ครั้ง ซึ่งเมียน้อยรับรู้แน่นอน
. พ่อเราบอกว่า ทำให้ลูก แต่ขอให้เราอย่าทิ้งเมียน้อย ให้ช่วยดูแลเค้าด้วย .
เราจึงมีความมุ่งมั่นที่จะทำตามคำที่พ่อเคยบอกไว้ เพราะตอนพ่อเรามีชีวิต เวลาเรามาถึงพ่อและเมียน้อยก็มารับถึงหน้าถนน เมียน้อยให้ลูกน้องเตรียมอาหารให้เรา พยายามบอกว่ารักเราตลอด เหมือนเราเป็นลูกคนนึง เอาใจพ่อเรา เค้าชอบเรียกเราว่าลูกและเรียกตัวเองว่าแม่ จริงๆเราไม่เคยคิดว่าเค้าเป็นแม่ เพราะมันกระดากปาก แต่ไม่กล้าพูดเพราะรักษาน้ำใจ เราจึงเรียกเค้าว่าน้า และไม่ว่าจะไปที่ไหนเราก็จะแนะนำเค้าว่าเป็นแฟนพ่อ เราให้เกียรติและไม่เคยใช้คำไม่ดีกับเค้าให้เค้าเจ็บซ้ำน้ำใจ
แต่แล้ว.............................
ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป... ด้วยความที่เราเปิดใจให้เมียน้อยแล้วคอยให้ ' กำลังใจ ' เมื่อพ่อเสียมาตลอด ( จนเราก็แย่ เพราะไม่ได้ให้กำลังใจตัวเองเลย มัวแต่เป็นห่วงคนรอบข้าง เช่น น้องเรา และ เค้า ซึ่งเราคิดว่า เราต้องเข้มแข็งเพราะตอนนี้ต้องมาทำธุรกิจของพ่อ ต้องเดินต่อตามความฝันและรอยเท้าของพ่อ )
เราคอยบอกเมียน้อยว่า...ยังไงเราก็ไม่ทิ้งน้ะ ( เพราะเมียน้อยไม่มีอะไรติดตัวเลย พ่อไม่เคยให้อะไรเลย มีเงินในบัญชี 20,000 กว่าบาททั้งตัว เราก็ไม่เข้าใจว่าเค้าอยู่ด้วยกันมา 7-8 ปี ถ้าพ่อเราก็ทำมาหากินกับเค้า แต่ทำไมพ่อเราไม่ยกอะไรให้เลย ทั้งที่พ่อเราเป็นคนไม่เอาเปรียบใคร และไม่เคยยอมให้ใครเอาเปรียบ กับแม่เราพ่อทำกับแม่ ก็ยกทุกอย่างให้แม่คนละครึ่ง )
เราก็พยายามดูแลเอาใจใส่ คอยโทรหาถามไถ่กินข้าวรึยัง ไม่สบายรึปล่าว ขับรถไปหาทุกอาทิตย์ เพราะเค้าช่วยทำกิจการของพ่อเราต่อ แต่เราก็ให้ผลตอบแทนเค้า ส่วนเราก็ต้องเข้าไปบริหารจัดการอยู่แล้วและไปดูแลเค้าด้วย
เราก็คอยเอาใจใส่มาตลอด และทำให้ดีที่สุด โดยพยายามลืมความหลังของเค้า ทั้งที่การดูแลมันไม่ใช่หน้าที่ของเราด้วยซ้ำ ทำไมเราต้องดูและคนที่เคยทำให้ครอบครัวเราแตกแยก ? เราคิดว่าที่ทำดีกับเค้าเพราะเค้าดูน่าสงสารมาก ( สุดท้าย พบว่าเป็นมารยาหญิงที่ผู้หญิงอย่างเราต้องยอมแพ้ )
ถ้ามองอีกแง่ เค้าเป็นคนทำลายครอบครัวเราด้วยซ้ำ แต่เราก็พยายามเปิดใจ พยายามมองในมุมของผู้หญิงที่เสียสามีไปแล้วตัวคนเดียว
แต่.................
ผ่านไปเพียง 2 เดือนที่พ่อเราเสียชีวิต
เค้าเริ่มปฏิบัติกับเราเปลี่ยนไปเมื่อมีเพื่อนคนนึงเข้ามาพัก
เราเข้าใจว่าเค้าคงปรึกษาเพื่อน ( ซึ่งฟังความข้างเดียว ) ว่า ....
เค้าทำมากับพ่อเราแต่สุดท้ายลูกได้หมดเลย เค้าไม่ได้อะไรเลย แล้วชีวิตเค้าจะอยู่อย่างไร ( ตามสไตล์คนลืมตัวเองเข้าข้างตัวเอง และโลภอยากได้สมบัติ )
เค้าปรึกษากับเพื่อนลับหลังเราและวางแผนที่จะแทงข้างหลังเรา ( เพื่อนก็เป็นสไตล์เดียวกัน เกาะผู้ชายมีอายุหน่อยมีถานะหน่อยอยู่กิน เค้าจึงเข้าใจกัน )
ครั้งแรก เรารู้สึกเค้าเปลี่ยนไป
เราเลยถามว่าเป็นอะไรรึปล่าว ? เค้าก็ยอมพูดว่า เค้าอยากได้ ที่ดิน หุ้นส่วน และทรัพย์สิน ของพ่อมาแบ่งไว้ที่เค้า เพราะเค้าไม่มีอะไรเลย
เราเลยถามว่า เค้าอยากได้สมบัติบางส่วนของพ่อคืออะไร ? เค้าอยากได้ที่ดินที่ตอนนี้ใช้ทำธุรกิจ รวมถึงหุ้นส่วนธุรกิจด้วย ทรัพย์สินบางส่วนเราให้ได้ เพราะเราเห็นว่าตัวเองไม่ได้ลำบากอะไรงานก็มีทำอยู่แล้ว แต่เค้าไม่มีอะไรเลย เราเลยให้ไป แต่ที่ดินเราไม่สามารถให้ได้จริงๆ
เพราะพ่อเราใช้เงินที่ทำมา กับแม่แท้ๆของเรา มาซื้อและลงทุน
เค้ามาตัวเปล่า มาคอยชงกาแฟ ถึงจะมาแต่ต้น แต่ก็เข้ามาในชีวิตพ่อเราผิดวิธีตั้งแต่แรก มาเป็นเมียน้อย มาเป็นแค่แม่ครัว คนชงกาแฟ
แล้วยังจะมาเอาส่วนแบ่งอะไร ??? เราจึงยังเงียบไว้เพราะยังไม่รู้ความจริงว่าเค้าทำจริงหรือไม่?
ด้วยความที่เราสงสัยเราเลยไปสอบถามลูกน้องเก่าพ่อ คนที่เคยอยู่กับพ่อและซื่อสัตย์
เพื่อหาความจริงว่า เค้าทำมากน้อยแค่ไหน ??? เพื่อเราจะได้แบ่งให้ถูกต้องตามที่มันควรจะเป็น
เราพยายามแฟร์กับเค้า ถ้าทำจริงๆ เราต้องให้ในส่วนที่เค้าทำ และเราก็พยายามเข้าใจและพยายามนึกถึงหัวอกคนที่แฟนเสียแล้วยังไม่มีอะไรติดตัว เราก็สงสารเค้ามาก
แต่ลูกน้องคนที่พ่อเรารัก และรักพ่อเราหลายๆคน พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า
เค้าไม่ได้ทำอะไรเลย เค้าแค่คอยเดินตามพ่อเรา ชงกาแฟ แล้วบางทีก็ทำอาหาร
....พูดง่ายๆ คือ แม่ครัว !........
เราก็รู้สึกอึ้งที่เค้ากล้ามาพูดกับเราว่าเค้าสร้างมากับพ่อ ( ตอนแรกเราไม่ได้อยู่กับพ่อ เราจึงไม่เห็นว่าพ่อทำไรอะบ้าง และเค้าช่วยอะไร แต่ก็พอดูออกว่าผู้หญิงที่มาเกาะพ่อเราเพราะพ่อเรามีฐานะ หรือพูดง่ายๆว่ารักพ่อเราเพราะเงินถึงได้อยู่จนถึงทุกวันนี้ เพราะทะเลาะกันแรงหลายรอบแล้วโทรมาปรึกษาเราให้เราเคลียร์ให้เพราะพ่อเรารักเราและยอมฟังเรามากกว่า พ่อเราไล่หลายรอบก็ไม่ยอมไป หรือไปแล้วก็กลับมาใหม่ เพราะเค้าไม่มีสมบัติ หรือเงินในชีวิตเลย ไปไหนไม่ได้ไกล และเป็นผู้หญิงที่ไม่ได้ฉลาดอะไรเลยทั้งการพูดหรือความคิด กริยา/ มารยาทก็ไม่มี แล้วเค้าจะมาสร้างธุรกิจบริหารกับพ่อเราได้ยังไง ????? ทุกอย่างเค้าก็ไม่ได้คิด แค่ชงกาแฟ หรือทำอะไรเล็กๆน้อยๆแบบลูกจ้างได้เงินเดือน พ่อเราเลี้ยงดู มีที่อยู่ที่กิน พอว่างพ่อเราก็พาไปเที่ยวกับเรา เพียงแต่พ่อเราไม่เคยให้อะไรเค้าเป็นชิ้นเป็นอันเลย แม้แต่มอเตอร์ไซค์ )
เค้าชอบพูดเรื่องความมั่นคงในชีวิต และทวงสัญญากับเราตลอดว่าเราต้องคอยดูแลเค้า ทำให้เค้ามีความสุข
มาเรียกร้องหลักประกันชีวิตกับเรา !!! ( ถ้าเป็นคนปกติ ถ้าเป็นเมียน้อยพ่อแล้วพ่อเสียชีวิต เค้าคงไล่ออกตั้งแต่แรกแล้วใช่มั้ยค่ะ ? ไม่ต้องมาให้งาน ให้อาชีพ ให้อนาคต วุ่นวายอะไร ! )
เรารู้มาตลอดว่า มันไม่ใช่หน้าที่ของเรา มนุษย์ทุกคนมีหน้าที่รับผิดชอบความสุขและชีวิตของตัวเอง ! แล้วเราเป็นไครถึงต้องมาดูแลคนแบบนี้ ? ไม่มีพระคุณกับเรา ทำลายครอบครัวเราแล้วยังมาเรียกร้องให้เราดูแล (อันนี้เราเพิ่งคิดได้ เพราะได้มีเวลาไตร่ตรองและทบทวนเรื่องราวทั้งหมด ) แต่เราก็ไม่อยากพูดอะไร คิดซะว่า เราแค่พยายามให้ความสุข ความเมตตาเท่าที่จะทำได้กับเพื่อนมนุษย์คนนึง แต่ในความเป็นจริงเราเสียยิ่งกว่าเค้าด้วยซ้ำ เราเสียพ่อที่เรารัก พ่อที่เป็นเพื่อนสนิทเรา พ่อที่เราเพิ่งได้มีโอกาสมาสนิทเพียงไม่กี่ปี และลึกๆเราเศร้ามากอยากให้เวลาเรากับพ่อมีนานๆกว่านี้ ถ้าเค้าไม่เข้ามาแต่แรกเราคงมีเวลามากกว่านี้กับพ่อ แต่เราก็พยายามเข้มแข็งและให้อภัยเค้า เพราะเค้าทำให้เราสงสารร้องให้ตลอดเวลาต่อหน้าเรา เราเลยปล่อยวางเรื่องอดีตและ พยายามแนะนำสิ่งที่ดีให้ เช่น ลองให้เค้าฟังธรรมะก่อนนอนจะได้ไม่คิดมาก คอยทำบุญและกรวดน้ำให้พ่อเค้าจะได้สบายใจที่พ่อไปเป็นสุข
ตอนนี้เค้าจะมาเรียกร้องเงินกับเราอีกแล้วค่ะ ทั้งที่ได้สมบัติพ่อไปส่วนนึงแล้วด้วย จนเราไม่รู้จะทำยังไง เค้ามาขู่ว่าถ้าไม่ให้ก็จะไปฟ้องศาลขอความเป็นธรรม เรื่องทำมาหาร่วมธุรกิจนี้กับพ่อแล้วก็จะเอาไปไห้หมดเลยค่ะ เพราะเค้าเห็นตั้งแต่เริ่ม เค้าคงรู้ว่าธุรกิจทำอะไรบ้าง เราไม่รู้ว่ามันเป็นไปได้หรือปล่าวที่เค้าจะได้ทั้งหมด ?
เพื่อนๆอ่านแล้วมีความเห็นอย่างไรค่ะ รบกวนขอคำแนะนำด้วยค่ะ ตอนนี้เค้ามาตั้งถิ่นฐานพยายามเอาญาติมาอยู่แล้วให้เงินเดือนเอง เพื่อจะเอาจากครอบครัวเราให้ได้มากที่สุด พยายามปั่นหัวลูกน้องให้ไม่ฟังเรา ไม่ชอบเรา เล่นสงครามจิตวิทยา ไม่รู้จะทำยังไงแล้วค่ะ.... เราเข้าไปทำงานยังอึดอัดทำธุรกิจอะไรไม่ได้เลยค่ะ
จากที่เราคิดคือเค้ามาไกลมากค่ะ จากเด็กเชียร์เบียร์มาเป็นแม่ครัวและเข้าสู่ผู้บริหารธุรกิจ แล้วยังอยากได้อะไรอีกค่ะ
จะหยุดคนแบบนี้ยังไงดีค่ะ ?
เมื่อชีวิตจริงยิ่งกว่านิยาย บางทีความดีก็ไม่อาจชนะ สันดารเมียน้อย
เรื่องราวของเราว่าด้วยเรื่องเมียน้อยของพ่อ
พ่อแม่เราแยกทางกันตอนเราอายุ 16 ปี ( ตอนนี้ 24 ปีแล้วค่ะ )
เหตุผลที่แยกทางกันก็เพราะมีผู้หญิงคนนึงเข้ามาในชีวิตพ่อ ทำให้พ่อกับแม่ทะเลาะกันรุนแรงตลอด
ตอนเราเด็กๆเราก็แอบโกรธพ่อที่ทิ้งเรากับแม่ไปอยู่กับคนนี้
ไปเลือกผู้หญิงที่รู้อยู่แล้วว่าผู้ชายเค้ามีภรรยามีลูก ไอผู้หญิงนี่มีดีอะไร ? (แต่ผู้หญฺิงคนนี้มารยา และการเรียกร้องความน่าสงสารเราให้คะแนนเต็ม 100 ค่ะ)
จากนั้นเราก็ไม่ได้เจอพ่อเท่าไหร่... ( แต่พ่อก็พยายามติดต่อเราเรื่อยๆมาตลอด พ่อเรารักเรามากๆเราก็รู้ แต่เรารับไม่ได้เรื่องที่พ่อทิ้งไปเลยเป็นปมฝังใจ )
ตั้งแต่พ่อแยกทางกับแม่ไป พ่อก็ไปทำธุรกิจที่จังหวัดอื่น ทำให้ไม่ได้เจอกันเข้าไปใหญ่ แต่พอเราโตขึ้นเราก็พยายามเปิดใจ เข้าใจว่ามันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่
เป็นเรื่องของความรักของพ่อและอีกคน เรารักพ่อ คิดถึงพ่อ และพ่อก็ย้ายไปอยู่ไกลน่าจะมีคนคอยดูแลพ่อเวลาเราไม่อยู่
พยายามเปิดรับเมียน้อย ถ้าทำให้พ่อมีความสุข มีคนคอยดูแลพ่อ เราก็จะดีกับเค้า เพราะเราอยากเจอพ่อและให้อภัยพ่อ
และแล้วเราโชคดีที่ได้กลับมาสนิทกับพ่ออีกครั้งประมาณ 5 ปีหลังจากพ่อย้ายไปที่อื่น
ทำให้เราทำดีกับเมียน้อยมาตลอด ไม่เคยดูถูก ไม่เคยทำให้เจ็บช้ำน้ำใจ แม้กระทั่งพ่อเราใช้ให้เค้าถือของหนักๆของพ่อเวลาไปเที่ยว
เราก็พยายามช่วยเค้าถือ แล้วก็พูดกับพ่อให้ช่วยเมียน้อยถือ ( ติดตลกนิดนึง เมียน้อยผอมมากแต่กล้ามโตมาก )
แล้ววันนึงพ่อเราก็เสียชีวิตกระทันหัน :'(
ก่อนพ่อเสีย พ่อมักจะพูดกับเราตลอดว่า
" ทุกอย่างทำไว้ก็เพื่อลูกๆมาสานต่อ อยากให้มาอยู่กับพ่อด้วยกันที่นี่ "
ซึ่งมันก็เป็นปกติของคนเป็นพ่อและแม่ที่จะสร้างอะไรไว้ไห้ลูกเวลาเค้าจากไป หรือเป็นต้นทุนให้ลูก
ที่สำคัญพ่อเราพูดต่อหน้าเรา น้องสาวเรา และเมียน้อย เกิน 10 ครั้ง ซึ่งเมียน้อยรับรู้แน่นอน
. พ่อเราบอกว่า ทำให้ลูก แต่ขอให้เราอย่าทิ้งเมียน้อย ให้ช่วยดูแลเค้าด้วย .
เราจึงมีความมุ่งมั่นที่จะทำตามคำที่พ่อเคยบอกไว้ เพราะตอนพ่อเรามีชีวิต เวลาเรามาถึงพ่อและเมียน้อยก็มารับถึงหน้าถนน เมียน้อยให้ลูกน้องเตรียมอาหารให้เรา พยายามบอกว่ารักเราตลอด เหมือนเราเป็นลูกคนนึง เอาใจพ่อเรา เค้าชอบเรียกเราว่าลูกและเรียกตัวเองว่าแม่ จริงๆเราไม่เคยคิดว่าเค้าเป็นแม่ เพราะมันกระดากปาก แต่ไม่กล้าพูดเพราะรักษาน้ำใจ เราจึงเรียกเค้าว่าน้า และไม่ว่าจะไปที่ไหนเราก็จะแนะนำเค้าว่าเป็นแฟนพ่อ เราให้เกียรติและไม่เคยใช้คำไม่ดีกับเค้าให้เค้าเจ็บซ้ำน้ำใจ
แต่แล้ว.............................
ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป... ด้วยความที่เราเปิดใจให้เมียน้อยแล้วคอยให้ ' กำลังใจ ' เมื่อพ่อเสียมาตลอด ( จนเราก็แย่ เพราะไม่ได้ให้กำลังใจตัวเองเลย มัวแต่เป็นห่วงคนรอบข้าง เช่น น้องเรา และ เค้า ซึ่งเราคิดว่า เราต้องเข้มแข็งเพราะตอนนี้ต้องมาทำธุรกิจของพ่อ ต้องเดินต่อตามความฝันและรอยเท้าของพ่อ )
เราคอยบอกเมียน้อยว่า...ยังไงเราก็ไม่ทิ้งน้ะ ( เพราะเมียน้อยไม่มีอะไรติดตัวเลย พ่อไม่เคยให้อะไรเลย มีเงินในบัญชี 20,000 กว่าบาททั้งตัว เราก็ไม่เข้าใจว่าเค้าอยู่ด้วยกันมา 7-8 ปี ถ้าพ่อเราก็ทำมาหากินกับเค้า แต่ทำไมพ่อเราไม่ยกอะไรให้เลย ทั้งที่พ่อเราเป็นคนไม่เอาเปรียบใคร และไม่เคยยอมให้ใครเอาเปรียบ กับแม่เราพ่อทำกับแม่ ก็ยกทุกอย่างให้แม่คนละครึ่ง )
เราก็พยายามดูแลเอาใจใส่ คอยโทรหาถามไถ่กินข้าวรึยัง ไม่สบายรึปล่าว ขับรถไปหาทุกอาทิตย์ เพราะเค้าช่วยทำกิจการของพ่อเราต่อ แต่เราก็ให้ผลตอบแทนเค้า ส่วนเราก็ต้องเข้าไปบริหารจัดการอยู่แล้วและไปดูแลเค้าด้วย
เราก็คอยเอาใจใส่มาตลอด และทำให้ดีที่สุด โดยพยายามลืมความหลังของเค้า ทั้งที่การดูแลมันไม่ใช่หน้าที่ของเราด้วยซ้ำ ทำไมเราต้องดูและคนที่เคยทำให้ครอบครัวเราแตกแยก ? เราคิดว่าที่ทำดีกับเค้าเพราะเค้าดูน่าสงสารมาก ( สุดท้าย พบว่าเป็นมารยาหญิงที่ผู้หญิงอย่างเราต้องยอมแพ้ )
ถ้ามองอีกแง่ เค้าเป็นคนทำลายครอบครัวเราด้วยซ้ำ แต่เราก็พยายามเปิดใจ พยายามมองในมุมของผู้หญิงที่เสียสามีไปแล้วตัวคนเดียว
แต่.................
ผ่านไปเพียง 2 เดือนที่พ่อเราเสียชีวิต
เค้าเริ่มปฏิบัติกับเราเปลี่ยนไปเมื่อมีเพื่อนคนนึงเข้ามาพัก
เราเข้าใจว่าเค้าคงปรึกษาเพื่อน ( ซึ่งฟังความข้างเดียว ) ว่า ....
เค้าทำมากับพ่อเราแต่สุดท้ายลูกได้หมดเลย เค้าไม่ได้อะไรเลย แล้วชีวิตเค้าจะอยู่อย่างไร ( ตามสไตล์คนลืมตัวเองเข้าข้างตัวเอง และโลภอยากได้สมบัติ )
เค้าปรึกษากับเพื่อนลับหลังเราและวางแผนที่จะแทงข้างหลังเรา ( เพื่อนก็เป็นสไตล์เดียวกัน เกาะผู้ชายมีอายุหน่อยมีถานะหน่อยอยู่กิน เค้าจึงเข้าใจกัน )
ครั้งแรก เรารู้สึกเค้าเปลี่ยนไป
เราเลยถามว่าเป็นอะไรรึปล่าว ? เค้าก็ยอมพูดว่า เค้าอยากได้ ที่ดิน หุ้นส่วน และทรัพย์สิน ของพ่อมาแบ่งไว้ที่เค้า เพราะเค้าไม่มีอะไรเลย
เราเลยถามว่า เค้าอยากได้สมบัติบางส่วนของพ่อคืออะไร ? เค้าอยากได้ที่ดินที่ตอนนี้ใช้ทำธุรกิจ รวมถึงหุ้นส่วนธุรกิจด้วย ทรัพย์สินบางส่วนเราให้ได้ เพราะเราเห็นว่าตัวเองไม่ได้ลำบากอะไรงานก็มีทำอยู่แล้ว แต่เค้าไม่มีอะไรเลย เราเลยให้ไป แต่ที่ดินเราไม่สามารถให้ได้จริงๆ
เพราะพ่อเราใช้เงินที่ทำมา กับแม่แท้ๆของเรา มาซื้อและลงทุน
เค้ามาตัวเปล่า มาคอยชงกาแฟ ถึงจะมาแต่ต้น แต่ก็เข้ามาในชีวิตพ่อเราผิดวิธีตั้งแต่แรก มาเป็นเมียน้อย มาเป็นแค่แม่ครัว คนชงกาแฟ
แล้วยังจะมาเอาส่วนแบ่งอะไร ??? เราจึงยังเงียบไว้เพราะยังไม่รู้ความจริงว่าเค้าทำจริงหรือไม่?
ด้วยความที่เราสงสัยเราเลยไปสอบถามลูกน้องเก่าพ่อ คนที่เคยอยู่กับพ่อและซื่อสัตย์
เพื่อหาความจริงว่า เค้าทำมากน้อยแค่ไหน ??? เพื่อเราจะได้แบ่งให้ถูกต้องตามที่มันควรจะเป็น
เราพยายามแฟร์กับเค้า ถ้าทำจริงๆ เราต้องให้ในส่วนที่เค้าทำ และเราก็พยายามเข้าใจและพยายามนึกถึงหัวอกคนที่แฟนเสียแล้วยังไม่มีอะไรติดตัว เราก็สงสารเค้ามาก
แต่ลูกน้องคนที่พ่อเรารัก และรักพ่อเราหลายๆคน พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า
เค้าไม่ได้ทำอะไรเลย เค้าแค่คอยเดินตามพ่อเรา ชงกาแฟ แล้วบางทีก็ทำอาหาร
....พูดง่ายๆ คือ แม่ครัว !........
เราก็รู้สึกอึ้งที่เค้ากล้ามาพูดกับเราว่าเค้าสร้างมากับพ่อ ( ตอนแรกเราไม่ได้อยู่กับพ่อ เราจึงไม่เห็นว่าพ่อทำไรอะบ้าง และเค้าช่วยอะไร แต่ก็พอดูออกว่าผู้หญิงที่มาเกาะพ่อเราเพราะพ่อเรามีฐานะ หรือพูดง่ายๆว่ารักพ่อเราเพราะเงินถึงได้อยู่จนถึงทุกวันนี้ เพราะทะเลาะกันแรงหลายรอบแล้วโทรมาปรึกษาเราให้เราเคลียร์ให้เพราะพ่อเรารักเราและยอมฟังเรามากกว่า พ่อเราไล่หลายรอบก็ไม่ยอมไป หรือไปแล้วก็กลับมาใหม่ เพราะเค้าไม่มีสมบัติ หรือเงินในชีวิตเลย ไปไหนไม่ได้ไกล และเป็นผู้หญิงที่ไม่ได้ฉลาดอะไรเลยทั้งการพูดหรือความคิด กริยา/ มารยาทก็ไม่มี แล้วเค้าจะมาสร้างธุรกิจบริหารกับพ่อเราได้ยังไง ????? ทุกอย่างเค้าก็ไม่ได้คิด แค่ชงกาแฟ หรือทำอะไรเล็กๆน้อยๆแบบลูกจ้างได้เงินเดือน พ่อเราเลี้ยงดู มีที่อยู่ที่กิน พอว่างพ่อเราก็พาไปเที่ยวกับเรา เพียงแต่พ่อเราไม่เคยให้อะไรเค้าเป็นชิ้นเป็นอันเลย แม้แต่มอเตอร์ไซค์ )
เค้าชอบพูดเรื่องความมั่นคงในชีวิต และทวงสัญญากับเราตลอดว่าเราต้องคอยดูแลเค้า ทำให้เค้ามีความสุข
มาเรียกร้องหลักประกันชีวิตกับเรา !!! ( ถ้าเป็นคนปกติ ถ้าเป็นเมียน้อยพ่อแล้วพ่อเสียชีวิต เค้าคงไล่ออกตั้งแต่แรกแล้วใช่มั้ยค่ะ ? ไม่ต้องมาให้งาน ให้อาชีพ ให้อนาคต วุ่นวายอะไร ! )
เรารู้มาตลอดว่า มันไม่ใช่หน้าที่ของเรา มนุษย์ทุกคนมีหน้าที่รับผิดชอบความสุขและชีวิตของตัวเอง ! แล้วเราเป็นไครถึงต้องมาดูแลคนแบบนี้ ? ไม่มีพระคุณกับเรา ทำลายครอบครัวเราแล้วยังมาเรียกร้องให้เราดูแล (อันนี้เราเพิ่งคิดได้ เพราะได้มีเวลาไตร่ตรองและทบทวนเรื่องราวทั้งหมด ) แต่เราก็ไม่อยากพูดอะไร คิดซะว่า เราแค่พยายามให้ความสุข ความเมตตาเท่าที่จะทำได้กับเพื่อนมนุษย์คนนึง แต่ในความเป็นจริงเราเสียยิ่งกว่าเค้าด้วยซ้ำ เราเสียพ่อที่เรารัก พ่อที่เป็นเพื่อนสนิทเรา พ่อที่เราเพิ่งได้มีโอกาสมาสนิทเพียงไม่กี่ปี และลึกๆเราเศร้ามากอยากให้เวลาเรากับพ่อมีนานๆกว่านี้ ถ้าเค้าไม่เข้ามาแต่แรกเราคงมีเวลามากกว่านี้กับพ่อ แต่เราก็พยายามเข้มแข็งและให้อภัยเค้า เพราะเค้าทำให้เราสงสารร้องให้ตลอดเวลาต่อหน้าเรา เราเลยปล่อยวางเรื่องอดีตและ พยายามแนะนำสิ่งที่ดีให้ เช่น ลองให้เค้าฟังธรรมะก่อนนอนจะได้ไม่คิดมาก คอยทำบุญและกรวดน้ำให้พ่อเค้าจะได้สบายใจที่พ่อไปเป็นสุข
ตอนนี้เค้าจะมาเรียกร้องเงินกับเราอีกแล้วค่ะ ทั้งที่ได้สมบัติพ่อไปส่วนนึงแล้วด้วย จนเราไม่รู้จะทำยังไง เค้ามาขู่ว่าถ้าไม่ให้ก็จะไปฟ้องศาลขอความเป็นธรรม เรื่องทำมาหาร่วมธุรกิจนี้กับพ่อแล้วก็จะเอาไปไห้หมดเลยค่ะ เพราะเค้าเห็นตั้งแต่เริ่ม เค้าคงรู้ว่าธุรกิจทำอะไรบ้าง เราไม่รู้ว่ามันเป็นไปได้หรือปล่าวที่เค้าจะได้ทั้งหมด ?
เพื่อนๆอ่านแล้วมีความเห็นอย่างไรค่ะ รบกวนขอคำแนะนำด้วยค่ะ ตอนนี้เค้ามาตั้งถิ่นฐานพยายามเอาญาติมาอยู่แล้วให้เงินเดือนเอง เพื่อจะเอาจากครอบครัวเราให้ได้มากที่สุด พยายามปั่นหัวลูกน้องให้ไม่ฟังเรา ไม่ชอบเรา เล่นสงครามจิตวิทยา ไม่รู้จะทำยังไงแล้วค่ะ.... เราเข้าไปทำงานยังอึดอัดทำธุรกิจอะไรไม่ได้เลยค่ะ
จากที่เราคิดคือเค้ามาไกลมากค่ะ จากเด็กเชียร์เบียร์มาเป็นแม่ครัวและเข้าสู่ผู้บริหารธุรกิจ แล้วยังอยากได้อะไรอีกค่ะ
จะหยุดคนแบบนี้ยังไงดีค่ะ ?