คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
ขออนุญาตแสดงความเห็นส่วนตัวนะครับ ท่าน จขกท.
เท่าที่ฟังท่านเล่ามา สองวัดแรก ท่านไม่เอากำไร หมายความว่า ส่วนที่ควรกำไร ท่านทำบุญถวายวัดไป ขออนุโมทนาบุญด้วยครับ
สำหรับวัดที่สาม ท่านจำต้องเอากำไร เพื่อยังชีพ
ขอให้ท่านสบายใจได้ครับ หากท่านตั้งใจทำงานให้วัดด้วยใจจริง เต็มความรู้ความสามารถ แม้ได้กำไร ก็ได้บุญ ด้วยจิตท่านเป็นกุศลครับ
การทำงาน จะลงทุนด้วยแรงกาย แรงสมอง หรือกำลังทรัพย์ ก็ตามที จะมากจะน้อย ย่อมต้องมีกำไร เพื่อการยังชีพตนและครอบครัว
เราทำงานสุจริต ไม่ผิดศีลห้า ไม่ผิดธรรมะ ไม่บาป กลับเป็นบุญ ขอให้สบายใจได้ครับ
ผมเคยเจอพระมาซื้อของที่ร้าน พอถวาย ท่านพูดว่า ตั้งใจมาอุดหนุน โยมขายของต้องลงทุน และต้องมีกำไรเพื่อการยังชีพต่อไป
หากคิดจะทำบุญ ในโอกาสอันควร ก็ไปทำที่วัดใดวัดหนึ่งได้ แต่ถ้าถวายแบบนี้ ต่อไป ไม่กล้ามาซื้อของร้ายโยมแล้ว
อาตมาได้ปัจจัย มีฉันมีใช้ ก็ได้มาจากญาติโยมชาวพุทธทั้งหลาย ให้ความอุปถัมภ์ค้ำชูมา
ปัจจัยที่ถวายมา อาตมาก็นำมาใช้ สมเจตนาของผู้ถวาย เขาก็ได้บุญ
อาตมานำมาอุกหนุนโยม ก็เท่ากับจ่ายคืนให้แก่ญาติโยมเช่นกัน
โยมต้องรับ และต้องคิดในราคาที่กำไรตามปกติแบบที่ขายให้คนทั่วๆไป ไม่ต้องลดราคาหรือถวายหรอก
เพียงไม่ได้ขายแพงกว่าปกติ แบบบางร้าน แค่นี้ อาตมาก็ยินดีแล้ว
ผมยังถามท่านว่า มีหรือครับ ที่เขาขายพระแพงกว่าปกติที่ขายคนทั่วไป
ท่านตอบว่า เคยเจอมา เขาคงไม่ชอบพระน่ะ เลยขายแพงกว่าคนทั่วไป หรืออาจจะรู้ว่า พระไม่รู้เรื่องราคาของ หลอกง่าย ก็เป็นได้
แต่ไม่เป็นไรหรอก เราไม่โกรธ แต่เห็นว่า การทำแบบนั้น ไม่ชอบด้วยศีลและธรรม ก็ไม่อุดหนุนร้านนั้นอีกต่อไป ไม่ใช่เพราะโกรธ หรือผูกเวร
แต่เพราะจิต ไม่คิดสนับสนุนหรือส่งเสริมการกระทำที่ไม่ถูกต้อง
ท่าน จขกท. ขอให้สบายใจเถอะครับ ท่านทำดี ไม่ได้ผิดศีลผิดธรรมครับ สวัสดี.
เท่าที่ฟังท่านเล่ามา สองวัดแรก ท่านไม่เอากำไร หมายความว่า ส่วนที่ควรกำไร ท่านทำบุญถวายวัดไป ขออนุโมทนาบุญด้วยครับ
สำหรับวัดที่สาม ท่านจำต้องเอากำไร เพื่อยังชีพ
ขอให้ท่านสบายใจได้ครับ หากท่านตั้งใจทำงานให้วัดด้วยใจจริง เต็มความรู้ความสามารถ แม้ได้กำไร ก็ได้บุญ ด้วยจิตท่านเป็นกุศลครับ
การทำงาน จะลงทุนด้วยแรงกาย แรงสมอง หรือกำลังทรัพย์ ก็ตามที จะมากจะน้อย ย่อมต้องมีกำไร เพื่อการยังชีพตนและครอบครัว
เราทำงานสุจริต ไม่ผิดศีลห้า ไม่ผิดธรรมะ ไม่บาป กลับเป็นบุญ ขอให้สบายใจได้ครับ
ผมเคยเจอพระมาซื้อของที่ร้าน พอถวาย ท่านพูดว่า ตั้งใจมาอุดหนุน โยมขายของต้องลงทุน และต้องมีกำไรเพื่อการยังชีพต่อไป
หากคิดจะทำบุญ ในโอกาสอันควร ก็ไปทำที่วัดใดวัดหนึ่งได้ แต่ถ้าถวายแบบนี้ ต่อไป ไม่กล้ามาซื้อของร้ายโยมแล้ว
อาตมาได้ปัจจัย มีฉันมีใช้ ก็ได้มาจากญาติโยมชาวพุทธทั้งหลาย ให้ความอุปถัมภ์ค้ำชูมา
ปัจจัยที่ถวายมา อาตมาก็นำมาใช้ สมเจตนาของผู้ถวาย เขาก็ได้บุญ
อาตมานำมาอุกหนุนโยม ก็เท่ากับจ่ายคืนให้แก่ญาติโยมเช่นกัน
โยมต้องรับ และต้องคิดในราคาที่กำไรตามปกติแบบที่ขายให้คนทั่วๆไป ไม่ต้องลดราคาหรือถวายหรอก
เพียงไม่ได้ขายแพงกว่าปกติ แบบบางร้าน แค่นี้ อาตมาก็ยินดีแล้ว
ผมยังถามท่านว่า มีหรือครับ ที่เขาขายพระแพงกว่าปกติที่ขายคนทั่วไป
ท่านตอบว่า เคยเจอมา เขาคงไม่ชอบพระน่ะ เลยขายแพงกว่าคนทั่วไป หรืออาจจะรู้ว่า พระไม่รู้เรื่องราคาของ หลอกง่าย ก็เป็นได้
แต่ไม่เป็นไรหรอก เราไม่โกรธ แต่เห็นว่า การทำแบบนั้น ไม่ชอบด้วยศีลและธรรม ก็ไม่อุดหนุนร้านนั้นอีกต่อไป ไม่ใช่เพราะโกรธ หรือผูกเวร
แต่เพราะจิต ไม่คิดสนับสนุนหรือส่งเสริมการกระทำที่ไม่ถูกต้อง
ท่าน จขกท. ขอให้สบายใจเถอะครับ ท่านทำดี ไม่ได้ผิดศีลผิดธรรมครับ สวัสดี.
สมาชิกหมายเลข 2984006 ถูกใจ, ท่านเทพมังกรอวยชัย ถูกใจ, ฝอยลม ถูกใจ, กางร่มตอนแดดออก ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2624463 ถูกใจ, yimwanwan ถูกใจ, Oh Long Johnson ถูกใจ, PHANTOM[TH] ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1828375 หลงรัก, จมื่นเพิ่ม ถูกใจ
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
พระจ้างไปทำงานเก็บเงินพระ เก็บเงินวัด บาปมั้ย
วัดแรก ไม่เอากำไรเลย
วัดที่สอง ไม่เอากำไรเลย
วัดสาม เอากำไรตามธรรมดา
ผมไม่สบายใจเลยเก็บเงินพระ เอาเงินวัด บอกตรงๆนะ ถ้าเลือกได้ผมก็ไม่อยากทำไม่อยากเอาเงินเลย แต่ค่าใช้จ่ายมีทั้งน้ำมันรถ ค่าแรง ค่าอะไหล่ฯ
ผมไม่รู้ว่าอะไรคือบรรทัดฐาน ควรคิดเอากำไรยังไง ใครมีประสบการณ์ หรือพระท่านไหนชี้ทางผม จะเป็นพระคุณอย่าสูงเลยครับ