.....เป็นปรากฏการณ์ที่เหนือธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ เป็นปรากฏการณ์ที่ยิ่งกว่าจะหาคำใดๆ
เป็นปรากฏการณ์หล่อเลี้ยงทุกชีวิตให้ก้าวไป รักนั้นยิ่งใหญ่กว่า ดิน น้ำ ลม ไฟ......555
“ปรากฏการณ์ดาวพุธผ่านหน้าดวงอาทิตย์”
หลายคนอาจจะไม่ค่อยเคยได้ยิน หรือไม่ค่อยคุ้นซักเท่าไหร่กับปรากฏการณ์นี้ซักเท่าไหร่
คงจะเคยได้ยินก็แต่ปรากฏการณ์จันทรุปราคาหรือมากสุดก็สุริยุปราคา
ที่มีให้เห็นและเกิดขึ้นในเมืองไทยอยู่บ่อยๆ แต่ไม่เป็นไรค่ะ 9 พ.ค.นี้คงจะได้ชมกันแน่นอน
กับ “ปรากฏการณ์ดาวพุธผ่านหน้าดวงอาทิตย์
สุริยุปราคา:เป็นปรากฏการณ์ ตามธรรมชาติ ที่ดวงจันทร์ โลก และดวงอาทิตย์ โคจรมาอยู่ในแนวเส้นตรง
ทำให้ดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์ และเงาของดวงจันทร์จึงตกมาบน บริเวณ ต่างๆ บนโลก
จันทรุปาคา:เป็นปรากฏการณ์ ที่โลกบังแสงดวงอาทิตย์ไม่ให้ไปกระทบที่ดวงจันทร์ ในบริเวณดวงอาทิตย์
ในวันเพ็ญ ( ขึ้น 15 ค่ำ ) โดยโลกอยู่ระหว่างดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์ ทำให้เงาของโลกไปบังดวงจันทร์
ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) เปิดเผยว่า
ในวันที่ 9 พฤษภาคม 2559 จะเกิดแน่นอน "ปรากฏการณ์ดาวพุธผ่านหน้าดวงอาทิตย์"
โดยดาวพุธเคลื่อนที่ผ่านแนวเส้นตรงที่เชื่อมระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ ทำให้ดวงอาทิตย์ดาวพุธ และโลก
เรียงตัวอยู่ในแนวเดียวกัน เมื่อสังเกตจากโลกจะเห็นดาวพุธปรากฏเป็นจุดกลมเล็ก ๆ เคลื่อนที่ผ่านดวงอาทิตย์
(ถ้าเปรียบเทียบขนาดปรากฏของดวงอาทิตย์เท่ากับลูกบาสเกตบอลขนาดของดาวพุธที่ปรากฏผ่านหน้าจะมีขนาดปรากฏเล็กกว่าเม็ดถั่วเขียว)
ทั้งนี้ปรากฏการณ์ดาวพุธผ่านหน้าดวงอาทิตย์ในครั้งนี้จะสังเกตเห็นได้ในประเทศแถบยุโรป เอเชีย อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้
มหาสมุทรแปซิฟิคมหาสมุทรแอตแลนติก มหาสมุทรอินเดีย ทวีปอาร์คติก และแอนตาร์คติกา
สำหรับประเทศไทยสามารถสังเกตเห็นได้ตั้งแต่เวลาประมาณ 18:10 น. จนถึง 18:35 น.
(ตามเวลาประเทศไทย ณ กรุงเทพมหานคร) รวมทั้งสิ้นประมาณ 25 นาที
ดร.ศรัณย์ กล่าวว่า “ปรากฏการณ์ดาวเคราะห์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์” เกิดได้เฉพาะดาวเคราะห์วงใน ได้แก่ดาวพุธและดาวศุกร์เท่านั้น
นักดาราศาสตร์ใช้ปรากฏการณ์นี้ศึกษาระยะห่างระหว่างโลกและดวงอาทิตย์
ปรากฏการณ์ดาวพุธผ่านหน้าดวงอาทิตย์ จะเกิดขึ้นค่อนข้างบ่อย ประมาณ 13 ครั้งในรอบ 100 ปี
เนื่องจากดาวพุธอยู่ห่างจากโลกมาก ประมาณ 77 ล้านกิโลเมตร
ส่วนปรากฏการณ์ดาวศุกร์ผ่านจะหน้าดวงอาทิตย์ 2 ครั้งในรอบ100 ปี
เพราะดาวศุกร์อยู่ห่างจากโลกเพียง 38 ล้านกิโลเมตร และวงโคจรของดาวศุกร์มีขนาดใหญ่กว่าดาวพุธเกือบ 2 เท่า
การสังเกตปรากฏการณ์ดาวพุธผ่านหน้าดวงอาทิตย์เป็นการสังเกตดวงอาทิตย์โดยตรง
ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยจึงไม่ควรมองดวงอาทิตย์ด้วยตาเปล่า ควรใช้อุปกรณ์กรองแสงที่มีความปลอดภัยสูง
เช่นกล้องโทรทรรศน์ที่ติดแผ่นกรองแสง แว่นดูดวงอาทิตย์หรืออาจใช้อุปกรณ์สังเกตการณ์ทางอ้อม
เช่น การฉายภาพดวงอาทิตย์บนฉากรับภาพจากกล้องโทรทรรศน์ เป็นต้น
และขอให้ประชาชนระมัดระวังการบันทึกภาพดวงอาทิตย์ด้วยกล้องดิจิทัลเนื่องจากเลนส์ของกล้องต่าง ๆ เหล่านี้
มีคุณสมบัติในการรวมแสงการมองภาพที่ส่องจากเลนส์ไปยังดวงอาทิตย์โดยตรง อาจทำให้ตาบอดอย่างเฉียบพลัน “
ปล.แล้วพบกัน 9 พ.ค ตั้งแต่เวลา 18:10 น.-18:35 น. ค่ะ
ที่มา:
http://www.winnews.tv/news/3105
http://www.dailynews.co.th/it/395571
13 ครั้งในรอบ 100 ปี 9 พ.ค.นี้ กับปรากฏการณ์ดาวพุธผ่านหน้าดวงอาทิตย์
เป็นปรากฏการณ์หล่อเลี้ยงทุกชีวิตให้ก้าวไป รักนั้นยิ่งใหญ่กว่า ดิน น้ำ ลม ไฟ......555
คงจะเคยได้ยินก็แต่ปรากฏการณ์จันทรุปราคาหรือมากสุดก็สุริยุปราคา
ที่มีให้เห็นและเกิดขึ้นในเมืองไทยอยู่บ่อยๆ แต่ไม่เป็นไรค่ะ 9 พ.ค.นี้คงจะได้ชมกันแน่นอน
กับ “ปรากฏการณ์ดาวพุธผ่านหน้าดวงอาทิตย์
ทำให้ดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์ และเงาของดวงจันทร์จึงตกมาบน บริเวณ ต่างๆ บนโลก
ในวันเพ็ญ ( ขึ้น 15 ค่ำ ) โดยโลกอยู่ระหว่างดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์ ทำให้เงาของโลกไปบังดวงจันทร์
ในวันที่ 9 พฤษภาคม 2559 จะเกิดแน่นอน "ปรากฏการณ์ดาวพุธผ่านหน้าดวงอาทิตย์"
โดยดาวพุธเคลื่อนที่ผ่านแนวเส้นตรงที่เชื่อมระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ ทำให้ดวงอาทิตย์ดาวพุธ และโลก
เรียงตัวอยู่ในแนวเดียวกัน เมื่อสังเกตจากโลกจะเห็นดาวพุธปรากฏเป็นจุดกลมเล็ก ๆ เคลื่อนที่ผ่านดวงอาทิตย์
(ถ้าเปรียบเทียบขนาดปรากฏของดวงอาทิตย์เท่ากับลูกบาสเกตบอลขนาดของดาวพุธที่ปรากฏผ่านหน้าจะมีขนาดปรากฏเล็กกว่าเม็ดถั่วเขียว)
มหาสมุทรแปซิฟิคมหาสมุทรแอตแลนติก มหาสมุทรอินเดีย ทวีปอาร์คติก และแอนตาร์คติกา
สำหรับประเทศไทยสามารถสังเกตเห็นได้ตั้งแต่เวลาประมาณ 18:10 น. จนถึง 18:35 น.
(ตามเวลาประเทศไทย ณ กรุงเทพมหานคร) รวมทั้งสิ้นประมาณ 25 นาที
นักดาราศาสตร์ใช้ปรากฏการณ์นี้ศึกษาระยะห่างระหว่างโลกและดวงอาทิตย์
เนื่องจากดาวพุธอยู่ห่างจากโลกมาก ประมาณ 77 ล้านกิโลเมตร
เพราะดาวศุกร์อยู่ห่างจากโลกเพียง 38 ล้านกิโลเมตร และวงโคจรของดาวศุกร์มีขนาดใหญ่กว่าดาวพุธเกือบ 2 เท่า
ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยจึงไม่ควรมองดวงอาทิตย์ด้วยตาเปล่า ควรใช้อุปกรณ์กรองแสงที่มีความปลอดภัยสูง
เช่นกล้องโทรทรรศน์ที่ติดแผ่นกรองแสง แว่นดูดวงอาทิตย์หรืออาจใช้อุปกรณ์สังเกตการณ์ทางอ้อม
เช่น การฉายภาพดวงอาทิตย์บนฉากรับภาพจากกล้องโทรทรรศน์ เป็นต้น
และขอให้ประชาชนระมัดระวังการบันทึกภาพดวงอาทิตย์ด้วยกล้องดิจิทัลเนื่องจากเลนส์ของกล้องต่าง ๆ เหล่านี้
มีคุณสมบัติในการรวมแสงการมองภาพที่ส่องจากเลนส์ไปยังดวงอาทิตย์โดยตรง อาจทำให้ตาบอดอย่างเฉียบพลัน “
ที่มา: http://www.winnews.tv/news/3105
http://www.dailynews.co.th/it/395571