สวัสดีครับ มีเรื่องจะบ่นให้ฟัง
พอดีเมื่อวันหยุดสงกรานต์ที่ผ่านมา ผมกับเพื่อนไม่ได้คิดกันแต่แรกว่าจะไปไหน เพราะตั้งใจจะกลับบ้านกันช่วงหยุดเข้าพรรษา
เพราะเรา 2 คนทำงานกันถึงวันที่ 13 เมษายน พอทำงานเสร็จเกิดคิดกันว่าจะไปเที่ยวจังหวัดใกล้ๆ
ก็ไล่ดูแผนที่กับรีวิวในพันทิพไปเรื่อยๆ กาญจนบุรี ชลบุรี ราชบุรี ระยอง ก็ไปมาบ่อยแล้ว และคิดว่าคนคงจะเยอะ
เลยตัดสินใจว่าจะลองไปจันทบุรีกัน เพราะไม่ค่อยได้ยินชื่อ และไม่เคยไปมาก่อน
ก็หาข้อมูล หารีวิวกันหลายๆ ที่ แล้วสุดท้ายก็ตัดสินใจจองโรงแรมผ่าน agoda เพราะมีโรงแรมนึง ดูจาก google street view แล้ว
อยู่ในเมืองและใกล้ร้านเช่ามอเตอร์ไซต์ ติดถนนใหญ่ชื่อถนนท่าแฉลบ เยื้องๆ บิ๊กซี ราคาใน agoda ตอนนั้นคืนละ 400 บาท จากราคาเต็ม 1200 บาท
ด้วยความที่ไม่เคยไปมาก่อน ก็เลยเลือกจองที่นี่ เพราะเห็นว่าการเดินทางน่าจะสะดวกดีครับ ผมเลยจองไป 2 คืน
วันที่ 14 เมษายน ผมนั่งรถจากหมอชิตไปถึงจันทบุรีตอน 13.00 น. แล้วเดินจาก บขส. ผ่านสวนสาธารณะไปที่ร้านเช่ารถมอเตอร์ไซต์ แล้วขับไปที่โรงแรมซึ่งอยู่ไม่ไกลกันมาก
ตอนไปเช็คอิน.... มีพนักงานหญิง 2 ท่าน ท่านนึงสูงอายุ อีกท่านนึงน่าจะ 20 ปลายๆ ก็ขอบัตร กรอกใบลงทะเบียนตามปกติ แล้วท่านที่อายุมากกว่าก็หยิบคีย์การ์ดใบนึงถามคนที่อายุน้อยกว่าว่า "นี่สแกนไว้กี่วัน เขาจองมา 2 วันนะ" อีกคนจึงตอบว่า "อ้าว เหรอ ลงไว้วันเดียว" ... แล้วก็ทำอย่างอื่นกันต่อ ตอนนั้นผมยืนอยู่ก็ไม่แน่ใจว่าหมายถึงห้องผมหรือห้องใคร เพราะนี่เป็นการเช็คอินที่ใช้เวลานานที่สุดที่ผมเคยนอนโรงแรมมา จะถ่ายบัตรก็เครื่องมีปัญหา แถมพนักงานก็ไม่พูดอะไรกับเราเลยว่าตอนนี้กำลังรออะไร จนเสร็จก็มี Bell Captain มารับคีย์การ์ดพาเราไปที่ห้อง...
เดินออกจากลิฟท์มา เขาก็พาเราเดินผ่านประตูกระจกที่ติดคำว่า วีไอพี แล้วเปิดห้อง เปิดแอร์ เปิดทีวีให้ครับ คนนี้บริการดี ให้ข้อมูลดี... เสร็จเราก็รื้อกระเป๋า อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า... ใช้เวลาทำธุระกันประมาณ เกือบ 2 ชั่วโมงก่อนออกจากห้อง ก็รู้สึกกันได้ว่าเปิดแอร์นานมากแล้ว เหมือนไม่เย็นขึ้นเลย ผมอาบน้ำเสร็จก่อนออกมารอเพื่อนจนเหงื่อแตก เดินไปดูสวิตส์ที่แอร์ (แบบตั้งพื้นหงายช่องแอร์ขึ้น) ก็ไม่มีสวิตส์ เขาทำแค่ on-off แล้วก็เบอร์พัดลม Low-Med-High ... ซึ่งมันก็ High สุดแล้ว แต่ผมก็นึกแบบเป็นกลางว่า อากาศข้างนอกคงร้อนมาก แอร์คงต้องใช้เวลา จึงไม่ได้ติดใจอะไร เอาคีย์การ์ดออกมาแล้วไปขี่รถกินข้าว แล้วไปเที่ยวน้ำตก
พอถึงเย็น กลับเข้ามาที่โรงแรมราว 6 โมงเย็น ก็นั่งเล่นนอนเล่นโทรศัพท์ หาข้อมูลที่จะเที่ยววันพรุ่งนี้ จนประมาณ 2 ทุ่ม เราก็รู้สึกว่าแอร์ไม่มีความเย็น มีแต่ลม จึงโทรแจ้งพนักงานหน้า front เขาก็บอกว่าจะให้ช่างมาดูให้... เราก็รออยู่ไม่นาน ช่างก็เข้ามาโดยไม่พูดอะไร เดินตรงมาที่แอร์ที่อยู่ในสุด เปิดตรงนั้นตรงนี้ แล้วล้วงเข้าไปใต้แอร์ ดึงแผ่นกรองอากาศที่เต็มไปด้วยฝุ่นออก... แล้วเดินออกไป... ผมกับเพื่อนก็มองหน้ากันว่า นั่นคือ เสร็จแล้ว? หรือว่า เดี๋ยวกลับมา? หรือว่า ไม่กลับมาแล้ว? ... เรากับช่างไม่ได้คุยอะไรกันสักคำ เพื่อนผมก็เดินไปปิดประตูและรอด้วยหวังว่าเอาแผ่นกรองอากาศออกคงเย็นขึ้น
แต่เปล่าเลยครับ... ประมาณ 5 ทุ่ม เรา 2 คนเหงื่อท่วมกันเต็มที่จนผมทนไม่ไหว กดลิฟท์ลงไปที่ lobby ซึ่งตอนนั้นแอร์ที่ lobby เย็นฉ่ำมาก เราก็แจ้งแก่พนักงาน ซึ่งผมจำไม่ได้จริงๆ ว่าเป็นคนเดียวกับเมื่อกลางวันหรือไม่ แจ้งว่าแอร์ยังไม่เย็น เขาก็บอกว่าให้รอสักครู่ ช่างกำลังทำอยู่ (ยืนยันนะครับ ว่าแจ้งด้วยวาจา น้ำเสียง และกิริยามารยาทที่ดีที่สุด เพราะผมเองก็ทำงานบริการครับ) เราก็ตกลงนั่งรออยู่เกือบชั่วโมง จึงเดินไปถามอีกครั้งเพราะเริ่มง่วงมากแล้วจากที่ขี่รถเที่ยวตากแดดมาเมื่อตอนบ่าย ก็ได้รับคำตอบว่า "เรียบร้อยแล้วค่ะ" ....... ในใจผมก็เริ่มฉุน (แล้วทำไมเมิงไม่บอก Gu)
ผมกับเพื่อนขึ้นมาบนห้องอีกครั้ง ผลัดกันอาบน้ำรอบที่ 3 ซึ่งก็คาดหวังว่าอะไรๆ คงจะดีขึ้น... จนตี 1 นิดๆ ก็เปล่าเลยครับ ผมโทร.ไปที่ front อีกครั้งก็ได้รับแจ้งว่า "ก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้วค่ะ" ผมเงียบ..... เขาเลยบอกว่า เดี๋ยวให้ช่างขึ้นไปค่ะ... ผมนอนรอจนเกือบตี 3 จนสุดท้ายต้องลากเตียงมาติดกับแอร์ เอากระดาษแผนที่ที่ได้รับแจกมาติดช่องแอร์เพื่อบังคับทิศทางลมให้เบี่ยงลงมาใกล้ตัวให้มากที่สุด แล้วหลับไปตอนไหนไม่รู้ ตื่นอีกที 6 โมงเช้า ลุกขึ้นมาจึงได้เห็นว่าเตียงที่นอนเปียกเหงื่อเป็นรูปคน
ผมอาบน้ำออกมาจากห้องกับเพื่อน ตัดสินใจไปอ่าวคุ้งกระเบน แล้วกลับมาถึงโรงแรมประมาณบ่าย 2 โมงก็ขึ้นไปบนห้อง... เข้าห้องไม่ได้... ในหัวก็นึกไปถึงบทสนทนาที่พนักงานคุยกันเมื่อวานเรื่องการลงรหัสคีย์การ์ด ให้ available ได้แค่วันเดียวทั้งที่จองมา 2 วัน และพนักงานทราบปัญหาตั้งแต่เมื่อวาน แสดงว่านั่นหมายถึงห้องเราแน่ "เขารู้แก่ใจ" ....
ผมลงมาที่ฟร้อนท์อีกครั้ง พนักงานคนเดิมเลย ผมยื่นคีย์การ์ดให้แล้วบอกว่ามันใช้ไม่ได้ เขาก็ไม่พูดอะไร "ไม่มีคำขอโทษ" รับไปทำอะไรสักอย่างแล้ววางคืนให้บนเคาท์เตอร์โดยไม่พูดอะไร ... ผมจึงหยิบมาขึ้นมาที่ห้อง เล่าให้เพื่อนที่รออยู่หน้าประตูฟัง เรา 2 คนเลยตัดสินใจ.. Check Out ทันที ทั้งที่จองไว้ 2 คืน แต่เราได้ใช้ห้องแค่ 1 คืนกับ 2 ชั่วโมง.... ยอมทิ้งค่าห้องครับ กับบริการที่แย่ที่สุดในชีวิตการนอนโรงแรมและทำงานโรงแรมมาเกือบ 10 ปี (ประทับใจคนเดียวคือ bell captain)
คือผมก็เข้าใจนะครับ ว่าโรงแรมเองก็ไม่ได้ถึงระดับ 4-5 ดาว และไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องได้รับบริการที่ดีเยี่ยม แต่อย่างน้อยคือทำให้เหมือนกับเราเป็นลูกค้าหน่อยก็น่าจะดีนะครับ นี่ไม่พูด ไม่บอก ไม่แจ้งอะไร หน้าตาไม่ยิ้มแย้ม ไม่ทักทาย ไม่ขอโทษ ไม่ขอบคุณ
.............................................................................................
สุดท้ายผมก็ walk-in ไปพักที่โรงแรมเล็กๆ ใกล้ๆ ที่ค่าห้องแพงกว่า 2 เท่าตัว ได้ชั้น 3 ลิฟท์ไม่มี แต่บริการดีครับ พนักงานน่ารักมากๆ
.............................................................................................
ส่วนเรื่องอื่นๆ ของจันทบุรี ผมถือว่าดีหมดเลยครับ ผู้คนน่ารัก แหล่งท่องเที่ยวราคาอาหารไม่แพง อาหารอร่อยทุกร้านที่ไปกิน ทั้งร้านจันทร ฟาร์มปูนิ่ม เย็นตาโฟเจ๊เพ็ญ โจ๊กในตลาดใกล้วงเวียนน้ำพุ ชุมชนริมน้ำจันทบูร อ่าวคุ้งกระเบน ฯลฯ เดี๋ยวคงได้ไปเยือนอีกครับ
ครั้งแรกกับจันทบุรี... ทุกอย่างดีหมด ยกเว้นโรงแรมที่ผมโชคร้ายเอง
พอดีเมื่อวันหยุดสงกรานต์ที่ผ่านมา ผมกับเพื่อนไม่ได้คิดกันแต่แรกว่าจะไปไหน เพราะตั้งใจจะกลับบ้านกันช่วงหยุดเข้าพรรษา
เพราะเรา 2 คนทำงานกันถึงวันที่ 13 เมษายน พอทำงานเสร็จเกิดคิดกันว่าจะไปเที่ยวจังหวัดใกล้ๆ
ก็ไล่ดูแผนที่กับรีวิวในพันทิพไปเรื่อยๆ กาญจนบุรี ชลบุรี ราชบุรี ระยอง ก็ไปมาบ่อยแล้ว และคิดว่าคนคงจะเยอะ
เลยตัดสินใจว่าจะลองไปจันทบุรีกัน เพราะไม่ค่อยได้ยินชื่อ และไม่เคยไปมาก่อน
ก็หาข้อมูล หารีวิวกันหลายๆ ที่ แล้วสุดท้ายก็ตัดสินใจจองโรงแรมผ่าน agoda เพราะมีโรงแรมนึง ดูจาก google street view แล้ว
อยู่ในเมืองและใกล้ร้านเช่ามอเตอร์ไซต์ ติดถนนใหญ่ชื่อถนนท่าแฉลบ เยื้องๆ บิ๊กซี ราคาใน agoda ตอนนั้นคืนละ 400 บาท จากราคาเต็ม 1200 บาท
ด้วยความที่ไม่เคยไปมาก่อน ก็เลยเลือกจองที่นี่ เพราะเห็นว่าการเดินทางน่าจะสะดวกดีครับ ผมเลยจองไป 2 คืน
วันที่ 14 เมษายน ผมนั่งรถจากหมอชิตไปถึงจันทบุรีตอน 13.00 น. แล้วเดินจาก บขส. ผ่านสวนสาธารณะไปที่ร้านเช่ารถมอเตอร์ไซต์ แล้วขับไปที่โรงแรมซึ่งอยู่ไม่ไกลกันมาก
ตอนไปเช็คอิน.... มีพนักงานหญิง 2 ท่าน ท่านนึงสูงอายุ อีกท่านนึงน่าจะ 20 ปลายๆ ก็ขอบัตร กรอกใบลงทะเบียนตามปกติ แล้วท่านที่อายุมากกว่าก็หยิบคีย์การ์ดใบนึงถามคนที่อายุน้อยกว่าว่า "นี่สแกนไว้กี่วัน เขาจองมา 2 วันนะ" อีกคนจึงตอบว่า "อ้าว เหรอ ลงไว้วันเดียว" ... แล้วก็ทำอย่างอื่นกันต่อ ตอนนั้นผมยืนอยู่ก็ไม่แน่ใจว่าหมายถึงห้องผมหรือห้องใคร เพราะนี่เป็นการเช็คอินที่ใช้เวลานานที่สุดที่ผมเคยนอนโรงแรมมา จะถ่ายบัตรก็เครื่องมีปัญหา แถมพนักงานก็ไม่พูดอะไรกับเราเลยว่าตอนนี้กำลังรออะไร จนเสร็จก็มี Bell Captain มารับคีย์การ์ดพาเราไปที่ห้อง...
เดินออกจากลิฟท์มา เขาก็พาเราเดินผ่านประตูกระจกที่ติดคำว่า วีไอพี แล้วเปิดห้อง เปิดแอร์ เปิดทีวีให้ครับ คนนี้บริการดี ให้ข้อมูลดี... เสร็จเราก็รื้อกระเป๋า อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า... ใช้เวลาทำธุระกันประมาณ เกือบ 2 ชั่วโมงก่อนออกจากห้อง ก็รู้สึกกันได้ว่าเปิดแอร์นานมากแล้ว เหมือนไม่เย็นขึ้นเลย ผมอาบน้ำเสร็จก่อนออกมารอเพื่อนจนเหงื่อแตก เดินไปดูสวิตส์ที่แอร์ (แบบตั้งพื้นหงายช่องแอร์ขึ้น) ก็ไม่มีสวิตส์ เขาทำแค่ on-off แล้วก็เบอร์พัดลม Low-Med-High ... ซึ่งมันก็ High สุดแล้ว แต่ผมก็นึกแบบเป็นกลางว่า อากาศข้างนอกคงร้อนมาก แอร์คงต้องใช้เวลา จึงไม่ได้ติดใจอะไร เอาคีย์การ์ดออกมาแล้วไปขี่รถกินข้าว แล้วไปเที่ยวน้ำตก
พอถึงเย็น กลับเข้ามาที่โรงแรมราว 6 โมงเย็น ก็นั่งเล่นนอนเล่นโทรศัพท์ หาข้อมูลที่จะเที่ยววันพรุ่งนี้ จนประมาณ 2 ทุ่ม เราก็รู้สึกว่าแอร์ไม่มีความเย็น มีแต่ลม จึงโทรแจ้งพนักงานหน้า front เขาก็บอกว่าจะให้ช่างมาดูให้... เราก็รออยู่ไม่นาน ช่างก็เข้ามาโดยไม่พูดอะไร เดินตรงมาที่แอร์ที่อยู่ในสุด เปิดตรงนั้นตรงนี้ แล้วล้วงเข้าไปใต้แอร์ ดึงแผ่นกรองอากาศที่เต็มไปด้วยฝุ่นออก... แล้วเดินออกไป... ผมกับเพื่อนก็มองหน้ากันว่า นั่นคือ เสร็จแล้ว? หรือว่า เดี๋ยวกลับมา? หรือว่า ไม่กลับมาแล้ว? ... เรากับช่างไม่ได้คุยอะไรกันสักคำ เพื่อนผมก็เดินไปปิดประตูและรอด้วยหวังว่าเอาแผ่นกรองอากาศออกคงเย็นขึ้น
แต่เปล่าเลยครับ... ประมาณ 5 ทุ่ม เรา 2 คนเหงื่อท่วมกันเต็มที่จนผมทนไม่ไหว กดลิฟท์ลงไปที่ lobby ซึ่งตอนนั้นแอร์ที่ lobby เย็นฉ่ำมาก เราก็แจ้งแก่พนักงาน ซึ่งผมจำไม่ได้จริงๆ ว่าเป็นคนเดียวกับเมื่อกลางวันหรือไม่ แจ้งว่าแอร์ยังไม่เย็น เขาก็บอกว่าให้รอสักครู่ ช่างกำลังทำอยู่ (ยืนยันนะครับ ว่าแจ้งด้วยวาจา น้ำเสียง และกิริยามารยาทที่ดีที่สุด เพราะผมเองก็ทำงานบริการครับ) เราก็ตกลงนั่งรออยู่เกือบชั่วโมง จึงเดินไปถามอีกครั้งเพราะเริ่มง่วงมากแล้วจากที่ขี่รถเที่ยวตากแดดมาเมื่อตอนบ่าย ก็ได้รับคำตอบว่า "เรียบร้อยแล้วค่ะ" ....... ในใจผมก็เริ่มฉุน (แล้วทำไมเมิงไม่บอก Gu)
ผมกับเพื่อนขึ้นมาบนห้องอีกครั้ง ผลัดกันอาบน้ำรอบที่ 3 ซึ่งก็คาดหวังว่าอะไรๆ คงจะดีขึ้น... จนตี 1 นิดๆ ก็เปล่าเลยครับ ผมโทร.ไปที่ front อีกครั้งก็ได้รับแจ้งว่า "ก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้วค่ะ" ผมเงียบ..... เขาเลยบอกว่า เดี๋ยวให้ช่างขึ้นไปค่ะ... ผมนอนรอจนเกือบตี 3 จนสุดท้ายต้องลากเตียงมาติดกับแอร์ เอากระดาษแผนที่ที่ได้รับแจกมาติดช่องแอร์เพื่อบังคับทิศทางลมให้เบี่ยงลงมาใกล้ตัวให้มากที่สุด แล้วหลับไปตอนไหนไม่รู้ ตื่นอีกที 6 โมงเช้า ลุกขึ้นมาจึงได้เห็นว่าเตียงที่นอนเปียกเหงื่อเป็นรูปคน
ผมอาบน้ำออกมาจากห้องกับเพื่อน ตัดสินใจไปอ่าวคุ้งกระเบน แล้วกลับมาถึงโรงแรมประมาณบ่าย 2 โมงก็ขึ้นไปบนห้อง... เข้าห้องไม่ได้... ในหัวก็นึกไปถึงบทสนทนาที่พนักงานคุยกันเมื่อวานเรื่องการลงรหัสคีย์การ์ด ให้ available ได้แค่วันเดียวทั้งที่จองมา 2 วัน และพนักงานทราบปัญหาตั้งแต่เมื่อวาน แสดงว่านั่นหมายถึงห้องเราแน่ "เขารู้แก่ใจ" ....
ผมลงมาที่ฟร้อนท์อีกครั้ง พนักงานคนเดิมเลย ผมยื่นคีย์การ์ดให้แล้วบอกว่ามันใช้ไม่ได้ เขาก็ไม่พูดอะไร "ไม่มีคำขอโทษ" รับไปทำอะไรสักอย่างแล้ววางคืนให้บนเคาท์เตอร์โดยไม่พูดอะไร ... ผมจึงหยิบมาขึ้นมาที่ห้อง เล่าให้เพื่อนที่รออยู่หน้าประตูฟัง เรา 2 คนเลยตัดสินใจ.. Check Out ทันที ทั้งที่จองไว้ 2 คืน แต่เราได้ใช้ห้องแค่ 1 คืนกับ 2 ชั่วโมง.... ยอมทิ้งค่าห้องครับ กับบริการที่แย่ที่สุดในชีวิตการนอนโรงแรมและทำงานโรงแรมมาเกือบ 10 ปี (ประทับใจคนเดียวคือ bell captain)
คือผมก็เข้าใจนะครับ ว่าโรงแรมเองก็ไม่ได้ถึงระดับ 4-5 ดาว และไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องได้รับบริการที่ดีเยี่ยม แต่อย่างน้อยคือทำให้เหมือนกับเราเป็นลูกค้าหน่อยก็น่าจะดีนะครับ นี่ไม่พูด ไม่บอก ไม่แจ้งอะไร หน้าตาไม่ยิ้มแย้ม ไม่ทักทาย ไม่ขอโทษ ไม่ขอบคุณ
.............................................................................................
สุดท้ายผมก็ walk-in ไปพักที่โรงแรมเล็กๆ ใกล้ๆ ที่ค่าห้องแพงกว่า 2 เท่าตัว ได้ชั้น 3 ลิฟท์ไม่มี แต่บริการดีครับ พนักงานน่ารักมากๆ
.............................................................................................
ส่วนเรื่องอื่นๆ ของจันทบุรี ผมถือว่าดีหมดเลยครับ ผู้คนน่ารัก แหล่งท่องเที่ยวราคาอาหารไม่แพง อาหารอร่อยทุกร้านที่ไปกิน ทั้งร้านจันทร ฟาร์มปูนิ่ม เย็นตาโฟเจ๊เพ็ญ โจ๊กในตลาดใกล้วงเวียนน้ำพุ ชุมชนริมน้ำจันทบูร อ่าวคุ้งกระเบน ฯลฯ เดี๋ยวคงได้ไปเยือนอีกครับ