เรื่อง April Fool’s Day โดย Big ....สัพเพเหระธรรม.... จาก หนังสือธรรมะใกล้ตัว ฉบับที่ 40 ค่ะ

....สัพเพเหระธรรม....

จาก หนังสือธรรมะใกล้ตัว ฉบับที่ 40 ค่ะ


เรื่อง April Fool’s Day

โดย Big


          สวัสดีครับ วันนี้วันที่ทุกท่านได้อ่านบทความนี้อาจจะเลยวันเทศกาลของตะวันตกเทศกาลหนึ่งที่เรียกว่า April Fool’s Day ไปแล้ว จากการสืบค้นข้อมูลการแปลชื่อจากอินเตอร์เน็ตในบางเว็บไซต์แล้ว แปลว่า “เทศกาลคนโง่” แต่โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่า คนที่ได้โกหกหรือว่าหลอกคนอื่นๆ ในเทศกาลนี้ต่างหากที่ได้ชื่อว่า “โง่” มิใช่ตัวคนที่ถูกหลอกแต่อย่างใด

          เทศกาลคนโง่ตรงกับวันที่ ๑ เมษายนของทุกปี พอถึงวันนี้ หลายคนก็จะมีการเล่นแกล้งเพื่อน แกล้งคนอื่น บางคนถึงกับแกล้งไม่เลือกหน้า หลอกคนอื่นไปแบบกระจายเป็นวงกว้าง (เช่นการปล่อยข่าวในอินเตอร์เน็ต) ยิ่งหลอกคนได้มาก ยิ่งแกล้งคนได้มาก ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองนั้นเหนือชั้น มีความสนุกและสะใจ ซึ่งด้วยความรู้สึกแบบนี้นั้นเจ้าตัวหารู้ไม่ว่าตัวเองได้ทำผิดครั้งใหญ่ไปแล้ว นั่นคือการผิดศีลห้า ข้อที่สี่ ในส่วนของการพูดเท็จ พูดไม่จริง

          ด้วยความบังเอิญและตั้งใจที่วันนี้ผมมีเรื่องมาเล่าสู่กันฟัง เลยขอใช้บรรยากาศ “เทศกาลคนโง่” เล่าเรื่องสั้นๆ สะกิดความคิดกันสักหน่อย แน่นอนว่าเป็นเรื่องที่เขียนขึ้นจากเค้าโครงเรื่องจริง แต่มีบางส่วนที่แต่งเติมบ้าง เพื่อให้ผู้อ่านได้เห็นภาพชัดขึ้น เรื่องราวมีดังต่อไปนี้ครับ

          เรื่องมีอยู่ว่า มีวัยรุ่นชายหนุ่มกับหญิงสาวคู่หนึ่งคบกันเป็นแฟนมานานระยะหนึ่งแล้ว ปกติแล้วสองคนนี้ก็รักกันดี ระหว่างคบกันก็ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใดเกิดขึ้น สองคนช่วยกันดูแลความสัมพันธ์กันดีอยู่เรื่อยมา ถึงแม้ว่าพักหลังๆ นั้นฝ่ายชายจะค่อนข้างยุ่งกับธุระส่วนตัวมาก ไม่ค่อยมีเวลาให้กับฝ่ายหญิงนัก แต่เมื่อถึง “เทศกาลคนโง่” หรือว่า “April Fool’s Day” ตกค่ำฝ่ายหญิงก็ส่งข้อความมาหาฝ่ายชาย มีใจความสำคัญว่า “นับแต่วันนี้ไป ขอให้พวกเราทั้งสองคน กลับไปเป็นสถานะเพื่อนที่ดีต่อกันเหมือนเดิมดีกว่านะ เพราะว่าเราสองคนนั้นไม่เหมาะที่จะคบกันเป็นแฟน”

          พอได้รับข้อความนี้ผ่านทางมือถือ ฝ่ายชายเริ่มที่จะรู้สึกกังวลไม่สบายใจ ได้ส่งข้อความกลับไปถามเหตุผลว่าทำไม ฝ่ายหญิงก็ได้ให้เหตุผลว่า ช่วงนี้ฝ่ายชายไม่ค่อยมีเวลาให้ และหลังๆ ก็ดูเหมือนว่าความรู้สึกดีๆ ที่เคยมีให้นั้นมันหายไป ฝ่ายหญิงรู้สึกลังเล และสับสน คิดว่ากลับไปเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมน่าจะดีกว่า ฝ่ายชายนิ่งครุ่นคิดเกี่ยวกับข้อความที่ได้รับอยู่ครู่หนึ่ง เวลาผ่านไปไม่นานก็เริ่มเดินทางออกจากอาคารเรียนเพื่อกลับหอพัก ระหว่างที่ขี่จักรยานกลับ ในใจก็คิดถึงเรื่องข้อความ ขณะที่ถึงถนนสี่แยกซึ่งใช้เป็นเส้นทางกลับหอพักนั้นเอง ฝ่ายชายมารู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อตอนกำลังข้ามถนน มองไปทางซ้ายเห็นแสงไฟรถยนต์เคลื่อนใกล้เข้ามา และแล้ว...

          แน่นอนครับว่าในเรื่องนี้ฝ่ายหญิงส่งข้อความมา มิได้มีเจตนาที่จะบอกเลิกแต่อย่างใด เพียงแต่ที่จะส่งมาหลอกกันเล่นๆ สนุกๆ ตามเทศกาลเฉยๆ ฝ่ายหญิงอาจจะไม่เคยคาดคิด หรือคิดไม่ถึงหรอกว่าฝ่ายชายคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ด้วยความที่เป็นคนคิดมาก ก็เลยเผลอตัว คิดไปตลอดทางกลับหอพัก จนสุดท้ายเพิ่งจะรู้สึกตัวเมื่อมีรถยนต์วิ่งมาจากทางซ้ายมือ

          ลองสมมติกันดูนะครับว่า ถ้าเหตุการณ์ถัดจากนี้นั้นเป็นเหตุการณ์ที่ทุกคนไม่คาดหวัง ฝ่ายชายประสบอุบัติเหตุบาดเจ็บ ไม่ว่าจะหนักหรือเบา แน่นอนครับว่าเมื่อฝ่ายหญิงรู้เรื่อง ตัวเองคงอยู่ไม่เป็นสุขแน่ เพราะเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ ที่มีเจตนาเพื่อที่จะเล่นสนุกสนานกับเทศกาลนั้น ทำให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงกับคนที่เธอมีความรู้สึกดีๆ ให้ ความรู้สึกนี้จะคงอยู่กับหญิงสาวนานเท่าใด ไม่มีใครรู้ ทว่าคราวนี้ยังโชคดีที่สุดท้ายฝ่ายชายไม่เป็นอะไร เพราะว่ารถยนต์คันนั้นคงจะเห็นแล้วว่ามีคนจะข้ามถนนแถมไม่ได้ดูตาม้าตาเรือ ขี่จักรยานตัดหน้ามาเสียอย่างนั้น ก็ถือว่าเป็นโชคดีไป

          ไม่มีใครรู้หรอกนะครับว่า คนที่โชคดีแบบนี้จะมีสักกี่คน เพียงการหลอกล้อเล่นที่เราคิดว่าเป็นเรื่องเล็กๆ นั้น บางทีอาจจะทำให้เกิดเรื่องที่ไม่เล็กอย่างที่เราคิดก็ได้

          ใน “เทศกาลคนโง่” นั้นแท้จริงแล้วคนที่ถูกหลอก “โง่” หรือว่าคนที่หลอก “โง่” กันแน่ ผมเชื่อว่าทุกท่านคงมีคำตอบกันอยู่ในใจแล้วนะครับ


ดอกไม้ดาวพระจันทร์
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่