ผู้ที่ศีลปาราชิกขาดแล้วในสมัยนั้นๆ แต่ยังไม่บอกคืนสิกขา ยังหลอกลวงฐานะเป็นพระภิกษุสงฆ์อยู่
สมัยอื่นต่อมา ย่อมประสบเรื่องร้ายแรงได้ง่าย จนเป็นทุกข์หนักกระทบลงถึงในจิตอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้ง 3 อย่าง ในปัจจุบันชาติคือ.
1. ถูกความพินาศแห่งญาติกระทบแล้วบ้าง
2. ถูกความวอดวายแห่งโภคะพะพานแล้วบ้าง
3. ถูกความเสื่อมคือโรคเบียดเบียนแล้วบ้าง
หมายเหตุ แต่ไม่ใช่ว่า พระภิกษุที่มีศีลที่ดี มีศีลที่บริสุทธิ์ จะไม่มีโรคภัย ทางกายนะครับ
ดังในพระไตรปิฏก เล่มที่ 1. ส่วนหนึ่ง
-----------------------------------------------------
เรื่องภิกษุวัชชีบุตร
[๒๓] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุวัชชีบุตรชาวพระนครเวสาลีหลายรูป ฉันอาหารพอแก่
ความต้องการ จำวัดพอแก่ความต้องการ สรงน้ำพอแก่ความต้องการ ครั้นแล้วทำในใจ
โดยไม่แยบคาย ไม่บอกคืนสิกขา ไม่ทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง ได้เสพเมถุนธรรม สมัยอื่น
วัชชีบุตรพวกนั้น ถูกความพินาศแห่งญาติกระทบแล้วบ้าง ถูกความวอดวายแห่งโภคะพะพาน
แล้วบ้าง ถูกความเสื่อมคือโรคเบียดเบียนแล้วบ้าง
-------------------------------------------------------
นั้นเป็นทุกข์เผ็ดร้อนในช่วงที่หลอกลวงเป็นพระภิกษุ ทั้งที่ปาราชิกไปแล้ว แต่ไม่บอกคืนลาสิกขา.
ต่อไปเป็นทุกข์เผ็ดร้อนชั้นที่ 2 กับ มหาโจร ในพุทธศาสนา เมื่อสิ้นชีวิตและตายจากภพปัจจุบัน ดังนี้....
----------------------------------------
ภิกษุผู้เลวทรามเหล่านั้น ย่อมเข้าถึงซึ่งนรก เพราะกรรมทั้งหลายที่เลวทราม ภิกษุ
ผู้ทุศีล ผู้ไม่สำรวมแล้วบริโภคก้อนเหล็กแดงดังเปลวไฟ ประเสริฐกว่า การฉันก้อนข้าว
ของชาวรัฐ จะประเสริฐอะไร.
-----------------------------------------
มหาโจรประเภทที่ 1 คือ ภิกษุที่บวชมาเพื่ออยากเป็นใหญ่เป็นโต ยอมทำผิดศีลเพื่อการได้รับสรรเสริญเยินยอ ยกฐานะตน
ย่อมปรารถนาอย่างนี้ว่า เมื่อไรหนอ เราจึงจักเป็นผู้อันภิกษุร้อยหนึ่ง หรือพันหนึ่งแวดล้อมแล้ว เที่ยวจาริกไปในคามนิคมและราชธานี
อันคฤหัสถ์และบรรชิต สักการะ เคารพ นับถือ บูชายำเกรง ได้จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัย เภสัชบริขาร
สมัยต่อมา เธอเป็นผู้อันภิกษุร้อยหนึ่ง หรือพันหนึ่งแวดล้อมแล้ว เที่ยวจาริกไปในคามนิคมและราชธานี อันคฤหัสถ์
และบรรพชิตสักการะ เคารพ นับถือ บูชา ยำเกรงแล้ว ได้จีวร บิณฑบาต เสนาสนะและคิลานปัจจัยเภสัชบริขารทั้งหลาย
ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นมหาโจรจำพวกที่ ๑ มีปรากฏอยู่
อธิบาย ดังนั้นไม่คุ้มกันเลย ที่ไม่มีโอกาศบรรลุมรรคผลนิพพานได้ในปัจจุบันชาติ แต่ต้องทุกข์เผ็ดร้อนทั้งทางกายและใจ ที่มีทิฏฐิติดหลงอยู่ใน ลาภ ยศ สรรเสริญ อันไม่เที่ยง และเมื่อสิ้นชีวิตไป ยังต้องตกนรกทุกข์เผ็ดร้อนยิ่งยวดจนประมาณเวลายาวนานไม่ได้.
เรื่องร้ายแรง 2 ชั้น สำหรับ ผู้ที่เป็นมหาโจรในพุทธศาสนา และปาราชิกแล้วแต่ไม่บอกคืนสิกขา
สมัยอื่นต่อมา ย่อมประสบเรื่องร้ายแรงได้ง่าย จนเป็นทุกข์หนักกระทบลงถึงในจิตอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้ง 3 อย่าง ในปัจจุบันชาติคือ.
1. ถูกความพินาศแห่งญาติกระทบแล้วบ้าง
2. ถูกความวอดวายแห่งโภคะพะพานแล้วบ้าง
3. ถูกความเสื่อมคือโรคเบียดเบียนแล้วบ้าง
หมายเหตุ แต่ไม่ใช่ว่า พระภิกษุที่มีศีลที่ดี มีศีลที่บริสุทธิ์ จะไม่มีโรคภัย ทางกายนะครับ
ดังในพระไตรปิฏก เล่มที่ 1. ส่วนหนึ่ง
-----------------------------------------------------
เรื่องภิกษุวัชชีบุตร
[๒๓] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุวัชชีบุตรชาวพระนครเวสาลีหลายรูป ฉันอาหารพอแก่
ความต้องการ จำวัดพอแก่ความต้องการ สรงน้ำพอแก่ความต้องการ ครั้นแล้วทำในใจ
โดยไม่แยบคาย ไม่บอกคืนสิกขา ไม่ทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง ได้เสพเมถุนธรรม สมัยอื่น
วัชชีบุตรพวกนั้น ถูกความพินาศแห่งญาติกระทบแล้วบ้าง ถูกความวอดวายแห่งโภคะพะพาน
แล้วบ้าง ถูกความเสื่อมคือโรคเบียดเบียนแล้วบ้าง
-------------------------------------------------------
นั้นเป็นทุกข์เผ็ดร้อนในช่วงที่หลอกลวงเป็นพระภิกษุ ทั้งที่ปาราชิกไปแล้ว แต่ไม่บอกคืนลาสิกขา.
ต่อไปเป็นทุกข์เผ็ดร้อนชั้นที่ 2 กับ มหาโจร ในพุทธศาสนา เมื่อสิ้นชีวิตและตายจากภพปัจจุบัน ดังนี้....
----------------------------------------
ภิกษุผู้เลวทรามเหล่านั้น ย่อมเข้าถึงซึ่งนรก เพราะกรรมทั้งหลายที่เลวทราม ภิกษุ
ผู้ทุศีล ผู้ไม่สำรวมแล้วบริโภคก้อนเหล็กแดงดังเปลวไฟ ประเสริฐกว่า การฉันก้อนข้าว
ของชาวรัฐ จะประเสริฐอะไร.
-----------------------------------------
มหาโจรประเภทที่ 1 คือ ภิกษุที่บวชมาเพื่ออยากเป็นใหญ่เป็นโต ยอมทำผิดศีลเพื่อการได้รับสรรเสริญเยินยอ ยกฐานะตน
ย่อมปรารถนาอย่างนี้ว่า เมื่อไรหนอ เราจึงจักเป็นผู้อันภิกษุร้อยหนึ่ง หรือพันหนึ่งแวดล้อมแล้ว เที่ยวจาริกไปในคามนิคมและราชธานี
อันคฤหัสถ์และบรรชิต สักการะ เคารพ นับถือ บูชายำเกรง ได้จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัย เภสัชบริขาร
สมัยต่อมา เธอเป็นผู้อันภิกษุร้อยหนึ่ง หรือพันหนึ่งแวดล้อมแล้ว เที่ยวจาริกไปในคามนิคมและราชธานี อันคฤหัสถ์
และบรรพชิตสักการะ เคารพ นับถือ บูชา ยำเกรงแล้ว ได้จีวร บิณฑบาต เสนาสนะและคิลานปัจจัยเภสัชบริขารทั้งหลาย
ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นมหาโจรจำพวกที่ ๑ มีปรากฏอยู่
อธิบาย ดังนั้นไม่คุ้มกันเลย ที่ไม่มีโอกาศบรรลุมรรคผลนิพพานได้ในปัจจุบันชาติ แต่ต้องทุกข์เผ็ดร้อนทั้งทางกายและใจ ที่มีทิฏฐิติดหลงอยู่ใน ลาภ ยศ สรรเสริญ อันไม่เที่ยง และเมื่อสิ้นชีวิตไป ยังต้องตกนรกทุกข์เผ็ดร้อนยิ่งยวดจนประมาณเวลายาวนานไม่ได้.