ขอเกริ่นก่อนนะครับ ผมเป็นเด็กบ้านนอกคนหนึ่งที่อยู่ห่างจากตัวเมืองไม่มากนัก จ.ที่ผมอยู่เป็น จ.แถวทางภาคอีสานครับ
เป็นเรื่องราวประมาณเมื่อ 10 กว่าปีก่อนครับ สมัยที่ผมยังเป็นเด็กที่ไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวอะไร ก็ตามประสาเด็กนะครับ หาเล่นไปเรื่อยๆ ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไร ทีนี้หมู่บ้านของผมครับ จะมีบ้านอยู่หลังหนึ่งตั้งอยู่นอกๆ หมู่บ้าน เป็นบ้านที่ไม่มีคนอยู่ครับ ลองคิดภาพตามนะครับ บ้านจะเป็นบ้านตั้งอยู่โดดๆ แล้วจะเป็นลานกว้างออกมา 3-4 ไร่ครับ แล้วจะเป็นป่าห้อมล้อม ด้วยที่ว่ามันเป็นลานโล่งกว้างนะครับ ด้วยความที่พวกผมเป็นเด็ก เลยไปเล่นกันที่ลานโล่งนั้น ทีนี้วันนั้นเราเล่นซ่อนหากันครับ ผมคิดยังไงไม่รู้ เข้าไปในบ้านหลังนั้น แว๊บแรกที่ผมเปิดประตูเข้าไปผมก็ต้องตกใจกับภาพภายในบ้านเลยครับ
ภายในบ้าน มีรูปปั้นเจ้าแม่ของทางอินเดียเต็มไปหมดเลยครับ มีทั้งพระพิกขเนตหรือเจ้าแม่ต่างๆ เต็มไปหมด ลองคิดภาพ รูปปั้นเจ้าแม่ในหนังอินเดียครับ คือน่ากลัวมาก หลังจากที่ผมเห็นแบบนั้นผมก็เลยรีบวิ่งออกจากบ้านเลยครับ แต่ผมก็ไม่ได้เล่าให้เพื่อนฟังนะครับ ผมยังออกมาเล่นกับเพื่อนเหมือนเดิม พอตกเย็นผมก็กลับบ้านอาบน้ำนอนตามปกติครับ
ทีนี้เรื่องมันมาเกิดขึ้นราวๆ เที่ยงคืนของวันนั้นครับ อยู่ๆ ผมก็สดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก เหมือนมีคนเรียกครับ ผมเลยวิ่งออกมานอกบ้าน คือสติตอนนั้นผมยังครบสมบูรณ์นะครับยังจำอะไรทุกอย่างได้ชัดแจ๋ว จำได้ว่าพ่อแม่ร้องเรียกแล้วก็พยายามห้ามแต่ก็วิ่งไม่ทันผม ทีนี้พอผมออกมาจากบ้านผมก็เห็นเด็กผู้ชายคนหนึ่งครับ กำลังกวักมือเรียกอยู่ เด็กคนนั้นอยู่ในชุดที่คนอื่นๆ เรียกกันว่ากุมารทองนั่นแหละครับ โจงกระเบน ผมมัดจุก ผมเลยวิ่งตามเด็กคนนั้นไป
หลังจากวิ่งตามไปไม่นานเด็กคนนั้นพาผมมายังบ้านหลังนั้นครับ ที่บ้านหลังนั้นมีผู้หญิงคนหนึ่งที่สวยมากๆ สวยที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาในชีวิตเลยครับ กำลังยืนรออยู่ เธออยู่ในชุดของเจ้าแม่อะไรซักอย่างครับ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน พอไปถึงเธอกับเด็กคนนั้นก็ชวนผมคุยนู่นนี่นั้นว่าชื่ออะไรยังไง หลังจากนั้นพวกเราสามคนก็เล่นซ่อนหากันครับ คือความรู้สึกตอนนั้นของผมคือไม่กลัวนะครับ เหมือนคนละเมอแต่จำอะไรได้ทุกอย่างเลยครับ เหมือนเป็นลอยๆ หลังจากพวกเราเล่นซ่อนหากันซักพัก อยู่ๆ เจ้าแม่ก็พูดขึ้น "พวกมันมาแล้ว" ผมก็ไม่เข้าใจหรอกครับ ว่ามันหมายความว่ายังไง เธอก็ให้เด็กคนนั้นมาส่งผมที่บ้านครับ ระหว่างที่พวกเราวิ่งกลับบ้านก็เหมือนมีเงาอะไรกลุ่มใหญ่ๆ ตามพวกเรามาครับ แต่พอผมถึงบ้านเงากลุ่มนั้นก็หายไป ผมก็กลับมาบ้านแล้วเข้าห้องไปนอนตามปกติครับ
ทีนี้ระหว่างที่ผมนอนอยู่ครับ ก็มีคนมาปลุกผม เป็นป้าผมนั่นเอง ผมก็ตื่นขึ้นมางงๆ แล้วก็เดินลงมาจากบ้าน บ้านผมเป็นบ้านสองชั้นครับ พอลงมาจากบ้านผมก็ต้องตกตะลึก เพราะคนมาชุมนุมกันเยอะมาก แทบจะทั้งหมู่บ้าน หมู่บ้านผมไม่ใหญ่มากครับ มีบ้านแค่ราวๆ 100-200 ครัวเรือน หลังจากที่ฟังป้าเล่านะครับ สรุปได้ว่า หลังจากที่ผมวิ่งหายออกจากบ้านไป พ่อแม่ผมร้อนใจมากเพราะมันเที่ยงคืนแล้ว เลยไปแจ้งผู้ใหญ่บ้านครับ ให้ช่วยกันตามหาผม ทีนี้ผู้ใหญ่บ้านเลยประกาศเสียงตามสาย เรียกคนมาช่วยตามหา แต่หาเท่าไหร่ก็ไม่พบครับ ผ่านไปกว่าสองชั่วโมงก็ไม่มีใครเห็นผมเลย เลยตัดสินใจกันกลับมาดูที่บ้าน ก็เจอผมนอนอยู่ ที่บ้าน
พอรุ่งขึ้นเจ้าของบ้านหลังนั้นก็ให้ผมไปหาครับ แกบอกว่า เจ้าแม่เอ็นดูผมเลยอยากจะปกป้องดูแล อะไรประมาณนี้ หลังจากนั้นเป็นต้นมาผมก็เจอเรื่องแปลกๆ บ่อยครับ แต่ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไร ไม่ว่าจะเป็น มอไซที่ขับมาด้วยความเร็วมากๆ แล้วก็มาล้มต่อหน้าผม คือหัวฟาดพื้นเลือดสาดกระจายเลยครับ ทั้งๆ ที่บนถนนแถวนั้นไม่มีอะไรเลย เขาสรุปกันว่า สดุดก้อนหินแถวนั้นครับ ซึ่งก้อนเล็กมาก หรือจะเป็นตอนบวชเณร ผมได้นอนที่ศาลาพักศพข้างๆ เมรุครับ กลางดึกผมปวดฉี่ ตื่นมาเจอ คนหัวขาดนั่งอยู่หน้าเมรุ แล้วก็เห็นเรื่อยมา จนถึงมหาลัย แต่ทุกครั้งที่เห็น ไม่มีครั้งไหนที่เข้ามาทำร้ายผมเลยครับ แม้ผมจะเรียนสายวิศวะ แต่คือผมก็ยังเชื่อเรื่องพวกนี้นะครับ เพราะผมเคยเจอมากับตัวเอง
เล่นซ่อนหา
เป็นเรื่องราวประมาณเมื่อ 10 กว่าปีก่อนครับ สมัยที่ผมยังเป็นเด็กที่ไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวอะไร ก็ตามประสาเด็กนะครับ หาเล่นไปเรื่อยๆ ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไร ทีนี้หมู่บ้านของผมครับ จะมีบ้านอยู่หลังหนึ่งตั้งอยู่นอกๆ หมู่บ้าน เป็นบ้านที่ไม่มีคนอยู่ครับ ลองคิดภาพตามนะครับ บ้านจะเป็นบ้านตั้งอยู่โดดๆ แล้วจะเป็นลานกว้างออกมา 3-4 ไร่ครับ แล้วจะเป็นป่าห้อมล้อม ด้วยที่ว่ามันเป็นลานโล่งกว้างนะครับ ด้วยความที่พวกผมเป็นเด็ก เลยไปเล่นกันที่ลานโล่งนั้น ทีนี้วันนั้นเราเล่นซ่อนหากันครับ ผมคิดยังไงไม่รู้ เข้าไปในบ้านหลังนั้น แว๊บแรกที่ผมเปิดประตูเข้าไปผมก็ต้องตกใจกับภาพภายในบ้านเลยครับ
ภายในบ้าน มีรูปปั้นเจ้าแม่ของทางอินเดียเต็มไปหมดเลยครับ มีทั้งพระพิกขเนตหรือเจ้าแม่ต่างๆ เต็มไปหมด ลองคิดภาพ รูปปั้นเจ้าแม่ในหนังอินเดียครับ คือน่ากลัวมาก หลังจากที่ผมเห็นแบบนั้นผมก็เลยรีบวิ่งออกจากบ้านเลยครับ แต่ผมก็ไม่ได้เล่าให้เพื่อนฟังนะครับ ผมยังออกมาเล่นกับเพื่อนเหมือนเดิม พอตกเย็นผมก็กลับบ้านอาบน้ำนอนตามปกติครับ
ทีนี้เรื่องมันมาเกิดขึ้นราวๆ เที่ยงคืนของวันนั้นครับ อยู่ๆ ผมก็สดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก เหมือนมีคนเรียกครับ ผมเลยวิ่งออกมานอกบ้าน คือสติตอนนั้นผมยังครบสมบูรณ์นะครับยังจำอะไรทุกอย่างได้ชัดแจ๋ว จำได้ว่าพ่อแม่ร้องเรียกแล้วก็พยายามห้ามแต่ก็วิ่งไม่ทันผม ทีนี้พอผมออกมาจากบ้านผมก็เห็นเด็กผู้ชายคนหนึ่งครับ กำลังกวักมือเรียกอยู่ เด็กคนนั้นอยู่ในชุดที่คนอื่นๆ เรียกกันว่ากุมารทองนั่นแหละครับ โจงกระเบน ผมมัดจุก ผมเลยวิ่งตามเด็กคนนั้นไป
หลังจากวิ่งตามไปไม่นานเด็กคนนั้นพาผมมายังบ้านหลังนั้นครับ ที่บ้านหลังนั้นมีผู้หญิงคนหนึ่งที่สวยมากๆ สวยที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาในชีวิตเลยครับ กำลังยืนรออยู่ เธออยู่ในชุดของเจ้าแม่อะไรซักอย่างครับ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน พอไปถึงเธอกับเด็กคนนั้นก็ชวนผมคุยนู่นนี่นั้นว่าชื่ออะไรยังไง หลังจากนั้นพวกเราสามคนก็เล่นซ่อนหากันครับ คือความรู้สึกตอนนั้นของผมคือไม่กลัวนะครับ เหมือนคนละเมอแต่จำอะไรได้ทุกอย่างเลยครับ เหมือนเป็นลอยๆ หลังจากพวกเราเล่นซ่อนหากันซักพัก อยู่ๆ เจ้าแม่ก็พูดขึ้น "พวกมันมาแล้ว" ผมก็ไม่เข้าใจหรอกครับ ว่ามันหมายความว่ายังไง เธอก็ให้เด็กคนนั้นมาส่งผมที่บ้านครับ ระหว่างที่พวกเราวิ่งกลับบ้านก็เหมือนมีเงาอะไรกลุ่มใหญ่ๆ ตามพวกเรามาครับ แต่พอผมถึงบ้านเงากลุ่มนั้นก็หายไป ผมก็กลับมาบ้านแล้วเข้าห้องไปนอนตามปกติครับ
ทีนี้ระหว่างที่ผมนอนอยู่ครับ ก็มีคนมาปลุกผม เป็นป้าผมนั่นเอง ผมก็ตื่นขึ้นมางงๆ แล้วก็เดินลงมาจากบ้าน บ้านผมเป็นบ้านสองชั้นครับ พอลงมาจากบ้านผมก็ต้องตกตะลึก เพราะคนมาชุมนุมกันเยอะมาก แทบจะทั้งหมู่บ้าน หมู่บ้านผมไม่ใหญ่มากครับ มีบ้านแค่ราวๆ 100-200 ครัวเรือน หลังจากที่ฟังป้าเล่านะครับ สรุปได้ว่า หลังจากที่ผมวิ่งหายออกจากบ้านไป พ่อแม่ผมร้อนใจมากเพราะมันเที่ยงคืนแล้ว เลยไปแจ้งผู้ใหญ่บ้านครับ ให้ช่วยกันตามหาผม ทีนี้ผู้ใหญ่บ้านเลยประกาศเสียงตามสาย เรียกคนมาช่วยตามหา แต่หาเท่าไหร่ก็ไม่พบครับ ผ่านไปกว่าสองชั่วโมงก็ไม่มีใครเห็นผมเลย เลยตัดสินใจกันกลับมาดูที่บ้าน ก็เจอผมนอนอยู่ ที่บ้าน
พอรุ่งขึ้นเจ้าของบ้านหลังนั้นก็ให้ผมไปหาครับ แกบอกว่า เจ้าแม่เอ็นดูผมเลยอยากจะปกป้องดูแล อะไรประมาณนี้ หลังจากนั้นเป็นต้นมาผมก็เจอเรื่องแปลกๆ บ่อยครับ แต่ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไร ไม่ว่าจะเป็น มอไซที่ขับมาด้วยความเร็วมากๆ แล้วก็มาล้มต่อหน้าผม คือหัวฟาดพื้นเลือดสาดกระจายเลยครับ ทั้งๆ ที่บนถนนแถวนั้นไม่มีอะไรเลย เขาสรุปกันว่า สดุดก้อนหินแถวนั้นครับ ซึ่งก้อนเล็กมาก หรือจะเป็นตอนบวชเณร ผมได้นอนที่ศาลาพักศพข้างๆ เมรุครับ กลางดึกผมปวดฉี่ ตื่นมาเจอ คนหัวขาดนั่งอยู่หน้าเมรุ แล้วก็เห็นเรื่อยมา จนถึงมหาลัย แต่ทุกครั้งที่เห็น ไม่มีครั้งไหนที่เข้ามาทำร้ายผมเลยครับ แม้ผมจะเรียนสายวิศวะ แต่คือผมก็ยังเชื่อเรื่องพวกนี้นะครับ เพราะผมเคยเจอมากับตัวเอง