ใครเคยทะเลาะกับแม่บ่อย จนย้ายออกมายู่หอบ้างค่ะ

กระทู้สนทนา
สวัสดีค่ะ ครั้งนี้พึ่งเป็นครั้งแรกในการตั้งกระทู้ ถูกผิดอย่างไร ขออภัยไว้ล่วงหน้าด้วยน่ะค่ะ
เริ่มเรื่องกันเลย ที่บ้านมีพี่น้องกัน 3 คน พี่สาว ดิฉัน น้องชาย เราเคยอยู่บ้านหลังเดียวกันพร้อมหน้าพร้อมตา พื้นฐานเดิม เราโตมาด้วยเสียงโวยวายของแม่ ที่จะทะเลาะกับพ่อ กับพี่สาวบ่อยๆ ตอนเด็กๆเราเคยถามป้าข้างบ้าน ทำไมแม่ไม่เห็นว่าเราบ้างเลย ป้าตอบกลับมาว่ารอเจ้าโตก่อนเถอะ
เมื่อโตขึ้น ถึงรับรู้ว่ามันเป็นเช่นไร ตอนเด็กๆ ในยุค ประถม แม่จะให้คัดไทยทุกเย็นที่แม่ว่าง การคัดไทยของแม่ต้องเป๊ะทุกตัว ถ้าไม่เป๊ะก็จะโดนไม้เรียวบ้าง มือแม่เองบ้าง วันไหนแม่ไม่ว่างก็จะได้ออกไปเล่นกับเพื่อนๆแถวบ้าน แต่ถ้ากลับเข้าบ้านเกิน 6 โมงเย็นก็เตรียมตัวเตรียมใจไว้ได้เลย คนแถวบ้านจะได้ยินเสียงแม่บ่นคนในบ้านเป็นประจำ รวมถึงเพื่อนๆของเราด้วย จึงทำให้ไม่ค่อยมีใครกล้ามาตามเราออกไปเล่น
เมื่อวัยประถมผ่านไปก็เข้าสู่วัยมัธยม พี่สาวคนโตได้แต่งงานและย้ายออกไปอยู่บ้านแฟน ช่วงนี้แม่ค่อนข้างเครียด เพราะแม่บ่นพ่อ จนพ่อขอกลับไปตั้งหลักที่บ้านเกิด พ่อจะโดนแม่เกือบทุกวัน จะกลายเป็นคนไม่ค่อยพูดจากับใครไปเลย บวกกับพ่อตกงานด้วย หลังจากพ่อไป แม่ก็รับผิดชอบที่บ้านคนเดียว บางทีพี่สาวมีก็หยิบยื่นมาให้ พี่สาวไม่อยู่กลายเป็นเราที่ต้องทำหน้าที่แทนพี่สาว คือออกไปซื้อกับข้าวกลับมาทำทุกวัน แม่จะทิ้งเงินไว้ให้ โดยทั้งงานบ้านและกับข้าวต้องทำให้เสร็จก่อนแม่เลิกงานกลับมาคือ 2 ทุ่ม ไม่งั้นเกิดเรื่องแน่ๆ เวลาเช้าตื่นขึ้นมาในวันหยุดก็ต้องทำงานบ้านให้เสร็จก่อนจะไปทำเรื่องส่วนตัว งานบ้านก็มี เก็บ กวาด เช็ด ถู ซักผ้า รีดผ้า ส่วนน้องชาย ก็เล่นตามประสาเด็ก เพราะอายุห่างกันเกือบ 10 ปีทำแบบนี้ทุกวัน มีโดนบ่นบ้างไม่โดนบ้าง สลับกันไป บางวันทำถูกใจก็รอดตัว ช่วงปิดเทอมก็ต้องออกไปหางานทำ แม่ถึงขั้นบอกว่าถ้าไม่ได้งานไม่ต้องกลับมาบ้าน เราหาไม่ได้ นั่งบ้านเพื่อนข้างบ้านจนดึก เลยกลับเข้าบ้าน ก็ไม่วายโดนบ่นตามเคย แม่เลยพาไปทำกับแม่แทน
จนเข้าระดับ ปวช - ปริญญาตรี แม่ทำงานส่งเรียนบวกกับกู้ กยศ. สาหัสเอาการอยู่กว่าจะจบ ช่วงเรียน ปวช ก็มีพี่สาวช่วยส่งด้วย แต่บางทีแม่ไม่มีให้ก็จะใช้วิธีโมโหใส่เวลาเข้าไปขอเงิน บ่นเรื่องนั้นเรื่องนี้ บางวันเราพอมีเงิรเหลือจากวันก่อนก็เอาไปเป็นค่ารถไป ค่าข้าวเพื่อนๆเห็นใจจะออกให้ประจำ ตอนนั้นก็น้อยใจแม่น่ะ เราไม่ได้ขอเงินมาทำอะไรเสียหายเราขอเงินมาเรียนวันล่ะ 50 บาทเอง จนเข้าจบ ปวส. แล้วต่อมหาลัยต้องทำโปรเจ็คจบ ซึ่งต้องใช้เงินเยอะ เราจึงหางานทำ ไปได้ทำที่โรงหนัง ทำให้มีรายได้เลี้ยงตัวเองและมีเงินจ่ายค่าทำโปรเจ็คจบไม่ต้องเป็นภาระแม่ รู้สึกดีขึ้นแม่ก็บ่นเราน้อยลง แต่แค่น้อยลงไม่ใช่ไม่บ่นเลย ทุกครั้งที่บ่นแม่จะพูดหยาบคายเหมือนหาคำมาพูดให้รู้สึกเจ็บให้มากที่สุด
จนปัจจุบันที่เริ่มรุนแรงเมื่อเราโตจนอายุ 29 ปี หลังจากทำงานก็ช่วยแบ่งเบาภาระที่บ้านมาตลออด พอมีรายได้ที่ช่วยได้มากก็ตอนอายุ 27 ของใช้เราหาซื้อเข้าบ้านเองหมด โทรทัศน์ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ไมโครเวฟ รวมถึงของใช้ทั่วไป กับข้าวก็ทำเหมือนเดิมหมดค่ากับข้าววันล่ะ สองร้อย รายได้เดือนล่ะ 16,000 บาท ค่าผ่อนเครื่องใช้ไฟฟ้า ค่ากับข้าว ค่าจิปาถะในบ้าน เราจ่ายเอง มีบ้างที่แม่ก็ไปจ่ายตลาดเองมีของใช้ในบ้านติดมือกลับมาพวกเครื่องครัวของที่ใช้แล้วหมดไป ก็ช่วยๆกันมาจนชีวิตเราเริ่มดีขึ้น อ่อลืมบอกว่า พ่อกลับมาอยู่ด้วย ก่อนที่เราจะจบปริญญาส่วนพี่สาวก็เหมือนเดิมอยู่กับสามีพร้อมลูกๆอีก 2 คน น้องชายโตมาเกเรไม่เรียน ทำงานบ้าง ออกจากงานบ้าง ขอเงินแม่ใช้ไปวันๆ แม่เราไม่ได้เป็นคนมีรายได้เยอะ เดือนนึงรับประมาณ 9,000-10,000 บาท พอเรามีแฟน แม่ก็สนับสนุนบอกให้ลองคุยดู ไม่ใช่ก็เลิกคุย
จนเรื่องมันเกิดตอนลุงออกเงินซื้อที่ดินให้ ซึ่งก้อนหน้านี้แม่บอกว่าให้เอาที่ไว้เพราะลุงบอกว่าให้ผ่อนเอาเท่าที่มี แต่แล้วลุงให้หาเงินก่อนมาจ่ายก่อน ที่เหลือก็ผ่อนให้ มีเท่าไหร่ก็ผ่อน ซึ่งลุงซื้อให้หลานทั้งหมด 2 คน หลานอีกคนพ่อเค้าพอมีเงินเก็บเลยหาเงินก้อนจ่ายได้ บ้านเราไใมีเงินเก็บ มีก็แค่ 3-4 หมื่นบาทซึ่งเป็นเงินเก็บของแม่ เราเลยไม่อยากเอามาใช้ อย่างให้แม่ไว้ใช้ตอนแก่เลยปรึกษากับแฟนจะเอาไงดี จะหาเงินจากตรงไหน เลยตัดสินใจว่าจะไปกู้ธนาคาร คือกู้ซื้อที่ดินพร้อทปลูกสร้าง ได้ค่าที่มาเท่าไหร่ก็ให้ลุง ที่เหลือก็จะผ่อนให้เป็นรายเดือน โดยใช้ชื่อแฟนเรากู้ซื้อที่จากเรา(ลุงได้โอนที่เป็นชื่อเราเลย)ส่วนเงินปลูกบ้านก็คุยกับผู้รับเหมาโดยได้ทำสัญญาเผื่อเงินไว้ให้เหลือ เพื่อที่จะเอาไว้แต่งสัก 5 หมื่น เอามารวมกับเงินเก็บก็จะได้แต่งพร้อมขึ้นบ้านใหม่เลย แต่แล้วสิ่งที่คิดไว้ก็พังลง แม่บอกไม่ให้ปลูกบ้าน ถ้าจะแต่งก็ต้องแค่งที่บ้านเท่านั้น ถ้าแต่งที่อื่นแม่ไม่ไป เราก็พยายามอธิบายว่าเราลงทุนค่าเขียนแบบบ้านไปแล้วน่ะ เสียเงินมัดจำไปแล้ว แม่ก็ไม่ฟัง แล้วเอาเรื่องนั้นเรื่องนี้มาบ่นเต็มไปหมด บ่นหาว่าเราไม่เคยรับผิดชอบอะไรในบ้านเลย ทั้งที่เราทำมาตลอด เอาพี่เอาน้องมาเปรียบว่าดีกว่าเราอย่างงั้นอย่างงี้ ทั้งที่พี่ก็ไม่ค่อยส่งให้ที่บ้านด้วยภาระลูก 2 คน แถมมาขอเงินจากแม่ น้องชายก็เอาแต่ขี่รถตะลอนนอกบ้าน กละบมาขอเงินพ่อบ้างแม่บ้าง แม่บ่นเรา 3 วัน 3 คืน ด้วยคำพูดเจ็บๆและหยาบคาย หาว่าเราเอาตัวรอดไปปลูกบ้านเพื่อเป็นเรือนหออยู่กัน 2 คน ซึ่งเอาก็อธิบายว่าเราเงินเดือนแค่นี้ปลูกบ้านแค่นี้เพราะต้องมาผ่นที่ลุงอีก เดี๋ยวจะไม่ไหว หมดที่เราจะต่อเติมชั้น 2 ให้ แม่ก็ไม่ฟังอะไรเราเอาแต่บ่นๆ อย่างเดียว ด้วยความที่เราน้อยใจมาก เราเลยตัดสินใจย้ายออกมาอยู่หอกับแฟน แม่เราก็โทรมาด่า บางวันก็โทรมาคุยดี บางวันก็โทรมาด่าเราอีก เรสสติจะแตกตอนนั้น ห่วงก็ห่วงแต่เราเสียความรู้สึกมากกับสิ่งที่แม่ทำ ลุงก็โทรมาบอกให้เราเอาโฉนดไปคืนลุง เพราะแม่ไปบอกลุงว่าเราจะโอนที่ให้แฟน เราก็เอาไปคืน และหยุดติดต่อกับแม่สักพัก จนพ่อเราป่วย พี่สาวบอกให้เข้าไปดูแลพ่อด้วย เราก็เข้าไปดูแล วันดีคืนดีแม่เรสเอาอีกแล้วขุดเรื่องเก่าๆขึ้นมาบ่นอีก บ่นเรื่องปล๔กบ้านอีก หาว่าเห็นแก่ตัว ทิ้งพ่อทิ้งแม่ เราก็อธิบายอีกว่า หนูก็ต้องมีครอบครัวต้องสร้างครอบครัวตัวเองเหมือนกัน แม่ก็ไม่ฟัง บ่นอย่างเดียว เราก็เถียงแม่ด้วยความโมโห และก็กลับมาหอเลย กลับมาเสียใจอีกรอบ พี่สาวเป็นคนกลางที่พยายามปลอบและให้มาคืนดีกัน ทุกครั้งที่เข้าไปบ้าน ต้องมีสักครั้งนึงที่แม่ต้องด่าตามตูดออกมา ด้วยเรื่องเดิมๆ วนแต่เรื่องเดิมๆ ซึ่งบางทีเราพร้อมจะลืมและเริ่มใหม่ จนเราบอกแม่ว่าเราจะออกรถ พ่อจะได้มีรถไปโรงพยาบาล แต่จะให้แฟนเราช่วยผ่อนด้วยแม่ก็ว่าเราว่าเอาเรื่องพาพ่อไปโรงพยาบาลมาอ้างเพราะหาว่าเราไม่อยากแต่งงานเพราะผ่อนรถก็จะไม่มีเงินไว้แต่งงานแล้วก็วนกลับมาเรื่องบ้านอีกเช่นเคย แต่ครั้งนี้เราจะไม่ยกเลิกสิ่งที่คิดไว้เพราะพ่อก็อ่อนแอลงทุกวันจะเดินไม่ค่อยได้ 3 วันดี 4 วันไข้ เรื่องแต่งงานเราดูเรื่องเล็กไปเลยเมื่อเทียบกับชีวิตพ่อ เพราะเวลาไปบ้างทีอาการพ่อกำเริบดึกๆ ก็ต้องตื่นพาไปหาหมอ ถ้ากลับดึกๆ โรงพยาบาลไม่ค่อยมีรถ เพราะเป็นโรงพยาบาลในตัวเมืองกระทุ่มแบน ที่ต้องเข้าซอยไปหารถแท็กซี่ยาก จนทุกวันนี้เราก็ยังไม่พร้อมจะกลับไปอยู่บ้าน เพราะยังโดนแม่โทรมาบ่นด้วยเรื่องเดิมๆ จนเราคิดว่าแม่เราเป็นโรคซึมเศร้าไปแล้ว เรารู้ว่าเราทำไม่ถูกที่เราหนีออกมา แต่ในจุดนั้นเราอยู่ไม่ไหวจริงๆ ทำงานเครียด กลับมาโดนแม่บ่นอีก เวลาส่วนตัวแทบไม่มีเลย เวลาหลังจากนี้เราควรทำอย่างไรต่อไปดี เราก็ไม่อยากทะเลาะกับแม่แบบนี้ตลอดไป
ปล. ขอบคุณทุกคนที่ทนอ่านน่ะค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่