ข้อมูลเบื้องต้น : สวนโมบาระ ตั้งอยู่ที่ในจังหวัดชิบะ สวนนี้มีจุดเด่นอยู่ที่ศาลากลางน้ำ ที่เรียกว่า Bentendou เชื่อกันว่า Benten 弁天 เป็นสัญลักษณ์ของเทพธิดาแห่งความมั่งคั่ง ความสุข ปัญญาและดนตรี (ข้อมูลจาก
http://th.japantravel.com/chiba) ตัวศาลาเชื่อมด้วย สะพานสีแดง รวมถึงต้นซากุระจำนวนกว่า 2850 ต้น ที่รายล้อมอยู่รอบสระน้ำ และภายในสวน ช่วยสร้างทัศนียภาพให้สวนนี้มีความโดดเด่นมาก
ช่วงเวลาที่ควรไป: อาทิตย์แรกของเดือนเมษายน (จขกท ไปวันที่ 10 เมษายน 2016 ซากุระเริ่มร่วงแล้ว แอบเสียดายนิดหน่อย)
การเดินทาง: เริ่มจากโตเกียวแล้วกันนะ คิดว่าหลายๆคนที่มาเที่ยวญี่ปุ่น คงรู้จัก เวปไซต์ www.hyperdia.com เป็นอย่างดี เพราะเป็นตัวช่วยค้นหาเส้นทาง
รถไฟในญี่ปุ่น ใช้งานง่าย เพียงแค่ใส่สถานีต้นทาง สภานีปลายทาง วันและเวลาเดินทาง และประเภทรถที่จะไป เช่น shinkansen, JR, express, etc. แล้วมันจะคำนวณสายรถ เวลา ราคา ให้เลย

ตัวอย่างการใช้งานเวปไซต์ www.hyperdia.com

จะมีหลายเส้นทางให้เลือก สวนเวลาที่รถมา 98% จะไม่พลาดนะคะ จขกท เลือก route1 เพราะถูกดี ใช้เวลาประมาณ 77 นาทีถึง ก็นั่งดูวิวเพลินไป ไม่นานก็ถึง อย่าตกใจไปนะคะถ้าวิวสองข้างทางจะดูห่างไกลความเจริญ มาถูกแน่นอนคะ
เสร็จแล้วก็ลงรถที่สถานี โมบาระ มีทางออกเดียว ไม่ต้องกลัวหลงเหมือนสถานีโตเกียว เดินออกมาแถว travel office ก็จะเจอวิวแบบนี้นะคะ
การเดินทางไปสวน น่าจะมีสามวิธี
หนึ่ง การเดินทางโดยบัส (ไม่ได้ไปเองนะคะ แต่พอจะมีประสบการการใช้บัสอยู่บ้าง) ตามคำแนะนำของเวปนี้
http://www.tiewyeepoon.com/hot-topics/recommend/chiba-website/ ลงที่ป้าย โซเง็นจิ แต่ไม่รู้ขึ้นสายไหนนะคะ แนะนำว่าให้ถามเจ้าหน้าที่แถวนั้นคะ แต่สำหรับคนที่ไม่มีพื้นฐานภาษาญี่ปุ่นอาจจะยากนิสนึงนะคะ ต้องรอฟังเค้าประกาศดีๆคะ ว่าถึงป้ายที่เราจะลงแล้วยัง ตั้งใจฟังหลังจากเค้าประกาศว่า "ซุงีว่ะ..." ให้ดีคะ เพราะมันคือชื่อป้าย ถ้าได้ยินเค้าประกาศก็กดกริ่งเรยคะ
สอง การเดินทางโดยเท็กซี่ (ไม่ได้ไปเองอีกแล้ว) เดินไปที่รถเท็กซี่ที่จอดอยู่ที่รอรับผู้โดยสาร เข้าไปนั่งอย่างมั่นใจ แล้วบอกคนขับว่า "โมบาระ โกเอ็น" ได้เลยคะ เท็กซี่ญี่ปุ่นไปทุกที่คะ ดูจากระยะทาง ค่าโดยสารน่าจะประมาณ 1000 เยน พอขึ้นรถไม่ต้องปิดประตูนะคะ มันมีระบบปิดเอง (นอกจากว่ารถเก่ามาก คนขับบอกให้ปิด ก็ค่อยปิดให้เค้านะคะ)
สาม เดินไป จขกท เลือกวิธีนี้ เพราะอยากเดินสำรวจเมืองด้วย ชอบเก็บเกี่ยวบรรยากาศริมทาง แวะชิมนั้น นู้น นี้ ไปเรื่อย และไม่ผิดหวังเพราะตลอดทางที่เดินไปมีร้านกาแฟหลายร้านเลย (แต่ลืมถ่ายรูป)
เริ่มการเดินทางไปสวนของเรากันเลย พอออกมานอกสถานีทางขวามือจะมีเซเว่น เดินไปทางนั้นเลยคะ

ผ่านเซเว่น เลี้ยวขวา แล้วก็เดินตรงไปเลยคะ ถ้าใครอยากไปนั่งปิกนิคใต้ต้นซากุระ ตามแบบคนญี่ปุ่นที่ไป Hanami (เทศกาลปิคนิคใต้นต้นซากุระ)
กันที่สวน จะซื้อเบนโตะที่เซเว่น หรือไปซื้อเอาข้างหน้าก็ได้นะคะ เดินไปจะมี แฟมิลี่มาท ร้านราเมน แมคโดนอล เคเอฟซี ดังกิ้นโดนัส และร้านอาหารมากมายแถวสวนคะ และถ้ามาตรงช่วง
1 เมษาจนถึง 15 เมษาจะมีงานเทศกาลในสวนคะ (ภาพบรรยากาศด้านล่าง) มีของกินมากมาย เช่น ทาโกยากิ ยากิโซบะ หมึกย่าง แต่รสชาติขอไม่พูดถึงนะคะ ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศงานเทศกาลญี่ปุ่นก็น่าลองคะ
ไปไม่ถึงสักที มัวนอกเรื่องอยู่เรื่อง ถ้ามีอินเตอร์เน็ตก็ง่ายเลยคะ เปิด map เลย

หมุดแดงคือ สถานี หมุดเขียวคือสวนคะ ใช้เวลาดินแบบไม่รีบประมาณ 30 นาทีคะ ไม่ต้องเลี้ยงไหนเลย เดินตรงมาเรื่อย มาดูวิวกันดีกว่า

เมืองเค้าเงียบจริงๆคะ เห็นป้ายเขียวๆด้านบนใช่มั๊ยคะ ถ้าเจอก็แสดงว่ายังมาถูกทางนะคะ

ร้านราเมนร้านแรกค่ะ

เดินมาไม่นานจะเจอแม่น้ำขนาบด้วยต้นซากุระ เจอแค่นี้ก็ฟินแล้วคะ แต่เรายังคงเดินต่อไป ใกล้ถึงแล้ว เดินชมบ้านชาวญี่ปุ่นเพลินๆ เค้าจัดสวนหน้าบ้านกันน่ารักดี

เห็นซากุระ นั้นมั๊ยคะ นั้นคือสวนโมบาระ เป้าหมายของเรา และที่สี่แยกนี้นะคะ จะมีร้านอาหารมากมาย เดินเลี้ยวซ้ายจะมีร้านราเมนน่าสนใจสองร้าน (แต่ไม่ได้แวะกินนะคะ เอารูปหน้าร้านมาฝากเฉยๆ)

แต่เราเตรียมเบนโตะมานั่งกินใต้นต้นซากุระคะ เลยไม่ได้เข้าสักร้าน เพราะไม่เคยมากลัวหาอะไรกินไม่ได้เลยเตรียมมาก่อน เสียดายจัง

พอมาถึงหน้าสวนก็หิวแล้ว ขอจัดเบนโตะก่อนเลย
พอกินอิ่มเราก็เริ่มสำรวจสวนกันเลย

บรรกากาศดี สไตล์ญี่ปุ่น เดินไป ลมฟัด กรีบซากุระร่วงใส่ ฟินเบาๆคะ

เดินมาไม่นานก็จะเห็นสะพานสีแดง และศาลากลางน้ำแล้วคะ แอบเสียดายซากุระร่วงไปเยอะ

ถ้ามาตรงงานเทศกาลอย่างที่บอก ก็จะเจอความคลื้นเครงอย่างที่เห็นค่ะ มีซุ้มอาหาร คอนเสิร์ตขนาดเล็ก โชว์ต่างๆบนเวที และก็เห็นคนญี่ปุ่นมานั่งปิกนิค และทำกิจกรรมเช่นเล่นเกมส์ ตีแบต สนุกดีคะ
.......ต่อมาเข้าเรื่องตามรอยละครรอยฝันตะวันเดือดกันบ้าง (แรงจูงใจหลักที่ทำให้ดั้นด้นมาถึงที่นี้).........
ถ้าเป็นแฟนละครเรื่องนี้คงจำได้ ฉากเปิดตัว ep.1 ในตอนที่ริวฝันถึงมายูมิ มายูมิในชุดกิโมโนสีส้มเดินถือร่มแดง อย่างเอียงอาย เข้ามาหาริวที่เดินมาจากอีกฝั่งของสะพาน แล้วมาเจอกันกลางสะพาน ใช่แล้วคะ มันคือสะพานอันนี้
กลัวไม่เชื่อ เรามีภาพอ้างอิงด้วยคะ เดินหามุมอยู่นานจนมั่นใจแล้วว่ามาจากฝั่งนี้ (ข้อมูลจาก
http://news.tlcthai.com/entertainment/354982.html)
อีกฉาก

มายูมิจะยืนไหวพระอยู่หน้าศาลานั้น ริววางร่มลง และแอบถ่ายรูปมายูมิ

ริวคงแอบยืนอยู่แถวนี้ (ดูน้องเต่าสิคะ ที่ขอนไม้ น่ารักดี) โคมแดงๆที่เห็นในละครจะประดับอยู่ตามทางเดินคะ
แอบไปยืนไหวที่เดียวกับมายูมิด้วย ไม่รู้ริวจะแอบถ่ายรูปอยู่ตรงไหนหรือเปล่า (มโนไปไกลมาก) บรรยากาศตามทางเดินในสวนก็ทำให้ย้อยนึกถึงริวที่แอบเดินตามมายูมิคะ สรุฟ ฟินมากสำหรับติ่งละครอย่าง จขกท
ดื่มด่ำความสวยงามของสวน และบรรยากาศของงานเทศกาลสไตล์เจเปนจนอิ่มหนำ แล้วเราก็เดินทางกลับไปโตเกียว จริงๆชิบะมีที่เที่ยวอีกเยอะนะคะที่น่าสนใจ แต่เรามีเป้าหมายแค่นี้คะ ถ้ามีโอกาศได้ไปที่อื่นอีกจะมาเล่าให้ฟังใหม่นะคะ
ขอจบการรีวิวเพียงเท่านี้ ขอบคุณท่านผู้อ่านทุกคนที่อ่านจนจบนะคะ
สวนโมบาระ ตามรอยริว และมายูมิ แห่งตระกูลโอนิซึกะ (รอยฝันตะวันเดือน)
ช่วงเวลาที่ควรไป: อาทิตย์แรกของเดือนเมษายน (จขกท ไปวันที่ 10 เมษายน 2016 ซากุระเริ่มร่วงแล้ว แอบเสียดายนิดหน่อย)
การเดินทาง: เริ่มจากโตเกียวแล้วกันนะ คิดว่าหลายๆคนที่มาเที่ยวญี่ปุ่น คงรู้จัก เวปไซต์ www.hyperdia.com เป็นอย่างดี เพราะเป็นตัวช่วยค้นหาเส้นทาง
รถไฟในญี่ปุ่น ใช้งานง่าย เพียงแค่ใส่สถานีต้นทาง สภานีปลายทาง วันและเวลาเดินทาง และประเภทรถที่จะไป เช่น shinkansen, JR, express, etc. แล้วมันจะคำนวณสายรถ เวลา ราคา ให้เลย
ตัวอย่างการใช้งานเวปไซต์ www.hyperdia.com
จะมีหลายเส้นทางให้เลือก สวนเวลาที่รถมา 98% จะไม่พลาดนะคะ จขกท เลือก route1 เพราะถูกดี ใช้เวลาประมาณ 77 นาทีถึง ก็นั่งดูวิวเพลินไป ไม่นานก็ถึง อย่าตกใจไปนะคะถ้าวิวสองข้างทางจะดูห่างไกลความเจริญ มาถูกแน่นอนคะ
เสร็จแล้วก็ลงรถที่สถานี โมบาระ มีทางออกเดียว ไม่ต้องกลัวหลงเหมือนสถานีโตเกียว เดินออกมาแถว travel office ก็จะเจอวิวแบบนี้นะคะ
การเดินทางไปสวน น่าจะมีสามวิธี
หนึ่ง การเดินทางโดยบัส (ไม่ได้ไปเองนะคะ แต่พอจะมีประสบการการใช้บัสอยู่บ้าง) ตามคำแนะนำของเวปนี้ http://www.tiewyeepoon.com/hot-topics/recommend/chiba-website/ ลงที่ป้าย โซเง็นจิ แต่ไม่รู้ขึ้นสายไหนนะคะ แนะนำว่าให้ถามเจ้าหน้าที่แถวนั้นคะ แต่สำหรับคนที่ไม่มีพื้นฐานภาษาญี่ปุ่นอาจจะยากนิสนึงนะคะ ต้องรอฟังเค้าประกาศดีๆคะ ว่าถึงป้ายที่เราจะลงแล้วยัง ตั้งใจฟังหลังจากเค้าประกาศว่า "ซุงีว่ะ..." ให้ดีคะ เพราะมันคือชื่อป้าย ถ้าได้ยินเค้าประกาศก็กดกริ่งเรยคะ
สอง การเดินทางโดยเท็กซี่ (ไม่ได้ไปเองอีกแล้ว) เดินไปที่รถเท็กซี่ที่จอดอยู่ที่รอรับผู้โดยสาร เข้าไปนั่งอย่างมั่นใจ แล้วบอกคนขับว่า "โมบาระ โกเอ็น" ได้เลยคะ เท็กซี่ญี่ปุ่นไปทุกที่คะ ดูจากระยะทาง ค่าโดยสารน่าจะประมาณ 1000 เยน พอขึ้นรถไม่ต้องปิดประตูนะคะ มันมีระบบปิดเอง (นอกจากว่ารถเก่ามาก คนขับบอกให้ปิด ก็ค่อยปิดให้เค้านะคะ)
สาม เดินไป จขกท เลือกวิธีนี้ เพราะอยากเดินสำรวจเมืองด้วย ชอบเก็บเกี่ยวบรรยากาศริมทาง แวะชิมนั้น นู้น นี้ ไปเรื่อย และไม่ผิดหวังเพราะตลอดทางที่เดินไปมีร้านกาแฟหลายร้านเลย (แต่ลืมถ่ายรูป)
เริ่มการเดินทางไปสวนของเรากันเลย พอออกมานอกสถานีทางขวามือจะมีเซเว่น เดินไปทางนั้นเลยคะ
ผ่านเซเว่น เลี้ยวขวา แล้วก็เดินตรงไปเลยคะ ถ้าใครอยากไปนั่งปิกนิคใต้ต้นซากุระ ตามแบบคนญี่ปุ่นที่ไป Hanami (เทศกาลปิคนิคใต้นต้นซากุระ)
กันที่สวน จะซื้อเบนโตะที่เซเว่น หรือไปซื้อเอาข้างหน้าก็ได้นะคะ เดินไปจะมี แฟมิลี่มาท ร้านราเมน แมคโดนอล เคเอฟซี ดังกิ้นโดนัส และร้านอาหารมากมายแถวสวนคะ และถ้ามาตรงช่วง 1 เมษาจนถึง 15 เมษาจะมีงานเทศกาลในสวนคะ (ภาพบรรยากาศด้านล่าง) มีของกินมากมาย เช่น ทาโกยากิ ยากิโซบะ หมึกย่าง แต่รสชาติขอไม่พูดถึงนะคะ ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศงานเทศกาลญี่ปุ่นก็น่าลองคะ
ไปไม่ถึงสักที มัวนอกเรื่องอยู่เรื่อง ถ้ามีอินเตอร์เน็ตก็ง่ายเลยคะ เปิด map เลย
หมุดแดงคือ สถานี หมุดเขียวคือสวนคะ ใช้เวลาดินแบบไม่รีบประมาณ 30 นาทีคะ ไม่ต้องเลี้ยงไหนเลย เดินตรงมาเรื่อย มาดูวิวกันดีกว่า
เมืองเค้าเงียบจริงๆคะ เห็นป้ายเขียวๆด้านบนใช่มั๊ยคะ ถ้าเจอก็แสดงว่ายังมาถูกทางนะคะ
ร้านราเมนร้านแรกค่ะ
เดินมาไม่นานจะเจอแม่น้ำขนาบด้วยต้นซากุระ เจอแค่นี้ก็ฟินแล้วคะ แต่เรายังคงเดินต่อไป ใกล้ถึงแล้ว เดินชมบ้านชาวญี่ปุ่นเพลินๆ เค้าจัดสวนหน้าบ้านกันน่ารักดี
เห็นซากุระ นั้นมั๊ยคะ นั้นคือสวนโมบาระ เป้าหมายของเรา และที่สี่แยกนี้นะคะ จะมีร้านอาหารมากมาย เดินเลี้ยวซ้ายจะมีร้านราเมนน่าสนใจสองร้าน (แต่ไม่ได้แวะกินนะคะ เอารูปหน้าร้านมาฝากเฉยๆ)
แต่เราเตรียมเบนโตะมานั่งกินใต้นต้นซากุระคะ เลยไม่ได้เข้าสักร้าน เพราะไม่เคยมากลัวหาอะไรกินไม่ได้เลยเตรียมมาก่อน เสียดายจัง
พอมาถึงหน้าสวนก็หิวแล้ว ขอจัดเบนโตะก่อนเลย
พอกินอิ่มเราก็เริ่มสำรวจสวนกันเลย
บรรกากาศดี สไตล์ญี่ปุ่น เดินไป ลมฟัด กรีบซากุระร่วงใส่ ฟินเบาๆคะ
เดินมาไม่นานก็จะเห็นสะพานสีแดง และศาลากลางน้ำแล้วคะ แอบเสียดายซากุระร่วงไปเยอะ
ถ้ามาตรงงานเทศกาลอย่างที่บอก ก็จะเจอความคลื้นเครงอย่างที่เห็นค่ะ มีซุ้มอาหาร คอนเสิร์ตขนาดเล็ก โชว์ต่างๆบนเวที และก็เห็นคนญี่ปุ่นมานั่งปิกนิค และทำกิจกรรมเช่นเล่นเกมส์ ตีแบต สนุกดีคะ
.......ต่อมาเข้าเรื่องตามรอยละครรอยฝันตะวันเดือดกันบ้าง (แรงจูงใจหลักที่ทำให้ดั้นด้นมาถึงที่นี้).........
ถ้าเป็นแฟนละครเรื่องนี้คงจำได้ ฉากเปิดตัว ep.1 ในตอนที่ริวฝันถึงมายูมิ มายูมิในชุดกิโมโนสีส้มเดินถือร่มแดง อย่างเอียงอาย เข้ามาหาริวที่เดินมาจากอีกฝั่งของสะพาน แล้วมาเจอกันกลางสะพาน ใช่แล้วคะ มันคือสะพานอันนี้
กลัวไม่เชื่อ เรามีภาพอ้างอิงด้วยคะ เดินหามุมอยู่นานจนมั่นใจแล้วว่ามาจากฝั่งนี้ (ข้อมูลจาก http://news.tlcthai.com/entertainment/354982.html)
อีกฉาก
มายูมิจะยืนไหวพระอยู่หน้าศาลานั้น ริววางร่มลง และแอบถ่ายรูปมายูมิ
ริวคงแอบยืนอยู่แถวนี้ (ดูน้องเต่าสิคะ ที่ขอนไม้ น่ารักดี) โคมแดงๆที่เห็นในละครจะประดับอยู่ตามทางเดินคะ
แอบไปยืนไหวที่เดียวกับมายูมิด้วย ไม่รู้ริวจะแอบถ่ายรูปอยู่ตรงไหนหรือเปล่า (มโนไปไกลมาก) บรรยากาศตามทางเดินในสวนก็ทำให้ย้อยนึกถึงริวที่แอบเดินตามมายูมิคะ สรุฟ ฟินมากสำหรับติ่งละครอย่าง จขกท
ดื่มด่ำความสวยงามของสวน และบรรยากาศของงานเทศกาลสไตล์เจเปนจนอิ่มหนำ แล้วเราก็เดินทางกลับไปโตเกียว จริงๆชิบะมีที่เที่ยวอีกเยอะนะคะที่น่าสนใจ แต่เรามีเป้าหมายแค่นี้คะ ถ้ามีโอกาศได้ไปที่อื่นอีกจะมาเล่าให้ฟังใหม่นะคะ
ขอจบการรีวิวเพียงเท่านี้ ขอบคุณท่านผู้อ่านทุกคนที่อ่านจนจบนะคะ