เรื่องมีอยู่ว่า ผมเจอหัวหน้าที่มาจากระบบ กงสี บริษัทนี้เป็นบริษัทแบบระบบเครือญาติ หลานคนนึงได้มาเป็นหัวหน้าแผนกฝ่ายการตลาดและฝ่ายขาย
และทุกครั้งที่มีปัญหาเรื่องการจัดส่งสินค้า มักจะตั้งคำถามว่า "เรื่องนี้ใครผิด" ซึ่งหลายๆครั้ง หลายๆเหตุการณ์ มันไม่ใช่ประเด็นที่ว่า ใครผิด
เพราะจากสิ่งที่เกิด ต้นเหตุมันก็มาจากการขายของแผนกคุณด้วย แต่คุณกลับลอยตัว แล้วโยนปัญหาไปที่คนอื่น
อาจจะเพราะเขาเป็นลูกหลานเจ้าของ เลยไม่มีใครอยากจะสวนกลับแรงๆว่า ก็เพราะ(มรีง)นั้นแหละ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ก็เพราะ(

)อีกนั้นแหละ
ที่ไม่ชัดเจนกับลูกค้า จนหลายๆครั้งที่เอกสารต้องแก้ไขเพราะความสัพเพร่า และความไม่ใส่ใจ ดังนั้น การที่จะมาหาว่า ใครคือคนผิด มันก็ควรที่จะเป็นตัวคุณ
ผมวิเคราะห์ว่า คนแบบนี้ mindset ไม่สมควรเป็นระดับผู้บริหารในอนาคต เพราะอะไรรู้ไหม เพราะเขาจ้องแต่จะหาคนผิด
แทนที่จะหาวิธีแก้ปัญหา ป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้น สร้างมาตราฐานการทำงานที่เป็นระบบ และขั้นตอนการเตรียมรับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้น
ไม่ใช่การจ้องแต่จะหาว่า ใครผิด
อีกอย่างผมคงจะทนกับการทำงานที่นี้ได้อีกไม่นาน ไม่ใช่เพราะผมขบถต่อระบบ แต่ผมทนกับความคิดไร้แก่น ของคนที่เรียกว่า หัวหน้าแผนกไม่ได้
เราคงไม่อยากให้คนแบบนี้ ก้าวไปเป็นผู้นำองค์กร ที่พยามหาแพะ หาเหยื่อ แล้วเชือดให้โชว์ให้คนอื่นได้เห็น แล้วนำพามาซึ่งความอับอายแก่ตัวเอง
ผมอยากจะเห็นนะ ว่าคนแบบนี้ ถ้าเจอลูกน้องที่ก้าวร้าว แข็ง และพร้อมที่จะปะทะได้ทุกเมื่อ ประมาณว่า ชนเป็นชน คุณผิดผมก็ไม่ไว้หน้าคุณเช่นกัน ไม่ว่าคุณจะเป็นลูกหลานเหลน ของท่านประธานเจ้าของ ผมก็พุ่งเข้าชน เพราะว่า คุณนั้นผิด
อย่างว่าแหละ ประโยคที่ นายคนนี้มักจะพูดเสมอ "ไม่มีปัญหา" ในทุกครั้งที่ประชุมระดับแผนก ก็ใช่สิ ก็(

)นั้นแหละ ที่ชอบทำปัญหา
ให้แวดล้อมการทำงาน เป็นแบบนี้ จนถึงทุกวันนี้
ขึ้นชื่อว่าผู้จัดการ แบบนี้....มันใช่เหรอ
และทุกครั้งที่มีปัญหาเรื่องการจัดส่งสินค้า มักจะตั้งคำถามว่า "เรื่องนี้ใครผิด" ซึ่งหลายๆครั้ง หลายๆเหตุการณ์ มันไม่ใช่ประเด็นที่ว่า ใครผิด
เพราะจากสิ่งที่เกิด ต้นเหตุมันก็มาจากการขายของแผนกคุณด้วย แต่คุณกลับลอยตัว แล้วโยนปัญหาไปที่คนอื่น
อาจจะเพราะเขาเป็นลูกหลานเจ้าของ เลยไม่มีใครอยากจะสวนกลับแรงๆว่า ก็เพราะ(มรีง)นั้นแหละ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ก็เพราะ(
ที่ไม่ชัดเจนกับลูกค้า จนหลายๆครั้งที่เอกสารต้องแก้ไขเพราะความสัพเพร่า และความไม่ใส่ใจ ดังนั้น การที่จะมาหาว่า ใครคือคนผิด มันก็ควรที่จะเป็นตัวคุณ
ผมวิเคราะห์ว่า คนแบบนี้ mindset ไม่สมควรเป็นระดับผู้บริหารในอนาคต เพราะอะไรรู้ไหม เพราะเขาจ้องแต่จะหาคนผิด
แทนที่จะหาวิธีแก้ปัญหา ป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้น สร้างมาตราฐานการทำงานที่เป็นระบบ และขั้นตอนการเตรียมรับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้น
ไม่ใช่การจ้องแต่จะหาว่า ใครผิด
อีกอย่างผมคงจะทนกับการทำงานที่นี้ได้อีกไม่นาน ไม่ใช่เพราะผมขบถต่อระบบ แต่ผมทนกับความคิดไร้แก่น ของคนที่เรียกว่า หัวหน้าแผนกไม่ได้
เราคงไม่อยากให้คนแบบนี้ ก้าวไปเป็นผู้นำองค์กร ที่พยามหาแพะ หาเหยื่อ แล้วเชือดให้โชว์ให้คนอื่นได้เห็น แล้วนำพามาซึ่งความอับอายแก่ตัวเอง
ผมอยากจะเห็นนะ ว่าคนแบบนี้ ถ้าเจอลูกน้องที่ก้าวร้าว แข็ง และพร้อมที่จะปะทะได้ทุกเมื่อ ประมาณว่า ชนเป็นชน คุณผิดผมก็ไม่ไว้หน้าคุณเช่นกัน ไม่ว่าคุณจะเป็นลูกหลานเหลน ของท่านประธานเจ้าของ ผมก็พุ่งเข้าชน เพราะว่า คุณนั้นผิด
อย่างว่าแหละ ประโยคที่ นายคนนี้มักจะพูดเสมอ "ไม่มีปัญหา" ในทุกครั้งที่ประชุมระดับแผนก ก็ใช่สิ ก็(
ให้แวดล้อมการทำงาน เป็นแบบนี้ จนถึงทุกวันนี้