สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมาเล่าเหตุการที่เกิดขึ้นสดๆร้อนๆจากสนามบินกัวลาลัมเปอร์ครับ เหตุการพึ่งเกิดเมื่อวันที่ 17 เมษา ที่ผ่านมานี้เอง
ว่าแล้วมาเริ่มกันนี้กว่าครับ
ผมออกเดินทางจากสนามบินคันไซ โอซาก้า กับสายการบิน Malaysia Airline เที่ยวบิน MH0053
โดยก่อนออกจากสนามบิน ผมกับพ่อได้ซื้อสาเก จาก Duty-Free ของสนามบินคันไซมา 3 ขวด
แล้วเขาก็ใส่ในถุงหิ้วแบบกระดาษ โดยตอนนั้นผมได้ถามพนังงานขายแล้วว่า"มันโอเคเหรอ? ผมไปต่อเครื่องนะ"
พนังงานคนนั้นบอกว่า"โอเคร สำหรับต่อเครื่อง"จากนั้นเขาก็แม็คใบเสร็จลงในพาสปอทของพ่อผม
จากนั้นก็ออกเดินทางจาก สนามบินคันไซ ไปสนามบินกัวลาลัมเปอร์ ที่มาเลเชี่ยครับ
ถึงที่สนามบินกัวลาลัมเปอร์ครับ เอาเป็นว่าผมข้ามไปตอนที่เหตุการนี้เกิดขึ้นดีกว่า
ตอนนั้นผมอยู่หน้าเกตุ H6 ครับ เที่ยวบิน MH0796 ผมก็เอาของผ่านการเช็คปกติ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่เรียกมาตรวจ
แต่ผมเห็นสีหน้าของเจ้าหน้าที่ แต่สีหน้าของเขาไม่เหมือนสีหน้าของคนที่มาตรวจสอบเพื่อความเรียบร้อง ของสนามบิน
แต่กลับเป็นสีหน้าของคนที่กระหายอยากได้ของของผู้ที่โดนตรวจอย่างผมเป็นที่สุด
โดยเขาบอกกับผมว่า"มีใบเสร็จมั้ย?" จากนั้นผมก็หยิบพาสปอทของพ่อที่มีใบเสร็จสินค้าให้ไป
จากนั้นเขาทำทีเหมือนหาไม่เจอ เขาเปิดไปเปิดมา แต่กลับเปิดไปหน้าของวีซ่าจีน แล้วเปิดไปเปิดมา
แล้วบอกผมว่า"คุณมาจากจีนเหรอ?" ผมบอกว่า"ไม่ ผมมาจากไทย" จากนั้นก็เปิดหาต่อครับ แต่ก็เปิดไปแต่หน้าจีน
จากนั้นผมก็ไปจับพาสปอทของพ่อ เพื่อที่จะเปิดหน้าญี่ปุ่นที่มีใบเสร็จให้เขา แต่เขาฝืนมือของเขาไว้ครับ
แต่ต้านแรงผมไม่ไหว สุดท้ายก็เปิดมาหน้าญี่ปุ่นครับ จากนั้นเขาก็หยิบใบเสร็จมาดูจากนั้นก็เริ่มมาแล้วครับ
เขาบอกผมว่า"ใบเสร็จของคุณไม่มีปริมาณ ml. บอกจึงไม่ให้ผ่าน" ผมบอกเขาไปว่า"ที่สนามบินคันไซเขาไม่มีปริมาณ ml. เขียนให้"
จากนั้นเขาก็บอกผมว่า"แต่บ้านผมมี" ผมก็บอกไปว่า"ที่โอซาก้าไม่มี ประเทศไทยก็ไม่มีเหมือนกัน" เขาบอก"แต่บ้านผมมี เพราะฉะนั้นไม่ให้ผ่าน"
จากนั้นผมก็พยายามเถียงครับ โดยใช้เหตุผลว่า"แต่ละประเทศใบเสร็จไม่เหมือนกัน" จนกระทั่งเขาไปเรียนเจ้าหน้าที่อีกคนมาช่วย
เขาก็หยิบใบเสร็จมา สุดท้ายก็พูดแบบเดิมๆไปๆมาๆว่า"ในใบเสร็จไม่มีปริมาณ ml." ผมก็เถียงแบบเดิมครับ ไปๆมาๆ
จากนั้นเขาเริ่มเอาเหตุผมที่ 2 มาใช้ครับ"มันเป็นกฏของสากล จะต้องใส่ถุงแบบซิปล็อคเข้า"
จากนั้นผมก็บอกว่า"ที่โอซาก้าให้ผมผ่าน แล้วบอกด้วยว่าถุงแบบนี้สามารถใช้ต่อเครื่องได้"จากนั้นเขาก็สตั้นสักครู่ครับ
แล้วก็บอกผมว่า"ที่สนามบินกัวลาลัมเปอร์ เป็นสนามบินสากล และกฏสากลไม่ให้ถุงแบบนี้ผ่าน" แล้วจากนั้นผมก็เถียงกับเจ้าหน้าที่กันไป-มาครับ
โดยใช้เหตุผลเดิมๆซ้ำๆไปๆมาๆ โดยผมก็บอกว่า"ที่โอซาก้า ให้ผมผ่าน พนังงานขายบอกว่าถุงแบบนี้โอเค ผ่านต่อเครื่องได้"
เขาก็บอกโดยเหตุผลเดิมครับ แต่ผมกลับรู้สึกแปลกๆตลอดเวลา โดยสังเกตุจากทีมงานเขาครับ ตอนที่ผมกวาดสายตารอบๆ เพื่อมองเจ้าหน้าที่
ทุกคนเขาหลบสายตาผมหมดทุกคนหมดเลยครับ ผมก็คิดในใจว่า ถ้าไม่มีอะไรจริง ถ้ามันเป็นกฏ แล้วจะหลบสายตาทำไม
แถมยังเห็นเจ้าหน้าที่คนแรก ไปคุยกับเจ้าหน้าที่อีกคน ชี้มาที่สาเกของผม แล้วยิ้ม หัวเราะ แบบสะใจ ได้เหล้า-แล้ว อยู่หลังเครื่อง X-Ray ครับ
แต่ก็ไม่พ้นสายตาผมครับ ผมเห็นหมด ผมพยายามจะถ่ายรูปครับ จะได้เก็บหลักฐาน แต่พอควักโทรศัพท์ เจ้าหน้าที่อีกคนเดินเข้ามาห้ามทันที
สุดท้ายผมก็โดนยึดสาเกครับ ต่าเสียหาย - 5000 เยน (1600 บาทโดยประมาณ อัปเดต 18 เมษายน 2016)
โดยสาเหตุที่โดยยึดคือ
1.ใบเสร็จไม่มีปริมาณ ml. - ซึ่งใบเสร็จแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน (แต่เขาบอกว่าที่ประเทศเขามี ไม่ให้ผ่าน)
2.ไม่ใส่ถุง Zip Lock - ซึ่งที่สนามบินคันไซให้ผมผ่าน แล้วบอกว่าใช้ต่อเครื่องได้ (แต่เขาบอกเป็นกฏของสนามบินกัวลาลัมเปอร์ และสนามบินกัวลาลัมเปอร์ เป็นสนามบินสากล)
สำหรับใครที่จะไปต่อเครื่องที่มาเลเชีย ก็ระวังด้วยนะครับ เดียวจะโดนแบบผมนะครับ
สำหรับผมก็คิดว่าครั้งนี้เป็นบทเรียนว่า
1.จะไม่ไปสายการบิน Malaysia Airline อีก
2.จะไม่ไปต่อเครื่องที่มาเลเชี่ยอีก
3.จะไม่ไปเหยียบประเทศนี้อีก
สุดท้ายครับ ผมว่าถ้าเขามีเหตุผมที่ดี ผมก็ยอมรับนะครับ และก็จะให่ของเขาไปก็ได้ แต่ผมว่าเหตุผมของเขาฟังแล้วไม่ค่อยเขาหู แล้วก็การกระทำของเขาออกนอกหน้านอกตาไปมาก ออกแบบยังไงก็อยากยึดอยากได้ของอะไรประมาณนี้ครับ แล้วเขาบอกว่าถ้าต้องการหาคนผิดเขาบอกว่า"ควรไปโทษฝั่งโอซาก้าที่ผิดผลาดให้ถุงแบบนี้มา แล้วบอกว่าโอเค"
ถ้าผิดตรงไหนก็ขออภัยด้วยครับ
[บอกเล่า] โดนยึดของที่สนามบินกัวลาลัมเปอร์
ว่าแล้วมาเริ่มกันนี้กว่าครับ
ผมออกเดินทางจากสนามบินคันไซ โอซาก้า กับสายการบิน Malaysia Airline เที่ยวบิน MH0053
โดยก่อนออกจากสนามบิน ผมกับพ่อได้ซื้อสาเก จาก Duty-Free ของสนามบินคันไซมา 3 ขวด
แล้วเขาก็ใส่ในถุงหิ้วแบบกระดาษ โดยตอนนั้นผมได้ถามพนังงานขายแล้วว่า"มันโอเคเหรอ? ผมไปต่อเครื่องนะ"
พนังงานคนนั้นบอกว่า"โอเคร สำหรับต่อเครื่อง"จากนั้นเขาก็แม็คใบเสร็จลงในพาสปอทของพ่อผม
จากนั้นก็ออกเดินทางจาก สนามบินคันไซ ไปสนามบินกัวลาลัมเปอร์ ที่มาเลเชี่ยครับ
ถึงที่สนามบินกัวลาลัมเปอร์ครับ เอาเป็นว่าผมข้ามไปตอนที่เหตุการนี้เกิดขึ้นดีกว่า
ตอนนั้นผมอยู่หน้าเกตุ H6 ครับ เที่ยวบิน MH0796 ผมก็เอาของผ่านการเช็คปกติ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่เรียกมาตรวจ
แต่ผมเห็นสีหน้าของเจ้าหน้าที่ แต่สีหน้าของเขาไม่เหมือนสีหน้าของคนที่มาตรวจสอบเพื่อความเรียบร้อง ของสนามบิน
แต่กลับเป็นสีหน้าของคนที่กระหายอยากได้ของของผู้ที่โดนตรวจอย่างผมเป็นที่สุด
โดยเขาบอกกับผมว่า"มีใบเสร็จมั้ย?" จากนั้นผมก็หยิบพาสปอทของพ่อที่มีใบเสร็จสินค้าให้ไป
จากนั้นเขาทำทีเหมือนหาไม่เจอ เขาเปิดไปเปิดมา แต่กลับเปิดไปหน้าของวีซ่าจีน แล้วเปิดไปเปิดมา
แล้วบอกผมว่า"คุณมาจากจีนเหรอ?" ผมบอกว่า"ไม่ ผมมาจากไทย" จากนั้นก็เปิดหาต่อครับ แต่ก็เปิดไปแต่หน้าจีน
จากนั้นผมก็ไปจับพาสปอทของพ่อ เพื่อที่จะเปิดหน้าญี่ปุ่นที่มีใบเสร็จให้เขา แต่เขาฝืนมือของเขาไว้ครับ
แต่ต้านแรงผมไม่ไหว สุดท้ายก็เปิดมาหน้าญี่ปุ่นครับ จากนั้นเขาก็หยิบใบเสร็จมาดูจากนั้นก็เริ่มมาแล้วครับ
เขาบอกผมว่า"ใบเสร็จของคุณไม่มีปริมาณ ml. บอกจึงไม่ให้ผ่าน" ผมบอกเขาไปว่า"ที่สนามบินคันไซเขาไม่มีปริมาณ ml. เขียนให้"
จากนั้นเขาก็บอกผมว่า"แต่บ้านผมมี" ผมก็บอกไปว่า"ที่โอซาก้าไม่มี ประเทศไทยก็ไม่มีเหมือนกัน" เขาบอก"แต่บ้านผมมี เพราะฉะนั้นไม่ให้ผ่าน"
จากนั้นผมก็พยายามเถียงครับ โดยใช้เหตุผลว่า"แต่ละประเทศใบเสร็จไม่เหมือนกัน" จนกระทั่งเขาไปเรียนเจ้าหน้าที่อีกคนมาช่วย
เขาก็หยิบใบเสร็จมา สุดท้ายก็พูดแบบเดิมๆไปๆมาๆว่า"ในใบเสร็จไม่มีปริมาณ ml." ผมก็เถียงแบบเดิมครับ ไปๆมาๆ
จากนั้นเขาเริ่มเอาเหตุผมที่ 2 มาใช้ครับ"มันเป็นกฏของสากล จะต้องใส่ถุงแบบซิปล็อคเข้า"
จากนั้นผมก็บอกว่า"ที่โอซาก้าให้ผมผ่าน แล้วบอกด้วยว่าถุงแบบนี้สามารถใช้ต่อเครื่องได้"จากนั้นเขาก็สตั้นสักครู่ครับ
แล้วก็บอกผมว่า"ที่สนามบินกัวลาลัมเปอร์ เป็นสนามบินสากล และกฏสากลไม่ให้ถุงแบบนี้ผ่าน" แล้วจากนั้นผมก็เถียงกับเจ้าหน้าที่กันไป-มาครับ
โดยใช้เหตุผลเดิมๆซ้ำๆไปๆมาๆ โดยผมก็บอกว่า"ที่โอซาก้า ให้ผมผ่าน พนังงานขายบอกว่าถุงแบบนี้โอเค ผ่านต่อเครื่องได้"
เขาก็บอกโดยเหตุผลเดิมครับ แต่ผมกลับรู้สึกแปลกๆตลอดเวลา โดยสังเกตุจากทีมงานเขาครับ ตอนที่ผมกวาดสายตารอบๆ เพื่อมองเจ้าหน้าที่
ทุกคนเขาหลบสายตาผมหมดทุกคนหมดเลยครับ ผมก็คิดในใจว่า ถ้าไม่มีอะไรจริง ถ้ามันเป็นกฏ แล้วจะหลบสายตาทำไม
แถมยังเห็นเจ้าหน้าที่คนแรก ไปคุยกับเจ้าหน้าที่อีกคน ชี้มาที่สาเกของผม แล้วยิ้ม หัวเราะ แบบสะใจ ได้เหล้า-แล้ว อยู่หลังเครื่อง X-Ray ครับ
แต่ก็ไม่พ้นสายตาผมครับ ผมเห็นหมด ผมพยายามจะถ่ายรูปครับ จะได้เก็บหลักฐาน แต่พอควักโทรศัพท์ เจ้าหน้าที่อีกคนเดินเข้ามาห้ามทันที
สุดท้ายผมก็โดนยึดสาเกครับ ต่าเสียหาย - 5000 เยน (1600 บาทโดยประมาณ อัปเดต 18 เมษายน 2016)
โดยสาเหตุที่โดยยึดคือ
1.ใบเสร็จไม่มีปริมาณ ml. - ซึ่งใบเสร็จแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน (แต่เขาบอกว่าที่ประเทศเขามี ไม่ให้ผ่าน)
2.ไม่ใส่ถุง Zip Lock - ซึ่งที่สนามบินคันไซให้ผมผ่าน แล้วบอกว่าใช้ต่อเครื่องได้ (แต่เขาบอกเป็นกฏของสนามบินกัวลาลัมเปอร์ และสนามบินกัวลาลัมเปอร์ เป็นสนามบินสากล)
สำหรับใครที่จะไปต่อเครื่องที่มาเลเชีย ก็ระวังด้วยนะครับ เดียวจะโดนแบบผมนะครับ
สำหรับผมก็คิดว่าครั้งนี้เป็นบทเรียนว่า
1.จะไม่ไปสายการบิน Malaysia Airline อีก
2.จะไม่ไปต่อเครื่องที่มาเลเชี่ยอีก
3.จะไม่ไปเหยียบประเทศนี้อีก
สุดท้ายครับ ผมว่าถ้าเขามีเหตุผมที่ดี ผมก็ยอมรับนะครับ และก็จะให่ของเขาไปก็ได้ แต่ผมว่าเหตุผมของเขาฟังแล้วไม่ค่อยเขาหู แล้วก็การกระทำของเขาออกนอกหน้านอกตาไปมาก ออกแบบยังไงก็อยากยึดอยากได้ของอะไรประมาณนี้ครับ แล้วเขาบอกว่าถ้าต้องการหาคนผิดเขาบอกว่า"ควรไปโทษฝั่งโอซาก้าที่ผิดผลาดให้ถุงแบบนี้มา แล้วบอกว่าโอเค"
ถ้าผิดตรงไหนก็ขออภัยด้วยครับ