ฝากติชมกันอีกหนึ่งเรื่องครับ (เรื่องสั้น)

กระทู้คำถาม
เรื่อง มารหัวขน
ในสังคมปัจจุบันการอยู่กันเป็นคู่ไม่ใช่เรื่องใหม่ หรือใหญ่ของสังคมยุคนี้ มันเป็นการแชร์กันหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นด้านการเงินใครมีมากก็จ่ายมาก เป็นที่ปรึกษาด้านการเรียน ไม่ใช่แค่สนุกกันไปวัน ๆ เพราะจะต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้อยู่กันราบรื่นมากกว่าแล้วพยายามเรียนให้จบเร็ว ๆ เพื่อจะได้นำวุฒิเป็นใบเบิกในการหางานทำ ที่สำคัญจะได้หยุดแบมือขอเงินพ่อแม่อีก และคนรุ่นใหม่ไม่ชอบให้ใครมาจัดระเบียบ สั่งให้ทำนั่นทำนี่มากเกินไป คนเรียนระดับมหาวิทยาลัยโตพอที่จะรับผิดชอบชีวิตตัวเองได้แล้ว รู้ว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ เขารู้ว่าเรียนก็ตั้งใจเรียนแต่เวลาเลิกเรียนอาจจะมาพบปะกับเพื่อนบ้าง
กลิ่นอับของตู้เสื้อผ้าที่ยังไม่ผ่านการใช้งาน บนเตียงนอนที่ยังมีแผ่นพลาสติกห่อหุ้มอยู่นั่นแสดงว่าเขาทั้งสอง คือผู้โชคดีที่ได้เข้ามาอาศัยอยู่ในห้องเป็นคนแรก ต่างจากหอพักที่อื่น ที่มีเรื่องเล่าต่าง ๆ นา ๆ ว่ามีคนฆ่าตัวตายบ้าง โดนข่มขืนบ้าง แต่อย่างน้อยเขาทั้งสอง ก็อุ่นใจเพราะหอพักแห่งนี้มีกล้องวงจรปิดอยู่ทั่วทุกมุมของตึกไม่ว่าจะเป็นทางเดิน ที่จอดรถ หรือแม้กระทั่งบันใดหนีไฟก็ยังมี ก้อย กับ วา เป็นคู่รักที่คบกันมานาน ตั้งแต่เรียนมัธยมปลายจนถึงตอนนี้เขาทั้งสองได้มาเรียนที่มหาวิทยาลัยเดียวกันและได้ย้ายเข้ามาอาศัยที่หอพักแห่งนี้ แต่การอยู่ด้วยกันผู้ใหญ่ทั้ง 2 ครอบครัวรับรู้ ผู้ใหญ่ก็ไม่ได้ว่าอะไร ท่านก็เตือนให้ขยันเรียนจะได้หางานทำ
“ก้อยว่า รปภ.ที่นี่ดูแปลก ๆ นะ วา ว่าไหมตั้งแต่เราย้ายเข้ามาที่นี่ ก้อยรู้สึกเหมือนเขาแอบมองเราทุกครั้งที่เราเดินเข้า- ออก”
“ก้อยคิดมากรึเปล่า วา ว่ามันก็ปกตินะที่ รปภ. จะมองคนที่เข้า-ออก เพราะเขาเป็นคนดูแลความปลอดภัยของที่นี่”
    วันแรกของการเปิดเรียน บรรยากาศช่างน่านอนกอดกับคนรักอยู่ที่หอยิ่งนัก แต่วาก็ต้องฝืนลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวออกไปเรียนเพราะวิชานี้เป็นวิชาเอก อาจารย์เข้มงวดเป็นพิเศษ ส่วนก้อยยังนอนหลับอยู่ที่หอเพราะวันนี้เธอไม่มีเรียน ปัง ปัง ปัง !! เสียงเคาะประตูดังขึ้นจากภายนอก ด้วยความง่วงและคิดว่าวากลับมาก้อยจึงรีบเดินไปเปิดประตู โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าจะทำให้เธอต้องจดจำไปตลอดชีวิต
“มีธุระอะไรรึเปล่าคะ มาเคาะห้องเสียงดังขนาดนี้”
“ช่วยผมด้วยครับแฟนผมมันจะเอามีดมาแทงผม มันบ้าไปแล้ว”
โอ๊ย !!! เสียงร้องโหยหวนของเขาดังขึ้นเมื่อมีดจากมือใครคนหนึ่งแทงมายังซี่โครงด้วยซ้ายของเขา เลือดไหลหยดลงพื้นกลายเป็นสีแดงก้อยทำอะไรไม่ถูก ทำได้เพียงตะโกนให้คนช่วย
    หลังจากเหตุการณ์วันนั้นผ่านไปหอพักก็ได้เพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น มี รปภ. อยู่ทุกชั้นของตึกคราว นี้คงไม่มีเหตุการณ์ระทึกขวัญอะไรเกิดขึ้นอีกแน่นอน ชายเป็น รปภ.คนใหม่ที่มาเฝ้าตรงหน้าห้องของ วากับก้อย พอดี เขาเริ่มสนิทสนมกับก้อยมากขึ้น เพราะตอนที่วาไม่อยู่ก้อยได้เรียกให้ชายมาช่วยดูประตูห้องให้เพราะลูกบิดประตูพัง  
“ชาย ชั้นซื้อขนมมาฝากแทนน้ำใจที่เธอช่วยดูประตูให้วันนั้น”
“ขอบคุณมากครับ มีอะไรเรียกใช้ผมได้ครับ เพราะมันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว”
“วา นี่ใง รปภ.ชื่อชายคนที่ก้อยเล่าให้ฟังว่าเขามาช่วยดูประตูให้วันนั้น  ชายนี่วาแฟนก้อยเอง”
“อ๋อ สวัสดีครับคุณสองคนนี่เหมาะสมกันจริง ๆ นะครับ”
    หลังจากวันนั้นทุกอย่างก็ดำเนินไปตามปกติ ก้อยและวาก็ไปเรียนด้วยกันเว้นเสียแต่วันที่เรียนไม่ตรงกันก็จะแยกกันไปเรียน ส่วนชายก็รักษาความปลอดภัยที่หอคอยอำนวยความสะดวกให้กับคนที่ขอให้ช่วยตลอดเวลา แต่วันนี้ผิดปกติจากทุกวันเพราะก้อยรู้สึกปวดท้องประจำเดือนจึงไม่ไปเรียนและบอกให้วาเขียนจดหมายลาให้ ในขณะที่ก้อยกำลังเข้าห้องน้ำได้มีเลือดไหลออกมาเป็นจำนวนมากไม่นานได้มีก้อนเนื้อคล้ายทารกไหลออกมาด้วย ก้อยต้องตกใจสุดขีดเอามือตบหน้าตัวเอง พยายามทำทุกอย่างเพื่อที่จะหลอกตัวเองว่าฝันไป “ไม่ ไม่ ไม่ ไม่จริง!!! ไม่ไช่เรื่องจริง ชั้นฝันไปแน่ ๆ” ประจำเดือนของก้อยมาเป็นปกติทุกเดือนไม่มีทางที่จะท้องได้อย่างแน่นอน ก้อยเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า นี่คือเรื่องจริง รึ ตัวเองฝันไป แล้วจะบอกกับวายังใง วาต้องโกรธมากแน่ ๆ แต่สัญชาตญาณความเป็นแม่ก็ทำให้ก้อยรีบอุ้มลูกที่กองอยู่บนพื้นขึ้นมาแล้วเรียกให้คนช่วย
    บรรยากาศที่โรงพยาบาลช่างเงียบสงบผู้คนเดินไปมาเพื่อมาเยี่ยมญาติที่เข้ารับการรักษา ลมพัดโชยมาแต่ไกลนำเอากลิ่นที่ไม่อยากสัมผัสมาแตะปลายจมูกมันคือกลิ่นโรงพยาบาลและที่สำคัญมันมีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง เพราะไม่ว่าจะมาครั้งใหน ๆ กลิ่นของที่นี่ก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ก้อย ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นภาพเลือนลางที่อยู่เบื้องหน้ามัน คือแสงไฟที่ลอดมากระทบม่านตา พัดลมที่พัดเอื่อย ๆ เหมือนกำลังจะหมดแรง     ใบพัดที่ฝุ่นเกาะอยู่เต็มทำให้ชวนสงสัยว่าที่นี่คือโรงพยาบาลทำไมไม่มีคนมาทำความสะอาดมันบ้างเลย แต่สายตาของเธอต้องสดุดเมื่อเห็นวายืนหน้าบึ้งตึงอยู่ข้างเตียง พร้องกับถามว่า
“ก้อย ตื่นแล้วหรอเป็นใงบ้าง สนุกไหมที่สวมเขาให้เรา วา ไม่ดีตรงใหนหรอ ทำไมก้อยทำแบบนี้”
“ก้อยขอโทษ ก้อยไม่ได้ตั้งใจ”
“ไม่ตั้งใจงั้นหรอ ไม่ตั้งใจแล้วเด็กนี่มันโผล่มาได้ใง ตอบวามาซิ!!! ใครที่มันกล้ามาดูถูกวาได้ขนาดนี้ บอกวามาเดี๋ยวนี้ว่าไอ้ยิ้มนั่นคือใคร ไอ้ชายที่เป็น รปภ.ไช่มั๊ย กูนึกแล้วทำไมสนิทกันจัง”
“ไม่ไช่ ชายไม่ได้ทำถึงแม้เราจะสนิทกันแต่ชายเขาเป็นสุภาพบุรุษพอเขาไม่ทำแบบนี้หรอก”
“แล้วนอกจากไอ้ชายยังมีใครอีกหล่ะที่ทำแบบนี้ได้ วาก็ทำก้อยท้องไม้ได้ และก้อยก็รู้ว่าวาเป็นอะไร”
    แรงกดดันมหาศาลถาโถมเข้ามาใส่ก้อย หญิงสาวตัวน้อย ๆ เธอกล้าสาบานได้เลยว่าไม่เคยคิดนอก ใจวาเลยแม้แต่ครั้งเดียว ถึงแม้วาจะไม่ไช่ผู้ชายแท้ ๆ แต่เขาก็ดูแลก้อยเป็นอย่างดีทำทุกอย่าง ประหนึ่งว่าวาคือผู้ชายอกสามศอก ไม่มีทางที่ก้อยจะทำเรื่องแบบนั้นได้แน่นอน แล้วใครหล่ะ ? คือพ่อของเด็กในท้อง
นัก ข่าวสำนักพิมพ์ ต่างพากันเขียนเรื่องราวสุดประหลาดที่เกิดขึ้นกับก้อย และวา เพราะอยู่ดีๆแฟนเป็นทอมจะท้องได้อย่างไร ทุกคนต่างสงสัยว่าใครกันคือบุคคลที่ทุกคนกำลังตามหา ส่วนก้อยนั่งซึมเศร้า เหม่อลอย ไม่พูดไม่จากับใคร วาพยายามจะถามความจริงแต่ก้อยก็ไม่ยอมบอกว่าใครทำ
เวลาผ่านไป ๒ ปี ก้อยและวาแยกทางกันวากลับไปเรียนหนังสือ ส่วนก้อยกลับมาเลี้ยงลูกอยู่บ้าน ลูกของก้อยเติบโตขึ้นตามวัยปกติของเด็ก แต่มีสิ่งเดียวที่ผิดปกติคือหัวของลูกก้อยใหญ่กว่าเด็กที่เกิดพร้อมกันก้อยจึงพาลูกไปหาหมอ ผลการตรวจปรากฏว่าเด็กเกิดจากความผิดปกติของเม็ดเลือด ซึ่งเปอร์เซ็นที่จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้เป็นไปได้น้อยมากนอกจากญาติพี่น้องจะแต่งงานกันเองจึงจะทำให้เด็กที่เกิดมาผิด ปกติ หมอพูดจบน้ำตาก้อยก็พลั่งพลูไหลอาบสองแก้ม เสียงสะอื้นของเธอดังทั่วห้องตรวจ แม่พยายามปลอบเธอ ไม่ให้ร้อง กลับถึงบ้านแต่ถามก้อยอีกครั้งว่า
“ก้อยจะบอกแม่ได้รึยังว่าใครทำกับลูกแบบนี้ แม่เป็นห่วงลูกมากนะบอกแม่มาเถอะลูก วาจะได้รู้ความจริง เผื่อวาจะให้อภัยลูกเพราะเท่าที่แม่เห็นลูกทั้งสองก็รักกันดีไม่เคยมีเรื่องผิดใจกัน หรือนอกใจเลยสักครั้ง แต่ไม่เชื่อหรอกว่าลูกจะนอกใจวา”
เสียงสะอื้นดังขึ้น ดังขึ้น ดังขึ้น ก้อยทนไม่ไหวกับความลับที่เก็บไว้นาน มันทรมาณทุกครั้งเมื่อนึกถึงเรื่องราวร้าย ๆ ที่เกิดขึ้นกับตน และแล้วก้อยก็ตัดสินใจพูดความจริงกับแม่ ย้อนกลับไปเมื่อ ๒ ปีที่แล้วตอนที่ก้อยเข้ามาอยู่หอกับวาใหม่ ๆ ช่วงแรกก้อยกลัวมาก กลัว รปภ.ที่หอเพราะเขาชอบมองก้อยแปลก ๆ แต่ก็มียามคนนึงมาสนิทกับก้อย จึงทำให้ก้อยอยากอยู่หอมากขึ้น แต่เรื่องยามก็ไม่ได้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะคืนหนึ่งมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นกลางดึก ก้อยเหลือบมองดูนาฬิกา เป็นเวลาตีหนึ่งกว่าๆ พ่อโทรหาก้อยบอกว่ามากินเหล้ากับเพื่อนแถวนั้นพอดี พ่อเมามากกลับบ้านไม่ได้เลยขอมานอนที่หอด้วย คืนนั้นวาออกไปทำงานค้างหอเพื่อน ก้อยอยู่คนเดียวพอดีเลยให้พ่อมานอนด้วยเพราะอย่างน้อยก็อุ่นใจที่ไม่ได้นอนคนเดียว
ก้อยรู้สึกตัวอีกทีประมาณตีสาม พ่อถามก้อยว่าหลับยัง ก้อยขี้เกียจตอบเลยเงียบ สักพักพ่อก็มาจับหน้าอกก้อย คงคิดว่าก้อยหลับแล้ว ก้อยถามว่าพ่อทำอะไรหน่ะ พ่อก็บอกว่าขอโทษ ๆ ๆ พ่อไม่ได้ตั้งใจ แล้วกำปั้นของชายวัยสี่สิบ ชกลงที่ท้องของก้อย ร่างหญิงสาวตัวเล็ก ๆ น้อนฟุบลงบนเตียง ไม่นานก็มีเสียงคนมาเคาะประตู พ่อก็เดินไปเปิด เพื่อนพ่อสามคนเดินเข้ามาในห้องบอกว่ารออยู่หน้าห้องตั้งนานทำอะไรอยู่ว่ะ
และแล้วตราบาปที่ติดตัวก้อยมาถึงทุกวันนี้ก็บังเกิดขึ้น พ่อที่เลวที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา พาเพื่อนมาข่มขืนลูกตนเอง ก้อยไม่สามารถต่อสู้กับแรงผู้ชายสามคนได้ พ่อแท้ ๆ ยืนดูลูกตัวเองโดนข่มขืน มิหนำซ้ำยังร่วมวงเสพกามากับ กลุ่มเพื่อนอีกด้วย นี่จึงเป็นสิ่งที่ก้อยไม่กล้าบอกใครเพราะ ในขณะที่ตนโดนกระทำอยู่นั้น เพื่อนพ่อคนนึง หยิบโทรศัพท์มาถ่ายคลิป วีดีโอไว้ด้วยแถมยังขู่ว่าถ้าไปบอกคนอื่นจะเอาคลิปมาประจาน
หัวอกผู้เป็นแม่แทบสลายเมื่อได้ฟังคำที่ลูกสาวพูดมา พ่อแท้ ๆ พาเพื่อนไปข่มขืนลูก ทันทีที่ลูกพูดจบแม่ก็พาไปแจ้งความที่โรงพัก นักข่าวต่างพากันรุมสัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์อันอัปยศครั้งนี้ แต่ก็ไร้ซึ่งคำตอบเพราะคงไม่มีใครในโลกนี้กล้าพูดว่าพ่อแท้ ๆ พาเพื่อนมาข่มขืนตนเอง แต่ก็ไม่สามารถห้ามนักข่าวที่จะเขียนข่าวในทางเสียหายได้ เพราะในปัจจุบันนักข่าวคือพระเจ้าสามารถเขียนทำลายได้ทุกอย่างขนาดคนดี ๆ ยังเขียนให้เป็นคนเลวได้ ซึ่งเราก็เห็นเป็นประจำตามหน้าหนังสือพิมพ์ ข่าวที่ออกมาคนที่ถูกพาดพิงบางคนก็ยอม ปล่อย ๆ ไป แต่สำหรับคนที่เขาไม่ยอมก็คงต้องถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาลกัน
พ่อใจหมาพาเพื่อนข่มขืนลูกสาว พาดหัวข่าวถูกเผยแพร่ออกไปทั่วหน้าหนังสือพิมพ์ ผู้คนต่างวิพากษ์วิจารณ์ ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น กระทู้พันทิปตั้งหัวกระทู้ร้อนแรง แต่ก็ไม่แรงสู้ความคิดเห็นที่คนมาพิมพ์ด่า พ่อ ยิ้ม ๆ บ้าง พ่อใจหมาบ้าง พ่อสารเลวบ้าง มีคนตั้งคำถามว่าเมื่อไหร่เรื่องแบบนี้จะหมดไปจากสังคมไทย แต่ก็เป็นแค่คำถามเพราะ กฎหมายไทยมีช่องโหว่ให้พวกมารสังคมได้สอดแทรกตัวมาทำร้ายคนดี ๆ อยู่เสมอ
หลังจากที่วาได้อ่านข่าวก็รู้สึกสงสารก้อยเป็นอย่างมากเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นก้อยไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ และมันก็เป็นความผิดของ วา ด้วยที่วันนั้นปล่อยให้ก้อยอยู่ห้องเพียงลำพัง วาได้ติดต่อกลับไปหาก้อยและพาก้อยไปอยู่ด้วย ดูแลลูกของก้อยเป็นอย่างดี ส่วนพ่อและเพื่อนชั่ว ๆ ศาลตัดสินให้จำคุก ๒๐ ปี โดยไม่รอลงอาญา เวรกรรมอันใดหนอถึงเกิดเรื่องราวร้าย ๆ กับเธอได้ขนาดนี้
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่