หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
[CR] ลุงกับป้าแบ็คแพ็ครอบโลก ตะลุยหิมะญี่ปุ่น นั่งรถไฟ 15 วัน จากเหนือสุดถึงใต้สุด ตอน 25 ศาลเจ้ากลางทะเล เกาะ Miyajimagochi
กระทู้รีวิว
รถไฟ
บันทึกนักเดินทาง
เที่ยวต่างประเทศ
เที่ยวทะเล
Backpack
ลุงกับป้าแบ็คแพ็ครอบโลก ตะลุยหิมะญี่ปุ่น นั่งรถไฟ 15 วัน จากเหนือสุดถึงใต้สุด
ตอนที่ 25 ศาลเจ้ากลางทะเล เกาะ Miyajimagochi
เรานั่งรถจาก Hirishima สายท้องถิ่นไปสถานี Miyajimagochi ปลายทางเป็นท่าเรือ คนแน่นมาก เราลงผิดสถานี เพราะนับตามที่จนท.ปชส.วงให้ ถือว่าลงเพื่อกินอาหารกลางวัน Miyajima เหมือนกัน แต่เป็น Miyajima-gushido ต้องต่อไปอีก 2 สถานี รถขบวนหลังก็แน่นมาก มีที่ว่าง 1 ที่ ป้านั่งลง สาวน้อยทำท่าจะลุกให้ลุงนั่ง คงคิดว่าเป็นส.ว. แต่ป้าบอกว่าแค่ 2 สถานีเอง เธอจึงยัม ป้ามองหน้าลุง อดขำไม่ได้ เพราะลุงมักจะบอกว่าหน้าตนเองอ่อนกว่าอายุจริง
เมื่อถึงสถานี Miyajimagochi ปรากฏว่าคนลงเกือบหมด ผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น นักเรียนที่ปิดเทอมและวันนี้เป็นวันเสาร์ พอลงจากรถไฟทุกคนก็พุ่งไปที่ท่าเรือเฟอรี่ ต้องมุดลงใต้ดินเดินขึ้นอีกไกลเพื่อข้ามถนนแคบๆ มีนักท่องเที่ยวชาวตะวันตกด้วย เราจึงรู้ว่า Miyajimagochi เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของคนญี่ปุ่น เมื่อเห็นสัญลักษณ์ของซุ้มประตูของวัดที่แช่อยู่ในน้ำ มองเลยขึ้นไปบนเกาะเห็นวิหารลักษณะเดียวกันทั้งประเทศบอกว่า ถ้าไม่ใช่วัด ก็ต้องเป็นศาลเจ้า อย่างแน่นอน
มองผ่านวัดไปทางด้านหลังที่เป็นภูเขา เห็นน้ำตกที่เกิดจากธารน้ำแข็ง โจนลงมาตามความลาดชันของภูเขาหิน เป็นระยะตามความลาดชัน ท่ามกลางป่าไม้ที่เขียวชะอุ่ม เป็นความอุดมสมบูรณ์ที่ไม่ปรากฏทางตอนเหนือ ตะวันออก หรือ ตอนกลางของญี่ปุ่น แม้แต่ที่เกาะชิโกกุ ที่เป็นชุมชนเกษตรกรรมก็ไม่มีความอุดมสมบูรณ์แบบนี้ให้เห็น
เป็นทัศนียภาพที่ธรรมชาติสรรค์สร้างให้งดงามลงตัว มีร้านค้า ร้านอาหาร และบ้านอยู่ตามเชิงเขา มองไปบนเขา มีต้นไม้ แต่ไม่เห็นมีบ้าน บ้านเรือนอยู่เชิงเขา ริมน้ำ ซุ้มประตูที่แช่อยู่ในน้ำ จะสูงหรือต่ำขึ้นอยู่กับระดับน้ำขึ้นน้ำลง มองไปรอบๆ เห็นเมืองฮิโรชิม่า ล้อมรอบไปด้วยทะเลและท่าเรือ เรือเฟอรี่ 3 ชั้น ที่เราโดยสารไป มีนักท่องเที่ยวเต็มทุกชั้น แต่ไม่แออัด ตอนแรกทุกคนก็กรูกันไปจับจองที่นั่ง แต่พอเรือออกไปไปได้ระยะหนึ่ง ที่นั่งกลายเป็นที่วางของ เพราะทุกคนออกไปยืนถ่ายภาพกัน มีเสียงดนตรีโหยหวนประกอบการบรรยายเป็นภาษาญี่ปุ่นที่เราฟังไม่รู้เรื่อง
กลับไปที่สถานี นั่งรถไปที่สถานี Yokogawa เพื่อเปลี่ยนสายรถไปสถานี Kabe เป็นปลายทางที่เราจะไปตามหาอาคารรูปทรงตะวันตก แต่เราไปแค่สถานีเท่านั้น เพราะต้องต่อรถเมล์ไปอีกไกลจึงจะได้เห็นอาคาร ดูเวลาใกล้ 16.00 น.แล้ว กลัวว่าจะไปต่อไม่ทัน จึงกลับไปขึ้นรถกลับฮิโรชิม่า แต่ก็ไม่เสียเวลาเปล่า เพราะตัวสถานี Kabe เองก็สวยทีเดียว
ทางรถไฟสาย Yokogawa - Kabe เป็นสายรื่นรมณ์เลียบริมน้ำ ไม่ว่าจะเป็นลำธาร แม่น้ำ ลำคลอง หรือ ทะเล ไม่มีที่ไหนที่สกปรก ไม่มีขยะหรือสวะปรากฏให้เห็น ข้ามสะพาน ผ่านชุมชนที่มีความเจริญตาด้วยหลังคามุงกระเบื้องเล่นระดับ มีจั่วเล็กสลับกับจั่วใหญ่ มีการตกแต่งขอบและปลายขอบตรงชายคาด้วยรูปทรงที่แปลกตา ไม่ใช่แค่ตัว Shachihoko เพื่อคุ้มครองภัยเท่านั้น
เริ่มมองเห็นความสุนทรี หลังจากผ่านความราบเรียบไร้ศิลปะมาจากภาคเหนือ ภาคตะวันออกและภาคกลาง ที่ผู้คนต้องต่อสู้กับความหนาว จนมีแต่ความเข้มงวดจริงจัง จนไม่มีเวลานึกถึงสุนทรียภาพ ไม่มีต้นไม้ ไร้สิ่งประดับตกแต่ง มาสู่ความชินตา เริ่มจากแปลงดินปลูกผักบนทุ่งโล่งๆ แทนโรงเรือนโครงเหล็กคลุมด้วยพลาสติกใส ต้นไม้ตามป่าเขาที่เต็มไปไผ่ที่ไม่เป็นกอ ที่นานๆจะเห็นบนภูเขาทางตอนกลางของประเทศ
ผู้คนดูหน้าตาดีกว่าเมืองที่ผ่านมา ขาไปเรานั่งตรงข้ามกับคนสวย เธอดูดีมากแต่พอเธอพูดออกมาจึงรู้ว่าเธอเป็นคนข้ามเพศ เธอดูสวยกว่าเพื่อนสาวที่นั่งคู่กันมาก ด้วยใบหน้าที่เรียวและรูปร่างเพรียวกว่า ผิวพรรณโอโม่กว่า พูดได้ว่าเดินคู่กันเพื่อนเธอดูด้อยกว่าเยอะ
ขากลับรถไม่แน่น นั่งสบาย มีเด็กน้อยหน้าใสนั่งอีกด้านหนึ่ง เวลาป้ามองเขาจะเขินและหันไปเล่นกับแม่ อยากถ่ายรูปแต่ไม่กล้า แต่ก็แอบถ่ายจนได้ ไม่แน่ใจว่าเป็นธรรมดาหรือเป็นเพราะเป็นวันหยุด หรือเพราะวันนี้มีแสงแดด อาคารบ้านช่อง ทุกที่ที่นั่งรถไฟผ่านดูมีชีวิตชีวา มีรถราและจักรยานบนถนน มีผู้คนอยู่ทุกที่ ไม่ใช่มีแต่ที่สถานีกับบนรถไฟ
แม้จะมีแดดแต่อากาศข้างนอกก็หนาวเย็น รอบๆ บริเวณสถานีฮิโรชิมา ทุกสถานีท่องเที่ยวของเมืองนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นสาหร่ายอบ คล้ายๆ กลิ่นข้าวแคบจี่ของเมืองลับแล อุตรดิตถ์ที่มีกลิ่นเค็มๆ ของแป้งกับกลิ่นคาวนิดๆ เป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของฮิโรชิม่า
ที่สถานีฮิโรชิม่า ป้าได้ถ่ายรูปกับสาวกิโมโน เธอบอกว่าไปงานเลี้ยงฉลองแต่งงานเพื่อน เราได้ตั๋วชิงกันเซ็นออกจากฮิโรชิมา ไปต่อรถที่โอกายาม่าเพื่อไป Matsue ออกเสียงว่า มัทสึเอะ ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของญี่ปุ่น ตอนรอรถ พนง.ทำความสะอาดสถานีเข็นรถอุปกรณ์ทำความสะอาดเดินผ่าน มีเสียงเพลงการ์ตูนประกอบ เขาเดินไปเต้นไปท่าทางมีความสุขกับการทำงาน
ป้าไปเข้าห้องน้ำคิวยาวมาก พอทำธุระเสร็จหาสี่ชักโครกไม่เจอ ต้องก้มเล็งอ่านว่าปุ่มไหน คืออะไร แต่ก็เป็นภาษาญี่ปุ่นซะอีก เมื่อหลายวันก่อนก็ก้มเล็งอ่าน จนรู้ว่า ข้างๆ โถที่นั่งมีปุ่ม กดให้น้ำฉีดทำความสะอาดแบบจะเอาด้านหน้า ด้านหลัง หรือเอาแบบกระจาย ช่างไฮเทคเหลือเกิน มิน่า เคยมีคนเขียนตลกๆ ว่าพวกผู้ชาย ไปญี่ปุ่นเวลาเข้าห้องน้ำให้ระวังอย่ากดปุ่มมั่ว ระวังจะมีอุปกรณ์ออกมาคีบผ้าอนามัยของผู้หญิงที่มันจะคีบแล้วดึงออกไปทิ้งถังขยะ ออกมาคีบของสำคัญของผู้ชายแล้วดึงออกไปเหมือนดึงผ้าอนามัยที่ใช้แล้ว ถ้าดึงไม่ออกก็จะดึงจนกว่าจะหลุดออกจึงจะหยุดการดึง
ชื่อสินค้า:
ศาลเจ้ากลางทะเล เกาะ Miyajimagochi, Japan
คะแนน:
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
แสดงความคิดเห็น
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
รถไฟ
บันทึกนักเดินทาง
เที่ยวต่างประเทศ
เที่ยวทะเล
Backpack
บนสุด
ล่างสุด
อ่านเฉพาะข้อความเจ้าของกระทู้
หน้า:
หน้า
จาก
แชร์ :
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
[CR] ลุงกับป้าแบ็คแพ็ครอบโลก ตะลุยหิมะญี่ปุ่น นั่งรถไฟ 15 วัน จากเหนือสุดถึงใต้สุด ตอน 25 ศาลเจ้ากลางทะเล เกาะ Miyajimagochi
ตอนที่ 25 ศาลเจ้ากลางทะเล เกาะ Miyajimagochi
เรานั่งรถจาก Hirishima สายท้องถิ่นไปสถานี Miyajimagochi ปลายทางเป็นท่าเรือ คนแน่นมาก เราลงผิดสถานี เพราะนับตามที่จนท.ปชส.วงให้ ถือว่าลงเพื่อกินอาหารกลางวัน Miyajima เหมือนกัน แต่เป็น Miyajima-gushido ต้องต่อไปอีก 2 สถานี รถขบวนหลังก็แน่นมาก มีที่ว่าง 1 ที่ ป้านั่งลง สาวน้อยทำท่าจะลุกให้ลุงนั่ง คงคิดว่าเป็นส.ว. แต่ป้าบอกว่าแค่ 2 สถานีเอง เธอจึงยัม ป้ามองหน้าลุง อดขำไม่ได้ เพราะลุงมักจะบอกว่าหน้าตนเองอ่อนกว่าอายุจริง
เมื่อถึงสถานี Miyajimagochi ปรากฏว่าคนลงเกือบหมด ผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น นักเรียนที่ปิดเทอมและวันนี้เป็นวันเสาร์ พอลงจากรถไฟทุกคนก็พุ่งไปที่ท่าเรือเฟอรี่ ต้องมุดลงใต้ดินเดินขึ้นอีกไกลเพื่อข้ามถนนแคบๆ มีนักท่องเที่ยวชาวตะวันตกด้วย เราจึงรู้ว่า Miyajimagochi เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของคนญี่ปุ่น เมื่อเห็นสัญลักษณ์ของซุ้มประตูของวัดที่แช่อยู่ในน้ำ มองเลยขึ้นไปบนเกาะเห็นวิหารลักษณะเดียวกันทั้งประเทศบอกว่า ถ้าไม่ใช่วัด ก็ต้องเป็นศาลเจ้า อย่างแน่นอน
มองผ่านวัดไปทางด้านหลังที่เป็นภูเขา เห็นน้ำตกที่เกิดจากธารน้ำแข็ง โจนลงมาตามความลาดชันของภูเขาหิน เป็นระยะตามความลาดชัน ท่ามกลางป่าไม้ที่เขียวชะอุ่ม เป็นความอุดมสมบูรณ์ที่ไม่ปรากฏทางตอนเหนือ ตะวันออก หรือ ตอนกลางของญี่ปุ่น แม้แต่ที่เกาะชิโกกุ ที่เป็นชุมชนเกษตรกรรมก็ไม่มีความอุดมสมบูรณ์แบบนี้ให้เห็น
เป็นทัศนียภาพที่ธรรมชาติสรรค์สร้างให้งดงามลงตัว มีร้านค้า ร้านอาหาร และบ้านอยู่ตามเชิงเขา มองไปบนเขา มีต้นไม้ แต่ไม่เห็นมีบ้าน บ้านเรือนอยู่เชิงเขา ริมน้ำ ซุ้มประตูที่แช่อยู่ในน้ำ จะสูงหรือต่ำขึ้นอยู่กับระดับน้ำขึ้นน้ำลง มองไปรอบๆ เห็นเมืองฮิโรชิม่า ล้อมรอบไปด้วยทะเลและท่าเรือ เรือเฟอรี่ 3 ชั้น ที่เราโดยสารไป มีนักท่องเที่ยวเต็มทุกชั้น แต่ไม่แออัด ตอนแรกทุกคนก็กรูกันไปจับจองที่นั่ง แต่พอเรือออกไปไปได้ระยะหนึ่ง ที่นั่งกลายเป็นที่วางของ เพราะทุกคนออกไปยืนถ่ายภาพกัน มีเสียงดนตรีโหยหวนประกอบการบรรยายเป็นภาษาญี่ปุ่นที่เราฟังไม่รู้เรื่อง
กลับไปที่สถานี นั่งรถไปที่สถานี Yokogawa เพื่อเปลี่ยนสายรถไปสถานี Kabe เป็นปลายทางที่เราจะไปตามหาอาคารรูปทรงตะวันตก แต่เราไปแค่สถานีเท่านั้น เพราะต้องต่อรถเมล์ไปอีกไกลจึงจะได้เห็นอาคาร ดูเวลาใกล้ 16.00 น.แล้ว กลัวว่าจะไปต่อไม่ทัน จึงกลับไปขึ้นรถกลับฮิโรชิม่า แต่ก็ไม่เสียเวลาเปล่า เพราะตัวสถานี Kabe เองก็สวยทีเดียว
ทางรถไฟสาย Yokogawa - Kabe เป็นสายรื่นรมณ์เลียบริมน้ำ ไม่ว่าจะเป็นลำธาร แม่น้ำ ลำคลอง หรือ ทะเล ไม่มีที่ไหนที่สกปรก ไม่มีขยะหรือสวะปรากฏให้เห็น ข้ามสะพาน ผ่านชุมชนที่มีความเจริญตาด้วยหลังคามุงกระเบื้องเล่นระดับ มีจั่วเล็กสลับกับจั่วใหญ่ มีการตกแต่งขอบและปลายขอบตรงชายคาด้วยรูปทรงที่แปลกตา ไม่ใช่แค่ตัว Shachihoko เพื่อคุ้มครองภัยเท่านั้น
เริ่มมองเห็นความสุนทรี หลังจากผ่านความราบเรียบไร้ศิลปะมาจากภาคเหนือ ภาคตะวันออกและภาคกลาง ที่ผู้คนต้องต่อสู้กับความหนาว จนมีแต่ความเข้มงวดจริงจัง จนไม่มีเวลานึกถึงสุนทรียภาพ ไม่มีต้นไม้ ไร้สิ่งประดับตกแต่ง มาสู่ความชินตา เริ่มจากแปลงดินปลูกผักบนทุ่งโล่งๆ แทนโรงเรือนโครงเหล็กคลุมด้วยพลาสติกใส ต้นไม้ตามป่าเขาที่เต็มไปไผ่ที่ไม่เป็นกอ ที่นานๆจะเห็นบนภูเขาทางตอนกลางของประเทศ
ผู้คนดูหน้าตาดีกว่าเมืองที่ผ่านมา ขาไปเรานั่งตรงข้ามกับคนสวย เธอดูดีมากแต่พอเธอพูดออกมาจึงรู้ว่าเธอเป็นคนข้ามเพศ เธอดูสวยกว่าเพื่อนสาวที่นั่งคู่กันมาก ด้วยใบหน้าที่เรียวและรูปร่างเพรียวกว่า ผิวพรรณโอโม่กว่า พูดได้ว่าเดินคู่กันเพื่อนเธอดูด้อยกว่าเยอะ
ขากลับรถไม่แน่น นั่งสบาย มีเด็กน้อยหน้าใสนั่งอีกด้านหนึ่ง เวลาป้ามองเขาจะเขินและหันไปเล่นกับแม่ อยากถ่ายรูปแต่ไม่กล้า แต่ก็แอบถ่ายจนได้ ไม่แน่ใจว่าเป็นธรรมดาหรือเป็นเพราะเป็นวันหยุด หรือเพราะวันนี้มีแสงแดด อาคารบ้านช่อง ทุกที่ที่นั่งรถไฟผ่านดูมีชีวิตชีวา มีรถราและจักรยานบนถนน มีผู้คนอยู่ทุกที่ ไม่ใช่มีแต่ที่สถานีกับบนรถไฟ
แม้จะมีแดดแต่อากาศข้างนอกก็หนาวเย็น รอบๆ บริเวณสถานีฮิโรชิมา ทุกสถานีท่องเที่ยวของเมืองนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นสาหร่ายอบ คล้ายๆ กลิ่นข้าวแคบจี่ของเมืองลับแล อุตรดิตถ์ที่มีกลิ่นเค็มๆ ของแป้งกับกลิ่นคาวนิดๆ เป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของฮิโรชิม่า
ที่สถานีฮิโรชิม่า ป้าได้ถ่ายรูปกับสาวกิโมโน เธอบอกว่าไปงานเลี้ยงฉลองแต่งงานเพื่อน เราได้ตั๋วชิงกันเซ็นออกจากฮิโรชิมา ไปต่อรถที่โอกายาม่าเพื่อไป Matsue ออกเสียงว่า มัทสึเอะ ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของญี่ปุ่น ตอนรอรถ พนง.ทำความสะอาดสถานีเข็นรถอุปกรณ์ทำความสะอาดเดินผ่าน มีเสียงเพลงการ์ตูนประกอบ เขาเดินไปเต้นไปท่าทางมีความสุขกับการทำงาน
ป้าไปเข้าห้องน้ำคิวยาวมาก พอทำธุระเสร็จหาสี่ชักโครกไม่เจอ ต้องก้มเล็งอ่านว่าปุ่มไหน คืออะไร แต่ก็เป็นภาษาญี่ปุ่นซะอีก เมื่อหลายวันก่อนก็ก้มเล็งอ่าน จนรู้ว่า ข้างๆ โถที่นั่งมีปุ่ม กดให้น้ำฉีดทำความสะอาดแบบจะเอาด้านหน้า ด้านหลัง หรือเอาแบบกระจาย ช่างไฮเทคเหลือเกิน มิน่า เคยมีคนเขียนตลกๆ ว่าพวกผู้ชาย ไปญี่ปุ่นเวลาเข้าห้องน้ำให้ระวังอย่ากดปุ่มมั่ว ระวังจะมีอุปกรณ์ออกมาคีบผ้าอนามัยของผู้หญิงที่มันจะคีบแล้วดึงออกไปทิ้งถังขยะ ออกมาคีบของสำคัญของผู้ชายแล้วดึงออกไปเหมือนดึงผ้าอนามัยที่ใช้แล้ว ถ้าดึงไม่ออกก็จะดึงจนกว่าจะหลุดออกจึงจะหยุดการดึง
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น