จะบอกเเม่ยังไงดี!? เจ้าบ่าวขอยกเลิกงานเเต่งงาน .

อายุ 24 ค่ะ เป็นลูกคนเดียว เพิ่งเรียนจบค่ะ คบกับเเฟนมา 6 ปีจะเข้าปีที่ 7 ต้นปี ผู้ใหญ่ได้มาคุยกันเรื่อง
เเต่งงาน ฤกษ์แต่งงาน เดือนธันวานี้ค่ะ ตอนนี้กำลังสร้างเรือนหอเเต่เป็นเเบบต่อเติมบ้านค่ะ ตอนนี้กำลังวุ่นวายเรื่องนี้อยู่ ยังไม่วางเเผนเรื่องเเต่งงานค่ะ คิดว่าจะสร้างเรือนหอให้เสร็จก่อน ค่อยจะมาคิดเรื่องวางเเผนทำอะไรในงานเเต่งค่ะ เรือนหอเสร็จสิ้นเดือนเมษานี้ค่ะ
เเต่ตอนนี้ เรากับผู้ชายคนนี้กำลังมีปัญหากัน คือ
เขาไม่ชอบเราเเล้ว เขาไม่อยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยเเล้วค่ะ
เราควรจะบอกเเม่เรายังไง ให้ท่านเสียใจน้อยที่สุด
หรือปล่อยไปก่อนคะ สงสารเเม่ เเม่ดีใจมากค่ะที่เราตะได้เเต่งงานมีครอบครัว บอกญาติพี่น้อง เเละเพื่อนที่สนิทกับเเม่ไปหมดเเล้ว รวมกับเพื่อนสนิทเราด้วยคือตอนนี้เราก็ช็อคมาก รับไม่ได้ ปิดเฟส บล็อกทุกอย่างไปเเล้ว

ขออนุญาติเพิ่มเติมค่ะ
1.) เหตุผลที่ยกเลิกคงจะเป็นความคิดเห็นไม่ลงรอยกันคะ คบกันมา 6-7 ปี ไม่เคยจะทำอะไรใหญ่ๆด้วยกัน เเต่ตอนนี้คือสร้างเรือนหอ เงินเราสร้างคะ เเต้เขาก็ จะออกบ้าง เขาพูดเเต่ยังไม่ได้ออกอะไรค่ะ เราก็เครียด ที่เงินเก็บกำลังจะหมดเพราะสร้าง บ้าน เราเลยคิดมากเรื่องจะ หาเงินเพิ่ม ทางไหนได้อีก เค้าเลย ว่าเรากดดัน ที่จะให้เขาหาตังมาให้เราค่ะ เเต่เราไม่มีเจตนาเเบบนั่นเลยนะคะ

2.) อายุ เเค่ 24 เเต่งเร็วไปไหม ?
คือ เเม่ป่วยบ่อยค่ะ อายุ 58 เเล้ว เราเกือบเสียเเม่ไป เมื่อสามปีก่อนค่ะ เราอยุ่กับเเม่เเค่สองคน เเม่พูดเสมอว่ารีบเเต่งงานนะ(คบกันนานเกินไปเเม่กลัวถ้าเลิกจะขายไม่ออกคะ) เเม่อยากเห็น เรา มีครอบครัวที่สมบูรณ์ เเม่จะได้หายห่วง เเม่อยากเลี้ยงหลานเเม่อยากเห็น เรามีอาชีพที่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ (ตอนนี้ทำงานอยู่ค่ะ เเต่คงไม่มั่นคงเท่าไหร่) นี่ก็คิอเหตุผลที่เรา เเต่งงานตอนอายุเท่านี้ ค่ะ เราอยากให้เเม่มีความสุข เห็นหลาน เลี้ยงหลานค่ะ


ขอคำเเนะนำจากพี่ๆเพื่อนๆด้วยค่ะ
เเละขออภัยถ้าเเท๊คห้องผิด หรือเขียนผิดตรงไหน นะคะ
ถ้าเราพิมพ์อะไรไม่เข้าใจตรงไหน บอกเราเเก้ไขได้นะคะ

ขอขอบคุณล่วงหน้าค่ะ


อ่านหมดเเล้วนะคะ ต้องขอขอบคุณทุกๆความคิดเห็น หนูรู้สึกซาบซึ้งใจมากๆ ไม่คิดว่า มาโพสในพันทิบจะได้ข้อคิดดีๆมากมายเเละทำให้หนูคิดได้เยอะ สัญญาค่ะว่าจะเข้มเเข็ง เมื่อวาน รดน้ำดำหัวเเม่ เเม่ก็ถามว่ามีปัญหาอะไรรึป่าว ก็ได้เเต่ร้องไห้ ยังไม่กล้าจะบอก เลย
แก้ไขข้อความเมื่อ

สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 4
ก่อนอื่นพี่ขอแสดงความเสียใจต่อเรื่องที่เกิดขึ้นกับน้องนะคะ
แต่พี่ก็แอบคิดนะ ว่าหากวันนึงที่น้องได้เจอคนที่ใช่แล้ว
แล้วน้องมาย้อนคิดถึงเหตุการณ์นี้ น้องจะดีใจที่วันนี้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นกับน้อง
พี่เองก็เคยเจอเหตุการณ์คล้ายๆน้องๆเหมือนกัน
และบอกเลยว่า พี่รู้สึกโชคดีมาก ที่งานแต่งครั้งนั้นของพี่ยกเลิก
และพี่อยากบอกอย่างนี้นะคะ..
วินาทีที่ชีวิตเราจะเริ่มค่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆ มันอาจเริ่มนับจากวันที่เราไม่มีเขาอีกแล้ว
เช่น พี่เอง... ช่วงที่เพิ่งผ่านไปยังไม่ทันได้ 3 ปี ก็เริ่มเห็นแล้วล่ะว่าชีวิตดีขึ้นยังไง
ผ่านมาเกือบ 10 ปี ได้มารู้เรื่องราวของเขาอีกที
แม้ว่าจะไม่ได้ตั้งใจเปรียบเทียบอดีตคนเคยจะแต่งงานด้วย กับสามีตัวจริงที่ร่วมสร้างครอบครัวกับเราตอนนี้
และก็ไม่ได้ตั้งใจจะเปรียบเทียบตัวเอง กับภรรยาคนปัจจุบันของเขา
แต่มันเห็นชัดมาก ว่าชีวิตเราตอนนี้ดีกว่าเขาเยอะเลย
เรา.. ผู้ซึ่งเป็นคนที่เขาเคยดูถูก เคยรังเกียจครอบครัวเรา
เคยเอาเราไปเปรียบเทียบกับคนที่ดีกว่าตลอดเวลา
แต่แล้ววันนี้.. เรากลายเป็นคนที่มีชีวิตดีกว่าเขาไม่รู้กี่เท่า (ก็ได้แค่รู้สึกเห็นใจเขา แต่ก็ไม่ได้ไปยุ่งอะไรกับเขาหรอกนะ)
ที่พี่เล่าเรื่องตัวเองให้ฟังนี้ เพราะพี่แน่ใจ
อนาคตข้างหน้า น้องก็จะรู้สึกเหมือนอย่างที่พี่รู้สึกตอนนี้แหละ หากน้องรู้จักพัฒนาตัวเองเสมอนะ
พี่อยากบอกน้องนะ ว่าอย่าไปเสียใจเลย ดีใจซะดีกว่า
เราแค่ไม่รู้ว่าอนาคตมีอะไรดีๆรออยู่
จริงอยู่ เราเห็นแค่ตอนนี้ที่มีแต่สิ่งที่น้องไม่ชอบ มาทำให้น้องรู้สึกเครียด
แต่นี่แหละค่ะชีวิต  มันไม่มีใครเจอแต่เรื่องถูกใจเท่านั้นทั้งชีวิตหรอก
แต่ความทุกข์นี่แหละ มันคือเครื่องสร้างความเข้มแข็งให้จิตใจนะ
........................................................................................................
อ่ะ! เดี๋ยวจะยาวเกินไป
มาเรื่องแม่เลยละกันนะ

จะช้าจะเร็ว แม่ก็ต้องรู้
ยิ่งเขายังไม่รู้ เขาอาจจะยิ่งแสดงความดีใจนี้ต่อคนเยอะแยะ
ยิ่งจำนวนคนที่ท่านไปประกาศให้ทราบ มีจำนวนเยอะขึ้นเท่าไหร่
พี่ว่าแม่จะยิ่งรู้สึกแย่มากแน่ๆ ถ้าแม่มารู้ทีหลังว่า น้องไม่รีบบอกท่าน ก่อนที่ท่านจะไปบอกอีกไม่รู้กี่คน
คือพี่ก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญอะไรหรอกนะคะ
แต่พี่อ่านแล้ว ก็มีความเห็นว่า น้องควรจะรีบจับเข่าคุยกับท่านสักที
อย่าปล่อยให้นานกว่านี้เลยนะพี่ว่า
พี่อาจจะแนะนำผิดก็ได้ แต่ถ้าเป็นพี่ พี่จะรีบบอกครอบครัวพี่เร็วๆ
ตอนที่งานแต่งพี่(เมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว)ยกเลิก พี่บอกที่บ้านทันทีที่รู้เลย
ผู้ใหญ่เขาจะได้หยุดบอกใครต่อใคร และรีบบอกคนที่บอกไปแล้วด้วย(ว่างานแต่งยกเลิก)

และหากน้องจะกังวลว่า คนอื่นเขาจะสมน้ำหน้าเราไหม
พี่อยากบอกอย่างนี้นะคะ
คนที่เข้าใจชีวิตไม่มีใครสมน้ำหน้าเราหรอก มีแต่คนจิตใจคับแคบเท่านั้นแหละค่ะที่จะคิดอะไรแบบนั้น

ยังไงน้องลองนำคำแนะนำของพี่ไปพิจารณาดูนะคะ
แล้วเรื่องร้ายๆจะผ่านไปนะ พี่เป็นกำลังใจให้นะคะ
---------------------------------------------------------------------------------------
ป.ล. เห็นว่ามีน้องมีเพิ่มเติมคำชี้แจงใหม่
พี่เลยขอมาช่วยตอบเพิ่มเติมใน spoil นี้นะคะ ลองอ่านดูนะคะ ^_^
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
____________________________________________________
และขออัพเดท (ณ วันที่ 21/4/59)
ในการเสนอทางเลือกในการบอกแม่นะคะ
ลองคลิกอ่านที่ spoil นี้ (หรือที่ความคิดเห็นที่ 214 ได้เลยนะคะ)
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ความคิดเห็นที่ 5
ขอตอบจากใจแม่ที่มีลูกสาวนะคะ ถ้าน้องเป็นลูกสาวพี่ ไม่ว่าจะเกิดเรื่องร้ายหรือดี ขอแค่เดินมาบอกกันค่ะ หัวอกคนเป็นแม่ เมื่อลูกเจอเรื่องที่ดี กำลังจะแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝา แม่ย่อมจะยินดีและดีใจด้วยค่ะ นั่นคือความสุขของคนเป็นแม่อย่างแท้จริง สุขที่ลูกมีความสุขค่ะ ในทางตรงกันข้าม ถ้าลูกกำลังทุกข์ แม่ก็ย่อมจะทุกข์ตามไปด้วย แต่แม่จะทุกข์มากกว่าเป็นร้อยเป็นพันเท่า ถ้ารู้ว่าลูกได้แบกทุกข์นั้นไว้คนเดียว อ้อมอกแม่มีไว้สำหรับลูกเสมอค่ะ แม่เข้มแข็งเสมอนะคะ ถ้าพี่เป็นแม่ของน้อง คงจะกอดน้อง เช็ดน้ำตาให้ แล้วชวนกันออกไปเดินรับอากาศบริสุทธิ์ในสวนค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่