อย่างที่บอกนะครับผม ผมไปเที่ยวเชียงใหม่มาเมื่อปลาย มีนาคม ที่ผ่านมานี่เอง
อย่างที่รู้นะครับว่าเป็น ฤดูร้อน ที่ไม่มีใครอยากไปที่หนาวๆแบบนี้เท่าไหร่
อย่างที่เห็นว่า ไม่รีวิว ไม่ขายของ ไม่มีรูป อันที่จริงก็มีแหละแต่ไม่ได้ถ่ายเอง
เอาเป็นว่า นี่เป็นกระทู้แรกของผม
ยังไงก็อยากให้คนที่เข้ามาอ่านได้ระเบิดจินตนาการตามตัวหนังสือของผมให้สุดๆไปเลยแล้วกันครับบ
(จิบช้าร้อนๆ เอาฮู้ดคลุมหัวเพื่อให้ได้บรรยากาศด้วย)
บอกก่อนเลยที่ผมตกลงใจมาร่วมเที่ยวกับเพื่อนๆครั้งนี้คือ
เขาบอกว่าจะพาขึ้นดอย
ในความคิดของผม ดอย ต้องหนาว --โอเคไป
ผมออกเดินทางจากสถานีหัวลำโพงบ่ายโมงเกือบบ่ายสอง ด้วยรถไฟฟรี
สถานีปลายทางเชียงใหม่ ซึ่งผมเคยไปมาทีนึงละตอนหน้าหนาว
ออกจากกรุงเทพมา 2-3 ชั่วโมงก็เป็นไปตามคาดครับ

(ลองใส่เฉยๆอยากรู้ว่าคืออะไร)
อากาศร้อนเยี่ยงขุมนรก ลองคิดถึงการเข้าส้วมสังกะสีที่ตั้งอยู่กลางแดดเดือนมีนาคม อารมณ์ประมาณนั้น
อุณหภูมิไม่รู้ไม่ได้วัด แต่เอาเป็นว่าร้อนมาก แต่เหงื่อไม่ออก แต่เหนอะหนะมากๆอยากอาบน้า 38 รอบ
บนรถไฟมีของกินมากมาย ไฮไลท์อยู่ที่น้ำหวาน ลักษณะเป็นถุงมัดยางใส่น้ำแข็งแล้วก็น้ำหวานต่างๆ
อัดลมแน่นๆหน้าตาเหมือนหวานเย็นที่เรากัดตูดดูดตอนเด็กๆอ่ะ
ทีเด็ดเลยคือนมชมพูที่โคตรรรรรหวานสะใจผมมาก ดูดเข้าไปแล้วโลกผมกลายเป็นสีชมพูทันที
แบบสงสัยอยู่พักนึงว่ามันใช้นมอะไรผสมน้ำแดงถึงหวานมันยั้งงี้
เอาเป็นว่าของกินบนรถไฟก็น้ำพวกนี้แหละคับ อร่อยๆ 10 บาท อยากมีความสุขก็ดูดๆเข้าไปเหอะ
มีข้าวด้วย 20-40 บาท แล้วแต่คนขาย ส่วนพวกน้ำขวดน้ำอัดลม แพง!! ถึงเชียงใหม่ค่อยกิน
เวลาที่ผมรอคอยก็มาถึง (เท้าความถึงเชียงใหม่คราวที่แล้ว เดินทางกลางวันก็ร้อนแบบนี้เลย แต่พอฟ้ามืด

หนาวอยั่งกะช่องแอร์)
นั่นแหละ แต่คราวนี้มันไม่ใช่ไง ยังร้อนอยู่เหมือนเดิม และไม่มีวี่แววว่าจะเย็นลงแม้แต่น้อย
แต่ถึงช่วงเที่ยงคืน รถไฟแล่นผ่านป่า น่าจะเลยพิษณุโลกขึ้นไปแล้วล่ะ

หนาวเฉย!!
แต่พอเลยป่าออกไปแล้วก็ร้อนเหมือนเดิม 55555
(เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าอย่าตัดไม้ทำลายป่า)
เอ้อ! อยากรู้ป่าวว่าบนรถไฟฟรีหน้าตาเป็นยังไง หมายถึงด้านในน่ะๆๆๆ
มันก็ไม่ได้แย่ไปกว่าที่คิดนะ แต่เบาะมันนั่งไม่ค่อยสบายแล้วผมก็ต้องลุกขึ้นมาบิดๆๆๆ หลายรอบมาก
เอ้อ เดินทาง15ชั่วโมงเหมือนจะนานนะ แต่หาอะไรทำเพลินๆสิ แปปเดียวถึงละ
เตรียมพร้อมนิดหน่อย เราก้จะเดินทางด้วยรถไฟฟรีได้อย่างมีความสุขแล้ว
ถึงเลยละกัน เบื่อละ
เราถึงสถานีเชียงใหม่ ตี 4 มั้งถ้าจำไม่ผิด ขึ้นรถแดงไปห้องพักทันที
พอไปถึงปุ้บ เชี่ยยยย

อยู่ข้างๆที่พักเก่า ซึ่งราคาที่ใหม่ ถูกกว่า (เจ็บใจครับ)
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าการลงทุนมีความเสี่ยง ควรศึกษาข้อมูลให้ดีๆก่อนจองบ้านพัก
เรานอนกันตี 5 ตื่น 10 โมง ต้องรีบๆๆๆๆเดี๋ยวได้เที่ยวน้อย
โบกสองแถวแดงไปเที่ยวปางช้าง ขี่ช้างชิวๆ ช้างน้อยน่ารัก ผมนี้ชักๆอยากจะเห็น
ถ้าใครเคยนั่งช้างจะรู้ว่า ช้างมันเดินน่ากลัวมาก ตัวเราจะโยกซ้าย โยกขวา
เอาง่ายๆว่าถ้าใครเมารถก็ เมาช้างด้วยอ่ะ
แล้วแบบ เดินช้าๆๆ เนิบๆ แต่โยกๆ
มีแบบเดินขึ้นเนิน ผมนี่หงายแทบตกหลังช้าง ขาลงเนินด้วยมือนี่จับที่จับแข็งเลยครับ
นอกจากมือที่จับแข็งแล้วก็ตีนแหละคับ ใส่รองเท้าแตะคีบ หนีบกันหรรมแข็งเลย
ช้าง

-อ้อยทีละเป็นมัด ถามควาญช้างว่าทำไม เขาบอกว่า กินทีละชิ้นก็เหมือนเรากินนข้าวทีละเม็ดแหละครับ
อื้มๆ เคพี่ 55555
เอ้อใช่ๆๆๆ!!! ควาญช้างเขาจัด ช้างพ่นน้ำให้เรา เยเข้ขขขขขข เฟี้ยวจริงครับ
แล้วมีแบบฝอยน้ำสะท้อนแสงแดด เป็นรุ้ง ฟรุ้งฟริ้ง
ถ้าอยากเห็น ไปขี่ดู
ตกเย็นเราไปเดินเล่นบน Canopy walk way ที่เป็นสกายวอคยาวๆ ชมธรรมชาติ
ตรงสุดปลายมีจุดชมวิว สวยๆ สวยจริง แบบ บนดอยสูงๆเห็นนู่นนี่นั่น งามมม
ตกมืดไปดูบอลที่นิมมาน 17 มีร้านนึงราคาเซเว่นหาเอา
วันนั้น ไทยเสมออิรัก 2-2 คร้าบบบ
กลับไปนอนตื่นเช้ามาวันนี้เราออกไปเที่ยวกันอีก ฟิตจัด
วันนี้ขึ้นดอยอินทนนท์ อ่ะ เย่ๆๆๆๆ
เข้าเรื่องเลยละกัน แค่ขึ้นไปถึงสำนักงานอุทยานกิ่วแม่ปานก็เย็นๆแล้วอ่ะ อากาศเย็น แฮ่!!!
20 องศา ดูอุณ อยู่
เดินทางศึกษาธรรมชาติ ประมาณ 1 กม. ถึงจุดชมวิวกิ่วแม่ปาน
แม่จ้าววววว (เสียงโน้ตอุดม)
ด่านแรกเป็นทุ่งหญ้าสีขาววว (หลับตาๆๆๆ) อากาศเย็นๆที่ค่อยๆลดอุณหภูมิลงเรื่อยๆ
ท้องฟ้ามีเมฆบางๆลอยอยู่แน่นไปหมด
ดวงอาทิตย์กำลังคล้อยต่ำลง เอาเป็นว่ามันสวยมากๆอ่ะ น่าถ่ายรูปมาเนอะ
ตรงสุดทางเดินทุ่งหญ้าเป็นสันเขา ยาวเหยียด มองออกไปเห็นทิวเขาลูกอื่นๆสลับซับซ้อน หมอกจางๆลอยอยู่ต่ำๆ
ผมว่า คำว่า วิเศษ น่าจะนิยามจุดๆนี้ได้ดีที่สุดเลยล่ะ
พอพระอาทิตย์คล้อยต่ำลง อากาศก็เริ่มหนาวอย่างเห็นได้ชัด จากตอนแรกที่แค่เย็นๆ
ตอนนี้หนาวจนต้องมองหาพุ่มไม้ไว้หลบลม
ถือว่าการมาเชียงใหม่รอบนี้ของผม คุ้มแล้วล่ะคับ
เอาเป็นว่าการมาเชียงใหม่หน้าร้อน ดีตรงที่ไม่ต้องแย่งใครเที่ยว
อย่างดอยอินที่เราขึ้นไปเที่ยว ไม่มีนักท่องเที่ยวเลย มีแค่พวกเรากลุ่มเดียวและพี่ไกด์ 2 คนที่เป็นชาวม้ง
อีกอย่างนึง ที่พัก ถูกมากๆ ยิ่งถ้าเป็นห้องใหญ่ แล้วมากันหลายๆคน ช่วยกันหาร สบ๊ายยย...
จบ
เขียนถูกเขียนผิดไม่ว่าโน้ะ ง่วงงงง55555
หวังว่าจะมีสัก 1-2 คนที่สนุกกับสิ่งที่ผมเขียน ขอบคุณมากๆนะครับ
ไว้รอตอนไหนผมสติดีๆ เดี๋ยวจะลองหัดเขียนดูอีก สัญญาว่าจะมีรูปมีอะไร ให้มันดูดีหน่อยละกัน55555
ว่าแต่ จะมีคนเข้ามาเห็นกระทู้ผมได้ยังไงอ่ะ
เที่ยวเชียงใหม่ฤดูร้อนครับผม ไม่รีวิว ไม่ขายของ ไม่มีรูป ตัวหนังสือและอารมณ์ล้วนๆ ไม่ได้ร้อนทั้งหมดนะ มีหนาวด้วย
อย่างที่รู้นะครับว่าเป็น ฤดูร้อน ที่ไม่มีใครอยากไปที่หนาวๆแบบนี้เท่าไหร่
อย่างที่เห็นว่า ไม่รีวิว ไม่ขายของ ไม่มีรูป อันที่จริงก็มีแหละแต่ไม่ได้ถ่ายเอง
เอาเป็นว่า นี่เป็นกระทู้แรกของผม
ยังไงก็อยากให้คนที่เข้ามาอ่านได้ระเบิดจินตนาการตามตัวหนังสือของผมให้สุดๆไปเลยแล้วกันครับบ
(จิบช้าร้อนๆ เอาฮู้ดคลุมหัวเพื่อให้ได้บรรยากาศด้วย)
บอกก่อนเลยที่ผมตกลงใจมาร่วมเที่ยวกับเพื่อนๆครั้งนี้คือ
เขาบอกว่าจะพาขึ้นดอย
ในความคิดของผม ดอย ต้องหนาว --โอเคไป
ผมออกเดินทางจากสถานีหัวลำโพงบ่ายโมงเกือบบ่ายสอง ด้วยรถไฟฟรี
สถานีปลายทางเชียงใหม่ ซึ่งผมเคยไปมาทีนึงละตอนหน้าหนาว
ออกจากกรุงเทพมา 2-3 ชั่วโมงก็เป็นไปตามคาดครับ
อากาศร้อนเยี่ยงขุมนรก ลองคิดถึงการเข้าส้วมสังกะสีที่ตั้งอยู่กลางแดดเดือนมีนาคม อารมณ์ประมาณนั้น
อุณหภูมิไม่รู้ไม่ได้วัด แต่เอาเป็นว่าร้อนมาก แต่เหงื่อไม่ออก แต่เหนอะหนะมากๆอยากอาบน้า 38 รอบ
บนรถไฟมีของกินมากมาย ไฮไลท์อยู่ที่น้ำหวาน ลักษณะเป็นถุงมัดยางใส่น้ำแข็งแล้วก็น้ำหวานต่างๆ
อัดลมแน่นๆหน้าตาเหมือนหวานเย็นที่เรากัดตูดดูดตอนเด็กๆอ่ะ
ทีเด็ดเลยคือนมชมพูที่โคตรรรรรหวานสะใจผมมาก ดูดเข้าไปแล้วโลกผมกลายเป็นสีชมพูทันที
แบบสงสัยอยู่พักนึงว่ามันใช้นมอะไรผสมน้ำแดงถึงหวานมันยั้งงี้
เอาเป็นว่าของกินบนรถไฟก็น้ำพวกนี้แหละคับ อร่อยๆ 10 บาท อยากมีความสุขก็ดูดๆเข้าไปเหอะ
มีข้าวด้วย 20-40 บาท แล้วแต่คนขาย ส่วนพวกน้ำขวดน้ำอัดลม แพง!! ถึงเชียงใหม่ค่อยกิน
เวลาที่ผมรอคอยก็มาถึง (เท้าความถึงเชียงใหม่คราวที่แล้ว เดินทางกลางวันก็ร้อนแบบนี้เลย แต่พอฟ้ามืด
นั่นแหละ แต่คราวนี้มันไม่ใช่ไง ยังร้อนอยู่เหมือนเดิม และไม่มีวี่แววว่าจะเย็นลงแม้แต่น้อย
แต่ถึงช่วงเที่ยงคืน รถไฟแล่นผ่านป่า น่าจะเลยพิษณุโลกขึ้นไปแล้วล่ะ
แต่พอเลยป่าออกไปแล้วก็ร้อนเหมือนเดิม 55555
(เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าอย่าตัดไม้ทำลายป่า)
เอ้อ! อยากรู้ป่าวว่าบนรถไฟฟรีหน้าตาเป็นยังไง หมายถึงด้านในน่ะๆๆๆ
มันก็ไม่ได้แย่ไปกว่าที่คิดนะ แต่เบาะมันนั่งไม่ค่อยสบายแล้วผมก็ต้องลุกขึ้นมาบิดๆๆๆ หลายรอบมาก
เอ้อ เดินทาง15ชั่วโมงเหมือนจะนานนะ แต่หาอะไรทำเพลินๆสิ แปปเดียวถึงละ
เตรียมพร้อมนิดหน่อย เราก้จะเดินทางด้วยรถไฟฟรีได้อย่างมีความสุขแล้ว
ถึงเลยละกัน เบื่อละ
เราถึงสถานีเชียงใหม่ ตี 4 มั้งถ้าจำไม่ผิด ขึ้นรถแดงไปห้องพักทันที
พอไปถึงปุ้บ เชี่ยยยย
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าการลงทุนมีความเสี่ยง ควรศึกษาข้อมูลให้ดีๆก่อนจองบ้านพัก
เรานอนกันตี 5 ตื่น 10 โมง ต้องรีบๆๆๆๆเดี๋ยวได้เที่ยวน้อย
โบกสองแถวแดงไปเที่ยวปางช้าง ขี่ช้างชิวๆ ช้างน้อยน่ารัก ผมนี้ชักๆอยากจะเห็น
ถ้าใครเคยนั่งช้างจะรู้ว่า ช้างมันเดินน่ากลัวมาก ตัวเราจะโยกซ้าย โยกขวา
เอาง่ายๆว่าถ้าใครเมารถก็ เมาช้างด้วยอ่ะ
แล้วแบบ เดินช้าๆๆ เนิบๆ แต่โยกๆ
มีแบบเดินขึ้นเนิน ผมนี่หงายแทบตกหลังช้าง ขาลงเนินด้วยมือนี่จับที่จับแข็งเลยครับ
นอกจากมือที่จับแข็งแล้วก็ตีนแหละคับ ใส่รองเท้าแตะคีบ หนีบกันหรรมแข็งเลย
ช้าง
อื้มๆ เคพี่ 55555
เอ้อใช่ๆๆๆ!!! ควาญช้างเขาจัด ช้างพ่นน้ำให้เรา เยเข้ขขขขขข เฟี้ยวจริงครับ
แล้วมีแบบฝอยน้ำสะท้อนแสงแดด เป็นรุ้ง ฟรุ้งฟริ้ง
ถ้าอยากเห็น ไปขี่ดู
ตกเย็นเราไปเดินเล่นบน Canopy walk way ที่เป็นสกายวอคยาวๆ ชมธรรมชาติ
ตรงสุดปลายมีจุดชมวิว สวยๆ สวยจริง แบบ บนดอยสูงๆเห็นนู่นนี่นั่น งามมม
ตกมืดไปดูบอลที่นิมมาน 17 มีร้านนึงราคาเซเว่นหาเอา
วันนั้น ไทยเสมออิรัก 2-2 คร้าบบบ
กลับไปนอนตื่นเช้ามาวันนี้เราออกไปเที่ยวกันอีก ฟิตจัด
วันนี้ขึ้นดอยอินทนนท์ อ่ะ เย่ๆๆๆๆ
เข้าเรื่องเลยละกัน แค่ขึ้นไปถึงสำนักงานอุทยานกิ่วแม่ปานก็เย็นๆแล้วอ่ะ อากาศเย็น แฮ่!!!
20 องศา ดูอุณ อยู่
เดินทางศึกษาธรรมชาติ ประมาณ 1 กม. ถึงจุดชมวิวกิ่วแม่ปาน
แม่จ้าววววว (เสียงโน้ตอุดม)
ด่านแรกเป็นทุ่งหญ้าสีขาววว (หลับตาๆๆๆ) อากาศเย็นๆที่ค่อยๆลดอุณหภูมิลงเรื่อยๆ
ท้องฟ้ามีเมฆบางๆลอยอยู่แน่นไปหมด
ดวงอาทิตย์กำลังคล้อยต่ำลง เอาเป็นว่ามันสวยมากๆอ่ะ น่าถ่ายรูปมาเนอะ
ตรงสุดทางเดินทุ่งหญ้าเป็นสันเขา ยาวเหยียด มองออกไปเห็นทิวเขาลูกอื่นๆสลับซับซ้อน หมอกจางๆลอยอยู่ต่ำๆ
ผมว่า คำว่า วิเศษ น่าจะนิยามจุดๆนี้ได้ดีที่สุดเลยล่ะ
พอพระอาทิตย์คล้อยต่ำลง อากาศก็เริ่มหนาวอย่างเห็นได้ชัด จากตอนแรกที่แค่เย็นๆ
ตอนนี้หนาวจนต้องมองหาพุ่มไม้ไว้หลบลม
ถือว่าการมาเชียงใหม่รอบนี้ของผม คุ้มแล้วล่ะคับ
เอาเป็นว่าการมาเชียงใหม่หน้าร้อน ดีตรงที่ไม่ต้องแย่งใครเที่ยว
อย่างดอยอินที่เราขึ้นไปเที่ยว ไม่มีนักท่องเที่ยวเลย มีแค่พวกเรากลุ่มเดียวและพี่ไกด์ 2 คนที่เป็นชาวม้ง
อีกอย่างนึง ที่พัก ถูกมากๆ ยิ่งถ้าเป็นห้องใหญ่ แล้วมากันหลายๆคน ช่วยกันหาร สบ๊ายยย...
จบ
เขียนถูกเขียนผิดไม่ว่าโน้ะ ง่วงงงง55555
หวังว่าจะมีสัก 1-2 คนที่สนุกกับสิ่งที่ผมเขียน ขอบคุณมากๆนะครับ
ไว้รอตอนไหนผมสติดีๆ เดี๋ยวจะลองหัดเขียนดูอีก สัญญาว่าจะมีรูปมีอะไร ให้มันดูดีหน่อยละกัน55555
ว่าแต่ จะมีคนเข้ามาเห็นกระทู้ผมได้ยังไงอ่ะ