http://pantip.com/topic/35030917 Let's go " alone trip >> Jeonju-Seoul Korea <<คนเดียวเที่ยวแล้วไง " ภาค 1
ต่อจากภาค 1 นะคะ ตอนนี้เราอยู่ที่ เมือง ชอนจู ประเทศเกาหลีใต้ หลังจากที่ลงเครื่องจากสนามบินอินชอนก็นั่งบัสจากสนามบินมายังเมืองนี้เลย เห็นที่พักของเราแล้วใช่มั้ยล่ะ ตอนที่เราเข้าที่พัก ก็เป็นเวลาประมาณ 15.30 น. ของประเทศเกาหลี ซึ่งเวลาในประเทศไทย ก็ประมาณ บ่ายโมงค่ะ หิวข้าวมาก
เราโชคดีค่ะ ที่มีเพื่อนเป็นคนเกาหลีแท้ๆเลย อยู่ที่เมือง ชอนจู รู้จักกันนานแล้วล่ะ รู้จักกันผ่านเว็ปแลกเปลี่ยนภาษาเมื่อ 2 ปีที่แล้ว โอปป้าแก่กว่าเราไป 2 ปี และเค้าเองก็เคยมาเที่ยว กรุงเทพเมื่อปีที่แล้ว เราเองก็พาเค้านี่แหละ เที่ยว เราโชคดีมากๆ ตรงที่เราเจอเพื่อนที่ดี และน่ารักมากๆ คุยสนุกและสุภาพมากๆเลย อีกอย่างโอปป้าสามารถพูดอังกฤษได้คล่องเลยที่เดียว ทำให้เราสามารถสื่อสารกันได้ง่ายขึ้นค่ะ
เรานัดเพื่อนเจอที่หน้าเกสเฮ้าท์ค่ะ เพื่อนขับรถมารับพาเที่ยวรอบเมืองแล้วก็พาไปเดินเล่น แล้วก็กินข้าวด้วยกัน ไปดูบรรยากาศกันเลยคะ
เมนูนี้เราไม่แน่ใจ จำชื่อไม่ได้ อะไรคัลบี้ๆๆ สักอย่างเนี้ยแหละ มันคือไก่สับๆๆปั้นเป็นก้อน รสชาติไม่ต้องพูดถึง รสเหมือน หมูปิ้งบ้านเราเลยอ่ะ ขาดข้าวเหนียววว ว้ายยย แต่มัน อร่อยสุดๆเลยนะ หวานๆกินกับเครื่องเคียง ผัก จิมกิ ไชเท้าดอง โห้ยย กูเชื่อล่ะว่า ชอนจู เมืองต้นตำหรับอาหารเกาหลี สุดยอดด และมีอีกเมนูนึง เราคอมเม้นให้เพื่อนสั่งให้เลย คือ บีบีบัม แต่บีบีบัมที่นี่ไม่ใส่กะทะร้อนเหมือนร้านอื่นนะ แต่ใส่ ถ้วยเงินมาอ่ะ โห้...ถ้วยโครตหนัก !! แต่พอคลุกแล้ว กินด้วยกัน บอกเลยย มันสุดยอดดดมากกก แทบักอ่า !!!

****อาหารเกาหลี จากที่สังเกต ขึ้นชื่อ เรื่อง ความอลังการ ความใหญ่ของมัน เทียบกับราคา เราว่าคุ้มมาก มื้อนี้เราจำไม่ได้ค่ะว่า ราคาเท่าไหร่ เพราะเพื่อนเราเลี้ยงค่ะมื้อนี้ ร้านอาหารเกาหลีส่วนใหญ่ จะรับบัตรนะ แล้วเราก็เห็นคนเกาหลีส่วนใหญ่ รูดบัตรกันเยอะ เหมือนกัน ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม หรือว่า ขี้เกียจพกธนบัตรเยอะๆมั่ง **เรากับเพื่อน พลัดกันเลี้ยงนะ เช่น เพื่อนเราเลี้ยงมื้อแรก เราเลี้ยงมื้อสอง เพื่อนเลี้ยงน้ำ เราเลี้ยงขนม ประมาณนี้ ** รู้สึกว่าไม่อึดอัดหรือเกรงใจต่อกันมาก 5555 เป็นงี้ตั้งแต่เพื่อนมาเมืองไทยแล้ว แชร์กันออกตลอด ^^!
หลังจากทานอาหารเสร็จ ก็ไปเดินเล่นใจกลางเมือง ชอนจูค่ะ เนี้ยที่เรากำลังไป เป็นหมู่บ้าน Jeonju Hanok Village ที่พักเราใกล้ที่นี้มาก เดินไปได้
แต่วันนี้คนเยอะ เพราะเป็นวันหยุด อากาศดีมากกก สุดๆๆ อากาศมันสะอาด สดชื่นบอกไม่ถูก เย็นสบาย ดอกไม้ก็สวย แล้วด้วยความที่นี้ เป็นเมืองเก่า คนสามารถเช่าชุด ฮันบก ใส่เดินรอบเมือง ถ่ายรูปเล่นได้นะ ถือเป็นเรื่องธรรมดามาก ถ้าใครใส่เดิน ตอนแรก เรากะว่าจะใส่แล้วล่ะ แต่เกรงใจเพื่อน กลัวเพื่อนรอ 555 โอ้ยย เหมือนอยู่ในซีรีย์เลยย ละลานตามากอ่ะ โอ้ยย อยากหยุดเวลาสุดๆ

หลังจากที่เดินเที่ยว ในหมู่บ้าน แล้ว โอปป้าก็พาขับรถเล่นรอบเมือง แล้วก็พาไปดูอะไรหลายๆที่ในเมือง ชอนจู ค่ะ ระหว่างทางที่นั่งรถไปกับโอปป้า ก็สังเกตได้เลยว่า เห้ยย ถนนมันไม่มีเกาะกลางเหมือนบ้านเรานะ สองเลนสวนกันก็ระนาบเดียวกันนี้แหละ และคนเกาหลี นี่ขับรถเก่งสุดๆ ซอกซอย รถเบียดแค่ไหน ก็สามารถผ่าไปได้แบบไม่ชน โอ้ว แม่เจ้าา !! 555 แล้วรถที่คนเกาหลีขับสวนใหญ่ นี้เป็นรถเก๋งค่ะ กะบะนี้ไม่เห็นเลยนะ ยี่ห้อส่วนใหญ่ นี้มีแต่ ฮุนได ,ไก KIA อ่ะ ออกเสียงถูกอ่ะป่าว แต่รถ ฮุนไดร์อ่ะ บ้านเราออกเสียง ฮุนไดร์ แต่โอปป้าบอกว่า จริงๆ มันต้องออกเสียง ฮันไดร์ นะ คนที่นี้ชาตินิยมสูง ใช้ของที่ประเทศตัวเองผลิตส่วนใหญ่ผลิต เค้าเชื่อว่าดี แต่เราก็ว่ามันดีนะ 5555 คือทุกอย่างมันไฮเทคอ่ะ ขนาดรถโอปป้าที่เรานั่งไปด้วย คือแบบ ฟังช์ชั่นเยอะมาก ไม่ได้ถ่ายมา เสียดายจัง โครตจะหลายปุ่ม มีหมด ร้อน เย็น ฮิตเตอร์ จีพีเอส ทีวี บลาๆๆๆ
ที่ที่สองที่เราไปหลังจากเดินเล่นในหมู่บ้าน คือ สวนสาธารณะ Deokjin Park เป็นสวนกว้างเลยทีเดียวแหละ คนนิยมออกมาวิ่ง ออกกำลังกาย เดินเล่นกันที่นี้ แล้วจะมีบ่อน้ำที่มีดอกบัวเต็มเลยย อากาศก็ดีมากๆ แต่เสียดายตอนที่เราไป ดอกบัวมันไม่มีอ่ะ ไม่ใช่ฤดูของมัน 55 ห่อเหี่ยวเลยย เสียดาย แต่ดอกบัวที่มันออกในน้ำ ก็เหมือนดอกบัวบ้านเรานี้แหละ แบบไทยๆเลย ก็เลยไปเดินเล่นรอบสวนแทน

หลังจากที่ไปเดินที่สวนเสร็จ ก็ขับรถรอบเมืองไปอีกทีนึง คือ มหาวิทยาลัยชอนบุก เป็นมหาลัยที่โอปป้าเราจบจากที่นี้ เป็นมหาลัยอินเตอร์ ในเมืองชอนจู ไม่น่าล่ะ โอปป้า คล่องอังกฤษเชียว มหาลัยใหญ่มากก แต่ดูเงียบเหงานะ แต่ข้างในก็ไฮเทคอีกอ่ะ ไม่ได้ถ่ายมาอีกแหละ แต่ถ้าพูดถึงความสวยงามข้างนอกมหาลัยบ้านเราสวยกว่านะ

หลังจากที่ไปดูมหาลัยเสร็จ อีกทีนึงที่เราอยากไป คือ อยากเห็นบ้าน แทยอนเกริล์เจนอ่ะ 555 (คือเราชอบแทยอนนะ แทยอนเป็นศิลปินที่เราชอบเพราะเสียงของนางจริงๆ กริ๊ดอ่ะ ฟังแล้วแบบว่าละลาย คนเกาหลียอมรับแทยอนมาก และคนไทยอย่างหนูก็หลงเสียงแทยอนไปด้วย)
ที่ประเทศเกาหลีเป็นประเทศที่มีพื้นที่น้อย จริงไม่ค่อยพบคนที่อยู่บ้านเป็นหลังๆกัน ส่วนใหญ่จะอยู่เป็นคอนโดมิเนียม เป็นตึกๆ ดึงพื้นที่ให้สูงขึ้นแทนการอยู่กระจายบนพื้นราบ---รู้แบบนี้แล้ว คนไทยโชคดีมากเลยนะ พื้นที่บ้านคนไทยแบบว่า อลังการเหลือเฟือมาก ถ้าเทียบกับเกาหลี
โอปป้าบอกว่า นี่ๆๆๆ คอนโดของครอบครัวแทยอน 555 แต่ไม่รู้อยู่ชั้นไหนนะ (ลึกๆแอบคิดในใจ ใช่จริงๆหรอโอปป้า) 555 เราไม่คอนเฟริมนะว่าใช่ 100 % หรือเปล่า เพราะว่ามีหลายตึก แต่ถ้าใช่จริงๆนี้กุส่งเสียงกริ๊ดในใจไปแล้วค่ะ 555

หลังจากที่วนรอบเมืองเสร็จ ก็หิวอีกแหละ อาหารเย็น ค่ำ ต่อบ้าง คราวนี้คอมเม้นโอปป้าเลยว่า อยากกิน ต๊อปโปกกี้ กับ คิมบับ อ่ะ แต่ไม่ต้องร้านหรูนะ อยากกินแบบ ร้านบ้านๆ โจ๊ะๆ เข้าถึงวิถี เพื่อนเราเลยพาไปนั่งทานก่อน สลายตัวแยกย้ายกันค่ะ

เราพออ่านภาษาเกาหลีได้อยู่บ้าง ถ้าเป็นเมนูอาหารนี้แปลออกได้สบายเลยแต่ถ้าเป็นศัพท์ยากๆนี้คงต้องหา กูเกิ้ล ช่วย เลยทำให้เรารู้ว่า คิมบับนี้ มันมีหลายใส้มากก เลือกได้ตามใจ ร้านนี้เป็นร้านที่ทำ คิมบับแบบสดๆเลยนะ อาจุมม่า โปรมาก ไม่ต้องมีแผ่นไม้ม้วนข้าวปั้น อาจุมม่าสามารถห่อได้ด้วยมือ
และพอได้ทานเข้าไป บอกเลยยย โครตตตตอร่อยย ไม่เลียน ต๊อปโปกกี้ เผ็ดอร่อย หวาน กำลังดี คิมบัม ก็อร่อยย โอ้ย ทำให้รู้สึกว่า ที่กุกินที่ไทย นี้มัน ปลอมมม 55555 มื้อนี้ หมดประมาณ เกือบ 200 บาทไทยมั่งค่ะ ไม่แพง เพราะเป็นร้านแบบบ้านๆ อันนี้เราจ่ายนะ 555 อยากกลับไปกินอีกกก
หลังจากที่กินเสร็จ ก็ดึกล่ะ โอปป้าก็พาขับรถเล่นดูเมืองตอนกลางคืน ก่อนไปส่งที่พักและสลายตัว ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ไป เราเที่ยวคนเดียวแล้วนะ ไม่มีเพื่อนล่ะ เพราะว่า โอปป้าไม่อยู่ติดงานที่ โซล ก็เลยนัดว่า ก่อนกลับวันสุดท้าย เดี๋ยวเลี้ยงข้าวขอบคุณโอปป้าที่พาเที่ยว เลยนัดกันว่า อีก 3 วันเจอกัน ก่อนเรากลับ ค่ะ อันยอง โอปป้า

หลังจากที่เราเข้าที่พัก เพราะอิ่มและเพลียมากก มาถึงเรื่อง อาบน้ำและการชาร์ทแบท ปลั๊กไฟ******มีเรื่องค่ะหมวดดด***
ถึงที่พักเราไม่รอช้าค่ะ สิ่งแรกที่ทำคือ อาบน้ำ เพราะเพลียมากก แล้วด้วยความที่อากาศมันหนาวเย็นมาก ตอนนั้นประมาณ 7 องศา (หนาวเกาหลีนะ ลมผ่านน้ำแข็ง) มันเย็นแบบ สดชื่นน้ำตาไหลอ่ะ 555 ไม่รีรอ ล้างหน้าแปรงฟันก่อนเลย ดีนะ ก๊อกน้ำมีแบบ ปรับร้อนเย็นได้ ปรับร้อนสิค่ะ รออะไร หนาวจะตายย หมุนร้อนโลดดด เชรดดดด!! ทำไมน้ำมันไม่ร้อนฟร่ะ......นี้กุหมุนร้อนสุดแล้วนะ ได้คำตอบคืออากาศมันเย็นมากกก จนน้ำร้อนทำความร้อนไม่ไหว คือ มันอุ่นสุดได้เท่านี้อ่ะ......อ่ออมมมมม กริ๊ดๆๆๆ นี้อุ่นสุดแล้วใช่มั้ย ไปดูภาพกัน

ที่เห็นเป็นไอติดก๊อกนี้ ไม่ใช่ไอร้อนนะไอ ไอเย็นนนนนน.........................เย็นแบบสงกรานต์ เจอน้ำแช่น้ำแข็งราดตัวอ่ะ กุเงิบสิค่ะ ทำไงดี สุดท้าย ทำใจค่ะ นั่งอยู่ในส้วมนั้นแหละ เกือบ 10 นาที สุดท้าย ไม่ถูแล้วสบู่ กุรดน้ำใส่ตัว เช็ดตัว นอนเลยค่ะ ตัวนี้ แดงเลยค่าาา แต่อาบเสร็จ ก็อุ่นนะ 5555
***** มีเรื่องค่ะหมวดเรื่องที่ 2 **** เรื่องปลั๊ก !!
ที่เกาหลีเป็นปลั๊กกลมหัวเตารีดค่ะ เราเตรียมไปเลย ปลั๊กปรับที่มันสามารถใช้ได้ทั่วโลกอ่ะ ซื้อที่เกาหลีด้วย หัวปลั๊กกลมก็มีปรับได้ แหกกกก!! ลืมไป ไม่ได้กลมแค่หัว ปลั๊กก็ต้องกลมค่ะ เสียปลั๊กลึกไม่ได้ค่า ได้แค่หัวมันพอที่กระแสไฟเข้า โอ้ยย ปลั๊กที่เสียบเผือกเป็นปลั๊กติดผนังตั้งอี้กกก ทำไงค่ะ
กูนอนจับปลั๊กตั้งคืน นั้นแหละ ผานไปครึ่งชั่วโมง เริ่มคิดล่ะ ทำได้ดีว่ะ เมื่อยยย อยู่คนเดียวอีกต่างหาก เจ้าของบ้านก็หลับไปล่ะ 555 คิดๆๆๆ เหลียวไปเจอ อิแท๊กกระเป่านี้ล่ะค่ะ .........เอาอันนี้ล่ะว่ะ

กาวเหนียวดี !! 5555+ จัดสิรอไร สุดท้ายรอด !!! ***กะเก็บแท๊กไว้เป็นที่ระลึก สุดท้าย หมดกัน***

หลังจากที่ผ่านพ้น วิกฤต อันสนุกๆไปล่ะ ต้องเข้านอนแล้ว พรุ่งนี้ จะไปเดินลุยในชอนจูคนเดียว เช้าๆ ไปเดินตลาด แล้วก็มีเรื่องน่าตกใจ ที่ช๊อคกลางที่สาธารณะด้วยแหละ รอติดตาม ภาค 3 นะคะ คืนนี้ กู๊ดไนท์ค่ะ ขัลจาโย อันยองง
http://pantip.com/topic/35032485 Let's go " alone trip >> Jeonju-Seoul Korea <<คนเดียวเที่ยวแล้วไง " ภาค 3
[CR] Let's go " alone trip >> Jeonju-Seoul Korea <<คนเดียวเที่ยวแล้วไง " ภาค 2
ต่อจากภาค 1 นะคะ ตอนนี้เราอยู่ที่ เมือง ชอนจู ประเทศเกาหลีใต้ หลังจากที่ลงเครื่องจากสนามบินอินชอนก็นั่งบัสจากสนามบินมายังเมืองนี้เลย เห็นที่พักของเราแล้วใช่มั้ยล่ะ ตอนที่เราเข้าที่พัก ก็เป็นเวลาประมาณ 15.30 น. ของประเทศเกาหลี ซึ่งเวลาในประเทศไทย ก็ประมาณ บ่ายโมงค่ะ หิวข้าวมาก
เราโชคดีค่ะ ที่มีเพื่อนเป็นคนเกาหลีแท้ๆเลย อยู่ที่เมือง ชอนจู รู้จักกันนานแล้วล่ะ รู้จักกันผ่านเว็ปแลกเปลี่ยนภาษาเมื่อ 2 ปีที่แล้ว โอปป้าแก่กว่าเราไป 2 ปี และเค้าเองก็เคยมาเที่ยว กรุงเทพเมื่อปีที่แล้ว เราเองก็พาเค้านี่แหละ เที่ยว เราโชคดีมากๆ ตรงที่เราเจอเพื่อนที่ดี และน่ารักมากๆ คุยสนุกและสุภาพมากๆเลย อีกอย่างโอปป้าสามารถพูดอังกฤษได้คล่องเลยที่เดียว ทำให้เราสามารถสื่อสารกันได้ง่ายขึ้นค่ะ
เรานัดเพื่อนเจอที่หน้าเกสเฮ้าท์ค่ะ เพื่อนขับรถมารับพาเที่ยวรอบเมืองแล้วก็พาไปเดินเล่น แล้วก็กินข้าวด้วยกัน ไปดูบรรยากาศกันเลยคะ
เมนูนี้เราไม่แน่ใจ จำชื่อไม่ได้ อะไรคัลบี้ๆๆ สักอย่างเนี้ยแหละ มันคือไก่สับๆๆปั้นเป็นก้อน รสชาติไม่ต้องพูดถึง รสเหมือน หมูปิ้งบ้านเราเลยอ่ะ ขาดข้าวเหนียววว ว้ายยย แต่มัน อร่อยสุดๆเลยนะ หวานๆกินกับเครื่องเคียง ผัก จิมกิ ไชเท้าดอง โห้ยย กูเชื่อล่ะว่า ชอนจู เมืองต้นตำหรับอาหารเกาหลี สุดยอดด และมีอีกเมนูนึง เราคอมเม้นให้เพื่อนสั่งให้เลย คือ บีบีบัม แต่บีบีบัมที่นี่ไม่ใส่กะทะร้อนเหมือนร้านอื่นนะ แต่ใส่ ถ้วยเงินมาอ่ะ โห้...ถ้วยโครตหนัก !! แต่พอคลุกแล้ว กินด้วยกัน บอกเลยย มันสุดยอดดดมากกก แทบักอ่า !!!
****อาหารเกาหลี จากที่สังเกต ขึ้นชื่อ เรื่อง ความอลังการ ความใหญ่ของมัน เทียบกับราคา เราว่าคุ้มมาก มื้อนี้เราจำไม่ได้ค่ะว่า ราคาเท่าไหร่ เพราะเพื่อนเราเลี้ยงค่ะมื้อนี้ ร้านอาหารเกาหลีส่วนใหญ่ จะรับบัตรนะ แล้วเราก็เห็นคนเกาหลีส่วนใหญ่ รูดบัตรกันเยอะ เหมือนกัน ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม หรือว่า ขี้เกียจพกธนบัตรเยอะๆมั่ง **เรากับเพื่อน พลัดกันเลี้ยงนะ เช่น เพื่อนเราเลี้ยงมื้อแรก เราเลี้ยงมื้อสอง เพื่อนเลี้ยงน้ำ เราเลี้ยงขนม ประมาณนี้ ** รู้สึกว่าไม่อึดอัดหรือเกรงใจต่อกันมาก 5555 เป็นงี้ตั้งแต่เพื่อนมาเมืองไทยแล้ว แชร์กันออกตลอด ^^!
หลังจากทานอาหารเสร็จ ก็ไปเดินเล่นใจกลางเมือง ชอนจูค่ะ เนี้ยที่เรากำลังไป เป็นหมู่บ้าน Jeonju Hanok Village ที่พักเราใกล้ที่นี้มาก เดินไปได้
แต่วันนี้คนเยอะ เพราะเป็นวันหยุด อากาศดีมากกก สุดๆๆ อากาศมันสะอาด สดชื่นบอกไม่ถูก เย็นสบาย ดอกไม้ก็สวย แล้วด้วยความที่นี้ เป็นเมืองเก่า คนสามารถเช่าชุด ฮันบก ใส่เดินรอบเมือง ถ่ายรูปเล่นได้นะ ถือเป็นเรื่องธรรมดามาก ถ้าใครใส่เดิน ตอนแรก เรากะว่าจะใส่แล้วล่ะ แต่เกรงใจเพื่อน กลัวเพื่อนรอ 555 โอ้ยย เหมือนอยู่ในซีรีย์เลยย ละลานตามากอ่ะ โอ้ยย อยากหยุดเวลาสุดๆ
หลังจากที่เดินเที่ยว ในหมู่บ้าน แล้ว โอปป้าก็พาขับรถเล่นรอบเมือง แล้วก็พาไปดูอะไรหลายๆที่ในเมือง ชอนจู ค่ะ ระหว่างทางที่นั่งรถไปกับโอปป้า ก็สังเกตได้เลยว่า เห้ยย ถนนมันไม่มีเกาะกลางเหมือนบ้านเรานะ สองเลนสวนกันก็ระนาบเดียวกันนี้แหละ และคนเกาหลี นี่ขับรถเก่งสุดๆ ซอกซอย รถเบียดแค่ไหน ก็สามารถผ่าไปได้แบบไม่ชน โอ้ว แม่เจ้าา !! 555 แล้วรถที่คนเกาหลีขับสวนใหญ่ นี้เป็นรถเก๋งค่ะ กะบะนี้ไม่เห็นเลยนะ ยี่ห้อส่วนใหญ่ นี้มีแต่ ฮุนได ,ไก KIA อ่ะ ออกเสียงถูกอ่ะป่าว แต่รถ ฮุนไดร์อ่ะ บ้านเราออกเสียง ฮุนไดร์ แต่โอปป้าบอกว่า จริงๆ มันต้องออกเสียง ฮันไดร์ นะ คนที่นี้ชาตินิยมสูง ใช้ของที่ประเทศตัวเองผลิตส่วนใหญ่ผลิต เค้าเชื่อว่าดี แต่เราก็ว่ามันดีนะ 5555 คือทุกอย่างมันไฮเทคอ่ะ ขนาดรถโอปป้าที่เรานั่งไปด้วย คือแบบ ฟังช์ชั่นเยอะมาก ไม่ได้ถ่ายมา เสียดายจัง โครตจะหลายปุ่ม มีหมด ร้อน เย็น ฮิตเตอร์ จีพีเอส ทีวี บลาๆๆๆ
ที่ที่สองที่เราไปหลังจากเดินเล่นในหมู่บ้าน คือ สวนสาธารณะ Deokjin Park เป็นสวนกว้างเลยทีเดียวแหละ คนนิยมออกมาวิ่ง ออกกำลังกาย เดินเล่นกันที่นี้ แล้วจะมีบ่อน้ำที่มีดอกบัวเต็มเลยย อากาศก็ดีมากๆ แต่เสียดายตอนที่เราไป ดอกบัวมันไม่มีอ่ะ ไม่ใช่ฤดูของมัน 55 ห่อเหี่ยวเลยย เสียดาย แต่ดอกบัวที่มันออกในน้ำ ก็เหมือนดอกบัวบ้านเรานี้แหละ แบบไทยๆเลย ก็เลยไปเดินเล่นรอบสวนแทน
หลังจากที่ไปเดินที่สวนเสร็จ ก็ขับรถรอบเมืองไปอีกทีนึง คือ มหาวิทยาลัยชอนบุก เป็นมหาลัยที่โอปป้าเราจบจากที่นี้ เป็นมหาลัยอินเตอร์ ในเมืองชอนจู ไม่น่าล่ะ โอปป้า คล่องอังกฤษเชียว มหาลัยใหญ่มากก แต่ดูเงียบเหงานะ แต่ข้างในก็ไฮเทคอีกอ่ะ ไม่ได้ถ่ายมาอีกแหละ แต่ถ้าพูดถึงความสวยงามข้างนอกมหาลัยบ้านเราสวยกว่านะ
หลังจากที่ไปดูมหาลัยเสร็จ อีกทีนึงที่เราอยากไป คือ อยากเห็นบ้าน แทยอนเกริล์เจนอ่ะ 555 (คือเราชอบแทยอนนะ แทยอนเป็นศิลปินที่เราชอบเพราะเสียงของนางจริงๆ กริ๊ดอ่ะ ฟังแล้วแบบว่าละลาย คนเกาหลียอมรับแทยอนมาก และคนไทยอย่างหนูก็หลงเสียงแทยอนไปด้วย)
ที่ประเทศเกาหลีเป็นประเทศที่มีพื้นที่น้อย จริงไม่ค่อยพบคนที่อยู่บ้านเป็นหลังๆกัน ส่วนใหญ่จะอยู่เป็นคอนโดมิเนียม เป็นตึกๆ ดึงพื้นที่ให้สูงขึ้นแทนการอยู่กระจายบนพื้นราบ---รู้แบบนี้แล้ว คนไทยโชคดีมากเลยนะ พื้นที่บ้านคนไทยแบบว่า อลังการเหลือเฟือมาก ถ้าเทียบกับเกาหลี
โอปป้าบอกว่า นี่ๆๆๆ คอนโดของครอบครัวแทยอน 555 แต่ไม่รู้อยู่ชั้นไหนนะ (ลึกๆแอบคิดในใจ ใช่จริงๆหรอโอปป้า) 555 เราไม่คอนเฟริมนะว่าใช่ 100 % หรือเปล่า เพราะว่ามีหลายตึก แต่ถ้าใช่จริงๆนี้กุส่งเสียงกริ๊ดในใจไปแล้วค่ะ 555
หลังจากที่วนรอบเมืองเสร็จ ก็หิวอีกแหละ อาหารเย็น ค่ำ ต่อบ้าง คราวนี้คอมเม้นโอปป้าเลยว่า อยากกิน ต๊อปโปกกี้ กับ คิมบับ อ่ะ แต่ไม่ต้องร้านหรูนะ อยากกินแบบ ร้านบ้านๆ โจ๊ะๆ เข้าถึงวิถี เพื่อนเราเลยพาไปนั่งทานก่อน สลายตัวแยกย้ายกันค่ะ
เราพออ่านภาษาเกาหลีได้อยู่บ้าง ถ้าเป็นเมนูอาหารนี้แปลออกได้สบายเลยแต่ถ้าเป็นศัพท์ยากๆนี้คงต้องหา กูเกิ้ล ช่วย เลยทำให้เรารู้ว่า คิมบับนี้ มันมีหลายใส้มากก เลือกได้ตามใจ ร้านนี้เป็นร้านที่ทำ คิมบับแบบสดๆเลยนะ อาจุมม่า โปรมาก ไม่ต้องมีแผ่นไม้ม้วนข้าวปั้น อาจุมม่าสามารถห่อได้ด้วยมือ
และพอได้ทานเข้าไป บอกเลยยย โครตตตตอร่อยย ไม่เลียน ต๊อปโปกกี้ เผ็ดอร่อย หวาน กำลังดี คิมบัม ก็อร่อยย โอ้ย ทำให้รู้สึกว่า ที่กุกินที่ไทย นี้มัน ปลอมมม 55555 มื้อนี้ หมดประมาณ เกือบ 200 บาทไทยมั่งค่ะ ไม่แพง เพราะเป็นร้านแบบบ้านๆ อันนี้เราจ่ายนะ 555 อยากกลับไปกินอีกกก
หลังจากที่กินเสร็จ ก็ดึกล่ะ โอปป้าก็พาขับรถเล่นดูเมืองตอนกลางคืน ก่อนไปส่งที่พักและสลายตัว ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ไป เราเที่ยวคนเดียวแล้วนะ ไม่มีเพื่อนล่ะ เพราะว่า โอปป้าไม่อยู่ติดงานที่ โซล ก็เลยนัดว่า ก่อนกลับวันสุดท้าย เดี๋ยวเลี้ยงข้าวขอบคุณโอปป้าที่พาเที่ยว เลยนัดกันว่า อีก 3 วันเจอกัน ก่อนเรากลับ ค่ะ อันยอง โอปป้า
หลังจากที่เราเข้าที่พัก เพราะอิ่มและเพลียมากก มาถึงเรื่อง อาบน้ำและการชาร์ทแบท ปลั๊กไฟ******มีเรื่องค่ะหมวดดด***
ถึงที่พักเราไม่รอช้าค่ะ สิ่งแรกที่ทำคือ อาบน้ำ เพราะเพลียมากก แล้วด้วยความที่อากาศมันหนาวเย็นมาก ตอนนั้นประมาณ 7 องศา (หนาวเกาหลีนะ ลมผ่านน้ำแข็ง) มันเย็นแบบ สดชื่นน้ำตาไหลอ่ะ 555 ไม่รีรอ ล้างหน้าแปรงฟันก่อนเลย ดีนะ ก๊อกน้ำมีแบบ ปรับร้อนเย็นได้ ปรับร้อนสิค่ะ รออะไร หนาวจะตายย หมุนร้อนโลดดด เชรดดดด!! ทำไมน้ำมันไม่ร้อนฟร่ะ......นี้กุหมุนร้อนสุดแล้วนะ ได้คำตอบคืออากาศมันเย็นมากกก จนน้ำร้อนทำความร้อนไม่ไหว คือ มันอุ่นสุดได้เท่านี้อ่ะ......อ่ออมมมมม กริ๊ดๆๆๆ นี้อุ่นสุดแล้วใช่มั้ย ไปดูภาพกัน
ที่เห็นเป็นไอติดก๊อกนี้ ไม่ใช่ไอร้อนนะไอ ไอเย็นนนนนน.........................เย็นแบบสงกรานต์ เจอน้ำแช่น้ำแข็งราดตัวอ่ะ กุเงิบสิค่ะ ทำไงดี สุดท้าย ทำใจค่ะ นั่งอยู่ในส้วมนั้นแหละ เกือบ 10 นาที สุดท้าย ไม่ถูแล้วสบู่ กุรดน้ำใส่ตัว เช็ดตัว นอนเลยค่ะ ตัวนี้ แดงเลยค่าาา แต่อาบเสร็จ ก็อุ่นนะ 5555
***** มีเรื่องค่ะหมวดเรื่องที่ 2 **** เรื่องปลั๊ก !!
ที่เกาหลีเป็นปลั๊กกลมหัวเตารีดค่ะ เราเตรียมไปเลย ปลั๊กปรับที่มันสามารถใช้ได้ทั่วโลกอ่ะ ซื้อที่เกาหลีด้วย หัวปลั๊กกลมก็มีปรับได้ แหกกกก!! ลืมไป ไม่ได้กลมแค่หัว ปลั๊กก็ต้องกลมค่ะ เสียปลั๊กลึกไม่ได้ค่า ได้แค่หัวมันพอที่กระแสไฟเข้า โอ้ยย ปลั๊กที่เสียบเผือกเป็นปลั๊กติดผนังตั้งอี้กกก ทำไงค่ะ
กูนอนจับปลั๊กตั้งคืน นั้นแหละ ผานไปครึ่งชั่วโมง เริ่มคิดล่ะ ทำได้ดีว่ะ เมื่อยยย อยู่คนเดียวอีกต่างหาก เจ้าของบ้านก็หลับไปล่ะ 555 คิดๆๆๆ เหลียวไปเจอ อิแท๊กกระเป่านี้ล่ะค่ะ .........เอาอันนี้ล่ะว่ะ
หลังจากที่ผ่านพ้น วิกฤต อันสนุกๆไปล่ะ ต้องเข้านอนแล้ว พรุ่งนี้ จะไปเดินลุยในชอนจูคนเดียว เช้าๆ ไปเดินตลาด แล้วก็มีเรื่องน่าตกใจ ที่ช๊อคกลางที่สาธารณะด้วยแหละ รอติดตาม ภาค 3 นะคะ คืนนี้ กู๊ดไนท์ค่ะ ขัลจาโย อันยองง
http://pantip.com/topic/35032485 Let's go " alone trip >> Jeonju-Seoul Korea <<คนเดียวเที่ยวแล้วไง " ภาค 3