บัดนี้ถ้าเรายังมีครอบครัวอยู่ ยังไม่มีภาระอยู่
ทำอย่างไรเราจึงจะปฏิบัติได้
บางคนก็นึกว่า เราปฏิบัติไม่ได้ล่ะ
"พระกับโยม ในโลกนี้ ในประเทศไทยเรานี้ ใครมากกว่ากัน ?"
"โยม"
นั่นส่วนพระมาปฏิบัติเท่านี้ โยมนั้นไม่ปฏิบัติ มันก็วุ่นวายเท่านั้นเอง
นี่คือเรายังเขาใจผิด... ผมยังบวชไม่ได้"... ไม่ใช่บวชหรอก ไม่ใช่การบวช
บวชมาแล้วก็ไม่ได้อะไร ถ้าเราไม่ปฏิบัติ ก็เป็นอย่างเก่านั่นแหละ
ก็เสียไปอย่างนั้น
ถ้าเราคิดถูก แม้จะทำอะไรอยู่ที่ไหนก็ช่างเถอะ
เป็นครูเป็นอาจารย์ เป็นข้าราชการทำหน้าที่การงานที่ไหนก็ตาม
ถ้าเรารู้เรื่องของเรื่องอันนี้ จะได้รับการอบรมทุกวินาที
เราได้ปฏิบัติ บางคนเข้าใจว่า
"โอ๊ย ! ฉันเป็นฆราวาสทำไม่ได้หรอก"
นี่คือ มันหลงเตลิดเปิดเปิงไปทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์เลย
อย่างอื่นทำไมทำได้ อย่างอื่นทำได้
อะไรที่ไม่มี เราก็หาได้เพราะเราอยากได้เราก็ทำได้
"ผมไม่มีเวลาเลย ผมมีแต่การงาน"
"เอ้า ! ทำไมคุณมี เวลาหายใจล่ะ" นี่เป็นเรื่องอย่างนี้
ทำไมคุณจึงมีเวลาหายใจ หาเวลามาจากไหน
แน่ะ! เพราะ เรื่องการหายใจ เป็นเรื่องสำคัญในชีวิตของคุณ
ถ้าคุณเห็นว่า เรื่องการปฏิบัติ เป็นเรื่องสำคัญ ในชีวิตของคุณแล้ว
การปฏิบัติของคุณ ก็เสมอลมหายใจเท่านั้นแหละ
ก็เพราะ การปฏิบัตินี้ มิใช่ว่า จะไปวิ่ง หรือไปเล่นกีฬา
หรือจะต้องออกกำลังกาย หรือจะไปทำอะไรให้มันวุ่นวาย
เราดูความรู้สึกของเรานี่ มันเกิดมาจากเหตุใด
ตาเห็นรูป หูฟังเสียง จมูกดมกลิ่น ลิ้นลิ้มรส
อะไรมา ก็รวมกันมาที่ผู้รู้ คือ จิตที่มีความรู้ขึ้น มันเป็นอย่างไร
ถ้ามันไม่ชอบใจมันก็ไม่เอา เป็นทุกข์
ถ้ามันชอบใจ มันก็เอาเป็นสุขเสีย เรื่องเท่านี้แหละ
ทีนี้เราลองคิดว่า ถ้าคุณอยู่ในโลกนี้ คุณจะไปเอาสุขที่ไหน
ไม่ได้ ไม่ได้คุณจะไปอยู่ที่ไหน โลกนี้มันต้องเป็นอยู่อย่างนี้
ท่านตรัสว่า โลกวิทู รู้แจ้งโลก
พระพุทธเจ้าท่านสอนให้รู้ พระพุทธเจ้าก็อยู่อย่างนี้
ไม่ใช่ท่านจะไปอยู่ที่ไหน ท่านก็อยู่ในโลกนี้ มีครอบมีครัว
ท่านจึงพิจารณาจนมันเบื่อ จนเห็นโทษมัน
แล้วทำอย่างไร เราจะปฏิบัติได้
ถ้าคุณจะปฏิบัติได้ คุณต้องพยายาม
เมื่อคุณพยายามไปเรื่อยๆ
คุณเข้าไปเห็นโทษในสิ่งนั้นแน่นอนแล้ว คุณก็วางมันได้เท่านั้นเอง
หลวงพ่อชา สุภัทโท
จากเพจวัดป่า
ปฏิบัติธรรมมันไม่สำคัญ...? คุณจึงไม่เริ่ม...?
ทำอย่างไรเราจึงจะปฏิบัติได้
บางคนก็นึกว่า เราปฏิบัติไม่ได้ล่ะ
"พระกับโยม ในโลกนี้ ในประเทศไทยเรานี้ ใครมากกว่ากัน ?"
"โยม"
นั่นส่วนพระมาปฏิบัติเท่านี้ โยมนั้นไม่ปฏิบัติ มันก็วุ่นวายเท่านั้นเอง
นี่คือเรายังเขาใจผิด... ผมยังบวชไม่ได้"... ไม่ใช่บวชหรอก ไม่ใช่การบวช
บวชมาแล้วก็ไม่ได้อะไร ถ้าเราไม่ปฏิบัติ ก็เป็นอย่างเก่านั่นแหละ
ก็เสียไปอย่างนั้น
ถ้าเราคิดถูก แม้จะทำอะไรอยู่ที่ไหนก็ช่างเถอะ
เป็นครูเป็นอาจารย์ เป็นข้าราชการทำหน้าที่การงานที่ไหนก็ตาม
ถ้าเรารู้เรื่องของเรื่องอันนี้ จะได้รับการอบรมทุกวินาที
เราได้ปฏิบัติ บางคนเข้าใจว่า
"โอ๊ย ! ฉันเป็นฆราวาสทำไม่ได้หรอก"
นี่คือ มันหลงเตลิดเปิดเปิงไปทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์เลย
อย่างอื่นทำไมทำได้ อย่างอื่นทำได้
อะไรที่ไม่มี เราก็หาได้เพราะเราอยากได้เราก็ทำได้
"ผมไม่มีเวลาเลย ผมมีแต่การงาน"
"เอ้า ! ทำไมคุณมี เวลาหายใจล่ะ" นี่เป็นเรื่องอย่างนี้
ทำไมคุณจึงมีเวลาหายใจ หาเวลามาจากไหน
แน่ะ! เพราะ เรื่องการหายใจ เป็นเรื่องสำคัญในชีวิตของคุณ
ถ้าคุณเห็นว่า เรื่องการปฏิบัติ เป็นเรื่องสำคัญ ในชีวิตของคุณแล้ว
การปฏิบัติของคุณ ก็เสมอลมหายใจเท่านั้นแหละ
ก็เพราะ การปฏิบัตินี้ มิใช่ว่า จะไปวิ่ง หรือไปเล่นกีฬา
หรือจะต้องออกกำลังกาย หรือจะไปทำอะไรให้มันวุ่นวาย
เราดูความรู้สึกของเรานี่ มันเกิดมาจากเหตุใด
ตาเห็นรูป หูฟังเสียง จมูกดมกลิ่น ลิ้นลิ้มรส
อะไรมา ก็รวมกันมาที่ผู้รู้ คือ จิตที่มีความรู้ขึ้น มันเป็นอย่างไร
ถ้ามันไม่ชอบใจมันก็ไม่เอา เป็นทุกข์
ถ้ามันชอบใจ มันก็เอาเป็นสุขเสีย เรื่องเท่านี้แหละ
ทีนี้เราลองคิดว่า ถ้าคุณอยู่ในโลกนี้ คุณจะไปเอาสุขที่ไหน
ไม่ได้ ไม่ได้คุณจะไปอยู่ที่ไหน โลกนี้มันต้องเป็นอยู่อย่างนี้
ท่านตรัสว่า โลกวิทู รู้แจ้งโลก
พระพุทธเจ้าท่านสอนให้รู้ พระพุทธเจ้าก็อยู่อย่างนี้
ไม่ใช่ท่านจะไปอยู่ที่ไหน ท่านก็อยู่ในโลกนี้ มีครอบมีครัว
ท่านจึงพิจารณาจนมันเบื่อ จนเห็นโทษมัน
แล้วทำอย่างไร เราจะปฏิบัติได้
ถ้าคุณจะปฏิบัติได้ คุณต้องพยายาม
เมื่อคุณพยายามไปเรื่อยๆ
คุณเข้าไปเห็นโทษในสิ่งนั้นแน่นอนแล้ว คุณก็วางมันได้เท่านั้นเอง
หลวงพ่อชา สุภัทโท
จากเพจวัดป่า