แก้ไข
ก่อนอื่นอยากให้คนที่เข้ามาอ่านพิจารณาได้เต็มที่จะด่าจะว่าเราก็ได้แต่เราอยากหาทางออก นี้เป็นครั้งแรกที่ตั้งอาจจะผิดพลาดก็ของอภัย
เริ่มแรก พ่อกับแม่เราหย่ากันตั้งแต่เราเกิดมาได้เดือนกว่าๆ เราต้องมาอยู่กับแม่เพราะพ่อมีผู้หญิงอื่น พอเรามาอยู่กับแม่ แม่ก็ส่งเราไปอยู่กับตายายโดยที่แม่ก็ทำงานไปนานๆกลับบ้าน บอกตามตรงเรารู้สึกผูกพันกับตายายมากกว่าเพราะเราอาจจะโตมากับท่าน พ่อเราอายุได้4ขวบ พ่อก็ติดต่อแม่ให้เราย้ายเข้ามาเรียนหนังสือในเมือง เราก็อยู่คอนโดกับแม่ เราเองก็ไม่ใช่เด็กเรียนเก่งเพียงแค่เอาตัวรอดเป็น แม่มักจะเปรียบเทียบเรากับคนอื่นว่าลูกคนนู่นคนนี้เขาเรียนเก่ง สอบเทียบข้ามชั้นได้ ปลูกฝังให้เราเป็นหมอ สอบข้ามชั้น เรียนเก่งๆ เราก็เข้าใจว่าอยากให้ลูกมีงานดีๆทำแต่เราบอกแล้วว่าเราไม่ใช่คนเรียนเก่งเพราะฉะนั้นเราจึงเจียมว่าไม่มีทางเป็นหมอได้ ปากแม่ก็บอกตามใจอยากเป็นอะไรก็เป็น แต่เมื่อไรที่ไปโรงบาลแม่จะพูดตลอดดูสิคนเป็นหมอน่ะดีขนานไหนได้ช่วยเหลือคนนู่นคนนี้ เราก็บอกว่าไม่อยากเป็นหัวเราไม่ถึงแม่ก็จะพูดว่า เพราะโง่ใช่ไม เจ็บค่ะในฐานะเด็กคนหนึ่ง เราอยู่แค่ประถมต้น ปลูกความเครียดสุดๆ พอเขาถามอยากเป็นอะไร เราก็บอกตามตรงว่าอยากเรียนเกี่ยวกับอาหารหรือว่าพวกเขียนบทประพันท์แต่งนิยาย แม่ก็ชอบพูดว่าไส้แห้ง เรียนทำไมตกงาน บอกเลยว่าตอนนั้นความฝันดับวูบเลยไปต่อไม่ถูก ก็เลยต้องตามน้ำว่าค่ะหนูจะเป็นหมอ เราไม่รู้ว่าแม่คนอื่นชอบพูดยังไง แต่แม่เราชอบพูด้วยภาษาพ่อขุนรามค่ะไม่เคยพูดดี เรียกเรา อี และแม่ชอบพูดว่า ถ้าไม่มีแม่ก็ไม่อยู่เป็นบ่วงกับพ่อหรอ ความรู้สึกเราคือ เราเป็นภาระใช่ไม คือไม่มีเราทุกอยากจะดีขึ้นใช่ไม หลังจากนั้นพอเราขึ้นป.4 พ่อก็สั่งเราให้ย้ายไปอยู่หอคนเดียว ตอนแรกแม่ก็ไปส่งค่ะ พอขึ้นป.5 แม่ก็ให้เรานั่งรถทัวช์ไปเองด้วยเหตุผลที่ว่าไม่มีตัง ไปขอค่าน้ำมันรถกับพ่อสิ หรือ ขี้เกียจไปส่ง เราก็ไม่อยากเป็นภาระพ่อเรื่องเงินก็เลยยอมนั่งรถคนเดียวไปกลับตลอด จนจบม.3 ระหว่างอยู่หอมันก็สนุกดีค่ะ แต่เมื่อไรที่เรามีปัญหาทุกคนก็อยากให้แม่มาเป็นที่ปรึกษา พอเราโทรบางครั้งเราปรึกษาแม่ก็จะตอบว่า ไร้สาระ น่ารำคาญจัดการเองไม่เป็นหรอ หรือบางครั้งก็ไม่รับสายเวลาเราร้องไห้แล้วระบายแม่ก็จะตัดสายพอเราโทรไปแม่ก็จะไม่รับถึงขั้นปิดเครื่อง จนเรากลายเป็นโรคซึมเศร้าค่ะ พูดระบายอะไรกับใครไม่ได้ คิดเองเออเองตลอดเพราะไม่มีใครเป็นที่พึ่งพาได้ บางครั้งเก็บกดมากเราทำอะไรไม่ได้ก็ต้องทำร้ายตัวเอง พอแม่เห็นแทนที่เค้าจะให้กำลังใจกลับซ้ำเติมจนเราถึงขั้นอยากฆ่าตัวตายทุกเวลา นี้ถ้าเราไม่กินยานอนหลับเกินขนาดแม่ไม่มีทางพาเราไปรักษา เราเป็นผู้หญิงสังคมหอคือรักสวยรักงามตามผู้หญิงไป บางครั้งแม่ก็ด่า ว่าจะรีบหาผัวหรือไง ท้องมากับกูจบกัน เราไม่เคยกล้ามีแฟนเลยค่ะกลัวมาก ผวาดไปทุกอย่าง เราจะโดนด่าว่า กระแต สำอ่อย แรด มากมั้ย (อันนี้เป็นคำพูดที่แม่ควรพูดมั้ยค่ะ) เมื่อไรเราทำเขาเสียใจเราจะไปขมาเขาทุกครั้งแต่เค้าไม่เคยโทษตัวเองเลย เราต้องผิดตลอด เวลาแม่นัดเพื่อนไว้แล้วแม่ไปช้า แม่ก็จะอ้างว่าเราลีลา เลือกมาก ทั้งที่เราแต่งตัวอะไรเสดก่อนแม่ทุกครั้ง เราก็เลยงงเลย มีครั้งหนึ่งแม่กับพ่อทะเลาะกัน แม่เอาเราไปทิ้งบ้านพ่อแล้วขับรถออกไป เราต้องวิ่งตามรถเคาะกระจกโดยที่แม่ไม่สนใจเราจำได้ว่าตอนนั้นเราอายุแค่6-7ขวบ แม่ก็บขับรถออกไปพ่อก็เข้าบ้านต้องให้เพื่อนพ่อที่อยู่ในเวลานั้นไปส่ง แม่เราก็ไม่พูดไม่จากกับเรา
เดียวมาต่อน่ะค่ะ
แต่แสดงความคิดเห็นให้เราหน้อย
สรุปรวมๆ เรารู้สึกไม่ได้รักแม่เพียงแต่ทำตามหน้าที่ของลูก เราบาปมั้ยเราผิดไม เราจะทำยังไงไม่ให้ข้ามขั้นกลายเป็นเกลียดแม่ตัวเอง
ใครเคยรู้สึกไม่เคยรักแม่ตัวเอง
ก่อนอื่นอยากให้คนที่เข้ามาอ่านพิจารณาได้เต็มที่จะด่าจะว่าเราก็ได้แต่เราอยากหาทางออก นี้เป็นครั้งแรกที่ตั้งอาจจะผิดพลาดก็ของอภัย
เริ่มแรก พ่อกับแม่เราหย่ากันตั้งแต่เราเกิดมาได้เดือนกว่าๆ เราต้องมาอยู่กับแม่เพราะพ่อมีผู้หญิงอื่น พอเรามาอยู่กับแม่ แม่ก็ส่งเราไปอยู่กับตายายโดยที่แม่ก็ทำงานไปนานๆกลับบ้าน บอกตามตรงเรารู้สึกผูกพันกับตายายมากกว่าเพราะเราอาจจะโตมากับท่าน พ่อเราอายุได้4ขวบ พ่อก็ติดต่อแม่ให้เราย้ายเข้ามาเรียนหนังสือในเมือง เราก็อยู่คอนโดกับแม่ เราเองก็ไม่ใช่เด็กเรียนเก่งเพียงแค่เอาตัวรอดเป็น แม่มักจะเปรียบเทียบเรากับคนอื่นว่าลูกคนนู่นคนนี้เขาเรียนเก่ง สอบเทียบข้ามชั้นได้ ปลูกฝังให้เราเป็นหมอ สอบข้ามชั้น เรียนเก่งๆ เราก็เข้าใจว่าอยากให้ลูกมีงานดีๆทำแต่เราบอกแล้วว่าเราไม่ใช่คนเรียนเก่งเพราะฉะนั้นเราจึงเจียมว่าไม่มีทางเป็นหมอได้ ปากแม่ก็บอกตามใจอยากเป็นอะไรก็เป็น แต่เมื่อไรที่ไปโรงบาลแม่จะพูดตลอดดูสิคนเป็นหมอน่ะดีขนานไหนได้ช่วยเหลือคนนู่นคนนี้ เราก็บอกว่าไม่อยากเป็นหัวเราไม่ถึงแม่ก็จะพูดว่า เพราะโง่ใช่ไม เจ็บค่ะในฐานะเด็กคนหนึ่ง เราอยู่แค่ประถมต้น ปลูกความเครียดสุดๆ พอเขาถามอยากเป็นอะไร เราก็บอกตามตรงว่าอยากเรียนเกี่ยวกับอาหารหรือว่าพวกเขียนบทประพันท์แต่งนิยาย แม่ก็ชอบพูดว่าไส้แห้ง เรียนทำไมตกงาน บอกเลยว่าตอนนั้นความฝันดับวูบเลยไปต่อไม่ถูก ก็เลยต้องตามน้ำว่าค่ะหนูจะเป็นหมอ เราไม่รู้ว่าแม่คนอื่นชอบพูดยังไง แต่แม่เราชอบพูด้วยภาษาพ่อขุนรามค่ะไม่เคยพูดดี เรียกเรา อี และแม่ชอบพูดว่า ถ้าไม่มีแม่ก็ไม่อยู่เป็นบ่วงกับพ่อหรอ ความรู้สึกเราคือ เราเป็นภาระใช่ไม คือไม่มีเราทุกอยากจะดีขึ้นใช่ไม หลังจากนั้นพอเราขึ้นป.4 พ่อก็สั่งเราให้ย้ายไปอยู่หอคนเดียว ตอนแรกแม่ก็ไปส่งค่ะ พอขึ้นป.5 แม่ก็ให้เรานั่งรถทัวช์ไปเองด้วยเหตุผลที่ว่าไม่มีตัง ไปขอค่าน้ำมันรถกับพ่อสิ หรือ ขี้เกียจไปส่ง เราก็ไม่อยากเป็นภาระพ่อเรื่องเงินก็เลยยอมนั่งรถคนเดียวไปกลับตลอด จนจบม.3 ระหว่างอยู่หอมันก็สนุกดีค่ะ แต่เมื่อไรที่เรามีปัญหาทุกคนก็อยากให้แม่มาเป็นที่ปรึกษา พอเราโทรบางครั้งเราปรึกษาแม่ก็จะตอบว่า ไร้สาระ น่ารำคาญจัดการเองไม่เป็นหรอ หรือบางครั้งก็ไม่รับสายเวลาเราร้องไห้แล้วระบายแม่ก็จะตัดสายพอเราโทรไปแม่ก็จะไม่รับถึงขั้นปิดเครื่อง จนเรากลายเป็นโรคซึมเศร้าค่ะ พูดระบายอะไรกับใครไม่ได้ คิดเองเออเองตลอดเพราะไม่มีใครเป็นที่พึ่งพาได้ บางครั้งเก็บกดมากเราทำอะไรไม่ได้ก็ต้องทำร้ายตัวเอง พอแม่เห็นแทนที่เค้าจะให้กำลังใจกลับซ้ำเติมจนเราถึงขั้นอยากฆ่าตัวตายทุกเวลา นี้ถ้าเราไม่กินยานอนหลับเกินขนาดแม่ไม่มีทางพาเราไปรักษา เราเป็นผู้หญิงสังคมหอคือรักสวยรักงามตามผู้หญิงไป บางครั้งแม่ก็ด่า ว่าจะรีบหาผัวหรือไง ท้องมากับกูจบกัน เราไม่เคยกล้ามีแฟนเลยค่ะกลัวมาก ผวาดไปทุกอย่าง เราจะโดนด่าว่า กระแต สำอ่อย แรด มากมั้ย (อันนี้เป็นคำพูดที่แม่ควรพูดมั้ยค่ะ) เมื่อไรเราทำเขาเสียใจเราจะไปขมาเขาทุกครั้งแต่เค้าไม่เคยโทษตัวเองเลย เราต้องผิดตลอด เวลาแม่นัดเพื่อนไว้แล้วแม่ไปช้า แม่ก็จะอ้างว่าเราลีลา เลือกมาก ทั้งที่เราแต่งตัวอะไรเสดก่อนแม่ทุกครั้ง เราก็เลยงงเลย มีครั้งหนึ่งแม่กับพ่อทะเลาะกัน แม่เอาเราไปทิ้งบ้านพ่อแล้วขับรถออกไป เราต้องวิ่งตามรถเคาะกระจกโดยที่แม่ไม่สนใจเราจำได้ว่าตอนนั้นเราอายุแค่6-7ขวบ แม่ก็บขับรถออกไปพ่อก็เข้าบ้านต้องให้เพื่อนพ่อที่อยู่ในเวลานั้นไปส่ง แม่เราก็ไม่พูดไม่จากกับเรา
เดียวมาต่อน่ะค่ะ
แต่แสดงความคิดเห็นให้เราหน้อย
สรุปรวมๆ เรารู้สึกไม่ได้รักแม่เพียงแต่ทำตามหน้าที่ของลูก เราบาปมั้ยเราผิดไม เราจะทำยังไงไม่ให้ข้ามขั้นกลายเป็นเกลียดแม่ตัวเอง