T สาหัสอาการหนัก ยังเหลือเพิ่มทุนอีก 26,000,000,000 ล้านหุ้น ภายใน 5 มิ.ย.59 และยังมีคดีความฟ้องร้องอีก 22 คดี หนาวๆๆๆ

กระทู้สนทนา
เลี้ยงไม่โต งานนี้อาจจะโดนเสียเงินอีก คดีความฟ้องร้องยาวเป็นหางว่าว รวมเสร็จสรรพคดีความถ้าบริษัทแพ้อาจจะโดนเรียกเงินเกือบ 500 ล้านบาท โอ้หนาวต้อนรับฤดูร้อน ไหนจะเพิ่มทุนอีกสองหมื่นหกพันล้านหุ้น แต่บริษัทแค่เป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างโนเนมเล็กๆ หางแถว สยองๆๆๆๆ

35. คดีฟ้องร้อง
35.1 บริษัทได้ฟูองร้องดำเนินคดีบริษัทอื่น (ผู้ว่าจ้าง) ฐานผิดสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างด้วยจำนวนทุนทรัพย์ 86.39 ล้านบาท และบริษัทอื่นได้ฟูองแย้งบริษัทในคดีเดียวกัน จำนวนทุนทรัพย์ 68.87 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2557 ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาให้บริษัทอื่นชดใช้เงิน จำนวน 53.73 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย และคืนหนังสือค้ำประกัน ต่อมาเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2558 ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้บริษัทอื่นชำระเงินให้กับบริษัทจำนวน 50.73 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทอื่นได้ชำระหนี้บางส่วนแล้วเป็นเงิน 20.58 ล้านบาท ต่อมาบริษัทได้รับชำระหนี้อีกจำนวน 30 ล้านบาท ในเดือนกันยายน 2558 บริษัทได้แถลงต่อศาลว่าบริษัทไม่ติดใจบังคับคดีกับบริษัทดังกล่าว คดีจึงเป็นที่สิ้นสุดจำเลยได้ยื่นคำร้องขอถอนฎีกาเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2558 เป็นที่เรียบร้อย
35.2 บริษัทได้ถูกบริษัทอื่นฟูองร้องดำเนินคดีเป็นจำเลยฐานผิดสัญญาจ้างทำของ จำนวนทุนทรัพย์ 31.89 ล้านบาท และบริษัทได้ฟูองแย้งบริษัทดังกล่าวในคดีเดียวกัน จำนวนทุนทรัพย์ 110.58 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2556 ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาให้บริษัทชดใช้เงินจำนวน 19.46 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย โดยบริษัทได้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นต่อศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2557
เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2557 ศาลขั้นต้นได้ออกหมายบังคับคดีซึ่งศาลได้มีคำสั่งให้บริษัทปฏิบัติตามคำพิพากษาและแต่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีจัดการยึดอายัดทรัพย์สินของบริษัทเจ้าพนักงานบังคับคดีได้แจ้งอายัดสิทธิเรียกร้องไปยังสถาบันการเงินเพื่อขออายัดสิทธิเรียกร้อง เงินฝากสถาบันการเงินแห่งหนึ่งจำนวน 26.04 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 1 เดือน โดยห้ามมิให้สถาบันการเงินจ่ายเงินตามสิทธิเรียกร้องให้แก่บริษัทแต่ให้ส่งเงินไปยังเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อชำระหนี้ตามหมายบังคับคดีข้างต้น
เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2557 สถาบันการเงินได้นำส่งเงินฝากสถาบันการเงินที่ถูกอายัดสิทธิเรียกร้องข้างต้นให้แก่กรมบังคับคดี รวมเป็นจำนวน 1.69 ล้านบาท และกรมบังคับคดีได้จ่ายเงินที่ถูกอายัดสิทธิเรียกร้องดังกล่าวให้แก่บริษัทอื่น
เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2558 ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามศาลขั้นต้น
เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2558 บริษัทและบริษัทอื่นได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อหน้าศาลและได้ตกลงจ่ายชำระหนี้แล้วจำนวน 18.50 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2558 ศาลฎีกาได้พิจารณาแล้วว่าสัญญาประนีประนอมเห็นชอบด้วยกฎหมาย จึงพิพากษาให้คดีความเป็นอันเสร็จเด็ดขาดไป
35.3 เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2555 บริษัทได้ฟูองร้องดำเนินคดีบริษัทอื่น (ผู้ว่าจ้าง) ฐานผิดสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างด้วยจำนวนทุนทรัพย์ 100.23 ล้านบาท และบริษัทอื่นได้ฟูองแย้งบริษัทในคดีเดียวกัน จำนวนทุนทรัพย์ 281.02 ล้านบาท โดยศาลชั้นต้นกำหนดนัดฟังคำพิพากษาวันที่ 18 มีนาคม 2559
ผู้บริหารของบริษัทไม่สามารถพิจารณาถึงผลลัพธ์จากคดีความดังกล่าว ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 ได้ ดังนั้นหนี้สินที่อาจจะเกิดขึ้นจากผลของคดีความดังกล่าวจึงยังไม่ได้รับรู้ในงบการเงินของบริษัท
137
รายงานประจาปี 2558
35.4 เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 บริษัทได้ฟูองร้องดำเนินคดีกับบุคคลธรรมดารายหนึ่ง โดยมีทุนทรัพย์ที่ฟูองจำนวน 10.06 ล้านบาท เพื่อเรียกเงินมัดจำในการซื้อกิจการโรงแรมในประเทศแห่งหนึ่งจำนวน 10 ล้านบาท (ดูหมายเหตุข้อ 8) โดยศาลได้นัดพิจารณาคดีนัดแรกวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559
35.5 ในเดือนธันวาคม 2558 บริษัทได้ถูกบริษัทอื่นฟูองเป็นจำเลยที่ 1 เรื่องผิดสัญญาจ้างติดตั้งอุปกรณ์ โดยมีทุนทรัพย์ที่ถูกฟูองเป็นจำนวน 17.62 ล้านบาท โดยศาลได้นัดพิจารณาคดีนัดแรกวันที่ 1 มีนาคม 2559
ผู้บริหารของบริษัทไม่สามารถพิจารณาถึงผลลัพธ์จากคดีความดังกล่าว ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 ได้ ดังนั้นหนี้สินที่อาจจะเกิดขึ้นจากผลของคดีความดังกล่าวจึงยังไม่ได้รับรู้ในงบการเงินของบริษัท
35.6 บริษัทได้ถูกบริษัทอื่นฟูองร้องดำเนินคดีเป็นจำเลยร่วมฐานผิดสัญญาค้ำประกันและเงินเบิกล่วงหน้า จำนวนทุนทรัพย์ 159.76 ล้านบาท และบริษัทได้ฟูองแย้งบริษัทดังกล่าวในคดีผิดสัญญาค้ำประกัน จำนวนทุนทรัพย์ 198.29 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2558 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสาระบบความเพื่อไปดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการ
ผู้บริหารของบริษัทไม่สามารถพิจารณาถึงผลลัพธ์จากคดีความดังกล่าว ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 ได้ ดังนั้นหนี้สินที่อาจจะเกิดขึ้นจากผลของคดีความดังกล่าวจึงยังไม่ได้รับรู้ในงบการเงินของบริษัท
ต่อมาเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2559 ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น
35.7 บริษัทได้ถูกบริษัทอื่นฟูองร้องดำเนินคดีเป็นจำเลยในฐานะผู้ค้ำประกันร่วมกับจำเลยอื่นฐานผิดนัดชำระหนี้ค่าซื้อสินค้า จำนวนทุนทรัพย์ 2.87 ล้านบาท
ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาให้จำเลยร่วมกันชดใช้เงินจำนวน 2.87 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย ต่อมาศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืน
ณ วันที่ 8 ตุลาคม 2558 ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์
ณ วันที่ 16 ธันวาคม 2558 ศาลแพ่งมีคำบังคับ ซึ่งปิดหมายเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2559 ให้บริษัทปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือคำสั่งดังกล่าวแล้วภายใน 45 วัน นับแต่วันได้รับคำสั่งนี้เป็นต้นไป บริษัทได้บันทึกประมาณการค่าเผื่อความเสียจากคดีแล้วจำนวน 3.74 ล้านบาท โดยแสดงรวมในประมาณการหนี้สินระยะสั้นในงบแสดงฐานะการเงิน
35.8 บริษัทได้ถูกบริษัทอื่นหลายแห่งฟูองร้องดำเนินคดีเกี่ยวกับการผิดสัญญาก่อสร้าง จ้างทำของ เช่าทรัพย์ ซื้อสินค้า บริการ ละเมิด และอื่นๆ ดังนี้
- คดีที่ศาลมีคำพิพากษาตามยอมจำนวน 22 คดี จำนวนทุนทรัพย์รวม 79.89 ล้านบาท โดยให้บริษัทชดใช้เงินจำนวน 71.41 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 บริษัทมีเงินที่ต้องชดใช้คงเหลือจำนวน 40.04 ล้านบาท ซึ่งบันทึกเป็นหนี้สินในบัญชีที่เกี่ยวข้อง
- คดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลจำนวน 7 คดี จำนวนทุนทรัพย์รวม 11.60 ล้านบาท ผู้บริหารของบริษัทไม่สามารถพิจารณาถึงผลลัพธ์จากคดีความดังกล่าว ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 ได้ ดังนั้นหนี้สินที่อาจจะเกิดขึ้นจากผลของคดีความดังกล่าวจึงยังไม่ได้รับรู้ในงบการเงินของบริษัท
35.9 ภายหลังวันที่ 31 ธันวาคม 2558 บริษัทได้ถูกบริษัทอื่นอีก 4 บริษัท ฟูองร้องดำเนินคดีเกี่ยวกับการผิดสัญญาจ้างทำของ เช่าทรัพย์ ซื้อขาย จำนวน 4 คดี จำนวนทุนทรัพย์รวม 6.25 ล้านบาท ผู้บริหารของบริษัทไม่สามารถพิจารณาถึงผลลัพธ์จากคดีความดังกล่าว ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 ได้ ดังนั้นหนี้สินที่อาจจะเกิดขึ้นจากผลของคดีความดังกล่าวจึงยังไม่ได้รับรู้ในงบการเงินของบริษัท
138
บริษัท ไทยบริการอุตสาหกรรมและวิศวกรรม จากัด (มหาชน)

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่