อะไรคือต้นสายปลายเหตุที่ทำให้เศรษฐกิจโลกทรุด

หากถูกผิดอะไรอย่าด่านะ เพราะเป็นกระทู้สนทนา ไม่ใช่กระทู้ข่าว
เท่าที่ผมสังเกตมา แบบภาพรวมนะครับ /ความคิดเห็นของผม/

1.ประเทศที่ส่งออกน้ำมัน เป็นรายได้หลักของประเทศ จะโดนหางเร่ จากการกดราคาของน้ำมัน 2 ซีกโลกคือ สหรัฐ กับ กลุ่ม OPEC
   เหตุที่กลุ่ม OPEC ต้องการผลิตน้ำมันมาแบบล้นตลาด เพื่อกดดันให้ เทคโนโลยี เชลแก็ส ไม่เกิดขั้น จนทำให้ราคาน้ำมันทั้งโลกตกลงอย่างหนัก
   และกลายเป็นว่า ประเทศที่ส่งออกน้ำมัน ขาดทุนจากการ ขาดรายได้จากการขายน้ำมันดิบ และลงทุนกับการเพิ่มหรือคงอัตราการผลิตน้ำมัน
   จนอัตรากำไรสุทธิลดลงจนบางประเทศขาดทุน เช่น กลุ่ม OPEC มาเลเซีย บรูไน เป็นต้น
2.ความผิดปกติจากการเปลี่ยนแปลงของกระแสน้ำในทะเลจนฤดูกาลบิดเบี้ยว ทำให้อาชีพเกษตรกรของประเทศในเอเชียและลาตินอเมริกา
   ได้รับผลกระทบจากการ ขาดแคลนสินค้า สำหรับขาดทำรายได้หล่อเลี้ยง ตัวเอง และยังทำให้ราคาสินค้าเกษตรบางชนิด ในบางประเทศ
   สูงขึ้น จากภาวะ ซับพลายลดลง และดีมานด์ยังคงที่ หรือ สินค้าเกษตรบางชนิด ที่โดนผลกระทบจากการปรากฎการณ์ทางะรรมชาติเช่นกัน
   เช่น เมื่ออุณหภูมสูงขึ้น ทำให้สินค้าที่ชอบอากาศร้อน มีช่วงในการปลูกมากขึ้น และทำให้สินค้าที่ชอบอากาศหนาวมีระยะการปลูกลดลง
   ทำให้สินค้าบางชนิด มีซัพพลายมากขึ้น แต่ดีมานด์ยังเท่าเดิมหรือลดลง
3.นโยบายทางการเงินบางประเทศที่ดำเนินนโยบางผิดพลาด เช่น ให้เงินเดือนกับข้าราชการจำนวนมาก แต่ทำงานน้อย และยังมีการโกงกินกันอีก
   พอเค้าลดเงินเดือนก็ก่อหวดประท้วง ที่ได้รับเงินเดือนลดลง แต่ตัวเองทำงานให้น้อย หรือเท่าที่เข้าใจคือ สร้างงานน้อย แต่ได้เงินมาก
   ขาดทุนงบการคลัง ทำให้เงินที่ต้องมาอุดหนุนคนทำงานน้อย ต้องนำมาจากการกู้เงินจากต่างประเทศ พอประเทศเค้าเรียกเงินคืน ก็ยังไม่เปลี่ยนนิสัย
   หรือเปลี่ยนก็มีเพียงเล็กน้อย เช่น ไม่ยอมลดสวัสดิการ แต่ยังคงทำงานแค่ 6-7 ช.ม.
4.บางประเทศมีประชากรวัยพึ่งพิงเพิ่มขึ้น และประชากรทำงานลดลง จากภาวะ ต้นทุนทางสังคมที่สูงขึ้น จนขยาดการสร้างบุตร พอบุตรที่ประเทศนั้นสร้าง
  ลดลงก็ทำให้แรงงานลดลงแถมประชากรวัยพึ่งพิงเพิ่มขึ้นจากการปลดเกษียณที่ไม่สมดุลกับสภาพร่างกายของแรงงานในแต่ละประเทศ
  ทำให้งบการคลังประเทศนั้นต้องอุดหนุนสวัสดิการให้ "อดีตของชาติเพิ่มขึ้น"พออดีตของชาติเพิ่มขึ้น ปัญจุบันของชาติก็ต้องทำงานเพิ่มขึ้น
  ใช้เวลาเพิ่มขึ้น จนไม่มีเวลา สร้าง "อนาคตของชาติ" เพราะต้องเอาเวลาและเงินไปเลี้ยงตนเอง และอดีตของชาติเพิ่มขึ้น
  จากระบบสาธารณสุข และ สาธารณปโภคที่ดีขึ้น เช่น มีน้ำประปาไหลทุกชุมชน มียารักษาโรคที่สามารถรักษาได้ซับซ้อนขึ้น เป็นต้น
5.ภัยสงครามของบางประเทศ จากความขัดแย้งทางอุดมคติ ศาสนา ชนชาติ ประวัติศาสตร์ ในบางประเทศมีความรุนแรงขึ้นเป็นต้น ทำให้ต้องนำงบมาลงทุนในเรื่องการกลาโหม และงบสาธารณภัยมากขึ้น ทำให้อัตรารายจ่ายของภาครัฐในเรื่องกลาโหมเพิ่มสงุขึ้น และยังทำให้รายรับจากภาคการท่องเที่ยว
   ลดลงจากความไม่แน่ใจทางความมั่นคงของประเทศนั้น
6.ภาวะผสมโรง เช่น ประเทศ o ลดการนำเข้าสินค้าของ ประเทศ B ลง เพราะประเทศตนเองเป็นหนี้จำนวนมาก ประเทศ AB อพยพมาอยู่ประเทศ B
   ทำให้ต้องนำงบมาดูแลพลเมือง AB เพิ่มขึ้น ประเทศ B มีแรงงานลดลง มี "อดีตของชาติเพิ่มขึ้น" ประเทศ F มาเที่ยวประเทศ B ลดลงเพราะ
   ประเทศตัวเองขายน้ำมันดิบไม่ออก

ปล.เป็นความเห็นส่วนตัว ที่ได้จากการดูข่าวในสื่อต่าง และคิดวิเคราะห์เพิ่มเติมตามข้อเท็จจริง
ปล.2ไม่พาดพิงเรื่องการเมื่องนะ
แสดงความคิดเห็น
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  เศรษฐกิจ เศรษฐศาสตร์ หน้าต่างโลก
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่