นี่คือความหวังที่สำคัญ
บางคนบอกว่าคนไทยอ่านหนังสือเฉลี่ย 7 บรรทัดต่อปี เราไม่รู้ว่ามันคือเรื่องจริงหรือเรื่องล้อเล่น เราบ่นไม่ได้กับคำถามที่เราไม่รู้คำตอบ แต่จริงๆแล้วทีประเทศไทย การศึกษาของไทยอาจจะไม่เหมาะกับคนไทยสมัยนี้มากนัก
คงเพราะ... เด็กๆส่วนใหญ่ไม่ได้อ่านหนังสือกันมากพอ
แต่... มันอาจจะมากกว่านั้น
เลยมีอยู่ช่วงหนึ่งมีกิจกรรม "รักการอ่าน" ในทุกโรงเรียน มันเป็นโครงการที่นักเรียนทุกคนอ่านและสรุปว่าอ่านอะไรไปแล้วบ้าง แล้วเขียนลงในสมุดรักการอ่านก่อนที่จะส่งให้อาจารย์ตรวจทุกๆวัน แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้โครงการนี้มันยังอยู่หรือเปล่า แต่ที่จำได้ นักเรียนมักจะอ่านในวันสุดท้ายแล้วให้ผู้ปกครองเซ็นให้หมดแล้วส่งให้อาจารย์ตรวจ ตรงนี้ไม่รู้ว่า เป็นกิจกรรมที่ช่วยให้นักเรียนอ่านหนังสือมากกว่าเดิมไหม
แต่ไม่ต้องกังวล เดี๋ยวนี้คนไทยอ่านหนังสือมากขึ้นเพราะเดี๋ยวนี้เซเลบที่อยู่ใน Social Network เค้าเขียนหนังสือไม่ว่าจะเป็นนิยาย หรือหนังสือให้ความรู้ แล้วโปรโมทให้ลูกเพจไปซื้อหนังสือของตน 5555 หรือบางทีเซเลบบางคนเค้าแนะนำหนังสือน่าอ่านแล้วแจ้งให้คนที่ติดตามใน Social Network เค้าลองไปอ่านหรือไปซื้อดู จริงๆแล้ว หนังสือในประเทศไทยราคาค่อนข้างปานกลางถึงสูงเกินกว่าจะซื้อไปอ่าน ราคาต่อเล่มเฉลี่ยประมาณ 200 บาทต่อเล่ม และ 200 บาทสำหรับบางคนถือว่าแพงแล้ว เลยงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อโปรโมทการขายหนังสือ แน่นอน!!! ทุกเล่มราคาถูกกว่าราคาปกซะอีก
แนวความคิดของสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 44 คือ "ความหวัง"
เราหวังให้คนไทยรู้สึกซาบซึ้งในการอ่านหนังสือเล่มจริงๆ
เราหวังให้ทุกๆคนรับความรู้รอบๆตัว
เพราะความรู้มีไม่จำกัดในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย เลยเราหวังว่าหนังสือหลายๆเล่นจะให้ทางแห่งความความจริง
นี่คือสวรรค์ของนักอ่านอย่างแท้จริง!!!
ทำไมเหรอ? เพราะงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ทุกๆบูธลดราคาหนังสือเพื่อจับจองเป็นเจ้าของง่ายขึ้น บางบูธมีวางจำหน่ายหนึงใือในราคา 199 บาท แต่มีโปรโมชั่น "ซื้อ 1 แถม 1" มันเป็นโปรโมชั่นซื้อหนังสือที่ยอดเยี่ยมที่สุดแล้ว เราตรวจดูบูธหลายๆบูธในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติและเราเห็นทุกๆบูธลดราคาหนังสือหมดเลย ราคาจากปก เราไม่ต้องเชื่อแล้ว!!! ถามคนขายไปเลยเพื่อรู้ราคาที่แท้จริง คนขายๆทุกคนในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติเค้าใจดีจะตายไป แต่อย่าไปต่อราคานะเพราะเค้าลดราคาให้ถึงขนาดนี้แล้ว ต่ออีกคงน่าเกลียดเวอร์
งานนี้มีหนังสือหลากหลายแนว จากนิยายรักไปถึงหนังสือศาสนา เราสามารถค้นหาและอ่านพลางๆก่อนที่จะซื้อได้ บางที คนขายเค้าดูเฟรนด์ลี่เกินไปนะ เพราะเพียงแค่อยู่ใกล้ๆบูธ เค้าพูดกับเราว่า "สอบถามได้ค่ะ" ทันที
แต่เราสารภาพว่า การที่คนขายพูดทักทายกับเราแบบนี้มันน่ารำคาญ เราชอบวิธีการของ Apple Store ที่คนขายยืนห่างๆลูกค้า ถ้าลูกค้าจะซื้อ เดี๋ยวเค้าเดินไปหาคนขายเอง การที่คนขายเดินเข้าหาลูกค้าตรงๆทำให้ลูกค้าเกิดอาการเกร็ง, ลังเลและเดินออกจากบูธทันที เราไม่รู้ว่าทำไมเป็นแบบนั้น แต่บางทีเราก็รู้สึกเหมือนโจรนิดหน่อยถ้าเราเข้าไปในร้านหนังสือแล้วอ่านหนังสือก่อนโดยที่ไม่ตัดสินใจซื้อหนังสือเล่มนั้น
งานนี้เหมาะกับทุกเพศทุกวัยที่ชอบอ่านหนังสือ, หนังสือการ์ตูน แน่นอนของเหล่านี้อยู่ในงานนี้ด้วย หรือหนังสือการเมือง หนังสือชีวประวัติ หนังสือประวัติศาสตร์ หนังสือกีฬา หนังสือเด็ก หนังสือจากเซเลบ หรือจะซื้อหนังสือการ์ตูนที่ไม่เคยได้ซื้อเพื่อสะสมก็ยังได้ เพราะงานนี้คือสวรรค์ของนักอ่าน
สำหรับนักอ่านจากต่างประเทศ
งานนี้ยินดีต้อนรับนักอ่านต่างประเทศทุกๆคนเนื่องจากมีบูธบางบูธที่ขายหนังสือต่างประเทศ อย่างคิโนคุนิยะ, Asia Books X Bookazine ซึ่งขายด้วยโปรโมชั่นเด็ดๆ สำหรับหนังสือเล่มใหม่ จะเริ่มลดราคาตั้งแต่ 15% ขึ้นไป (แต่เฉลี่ยแล้วประมาณ 20%) แต่เราแนะนำว่าให้ไปที่บูธ Bookazine ที่ขายด้วยโปรโมชั่น "ซื้อ 1 แถม 1" ในราคา 199, 299 หรือ 399 บาท หากซื้อเล่มแรกแล้ว เล่มสองจะฟรีทันที
ผมเห็นหนังสือหลายๆเล่มที่ขายในโปรโมชั่น "ซื้อ 1 แถม 1 ฟรี" โอ้ว!!! มีนิยายภาษาอังกฤษเพียบเลย!!! จริงๆแล้วเราสนใจที่จะอ่านหนังสือต่างประเทศเพื่อเรียนรู้คำศัพท์, ภาษาที่เขียนในนิยายแต่ละเรื่อง และราคาส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 199 บาท (ราคาปกติจะอยู่ที่ 299 บาทหรือ 350 บาท) และการซื้อ 1 แถม 1 ฟรีมันเป็นอะไรที่ฟินมากกกกกกก
โอ้ว!!! มันคือสุดยอดโปรโมชั่นที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
แต่จริงๆแล้ว มีเพื่อนคนนึงที่คุยกันใน LINE เค้าบอกว่า เค้าเคยไปงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาตินี่แหละ แต่ไม่รู้ว่าปีไหน คือปีนั้นมีโปรโมชั่นบุฟเฟ่ต์ เค้าจะให้ถุงมา 1 ถุงแล้วเราต้องจ่ายเงิน 199 บาท จากนั้นหยิบหนังสืออะไรก็ได้มาใส่ในถุงตามอำเภอใจ ไม่ว่าจะเล่มไหนที่อยู่ในโปรโมชั่นบุฟเฟ่ต์ ไม่ว่าจะปกสวยสดงดงามแค่ไหน ไม่ว่าจำนวนหน้าจะเยอะเท่าได้ ก็มีค่าเท่ากันหมด เพื่อนผมก็หยิบๆๆๆๆๆ จนเอาไปคิดเงิน ในสภาพถุงใกล้ขาด 5555
สุดท้ายแล้ว บูธ Bookazine ก็ไม่มีหนังสือที่น่าแนะนำให้อ่าน เพราะมีแต่หนังสือต่างประเทศที่ไม่รู้จักทั้งนั้นเลย ถ้าจะหยิบซื้อก็ไม่ว่ากัน ไม่ต้องพึงคำนำจากนักอ่านเซเลบอะไรให้ติดสินใจก่อน โชคดีที่บูธของ Bookazine ไม่มีคนไทยไปอุดหนุนมากนักเพราะ Asia Books และ Bookazine เค้าขายแค่หนังสือต่างประเทศกัน ทำให้การเลือกนิยายที่น่าสนใจมันง่าย เราเลือก The Family Corleone โดย Ed Falco และ Zoo โดย James Patterson ซึ่งนักเขียนคนนี้เค้าเขียนหลายตอนมากๆ เลยเราหยิบหนังสือทั้งสองเรื่องที่บอกไปที่แคชเชียร์เพื่อจ่ายเงิน แน่นอน แคชเชียร์เค้าเฟรนด์ลี่จะตายไป เราให้แบงค์ 100 ไป 2 ใบแล้วเค้าให้เงินทอน 1 บาท
แต่เดี๋ยวก่อน!!! นางเค้าให้ดิกชันนารี่ ไทย > อังกฤษ > ไทย (ในรูปแบบตัวอักษรภาษาอังกฤษ) ด้วย!!! เลยกลายเป็นว่า ครั้งนี้ ซื้อ 1 ฟรี 2 มันเป็นโปรโมชั่นอะไรเนี่ย!!!? มันเจ๋งมาก ไม่เคยเจอมาก่อน
(แต่จริงๆแล้ว ดิกชันนารี่ที่ได้ฟรี ไม่ได้ใช้หรอก เหมาะกับฝรั่งหรือพวกญี่ปุ่นที่ซึกษาภาษาไทยซะมากกว่า)
เอาเข้าจริงๆ บูธขายหนังสือ Inter ก็ไม่ได้เปิดเพื่อชาวต่างชาติมากนัก แต่เค้าเปิดเพื่อคนไทยที่อยากศึกษาภาษาอังกฤษหรือเรียนรู้อังกฤษ เพราะในบูธ Asia Books มีบูธหลายบูธที่สอนภาษาอังกฤษหรือเตรียมตัวสอบวัดผลต่างๆ เช่น TOEFL สรุปแล้ว โปรโมชั่น "ซื้อ 1 แถม 1 ฟรี" จาก Bookazine เหมาะสำหรับชาวต่างชาติที่ชื่นชอบในกซื้อของลดราคาโดยเฉพาะ
หนังสือที่เราซื้อ
มีหลายเล่มที่เราซื้อมา แต่บางเล่มที่ซื้อมาล่าสุดลืมถ่ายรูปเก็บเอาไว้ ด้วยราคาที่น่าซื้อมากๆ เลยทำให้มันดึงดูดให้เราจับจองเป็นเจ้าของมากขึ้น ถ้าจะเปรียบเทียบ ก็ต้องเปรียบเทียบกับ Steam Sale ที่ Gabe Newell ชอบแกล้งเกมเมอร์บ่อยครั้ง (โดยการเอาเกมลดราคามาล่อให้ซื้อ แต่สุดท้ายก็ซื้อแล้วเก็บไว้อย่างนั้น แต่ไม่ได้เอามาเล่น) ทุกๆบูธในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติลดราคากันกระหน่ำมาก และหนังสือหลายๆเล่มมันน่าสนใจดี แต่เนื่องจากงบประมาณที่จำกัด เลยเราเลือกหนังสือที่นาสนใจจริงๆดีกว่า
แล้ว... หนังสือเล่มไหนที่มันน่าดึงดูดให้เราซื้อ ไปดูกันเลย
ตื่นเถิด...เสรีชน
เขียนโดย ชัชรินทร์ ไชยวัฒน์
จัดจำหน่ายโดยกรีนปัญญาญาณ
ในประเทศไทย สัทธิเสรีนิยมเป็นลัทธิต้องห้าม เว็บไซต์บางเว็บไซต์ที่ให้แนวคิดด้านนี้โดยเฉพาะถูกบล็อกโดยรัฐบาลเนื่องจากสาเหตุอะไรก็ไม่รู้ แต่หนังสือเล่มนี้จะบอกเกี่ยวกับประวัติของเสรีนิยมทั่วทุกมุมโลก ซึ่งช่วงแรกจะกล่าวถึง Der Wandervogel, กลุ่มคนในเยอรมันที่ไม่แคร์รัฐบาลมากนัก, ฮิปปี้ (บุปผาชน) กลุ่มคนที่ไม่แคร์ไลฟ์สไตล์ปกติ แต่ถูกชักจุงด้วยลัทธิ LSD และเทคโนโลยีจากทุนนิยม เป็นเรื่องที่น่าสนใจและถ้าอ่านแล้วได้ความรู้แน่นอน
ราคา : ประมาณ 179 บาท จาก 220 บาท (เราไม่ชัวร์ราคานะ จำไม่ได้) แถมฟรี ที่คั่นหนังสือ 2 อันจากสำนักพิมพ์กรีนปัญญาญาณ
จำนวนหน้า : 245 หน้า
ความหนาแน่นของตัวหนังสือในแต่ละหน้า : มาก (25 บรรทัดต่อหน้า , มีย่อหน้าน้อย)
แนว : สารคดี
ยูโทเปีย
เขียนโดย เซอร์ โธมัส มอร์
แปลโดย กุลธิดา บุณยะกุล-คันนากิ้น
จัดจำหน่ายโดย Arrow Classic Book (ภายใต้สำนักพิมพ์นกฮูก)
ผมเพิ่งซื้อหนังสือเล่มนี้และยังไม่ได้อ่านเนื้อหาข้างใน
(อัพเดท : อ่านครึ่งเล่มแล้ว เนื้อหาช่วงแรกเป็นการคุยกันของการปกครองที่มีปัญหา ช่วงสองอ่านไม่หมด เป็นการอธิบายเรื่องเมืองยูโทเปีย) แต่ปกหนังสือเล่มนี้ เห็นผู้แปลบอกว่าเป็นวรรณกรรมคลาสสิกที่เขียนเกี่ยวกับเมืองแห่งสวรรค์ เราต้องการแนวคิดเกี่ยวกับเมืองแห่งอุดมคติและเราได้ยินคำว่า "ยูโทเปีย" มาตั้งแต่ม.ปลาย แต่เราก็ยังไม่รู้ว่าจะค้นคว้ายังไง สุดท้ายแล้วมีบางคนเค้าปรารถนาให้เราได้เจอหนังสือเล่มนี้ครับ แล้วหนังสือเล่มนี้ก็แปลไทยเสร็จสรรพมาพร้อมกับราคาที่เฟรนด์ลี่สุดๆ
ราคา : 100 บาท จาก 185 บาท
จำนวนหน้า : 199 หน้า
ความหนาแน่นของตัวหนังสือในแต่ละหน้า : ปานกลาง (22 บรรทัดต่อหน้า)
แนว : นิยายคลาสสิค
Betting lover | พนันได้เลยว่าคุณรักผม
เขียนโดย 7'x
จัดจำหน่ายโดยสำนักพิมพ์แจ่มใส
บางทีเราก็อยากค้นคว้าหรืออยากรู้ความรู้สึกจากนิยายโรแมนติกที่นักเขียนเค้าเขียนให้สาวๆอ่านและฟินไปตามๆกัน และนิยายแนวๆนี้ก็เติบโตขึ้นจนโด่งดังในปีที่ผ่านมา ดูที่ปกสิ ตัวละครช่วงหวานหยดงดงามอะไรเช่นนี้ ถึงแม้ว่าผมเป็นผู้ชายแต่ผมก็ไม่แคร์ที่จะอ่านนิยายโรแมนติกสำหรับผู้หญิง เราอยากรู้ว่าผู้หญิงคิดอะไรยังไงเมื่ออ่านหนังสือนิยายรักแบบนี้ เห็นแค่ปกก็รู้เลยว่านิยายเล่มนี้จัดจำหน่ายโดยสำนักพิมพ์แจ่มใส
ตอนนี้ยังไม่อ่านหนังสือเล่มนี้ เราซื้อหนังสือเยอะเลยเล่มนี้กำลังต่อคิวรอถูกอ่านอยู่
ราคา : 152 บาท จาก 179 บาท (แถมฟรีที่คั่นหนังสือ 4 อันจากสำนักพิมพ์แจ่มใส)
จำนวนหน้า : 245 หน้า
ความหนาแน่นของตัวอักษร : ปานกลาง (28 บรรทัดต่อหน้า)
แนว : นิยายรัก
ตอนนี้เดี๋ยวพอแค่นี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวอัพเดทในภายหลัง
อ่านเต็มๆก่อนได้ที่นี่ครับ (แต่เป็นภาษาอังกฤษนะ)
http://campzzz.com/2016/04/06/lets-go-to-national-book-fair-44th-the-hope-qssnc/
[CR] งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 44 ระวัง!!! เงินจะหมดกระเป๋าโดยไม่รู้ตัว
บางคนบอกว่าคนไทยอ่านหนังสือเฉลี่ย 7 บรรทัดต่อปี เราไม่รู้ว่ามันคือเรื่องจริงหรือเรื่องล้อเล่น เราบ่นไม่ได้กับคำถามที่เราไม่รู้คำตอบ แต่จริงๆแล้วทีประเทศไทย การศึกษาของไทยอาจจะไม่เหมาะกับคนไทยสมัยนี้มากนัก
คงเพราะ... เด็กๆส่วนใหญ่ไม่ได้อ่านหนังสือกันมากพอ
แต่... มันอาจจะมากกว่านั้น
เลยมีอยู่ช่วงหนึ่งมีกิจกรรม "รักการอ่าน" ในทุกโรงเรียน มันเป็นโครงการที่นักเรียนทุกคนอ่านและสรุปว่าอ่านอะไรไปแล้วบ้าง แล้วเขียนลงในสมุดรักการอ่านก่อนที่จะส่งให้อาจารย์ตรวจทุกๆวัน แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้โครงการนี้มันยังอยู่หรือเปล่า แต่ที่จำได้ นักเรียนมักจะอ่านในวันสุดท้ายแล้วให้ผู้ปกครองเซ็นให้หมดแล้วส่งให้อาจารย์ตรวจ ตรงนี้ไม่รู้ว่า เป็นกิจกรรมที่ช่วยให้นักเรียนอ่านหนังสือมากกว่าเดิมไหม
แต่ไม่ต้องกังวล เดี๋ยวนี้คนไทยอ่านหนังสือมากขึ้นเพราะเดี๋ยวนี้เซเลบที่อยู่ใน Social Network เค้าเขียนหนังสือไม่ว่าจะเป็นนิยาย หรือหนังสือให้ความรู้ แล้วโปรโมทให้ลูกเพจไปซื้อหนังสือของตน 5555 หรือบางทีเซเลบบางคนเค้าแนะนำหนังสือน่าอ่านแล้วแจ้งให้คนที่ติดตามใน Social Network เค้าลองไปอ่านหรือไปซื้อดู จริงๆแล้ว หนังสือในประเทศไทยราคาค่อนข้างปานกลางถึงสูงเกินกว่าจะซื้อไปอ่าน ราคาต่อเล่มเฉลี่ยประมาณ 200 บาทต่อเล่ม และ 200 บาทสำหรับบางคนถือว่าแพงแล้ว เลยงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อโปรโมทการขายหนังสือ แน่นอน!!! ทุกเล่มราคาถูกกว่าราคาปกซะอีก
เราหวังให้คนไทยรู้สึกซาบซึ้งในการอ่านหนังสือเล่มจริงๆ
เราหวังให้ทุกๆคนรับความรู้รอบๆตัว
เพราะความรู้มีไม่จำกัดในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย เลยเราหวังว่าหนังสือหลายๆเล่นจะให้ทางแห่งความความจริง
นี่คือสวรรค์ของนักอ่านอย่างแท้จริง!!!
ทำไมเหรอ? เพราะงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ทุกๆบูธลดราคาหนังสือเพื่อจับจองเป็นเจ้าของง่ายขึ้น บางบูธมีวางจำหน่ายหนึงใือในราคา 199 บาท แต่มีโปรโมชั่น "ซื้อ 1 แถม 1" มันเป็นโปรโมชั่นซื้อหนังสือที่ยอดเยี่ยมที่สุดแล้ว เราตรวจดูบูธหลายๆบูธในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติและเราเห็นทุกๆบูธลดราคาหนังสือหมดเลย ราคาจากปก เราไม่ต้องเชื่อแล้ว!!! ถามคนขายไปเลยเพื่อรู้ราคาที่แท้จริง คนขายๆทุกคนในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติเค้าใจดีจะตายไป แต่อย่าไปต่อราคานะเพราะเค้าลดราคาให้ถึงขนาดนี้แล้ว ต่ออีกคงน่าเกลียดเวอร์
งานนี้มีหนังสือหลากหลายแนว จากนิยายรักไปถึงหนังสือศาสนา เราสามารถค้นหาและอ่านพลางๆก่อนที่จะซื้อได้ บางที คนขายเค้าดูเฟรนด์ลี่เกินไปนะ เพราะเพียงแค่อยู่ใกล้ๆบูธ เค้าพูดกับเราว่า "สอบถามได้ค่ะ" ทันที
แต่เราสารภาพว่า การที่คนขายพูดทักทายกับเราแบบนี้มันน่ารำคาญ เราชอบวิธีการของ Apple Store ที่คนขายยืนห่างๆลูกค้า ถ้าลูกค้าจะซื้อ เดี๋ยวเค้าเดินไปหาคนขายเอง การที่คนขายเดินเข้าหาลูกค้าตรงๆทำให้ลูกค้าเกิดอาการเกร็ง, ลังเลและเดินออกจากบูธทันที เราไม่รู้ว่าทำไมเป็นแบบนั้น แต่บางทีเราก็รู้สึกเหมือนโจรนิดหน่อยถ้าเราเข้าไปในร้านหนังสือแล้วอ่านหนังสือก่อนโดยที่ไม่ตัดสินใจซื้อหนังสือเล่มนั้น
งานนี้เหมาะกับทุกเพศทุกวัยที่ชอบอ่านหนังสือ, หนังสือการ์ตูน แน่นอนของเหล่านี้อยู่ในงานนี้ด้วย หรือหนังสือการเมือง หนังสือชีวประวัติ หนังสือประวัติศาสตร์ หนังสือกีฬา หนังสือเด็ก หนังสือจากเซเลบ หรือจะซื้อหนังสือการ์ตูนที่ไม่เคยได้ซื้อเพื่อสะสมก็ยังได้ เพราะงานนี้คือสวรรค์ของนักอ่าน
สำหรับนักอ่านจากต่างประเทศ
งานนี้ยินดีต้อนรับนักอ่านต่างประเทศทุกๆคนเนื่องจากมีบูธบางบูธที่ขายหนังสือต่างประเทศ อย่างคิโนคุนิยะ, Asia Books X Bookazine ซึ่งขายด้วยโปรโมชั่นเด็ดๆ สำหรับหนังสือเล่มใหม่ จะเริ่มลดราคาตั้งแต่ 15% ขึ้นไป (แต่เฉลี่ยแล้วประมาณ 20%) แต่เราแนะนำว่าให้ไปที่บูธ Bookazine ที่ขายด้วยโปรโมชั่น "ซื้อ 1 แถม 1" ในราคา 199, 299 หรือ 399 บาท หากซื้อเล่มแรกแล้ว เล่มสองจะฟรีทันที
ผมเห็นหนังสือหลายๆเล่มที่ขายในโปรโมชั่น "ซื้อ 1 แถม 1 ฟรี" โอ้ว!!! มีนิยายภาษาอังกฤษเพียบเลย!!! จริงๆแล้วเราสนใจที่จะอ่านหนังสือต่างประเทศเพื่อเรียนรู้คำศัพท์, ภาษาที่เขียนในนิยายแต่ละเรื่อง และราคาส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 199 บาท (ราคาปกติจะอยู่ที่ 299 บาทหรือ 350 บาท) และการซื้อ 1 แถม 1 ฟรีมันเป็นอะไรที่ฟินมากกกกกกก
โอ้ว!!! มันคือสุดยอดโปรโมชั่นที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
แต่จริงๆแล้ว มีเพื่อนคนนึงที่คุยกันใน LINE เค้าบอกว่า เค้าเคยไปงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาตินี่แหละ แต่ไม่รู้ว่าปีไหน คือปีนั้นมีโปรโมชั่นบุฟเฟ่ต์ เค้าจะให้ถุงมา 1 ถุงแล้วเราต้องจ่ายเงิน 199 บาท จากนั้นหยิบหนังสืออะไรก็ได้มาใส่ในถุงตามอำเภอใจ ไม่ว่าจะเล่มไหนที่อยู่ในโปรโมชั่นบุฟเฟ่ต์ ไม่ว่าจะปกสวยสดงดงามแค่ไหน ไม่ว่าจำนวนหน้าจะเยอะเท่าได้ ก็มีค่าเท่ากันหมด เพื่อนผมก็หยิบๆๆๆๆๆ จนเอาไปคิดเงิน ในสภาพถุงใกล้ขาด 5555
สุดท้ายแล้ว บูธ Bookazine ก็ไม่มีหนังสือที่น่าแนะนำให้อ่าน เพราะมีแต่หนังสือต่างประเทศที่ไม่รู้จักทั้งนั้นเลย ถ้าจะหยิบซื้อก็ไม่ว่ากัน ไม่ต้องพึงคำนำจากนักอ่านเซเลบอะไรให้ติดสินใจก่อน โชคดีที่บูธของ Bookazine ไม่มีคนไทยไปอุดหนุนมากนักเพราะ Asia Books และ Bookazine เค้าขายแค่หนังสือต่างประเทศกัน ทำให้การเลือกนิยายที่น่าสนใจมันง่าย เราเลือก The Family Corleone โดย Ed Falco และ Zoo โดย James Patterson ซึ่งนักเขียนคนนี้เค้าเขียนหลายตอนมากๆ เลยเราหยิบหนังสือทั้งสองเรื่องที่บอกไปที่แคชเชียร์เพื่อจ่ายเงิน แน่นอน แคชเชียร์เค้าเฟรนด์ลี่จะตายไป เราให้แบงค์ 100 ไป 2 ใบแล้วเค้าให้เงินทอน 1 บาท
แต่เดี๋ยวก่อน!!! นางเค้าให้ดิกชันนารี่ ไทย > อังกฤษ > ไทย (ในรูปแบบตัวอักษรภาษาอังกฤษ) ด้วย!!! เลยกลายเป็นว่า ครั้งนี้ ซื้อ 1 ฟรี 2 มันเป็นโปรโมชั่นอะไรเนี่ย!!!? มันเจ๋งมาก ไม่เคยเจอมาก่อน
(แต่จริงๆแล้ว ดิกชันนารี่ที่ได้ฟรี ไม่ได้ใช้หรอก เหมาะกับฝรั่งหรือพวกญี่ปุ่นที่ซึกษาภาษาไทยซะมากกว่า)
เอาเข้าจริงๆ บูธขายหนังสือ Inter ก็ไม่ได้เปิดเพื่อชาวต่างชาติมากนัก แต่เค้าเปิดเพื่อคนไทยที่อยากศึกษาภาษาอังกฤษหรือเรียนรู้อังกฤษ เพราะในบูธ Asia Books มีบูธหลายบูธที่สอนภาษาอังกฤษหรือเตรียมตัวสอบวัดผลต่างๆ เช่น TOEFL สรุปแล้ว โปรโมชั่น "ซื้อ 1 แถม 1 ฟรี" จาก Bookazine เหมาะสำหรับชาวต่างชาติที่ชื่นชอบในกซื้อของลดราคาโดยเฉพาะ
หนังสือที่เราซื้อ
มีหลายเล่มที่เราซื้อมา แต่บางเล่มที่ซื้อมาล่าสุดลืมถ่ายรูปเก็บเอาไว้ ด้วยราคาที่น่าซื้อมากๆ เลยทำให้มันดึงดูดให้เราจับจองเป็นเจ้าของมากขึ้น ถ้าจะเปรียบเทียบ ก็ต้องเปรียบเทียบกับ Steam Sale ที่ Gabe Newell ชอบแกล้งเกมเมอร์บ่อยครั้ง (โดยการเอาเกมลดราคามาล่อให้ซื้อ แต่สุดท้ายก็ซื้อแล้วเก็บไว้อย่างนั้น แต่ไม่ได้เอามาเล่น) ทุกๆบูธในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติลดราคากันกระหน่ำมาก และหนังสือหลายๆเล่มมันน่าสนใจดี แต่เนื่องจากงบประมาณที่จำกัด เลยเราเลือกหนังสือที่นาสนใจจริงๆดีกว่า
แล้ว... หนังสือเล่มไหนที่มันน่าดึงดูดให้เราซื้อ ไปดูกันเลย
ตื่นเถิด...เสรีชน
จัดจำหน่ายโดยกรีนปัญญาญาณ
ในประเทศไทย สัทธิเสรีนิยมเป็นลัทธิต้องห้าม เว็บไซต์บางเว็บไซต์ที่ให้แนวคิดด้านนี้โดยเฉพาะถูกบล็อกโดยรัฐบาลเนื่องจากสาเหตุอะไรก็ไม่รู้ แต่หนังสือเล่มนี้จะบอกเกี่ยวกับประวัติของเสรีนิยมทั่วทุกมุมโลก ซึ่งช่วงแรกจะกล่าวถึง Der Wandervogel, กลุ่มคนในเยอรมันที่ไม่แคร์รัฐบาลมากนัก, ฮิปปี้ (บุปผาชน) กลุ่มคนที่ไม่แคร์ไลฟ์สไตล์ปกติ แต่ถูกชักจุงด้วยลัทธิ LSD และเทคโนโลยีจากทุนนิยม เป็นเรื่องที่น่าสนใจและถ้าอ่านแล้วได้ความรู้แน่นอน
ราคา : ประมาณ 179 บาท จาก 220 บาท (เราไม่ชัวร์ราคานะ จำไม่ได้) แถมฟรี ที่คั่นหนังสือ 2 อันจากสำนักพิมพ์กรีนปัญญาญาณ
จำนวนหน้า : 245 หน้า
ความหนาแน่นของตัวหนังสือในแต่ละหน้า : มาก (25 บรรทัดต่อหน้า , มีย่อหน้าน้อย)
แนว : สารคดี
ยูโทเปีย
แปลโดย กุลธิดา บุณยะกุล-คันนากิ้น
จัดจำหน่ายโดย Arrow Classic Book (ภายใต้สำนักพิมพ์นกฮูก)
ผมเพิ่งซื้อหนังสือเล่มนี้และยังไม่ได้อ่านเนื้อหาข้างใน (อัพเดท : อ่านครึ่งเล่มแล้ว เนื้อหาช่วงแรกเป็นการคุยกันของการปกครองที่มีปัญหา ช่วงสองอ่านไม่หมด เป็นการอธิบายเรื่องเมืองยูโทเปีย) แต่ปกหนังสือเล่มนี้ เห็นผู้แปลบอกว่าเป็นวรรณกรรมคลาสสิกที่เขียนเกี่ยวกับเมืองแห่งสวรรค์ เราต้องการแนวคิดเกี่ยวกับเมืองแห่งอุดมคติและเราได้ยินคำว่า "ยูโทเปีย" มาตั้งแต่ม.ปลาย แต่เราก็ยังไม่รู้ว่าจะค้นคว้ายังไง สุดท้ายแล้วมีบางคนเค้าปรารถนาให้เราได้เจอหนังสือเล่มนี้ครับ แล้วหนังสือเล่มนี้ก็แปลไทยเสร็จสรรพมาพร้อมกับราคาที่เฟรนด์ลี่สุดๆ
ราคา : 100 บาท จาก 185 บาท
จำนวนหน้า : 199 หน้า
ความหนาแน่นของตัวหนังสือในแต่ละหน้า : ปานกลาง (22 บรรทัดต่อหน้า)
แนว : นิยายคลาสสิค
Betting lover | พนันได้เลยว่าคุณรักผม
จัดจำหน่ายโดยสำนักพิมพ์แจ่มใส
บางทีเราก็อยากค้นคว้าหรืออยากรู้ความรู้สึกจากนิยายโรแมนติกที่นักเขียนเค้าเขียนให้สาวๆอ่านและฟินไปตามๆกัน และนิยายแนวๆนี้ก็เติบโตขึ้นจนโด่งดังในปีที่ผ่านมา ดูที่ปกสิ ตัวละครช่วงหวานหยดงดงามอะไรเช่นนี้ ถึงแม้ว่าผมเป็นผู้ชายแต่ผมก็ไม่แคร์ที่จะอ่านนิยายโรแมนติกสำหรับผู้หญิง เราอยากรู้ว่าผู้หญิงคิดอะไรยังไงเมื่ออ่านหนังสือนิยายรักแบบนี้ เห็นแค่ปกก็รู้เลยว่านิยายเล่มนี้จัดจำหน่ายโดยสำนักพิมพ์แจ่มใส
ตอนนี้ยังไม่อ่านหนังสือเล่มนี้ เราซื้อหนังสือเยอะเลยเล่มนี้กำลังต่อคิวรอถูกอ่านอยู่
ราคา : 152 บาท จาก 179 บาท (แถมฟรีที่คั่นหนังสือ 4 อันจากสำนักพิมพ์แจ่มใส)
จำนวนหน้า : 245 หน้า
ความหนาแน่นของตัวอักษร : ปานกลาง (28 บรรทัดต่อหน้า)
แนว : นิยายรัก
ตอนนี้เดี๋ยวพอแค่นี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวอัพเดทในภายหลัง
อ่านเต็มๆก่อนได้ที่นี่ครับ (แต่เป็นภาษาอังกฤษนะ) http://campzzz.com/2016/04/06/lets-go-to-national-book-fair-44th-the-hope-qssnc/
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น