สวัสดีค่ะ ขอแทนตัวเองว่า “เรา” ละกันนะคะ กระทู้นี้มีวัตถุประสงค์แบ่งปันประสบการณ์ การสร้างบ้าน จะประกอบไปด้วยรายละเอียดดังต่อไปนี้นะคะ
1. การกู้เงินสร้างบ้านโดยสร้างบ้านบนที่ดินของตัวเอง
2. การแก้ไขปัญหาผู้รับเหมา
3. บทเรียนการเลือกช่าง
4. หลังคา Top hat
5. อื่น ๆ เช่น การตรวจสอบงาน การเลือกซื้อวัสดุ
ก่อนอื่นขออธิบายรายละเอียดของความต้องการของ เราและแฟน ในการตัดสินใจสร้างบ้าน เราสองคนเริ่มจากความต้องการที่จะสร้างบ้านหลังเล็ก ๆ 1 ชั้น บนพื้นที่ประมาณ 1 ไร่ เนื่องจากต้องการพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงและปลูกผักกินในอนาคต ดังนั้นเราจึงเริ่มจากการ หาซื้อที่ดินโดยเริ่มจากตัวเมืองเชียงใหม่ ซึ่งราคาที่ดินค่อนข้างสูง เราสองคนจึงตัดใจลองมามองหาที่ตัวเมืองลำพูน และในที่สุดก็สามารถซื้อที่ดินที่อยู่ในเมือง และเป็นพื้นที่สีเขียว (โซนเกษตรกรรม) ได้ในเนื้อที่ 3 งานกว่า ๆ ในราคาที่สามารถไม่แพง นัดวันซื้อขาย ไปกรมที่ดิน ทุกอย่างผ่านไปอย่างเรียบง่าย เราสองคนได้ที่ดินผืนแรก ที่มาจากเงินเก็บของเราสองคนและพ่อแม่ของเราส่องฝ่ายได้ช่วยสนับสนุน เพราะเรายังต้องเหลือเงินบางส่วนไว้สำหรับสร้างบ้านค่ะ จากนี้ไปจะขอเล่ารายละเอียดของการสร้างบ้านนะคะ
1. การกู้เงินสร้างบ้านโดยสร้างบ้านบนที่ดินของตัวเอง
จากการหาข้อมูลตามธนาคารต่าง ๆ ในห้างตอนเย็นหลังเลิกงาน ทำให้เราตัดสินใจเลือก ธนาคารสีส้ม โดยเหตุผลคือ ดอกเบี้ยในตอนนั้นถูกกว่าสีชมพู และถูกกว่าหลาย ๆ ธนาคาร รวมถึงสวัสดิการที่สามารถกู้ได้ 100% (การกู้เงินสร้างบ้านจะมีเราเป็นผู้ทำสัญญานะคะ เพราะที่ดินที่จะสร้างบ้านนั้นโฉนดเป็นชื่อของเราค่ะ จะได้ดำเนินเรื่องได้ง่าย) วงเงินกู้ของเราที่สามารถกู้ได้คือ 2 ล้านบาท จากนั้นเราจึงหาผู้รับเหมาที่สร้างบ้านให้กับคนรู้จักมาเป็นจำนวนหลายหลัง ซึ่งจากการสอบถาม พบว่า ผรม รายนี้สามารถไว้ใจได้ ทำงานดี ไม่ขี้โกง จากนั้นเราจึงนัดเจอกันและพูดคุย คอนเซปของการออกแบบบ้าน โดยเราและแฟน ได้ทำการออกแบบมาแล้วระดับนึง จากนั้น ผรม ก็เริ่มเขียนแบบมาส่งและแก้แบบกันไป จนได้แบบบ้านและ BOQ มาในวงเงิน 1.2 ล้านบาท พื้นที่บ้านทั้งหมด 110 ตรม. โดยราคานี้ถือว่าแพงกว่าราคาทั่วไปของบ้านแถวนี้เนื่องจากบ้าน จะใช้ประตูหน้าต่างทั้งหมดเป็นไม้สักค่ะ แต่ก็ยังรู้สึกว่าแพงไป (เดี๋ยวเราจะได้รู้กันค่ะ ว่าทำไมราคาบ้านถึงแพง) จากนั้นเราก็ติดต่อ เทศบาลขอหนังสืออนุมัติสร้างบ้านค่ะ ใช้เวลาประมาณ 2 อาทิตย์ ต้องโทรตามด้วยนะคะ เสียเงินค่าเอกสาร 50 บาท จากนั้นก็นำเอกสารทั้งหมดตามรายการที่ทางธนาคารลิสต์ให้ ไปส่งที่ธนาคาร เช่นเดิมค่ะ เราทำตอนเย็นหลังเลิกงานกับธนาคารในห้าง (เรากับแฟนทำงานบริษัทไม่อยากลาบ่อย) จากนั้น 1 สัปดาห์ ธนาคารโทรมานัดทำสัญญา และแจ้งว่าจะมีผู้ประเมินงานเข้ามาดูหน้างานในวันนี้ คือวันที่โทรมาค่ะ!! ใช่ค่ะ เราต้องลางานฉุกเฉินสิค่ะ (ในจุดนี้เราและแฟนได้วางแผนกันแล้วว่าจะต้องรักษาวันลาพักร้อนให้ดีก่อนเริ่มสร้างบ้าน เพราะต้องรับมือกับสถานการ์ณแบบนี้) ซึ่งในตอนนั้นบ้านของเราได้เริ่มสร้างฐานรากเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ จึงประเมินมาได้ 25% ของเงินสร้างบ้านทั้งหมด (จะเห็นว่าเราต้องมีทุนสำรองนะคะ สำหรับการสร้างบ้านในงวดแรก โดยเราอาจจะต้องจ่ายไปก่อน หรือบางกรณี ผรม อาจจะสำรองออกให้ก่อน แล้วแต่ตกลงกันค่ะ)
>>สรุปรวม ทางธนาคารทำงานรวดเร็วมาก เราสามารถดำเนินงานทั้งหมดพร้อมเซ็นสัญญาและเงินงวดแรกเข้าบัญชีในระยะเวลา 3 สัปดาห์ และมีข่าวดีค่ะ ธนาคารแจ้งว่ายังมีโควต้าดอกเบี้ยถูกเหลืออยู่ คือถูกกว่าที่เราคุยกับธนาคารตอนแรก เราจึงได้สิทธิ์นั้นไป! เราก็ได้ทำสัญญาดอกเบี้ยที่ถูกกว่าเดิมค่ะ การประเมินบ้านนั้นจะขึ้นอยู่กับเรา ว่าสร้างส่วนไหนเสร็จแล้ว จากนั้นก็โทรเรียกผู้ประเมินมาค่ะ จากนั้นอีก 3 วันเงินจะเข้าบัญชีเรา ในแต่ละครั้งจะเสียค่าประเมิน 600 บาท (2500 บาทสำหรับครั้งแรกนะคะ) แต่ตอนประเมินครั้งสุดท้าย ผู้ประเมินแจ้งว่าราคาจะขึ้นแล้วนะคะ
ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ก็จะมีค่าประกันชีวิตเจ้าบ้าน อัคคีภัย ซึ่งในกรณีของเรา ทางธนาคารไม่ได้เสนอขายประกันอะไรเลย เพราะว่าตอนยื่นเรื่องกู้ เราไปยื่นเรื่องสาขาในเชียงใหม่ แต่เราจะทำสัญญากู้กับสาขาลำพูนค่ะ ทางเชียงใหม่จึงไม่ได้เสนอขายประกันอะไร พอมาทำสัญญาที่ลำพูนก็ไม่ได้มีการเสนอประกันอะไร จนเราต้องถามเอาเองนะคะ ถึงได้ทำประกันค่ะ
+รูปบ้านค่ะ (หารูปกลางวันไม่เจอ เอารูปกลางคืนไปดูก่อนนะ)

+รูปที่ดิน เดิมทีเป็นสวนลำไยค่ะ เจ้าของเก่าปลูกต้นสักไว้ล้อมรอบ เจาะน้ำบาดาลไว้ มีไฟเกษตรให้ใช้ แล้วก็มีประปามาถึงหน้าบ้านค่ะ

+ช่างเริ่มเข้ามาขุดหลุม สำหรับเทตอม่อมั้ง (ขอโทษนะคะ รายละเอียดการทำบ้านเราไม่ค่อยเข้าใจ หากมีคำถามถามได้ จะให้แฟนเราช่วยตอบค่ะ)

2.การแก้ไขปัญหาผู้รับเหมา
เข้าสู่บทดราม่ากับ ผรม แล้วค่ะ เริ่มจากวันที่ลงเสาเอกเราได้รู้ว่า มีผู้รับเหมาเพิ่มอีกคน ขอเรียกว่า ผรม2 ซึ่งคนงานก็ไม่ใช่ทีมงานของ ผรม คนแรก ขอเรียกว่า ผรม1 แต่เราก็ไม่ได้อะไรมากมายในตอนนั้น เพราะยังไง ก็ขอให้เราได้สร้างบ้านตามแบบและแผนงานที่ได้วางไว้ เราได้จ่ายเงินงวดแรกให้ ผรม1 ไปก่อนจำนวน 10% ของราคาบ้าน เพราะ ผรม1 บอกว่าไม่มีเงินลงทุน บอกตรง ๆ ว่าตอนนั้นมันมีอารมณ์อยากสร้างบ้านเร็ว ๆ เราจึงโง่จ่ายเค้าไปก่อนอย่างง่ายดายค่ะ จนเวลาผ่านไปเป็นเดือนค่ะ กว่า ผรม1 จะเริ่มเข้ามาทำบ้านให้เรา เรากับแฟนเครียดมาก กลัวโดนโกง จนวันที่ลงเสาเอกมาถึง ความเครียดก็ค่อยหายไป บ้านก็สร้างไปเรื่อย ๆ และแล้วเราก็พบปัญหา ว่าบ้านใช้เหล็กต่ำกว่าสเปคที่ระบุในแบบของการทำคานค่ะ แฟนเราตรวจหน้างานทุกเย็น เราสองคนส่องไฟตรวจเหล็กก่อนที่จะเทปูนในวันถัดไป เราจึงสั่งให้ ผรม1 รื้อทำใหม่ ใช่ค่ะ ผรม1 โยนความผิดให้กับ ผรม2 แต่เราไม่สนความผิดใคร แต่คุณต้องรื้อและให้เราตรวจก่อนเทปูน การแก้งานผ่านไปได้ตามสเปค ถึงตรงนี้เราผิดหวังมาก ฐานรากควรเป็นส่วนที่ผิดไม่ได้ หากเราตรวจไม่เจอหล่ะ เรื่องง่าย ๆ แค่นี้ไม่สามารถทำได้ เราก็เริ่มเครียดและกังวลว่าหากร่วมงานกันต่อไปมีแต่จะเดือดร้อน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ต้องใจเย็นไว้ก่อน และแล้วปัญหาก็เกิดค่ะในช่วงทำบ้าน ผรม2 ได้มาทวงเงินเรา บอกว่าเราไม่ได้จ่ายเค้าซักบาท เค้าไม่มีเงินลงทุนต่อ แต่ทางเราแจ้งว่า ได้จ่ายเงินให้ ผรม1 ไปแล้ว 10% เรื่องจึงแดงขึ้นมาค่ะ โดย ผรม2 เล่าว่า ผรม1 นำงานมาขายให้โดยคิดเป็นเงิน 100000 บาท เพราะ ผรม1 ไม่มีเงินลงทุน แต่ในตอนนั้นเรากับแฟนไม่ขอคุยกับ ผรม2 เพราะเราทำสัญญากับ ผรม1 โดยบอกว่า จ่าย 10% แล้วจะสร้างบ้านให้เสร็จถึงฐานราก ซึ่งคิดเป็น 25% ของตัวบ้าน เพื่อให้เราได้ทำสัญญากับธนาคารเมื่อได้เงินมาก็จะทำการจ่ายค่างวดให้กับ ผรม ดังนั้นเราจึงขอให้ ผรม1 ทำงานให้เสร็จ 25% แล้วเราจะให้เงินส่วนที่เหลือ การสร้างบ้านดำเนินต่อไปอย่างติดขัด คนงานไม่มีเงิน เพราะ ผรม2 ไม่จ่ายเงิน ผรม1 ก็ไม่จ่าย ผรม2 มีการทะเลาะทวงเงินกันเป็นเรื่องใหญ่โต จนวันที่เรารอคอยก็มาถึง ฐานรากบ้านเสร็จแล้ว ธนาคารจ่ายเงินให้เราแล้ว เราจึงนัด ผรม1 เพื่อทำการเคลียร์เงินค่ะ โดยเราจ่ายเพิ่มให้เป็นทั้งหมด 25% โดย ผรม1 นัด ผรม2 มาด้วยเพื่อมาเคลียร์เงิน เราจึงตัดสินใจ บอก ผรม1 ไปว่า ขอยกเลิกสัญญาจ้างทั้งหมด ให้สิ้นสุดแต่เพียงเท่านี้ โดยให้เหตุผลว่า ผรม1 ไม่พร้อมที่จะทำบ้านให้เรา และก็ทำผิดพลาดหลายครั้ง เอางานเราไปขายให้คนอื่น ช่างก็ไม่ใช่ชุดที่เราเคยไปดูผลงาน เรากังวลเครียด จะเป็นบ้า เราพูดไปด้วยบีบน้ำตาไป (เรากับแฟนเตรียมบทพูดกันไปก่อน) ผรม1 จึงตกลงยอมยกเลิกสัญญา เราสองคนรู้สึกโล่งใจ และแน่นอน ต้องหา ผรม ใหม่!
>> จุดเปลี่ยน เราสองคนตัดสินใจ หาช่างเอง เป็นงาน ๆ ไป โดยซื้อของให้ แล้วช่างก็คิดค่าแรง จากการคำนวณทั้งหมดพบว่า ราคาถูกกว่า BOQ เดิม ถึง 10-15% และเรายังใช้ของที่เกรดดีกว่า เช่น ราคากระเบื้อง เพิ่มจำนวนไฟในบ้าน อีกเป็นสองเท่า สุขภัณฑ์ที่แพงกว่า แต่สิ่งที่ได้มาคือ ความเหนื่อย 55++ เหนื่อยที่ต้องไปเลือกซื้อของเอง แต่เราก็มีความสุขและมีเวลาในการเลือกซื้อของ เพราะไม่ต้องเร่งรีบ หาของได้ก็ค่อยหาช่างมาทำ ออกแบบแก้ไข จุดนั้นจุดนี้ไปเรื่อย ๆ
>> ผรม นั้นไว้ใจไม่ได้นะคะ ต่อให้เราเคยเห็นผลงานเค้ามาแล้ว มีคนมาการันตี เพราะเรื่องเงินมันไม่เข้าใครออกใคร บทจะร้อนเงินมามันโกงกันได้หมดค่ะ ดังนั้นเราต้องมีสติในการประเมินสถานการณ์ อะไรที่ไม่สบายใจ อย่าไปทนค่ะ ตั้งสติค่อยคิดแก้ปัญหา ปรึกษาครอบครัว แล้วเราจะผ่านมันไปได้ค่ะ
+รูปตรวจงานค่ะ

+รูปพิธีลงเสาเอกแบบล้านนาค่ะ มีรูปอยู่ไม่กี่รูป เลือกรูปที่คิดว่าเพื่อน ๆคงไม่เคยเห็นให้ดูนะคะ
[CR] Review ประสบการ์ณ สร้างบ้านชั้นเดียว ไม่มีผู้รับเหมา หลังคา Top hat การเลือกช่าง อื่น ๆ
1. การกู้เงินสร้างบ้านโดยสร้างบ้านบนที่ดินของตัวเอง
2. การแก้ไขปัญหาผู้รับเหมา
3. บทเรียนการเลือกช่าง
4. หลังคา Top hat
5. อื่น ๆ เช่น การตรวจสอบงาน การเลือกซื้อวัสดุ
ก่อนอื่นขออธิบายรายละเอียดของความต้องการของ เราและแฟน ในการตัดสินใจสร้างบ้าน เราสองคนเริ่มจากความต้องการที่จะสร้างบ้านหลังเล็ก ๆ 1 ชั้น บนพื้นที่ประมาณ 1 ไร่ เนื่องจากต้องการพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงและปลูกผักกินในอนาคต ดังนั้นเราจึงเริ่มจากการ หาซื้อที่ดินโดยเริ่มจากตัวเมืองเชียงใหม่ ซึ่งราคาที่ดินค่อนข้างสูง เราสองคนจึงตัดใจลองมามองหาที่ตัวเมืองลำพูน และในที่สุดก็สามารถซื้อที่ดินที่อยู่ในเมือง และเป็นพื้นที่สีเขียว (โซนเกษตรกรรม) ได้ในเนื้อที่ 3 งานกว่า ๆ ในราคาที่สามารถไม่แพง นัดวันซื้อขาย ไปกรมที่ดิน ทุกอย่างผ่านไปอย่างเรียบง่าย เราสองคนได้ที่ดินผืนแรก ที่มาจากเงินเก็บของเราสองคนและพ่อแม่ของเราส่องฝ่ายได้ช่วยสนับสนุน เพราะเรายังต้องเหลือเงินบางส่วนไว้สำหรับสร้างบ้านค่ะ จากนี้ไปจะขอเล่ารายละเอียดของการสร้างบ้านนะคะ
1. การกู้เงินสร้างบ้านโดยสร้างบ้านบนที่ดินของตัวเอง
จากการหาข้อมูลตามธนาคารต่าง ๆ ในห้างตอนเย็นหลังเลิกงาน ทำให้เราตัดสินใจเลือก ธนาคารสีส้ม โดยเหตุผลคือ ดอกเบี้ยในตอนนั้นถูกกว่าสีชมพู และถูกกว่าหลาย ๆ ธนาคาร รวมถึงสวัสดิการที่สามารถกู้ได้ 100% (การกู้เงินสร้างบ้านจะมีเราเป็นผู้ทำสัญญานะคะ เพราะที่ดินที่จะสร้างบ้านนั้นโฉนดเป็นชื่อของเราค่ะ จะได้ดำเนินเรื่องได้ง่าย) วงเงินกู้ของเราที่สามารถกู้ได้คือ 2 ล้านบาท จากนั้นเราจึงหาผู้รับเหมาที่สร้างบ้านให้กับคนรู้จักมาเป็นจำนวนหลายหลัง ซึ่งจากการสอบถาม พบว่า ผรม รายนี้สามารถไว้ใจได้ ทำงานดี ไม่ขี้โกง จากนั้นเราจึงนัดเจอกันและพูดคุย คอนเซปของการออกแบบบ้าน โดยเราและแฟน ได้ทำการออกแบบมาแล้วระดับนึง จากนั้น ผรม ก็เริ่มเขียนแบบมาส่งและแก้แบบกันไป จนได้แบบบ้านและ BOQ มาในวงเงิน 1.2 ล้านบาท พื้นที่บ้านทั้งหมด 110 ตรม. โดยราคานี้ถือว่าแพงกว่าราคาทั่วไปของบ้านแถวนี้เนื่องจากบ้าน จะใช้ประตูหน้าต่างทั้งหมดเป็นไม้สักค่ะ แต่ก็ยังรู้สึกว่าแพงไป (เดี๋ยวเราจะได้รู้กันค่ะ ว่าทำไมราคาบ้านถึงแพง) จากนั้นเราก็ติดต่อ เทศบาลขอหนังสืออนุมัติสร้างบ้านค่ะ ใช้เวลาประมาณ 2 อาทิตย์ ต้องโทรตามด้วยนะคะ เสียเงินค่าเอกสาร 50 บาท จากนั้นก็นำเอกสารทั้งหมดตามรายการที่ทางธนาคารลิสต์ให้ ไปส่งที่ธนาคาร เช่นเดิมค่ะ เราทำตอนเย็นหลังเลิกงานกับธนาคารในห้าง (เรากับแฟนทำงานบริษัทไม่อยากลาบ่อย) จากนั้น 1 สัปดาห์ ธนาคารโทรมานัดทำสัญญา และแจ้งว่าจะมีผู้ประเมินงานเข้ามาดูหน้างานในวันนี้ คือวันที่โทรมาค่ะ!! ใช่ค่ะ เราต้องลางานฉุกเฉินสิค่ะ (ในจุดนี้เราและแฟนได้วางแผนกันแล้วว่าจะต้องรักษาวันลาพักร้อนให้ดีก่อนเริ่มสร้างบ้าน เพราะต้องรับมือกับสถานการ์ณแบบนี้) ซึ่งในตอนนั้นบ้านของเราได้เริ่มสร้างฐานรากเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ จึงประเมินมาได้ 25% ของเงินสร้างบ้านทั้งหมด (จะเห็นว่าเราต้องมีทุนสำรองนะคะ สำหรับการสร้างบ้านในงวดแรก โดยเราอาจจะต้องจ่ายไปก่อน หรือบางกรณี ผรม อาจจะสำรองออกให้ก่อน แล้วแต่ตกลงกันค่ะ)
>>สรุปรวม ทางธนาคารทำงานรวดเร็วมาก เราสามารถดำเนินงานทั้งหมดพร้อมเซ็นสัญญาและเงินงวดแรกเข้าบัญชีในระยะเวลา 3 สัปดาห์ และมีข่าวดีค่ะ ธนาคารแจ้งว่ายังมีโควต้าดอกเบี้ยถูกเหลืออยู่ คือถูกกว่าที่เราคุยกับธนาคารตอนแรก เราจึงได้สิทธิ์นั้นไป! เราก็ได้ทำสัญญาดอกเบี้ยที่ถูกกว่าเดิมค่ะ การประเมินบ้านนั้นจะขึ้นอยู่กับเรา ว่าสร้างส่วนไหนเสร็จแล้ว จากนั้นก็โทรเรียกผู้ประเมินมาค่ะ จากนั้นอีก 3 วันเงินจะเข้าบัญชีเรา ในแต่ละครั้งจะเสียค่าประเมิน 600 บาท (2500 บาทสำหรับครั้งแรกนะคะ) แต่ตอนประเมินครั้งสุดท้าย ผู้ประเมินแจ้งว่าราคาจะขึ้นแล้วนะคะ
ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ก็จะมีค่าประกันชีวิตเจ้าบ้าน อัคคีภัย ซึ่งในกรณีของเรา ทางธนาคารไม่ได้เสนอขายประกันอะไรเลย เพราะว่าตอนยื่นเรื่องกู้ เราไปยื่นเรื่องสาขาในเชียงใหม่ แต่เราจะทำสัญญากู้กับสาขาลำพูนค่ะ ทางเชียงใหม่จึงไม่ได้เสนอขายประกันอะไร พอมาทำสัญญาที่ลำพูนก็ไม่ได้มีการเสนอประกันอะไร จนเราต้องถามเอาเองนะคะ ถึงได้ทำประกันค่ะ
+รูปบ้านค่ะ (หารูปกลางวันไม่เจอ เอารูปกลางคืนไปดูก่อนนะ)
+รูปที่ดิน เดิมทีเป็นสวนลำไยค่ะ เจ้าของเก่าปลูกต้นสักไว้ล้อมรอบ เจาะน้ำบาดาลไว้ มีไฟเกษตรให้ใช้ แล้วก็มีประปามาถึงหน้าบ้านค่ะ
+ช่างเริ่มเข้ามาขุดหลุม สำหรับเทตอม่อมั้ง (ขอโทษนะคะ รายละเอียดการทำบ้านเราไม่ค่อยเข้าใจ หากมีคำถามถามได้ จะให้แฟนเราช่วยตอบค่ะ)
2.การแก้ไขปัญหาผู้รับเหมา
เข้าสู่บทดราม่ากับ ผรม แล้วค่ะ เริ่มจากวันที่ลงเสาเอกเราได้รู้ว่า มีผู้รับเหมาเพิ่มอีกคน ขอเรียกว่า ผรม2 ซึ่งคนงานก็ไม่ใช่ทีมงานของ ผรม คนแรก ขอเรียกว่า ผรม1 แต่เราก็ไม่ได้อะไรมากมายในตอนนั้น เพราะยังไง ก็ขอให้เราได้สร้างบ้านตามแบบและแผนงานที่ได้วางไว้ เราได้จ่ายเงินงวดแรกให้ ผรม1 ไปก่อนจำนวน 10% ของราคาบ้าน เพราะ ผรม1 บอกว่าไม่มีเงินลงทุน บอกตรง ๆ ว่าตอนนั้นมันมีอารมณ์อยากสร้างบ้านเร็ว ๆ เราจึงโง่จ่ายเค้าไปก่อนอย่างง่ายดายค่ะ จนเวลาผ่านไปเป็นเดือนค่ะ กว่า ผรม1 จะเริ่มเข้ามาทำบ้านให้เรา เรากับแฟนเครียดมาก กลัวโดนโกง จนวันที่ลงเสาเอกมาถึง ความเครียดก็ค่อยหายไป บ้านก็สร้างไปเรื่อย ๆ และแล้วเราก็พบปัญหา ว่าบ้านใช้เหล็กต่ำกว่าสเปคที่ระบุในแบบของการทำคานค่ะ แฟนเราตรวจหน้างานทุกเย็น เราสองคนส่องไฟตรวจเหล็กก่อนที่จะเทปูนในวันถัดไป เราจึงสั่งให้ ผรม1 รื้อทำใหม่ ใช่ค่ะ ผรม1 โยนความผิดให้กับ ผรม2 แต่เราไม่สนความผิดใคร แต่คุณต้องรื้อและให้เราตรวจก่อนเทปูน การแก้งานผ่านไปได้ตามสเปค ถึงตรงนี้เราผิดหวังมาก ฐานรากควรเป็นส่วนที่ผิดไม่ได้ หากเราตรวจไม่เจอหล่ะ เรื่องง่าย ๆ แค่นี้ไม่สามารถทำได้ เราก็เริ่มเครียดและกังวลว่าหากร่วมงานกันต่อไปมีแต่จะเดือดร้อน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ต้องใจเย็นไว้ก่อน และแล้วปัญหาก็เกิดค่ะในช่วงทำบ้าน ผรม2 ได้มาทวงเงินเรา บอกว่าเราไม่ได้จ่ายเค้าซักบาท เค้าไม่มีเงินลงทุนต่อ แต่ทางเราแจ้งว่า ได้จ่ายเงินให้ ผรม1 ไปแล้ว 10% เรื่องจึงแดงขึ้นมาค่ะ โดย ผรม2 เล่าว่า ผรม1 นำงานมาขายให้โดยคิดเป็นเงิน 100000 บาท เพราะ ผรม1 ไม่มีเงินลงทุน แต่ในตอนนั้นเรากับแฟนไม่ขอคุยกับ ผรม2 เพราะเราทำสัญญากับ ผรม1 โดยบอกว่า จ่าย 10% แล้วจะสร้างบ้านให้เสร็จถึงฐานราก ซึ่งคิดเป็น 25% ของตัวบ้าน เพื่อให้เราได้ทำสัญญากับธนาคารเมื่อได้เงินมาก็จะทำการจ่ายค่างวดให้กับ ผรม ดังนั้นเราจึงขอให้ ผรม1 ทำงานให้เสร็จ 25% แล้วเราจะให้เงินส่วนที่เหลือ การสร้างบ้านดำเนินต่อไปอย่างติดขัด คนงานไม่มีเงิน เพราะ ผรม2 ไม่จ่ายเงิน ผรม1 ก็ไม่จ่าย ผรม2 มีการทะเลาะทวงเงินกันเป็นเรื่องใหญ่โต จนวันที่เรารอคอยก็มาถึง ฐานรากบ้านเสร็จแล้ว ธนาคารจ่ายเงินให้เราแล้ว เราจึงนัด ผรม1 เพื่อทำการเคลียร์เงินค่ะ โดยเราจ่ายเพิ่มให้เป็นทั้งหมด 25% โดย ผรม1 นัด ผรม2 มาด้วยเพื่อมาเคลียร์เงิน เราจึงตัดสินใจ บอก ผรม1 ไปว่า ขอยกเลิกสัญญาจ้างทั้งหมด ให้สิ้นสุดแต่เพียงเท่านี้ โดยให้เหตุผลว่า ผรม1 ไม่พร้อมที่จะทำบ้านให้เรา และก็ทำผิดพลาดหลายครั้ง เอางานเราไปขายให้คนอื่น ช่างก็ไม่ใช่ชุดที่เราเคยไปดูผลงาน เรากังวลเครียด จะเป็นบ้า เราพูดไปด้วยบีบน้ำตาไป (เรากับแฟนเตรียมบทพูดกันไปก่อน) ผรม1 จึงตกลงยอมยกเลิกสัญญา เราสองคนรู้สึกโล่งใจ และแน่นอน ต้องหา ผรม ใหม่!
>> จุดเปลี่ยน เราสองคนตัดสินใจ หาช่างเอง เป็นงาน ๆ ไป โดยซื้อของให้ แล้วช่างก็คิดค่าแรง จากการคำนวณทั้งหมดพบว่า ราคาถูกกว่า BOQ เดิม ถึง 10-15% และเรายังใช้ของที่เกรดดีกว่า เช่น ราคากระเบื้อง เพิ่มจำนวนไฟในบ้าน อีกเป็นสองเท่า สุขภัณฑ์ที่แพงกว่า แต่สิ่งที่ได้มาคือ ความเหนื่อย 55++ เหนื่อยที่ต้องไปเลือกซื้อของเอง แต่เราก็มีความสุขและมีเวลาในการเลือกซื้อของ เพราะไม่ต้องเร่งรีบ หาของได้ก็ค่อยหาช่างมาทำ ออกแบบแก้ไข จุดนั้นจุดนี้ไปเรื่อย ๆ
>> ผรม นั้นไว้ใจไม่ได้นะคะ ต่อให้เราเคยเห็นผลงานเค้ามาแล้ว มีคนมาการันตี เพราะเรื่องเงินมันไม่เข้าใครออกใคร บทจะร้อนเงินมามันโกงกันได้หมดค่ะ ดังนั้นเราต้องมีสติในการประเมินสถานการณ์ อะไรที่ไม่สบายใจ อย่าไปทนค่ะ ตั้งสติค่อยคิดแก้ปัญหา ปรึกษาครอบครัว แล้วเราจะผ่านมันไปได้ค่ะ
+รูปตรวจงานค่ะ
+รูปพิธีลงเสาเอกแบบล้านนาค่ะ มีรูปอยู่ไม่กี่รูป เลือกรูปที่คิดว่าเพื่อน ๆคงไม่เคยเห็นให้ดูนะคะ