ยาวหน่อยนะคะ
ดิฉันเป็นคนต่างจังหวัดคนนึง ที่พ่อแม่ก็เป็นชาวบ้านทำไร่ ทำสวน และเป็นแม่ลูกติด 1คน เป็นซิงเกิลมัม ที่ต้องเลี้ยงลูกมาคนเดียว จากที่ชีวิตคู่ต้องล้มเหลว เพราะสามีเก่าติดการพนันหนัก จึงตัดสินใจมาเริ่มต้นชีวิต ในเมืองกรุง ในสถานที่ทำงานใหม่ และได้ปิดบังเรื่องที่เคยมีลูกมาแล้ว กับที่ทำงานใหม่ เพราะตอนนั้นกลัวว่าเค้าจะไม่รับคนที่มีครอบครัวแล้วทำงาน จึงตัดสินใจกรอกประวัติไปว่าโสด จนที่ทำงานก็ไม่มีใครรู้เรื่องลูกเลย
จนวันนึงดิฉันได้สนิทกับพี่ทำงานคนนึง ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยขึ้น หากิจกรรมไปทำกับเค้าตลอด มีความรู้สึกว่าเราอยู่ใกล้เค้า อยู่กับเค้าเรามีแต่เสียงหัวเราะ และมีความสุขมาก เราคุยกันได้ทุกเรื่อง (เว้นเรื่องในอดีตที่เค้าเองก็ไม่รู้) เค้าเป็นคนจิตใจดี โลกสวย ใจเย็น เรียบร้อย คุยด้วยแล้วสบายใจแต่บางมุมเค้ายังคงเหมือนเด็ก ที่ยังไม่สามารถหรือพร้อมที่จะดูแลใครได้ เพราะเค้าถูกเลี้ยงดูมาในครอบครัวที่มีแต่ แม่ มีแต่ป้าๆๆ ที่คอยตามใจ อยากได้อะไรแม่ก็ตามใจให้ อยากกินอะไรป้าๆๆ ก็พาไปกิน อยากไปเที่ยวต่างประเทศแม่และป้าก็ตามใจจ่ายให้ โดยที่เค้าแทบไม่ต้องควักเงินจ่ายเองเลย แต่พี่เค้าเป็นคนดี เชื่อฟังคำสั่งสอนของครอบครัว อยู่ในโอวาสแม่และป้าๆ ไม่มีนิสัยก้าวร้าว เหมือนครอบครัวเค้าเลี้ยงมาดี (แม่เค้าเป็นพยาบาล ป้าๆ เป็นครู) ซึ่งครอบครัวเค้าค่อนข้างเป็นครอบครัวที่มีฐานะคนนึง และพี่เค้าก็เป็นทายาสคนเดียว ที่มีอยู่ เพราะเป็นลูกชายคนเดียว และป้าๆ ก็ไม่มีลูก ความคาดหวังที่จะให้เค้าได้ผญ.ดีๆ ที่เพียบพร้อมกับเค้าทั้งฐานะ ทั้งชาติตระกูลก็สูงมาก ซึ่งเค้าและเราต่างคนก็ต่างมีความรู้สึกดีๆ ให้กัน หรือเรียกว่าคบกันก็ได้ (ในสายตาที่คนอื่นมอง) แต่เป็นการคบกันแต่ไม่สามารถมีสถานะให้กันได้ เป็นการคบแบบแอบๆ คบแบบไม่เปิดเผย ด้วยความต่างทางครอบครัว และด้วยสิ่งที่เราปิดบังเค้าอยู่ ซึ่งเรารู้ตัวดี ว่าเราไม่คู่ควรกับเค้าเลย เพราะตัวพี่เค้าเองก็ต้องการผญ. ที่เพียบพร้อมและเหมาะสมกับเค้าเหมือน จึงทำให้ดิฉันรู้ว่า ความรักของดิชัลกับเค้าคงไม่มีวันเป็นไปได้ มันเป็นการคบแก้เหงาของกันและกันเท่านั้นเอง
จนวันนึงเพื่อนดิฉัน เค้าเคยจีบดิฉันตั้งแต่สมัยมัธยม1 แต่ดิฉันไม่เคยคิดอะไร และก็คบมาเป็นเพื่อนคนนึงเท่านั้น เค้าได้กลับมาติดต่อดิฉัน และเค้าได้ขอโอกาส มาคบกับดิฉัน ดิฉันเลยตัดสินใจลองคบกับเพื่อนคนนี้ เพราะคิดแค่ว่า อยากมีใครสักคน มาช่วยดึงดิฉันออกจากความรู้สึกดีๆ ที่มันไม่มีวันเป็นไปได้จากผช.คนนั้นที ดิฉันคบกับเพื่อนคนนี้แบบเปิดเผย การคบแบบเปิดเผยมันสบายใจนะ ไม่ต้องหลบซ่อนใคร เปิดเผยกระทั่งพ่อแม่ดิฉัน และเราก็คบกันมาได้ ปีกว่า เค้าเข้ามารับผิดชอบชีวิตดิฉันและลูกแทบเกือบทุกอย่างโดยที่ดิฉันไม่เคยร้องขอ เค้าบอกแค่ว่าการที่เค้าเลือกมาคบกับดิฉัน นั้นหมายถึงเค้าพร้อมที่จะดูแลดิฉันและลูกแล้ว เค้าดีกับดิฉันมาก รักดิฉันมาก ตามใจทุกอย่าง ให้ดิฉันเป็นคนตัดสินใจในหลายๆ เรื่องที่ดิฉันต้องการ และรักลูกของดิฉันมาก สามารถเป็นพ่อที่ดี มีคำสั่งสอนทีดีให้ลูกดิฉัน และเค้าขอไม่มีลูกแล้ว เพราะเค้าบอกว่า ลูกดิฉันก็คือลูกของเค้า และไม่อยากมีลูกใหม่อีกแล้ว เพราะกลัวลูกดิฉันจะเกิดความรู้สึกน้อยใจได้ในอนาคต
แต่ยิ่งนานวัน ก็ยิ่งทำให้ดิฉันยิ่งรู้ ว่าดิฉันไม่เคยเลิกรัก เลิกคิดถึง พี่คนที่ทำงานด้วยกันได้เลย เรายังคงเจอกันทุกวัน กินข้าวเช้าด้วยกันทุกวัน เลิกงานกลับบ้านพร้อมกัน (พี่เค้าจะไปส่งที่ห้องเหมือนตอนที่เราเคยคบกันเหมือนเดิม) ดิฉันเข้าใจคำว่ารักก็ตอนนี้เอง มันคือความรักจิงๆ รักแบบไม่มีเหตุผล รักแบบที่เค้าไม่ต้องทำอะไรดีๆ ให้กับดิฉัน แต่ดิฉันก็รักเค้ามาก ยิ่งถึงวันที่พ่อแม่ดิฉันบอกว่า ควรจะแต่งงานได้แล้วนะ ด้วยอายุ (30 ปี) แล้ว และพ่อแม่ดิฉันก็ชอบแฟน (เพื่อน) คนนี้ เพราะพ่อแม่มองแล้ว ว่าเค้ารักดิฉันและลูกมากจิงๆ เค้าสามารถเป็นผู้นำครอบครัวที่ดีได้ ดิฉันเองก็เห็นเช่นนั้นเหมือนกัน เพราะตั้งแต่คบกับเค้า ชีวิตดิฉันมีแต่ดีขึ้นไปในทางทีดี แต่การดูแลเอาใจใส่ของเค้า มันก็ไม่ได้ทำให้ดิฉันมีความสุข บางทีกลับอึดอัด แอบรำคาญ ไม่เหมือนกับพี่คนที่ที่ทำงาน แค่ได้มาเจอหน้ากันที่ทำงาน ได้พูดคุยกันปกติ มันกลับทำให้ดิฉันมีความสุขมากแล้ว
อีก 2 เดือนข้างหน้า ดิฉันตั้งสินใจลาออกจากที่ทำงาน (ทำมา 6 ปี) เพราะได้ไปทำเรื่องซื้อบ้านร่วมกันกับแฟนที่พัทยา เพราะสิ้นปี เรามีกำหนดจะแต่งงานด้วยกัน และที่ซื้อบ้านเพราะอยากให้ลูกมีที่อยู่อาศัยที่กว้างขวางขึ้น (อดีตเช่าอพาร์ตเมน แคบๆ อยู่กับลูก) และคิดว่า ถ้าออกจากที่ทำงานเก่า เราคงจะเลิกรักพี่ที่ทำงานได้ แต่มันกลับยิ่งเจ็บ กลับยิ่งรู้สึกไม่อยากจากเค้าไปไหน แต่ถ้าอยู่ต่อไป เราก็อาจจะไม่มีวันรักแฟนคนนี้สักที เพราะเวลาแฟนถามว่ารักเค้าไหม เราเป็นคนปากกับใจตรงกัน เลยไม่สามารถพูดคำว่ารักได้ และก็ไม่อยากบอกว่า ไม่รัก ให้เค้าเสียใจเหมือนกัน ได้แต่พยักหน้า และตอบบ่ายเบี่ยงไป
ตอนนี้เลยเริ่มคิดหนักว่า เราจะอยู่กับเค้าไปได้ตลอดรอดฝั่งมั้ย ความดีของเค้าจะทำให้เรารักเค้าได้มั้ย และความไกลห่างจะทำให้เราลืมคนที่เรารักได้มั้ย อยากได้ความคิดเห็นค่ะ แต่อย่าด่ากันนะคะ ขอบคุณค่ะ
ขอความคิดเห็น คนที่ต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก
ดิฉันเป็นคนต่างจังหวัดคนนึง ที่พ่อแม่ก็เป็นชาวบ้านทำไร่ ทำสวน และเป็นแม่ลูกติด 1คน เป็นซิงเกิลมัม ที่ต้องเลี้ยงลูกมาคนเดียว จากที่ชีวิตคู่ต้องล้มเหลว เพราะสามีเก่าติดการพนันหนัก จึงตัดสินใจมาเริ่มต้นชีวิต ในเมืองกรุง ในสถานที่ทำงานใหม่ และได้ปิดบังเรื่องที่เคยมีลูกมาแล้ว กับที่ทำงานใหม่ เพราะตอนนั้นกลัวว่าเค้าจะไม่รับคนที่มีครอบครัวแล้วทำงาน จึงตัดสินใจกรอกประวัติไปว่าโสด จนที่ทำงานก็ไม่มีใครรู้เรื่องลูกเลย
จนวันนึงดิฉันได้สนิทกับพี่ทำงานคนนึง ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยขึ้น หากิจกรรมไปทำกับเค้าตลอด มีความรู้สึกว่าเราอยู่ใกล้เค้า อยู่กับเค้าเรามีแต่เสียงหัวเราะ และมีความสุขมาก เราคุยกันได้ทุกเรื่อง (เว้นเรื่องในอดีตที่เค้าเองก็ไม่รู้) เค้าเป็นคนจิตใจดี โลกสวย ใจเย็น เรียบร้อย คุยด้วยแล้วสบายใจแต่บางมุมเค้ายังคงเหมือนเด็ก ที่ยังไม่สามารถหรือพร้อมที่จะดูแลใครได้ เพราะเค้าถูกเลี้ยงดูมาในครอบครัวที่มีแต่ แม่ มีแต่ป้าๆๆ ที่คอยตามใจ อยากได้อะไรแม่ก็ตามใจให้ อยากกินอะไรป้าๆๆ ก็พาไปกิน อยากไปเที่ยวต่างประเทศแม่และป้าก็ตามใจจ่ายให้ โดยที่เค้าแทบไม่ต้องควักเงินจ่ายเองเลย แต่พี่เค้าเป็นคนดี เชื่อฟังคำสั่งสอนของครอบครัว อยู่ในโอวาสแม่และป้าๆ ไม่มีนิสัยก้าวร้าว เหมือนครอบครัวเค้าเลี้ยงมาดี (แม่เค้าเป็นพยาบาล ป้าๆ เป็นครู) ซึ่งครอบครัวเค้าค่อนข้างเป็นครอบครัวที่มีฐานะคนนึง และพี่เค้าก็เป็นทายาสคนเดียว ที่มีอยู่ เพราะเป็นลูกชายคนเดียว และป้าๆ ก็ไม่มีลูก ความคาดหวังที่จะให้เค้าได้ผญ.ดีๆ ที่เพียบพร้อมกับเค้าทั้งฐานะ ทั้งชาติตระกูลก็สูงมาก ซึ่งเค้าและเราต่างคนก็ต่างมีความรู้สึกดีๆ ให้กัน หรือเรียกว่าคบกันก็ได้ (ในสายตาที่คนอื่นมอง) แต่เป็นการคบกันแต่ไม่สามารถมีสถานะให้กันได้ เป็นการคบแบบแอบๆ คบแบบไม่เปิดเผย ด้วยความต่างทางครอบครัว และด้วยสิ่งที่เราปิดบังเค้าอยู่ ซึ่งเรารู้ตัวดี ว่าเราไม่คู่ควรกับเค้าเลย เพราะตัวพี่เค้าเองก็ต้องการผญ. ที่เพียบพร้อมและเหมาะสมกับเค้าเหมือน จึงทำให้ดิฉันรู้ว่า ความรักของดิชัลกับเค้าคงไม่มีวันเป็นไปได้ มันเป็นการคบแก้เหงาของกันและกันเท่านั้นเอง
จนวันนึงเพื่อนดิฉัน เค้าเคยจีบดิฉันตั้งแต่สมัยมัธยม1 แต่ดิฉันไม่เคยคิดอะไร และก็คบมาเป็นเพื่อนคนนึงเท่านั้น เค้าได้กลับมาติดต่อดิฉัน และเค้าได้ขอโอกาส มาคบกับดิฉัน ดิฉันเลยตัดสินใจลองคบกับเพื่อนคนนี้ เพราะคิดแค่ว่า อยากมีใครสักคน มาช่วยดึงดิฉันออกจากความรู้สึกดีๆ ที่มันไม่มีวันเป็นไปได้จากผช.คนนั้นที ดิฉันคบกับเพื่อนคนนี้แบบเปิดเผย การคบแบบเปิดเผยมันสบายใจนะ ไม่ต้องหลบซ่อนใคร เปิดเผยกระทั่งพ่อแม่ดิฉัน และเราก็คบกันมาได้ ปีกว่า เค้าเข้ามารับผิดชอบชีวิตดิฉันและลูกแทบเกือบทุกอย่างโดยที่ดิฉันไม่เคยร้องขอ เค้าบอกแค่ว่าการที่เค้าเลือกมาคบกับดิฉัน นั้นหมายถึงเค้าพร้อมที่จะดูแลดิฉันและลูกแล้ว เค้าดีกับดิฉันมาก รักดิฉันมาก ตามใจทุกอย่าง ให้ดิฉันเป็นคนตัดสินใจในหลายๆ เรื่องที่ดิฉันต้องการ และรักลูกของดิฉันมาก สามารถเป็นพ่อที่ดี มีคำสั่งสอนทีดีให้ลูกดิฉัน และเค้าขอไม่มีลูกแล้ว เพราะเค้าบอกว่า ลูกดิฉันก็คือลูกของเค้า และไม่อยากมีลูกใหม่อีกแล้ว เพราะกลัวลูกดิฉันจะเกิดความรู้สึกน้อยใจได้ในอนาคต
แต่ยิ่งนานวัน ก็ยิ่งทำให้ดิฉันยิ่งรู้ ว่าดิฉันไม่เคยเลิกรัก เลิกคิดถึง พี่คนที่ทำงานด้วยกันได้เลย เรายังคงเจอกันทุกวัน กินข้าวเช้าด้วยกันทุกวัน เลิกงานกลับบ้านพร้อมกัน (พี่เค้าจะไปส่งที่ห้องเหมือนตอนที่เราเคยคบกันเหมือนเดิม) ดิฉันเข้าใจคำว่ารักก็ตอนนี้เอง มันคือความรักจิงๆ รักแบบไม่มีเหตุผล รักแบบที่เค้าไม่ต้องทำอะไรดีๆ ให้กับดิฉัน แต่ดิฉันก็รักเค้ามาก ยิ่งถึงวันที่พ่อแม่ดิฉันบอกว่า ควรจะแต่งงานได้แล้วนะ ด้วยอายุ (30 ปี) แล้ว และพ่อแม่ดิฉันก็ชอบแฟน (เพื่อน) คนนี้ เพราะพ่อแม่มองแล้ว ว่าเค้ารักดิฉันและลูกมากจิงๆ เค้าสามารถเป็นผู้นำครอบครัวที่ดีได้ ดิฉันเองก็เห็นเช่นนั้นเหมือนกัน เพราะตั้งแต่คบกับเค้า ชีวิตดิฉันมีแต่ดีขึ้นไปในทางทีดี แต่การดูแลเอาใจใส่ของเค้า มันก็ไม่ได้ทำให้ดิฉันมีความสุข บางทีกลับอึดอัด แอบรำคาญ ไม่เหมือนกับพี่คนที่ที่ทำงาน แค่ได้มาเจอหน้ากันที่ทำงาน ได้พูดคุยกันปกติ มันกลับทำให้ดิฉันมีความสุขมากแล้ว
อีก 2 เดือนข้างหน้า ดิฉันตั้งสินใจลาออกจากที่ทำงาน (ทำมา 6 ปี) เพราะได้ไปทำเรื่องซื้อบ้านร่วมกันกับแฟนที่พัทยา เพราะสิ้นปี เรามีกำหนดจะแต่งงานด้วยกัน และที่ซื้อบ้านเพราะอยากให้ลูกมีที่อยู่อาศัยที่กว้างขวางขึ้น (อดีตเช่าอพาร์ตเมน แคบๆ อยู่กับลูก) และคิดว่า ถ้าออกจากที่ทำงานเก่า เราคงจะเลิกรักพี่ที่ทำงานได้ แต่มันกลับยิ่งเจ็บ กลับยิ่งรู้สึกไม่อยากจากเค้าไปไหน แต่ถ้าอยู่ต่อไป เราก็อาจจะไม่มีวันรักแฟนคนนี้สักที เพราะเวลาแฟนถามว่ารักเค้าไหม เราเป็นคนปากกับใจตรงกัน เลยไม่สามารถพูดคำว่ารักได้ และก็ไม่อยากบอกว่า ไม่รัก ให้เค้าเสียใจเหมือนกัน ได้แต่พยักหน้า และตอบบ่ายเบี่ยงไป
ตอนนี้เลยเริ่มคิดหนักว่า เราจะอยู่กับเค้าไปได้ตลอดรอดฝั่งมั้ย ความดีของเค้าจะทำให้เรารักเค้าได้มั้ย และความไกลห่างจะทำให้เราลืมคนที่เรารักได้มั้ย อยากได้ความคิดเห็นค่ะ แต่อย่าด่ากันนะคะ ขอบคุณค่ะ