....เป็นประสบการณ์ชีวิตของเพื่อนผมคนนึงนะครับ อยากเอามาเล่าสู่กันฟัง
เพื่อบอกเกี่ยวกับความคิดที่ว่า "ตอนเรียนให้ตั้งใจเรียน อย่ารีบมีแฟน มีงานมีเงินเดี๋ยวแฟนมาเอง" ว่า "มันไม่แน่เสมอไป"
....คือเพื่อนผมคนเนี้ย รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมต้นด้วยกันครับ เป็นคนที่บ้านฐานะปานกลาง ค่อนไปทางมีกิน บ้านอยู่ในเขตเทศบาล
มันเป็นเด็กเรียน ที่หน้าตาจัดว่าหล่อคนนึงของโรงเรียนเลยครับ ตอนอยู่ ม.ต้น ก็มีรุ่นพี่ ม.ปลายสาวๆมาหยอดมาจีบตลอด น่าอิจฉามาก
พอพวกเราอยู่ ม.ปลาย พวกรุ่นน้อง ม.ต้น ก็แบบมาแอบปลื้มมันหลายคน พอถึงวาเลนไทน์ทีนึง มันเป็นผู้ชายที่ได้ดอกกุหลาบเยอะจนพวกผมตาร้อน
....แต่ๆๆที่บ้านมันหวงยังกับไข่ในหิน พวกผมก็เคยสงสัยนะครับ เพราะเด็กสาวๆที่มาชอบมัน มีหลายคนที่เข้าขั้นเป็นดาวของระดับชั้นเลย
แต่มันไม่คบใครสักคน มันให้เหตุผลว่า แม่มันห้าม บอกไม่อยากให้มีรักในวัยเรียน O.K. พวกผมก็เข้าใจได้ เพราะสมัยนั้น นักเรียนหลายคนต้องออกจากโรงเรียนเพื่อไปแต่งงานกัน หมดอนาคตกันไป
.....พอจบ ม.6 แยกย้ายกัน เพื่อนผมคนนี้ก็สอบติดมหาลัยชื่อดังของภาคใต้ คณะเด่นด้วย ผมก็พูดคุยกันบ้างผ่านเฟซ
แต่ก็ไม่เห็นมันเปิดตัวแฟนมันสักที ทั้งๆที่มันก็หล่อคม ผมก็เผือกไปอีกว่า ไม่มีสาวมาสนใจเลยหรอเพื่อน เห็นไม่มีแฟนซะที
มันก็มาคำตอบเดิม บอกเรียนมหาลัยมันหนัก เครียด ไม่มีอารมณ์จีบใครคบใคร มันบอกไม่รีบ ทำงานค่อยหาก็ได้
....เวลาก็ผ่านไป จนมันทำงาน การงานมั่นคงมาก เรานัดเลี้ยงรุ่น มัธยมกันที่หาดใหญ่ แต่ละคนก็ควงแฟนไปหมด เว้นมันคนเดียว
แบบเท่ห์มาก ข้ามาคนเดียว เราก็แซวกันล่ะ อ้าวเพื่อน ไหนแฟน ไม่พามาเปิดตัวหน่อยหรอ
คำตอบคือ
"หาไม่ได้"
"อ้าว ทำไมวะ"
....ก็สาวที่ สวย+ดี+ขยัน คนอื่นเขาจองไปหมดแล้วน่ะสิ ที่เหลือๆอยู่ ก็ สวย+สายดื่มเหล้าเข้าผับ กินตับไปทั่ว แทบทั้งนั้น
ขืนมันจีบสาวแบบหลังไปทำเมีย แม่มันคงด่าเปิง เพื่อนผมคนนี้มันก็ใช้ชีวิตโสดๆของมันไป
พวกเราก็เออ....หาแฟนให้มันดีกว่า ก็พอดีตอนนั้น มีเพื่อนของเพื่อนอีกคน สวย+ใส+นิสัยดี มีงานทำ ยังโสดเหมือนกัน เลยแนะนำให้รู้จักกัน
ก็พาไปเจอกันด้วย ก็จับทั้งคู่มานั่งใกล้ๆกันแหละ ก็แซวๆแบบเพื่อนกันแหละว่า
" เฮ้ย เจอกันแล้ว ทั้ง2คนว่าไง ถูกใจกันหรือเปล่า จะลองคุยไม๊ จะได้แต่งไวๆ"
...ก็ยิ้มอายม้วนกันไปทั้งคู่ คงจะเขินมากตามประสาคนไม่เคยมีแฟนทั้งคู่ แล้วทั้งคู่ก็กลายมาเป็นแฟนครับ
ก็คบกันได้ไม่กี่เดือน เพราะไม่ได้ศึกษานิสัยกันมามากพอ บวกกับทำงานทั้งคู่ไง เลยต่างคนต่างไม่มีเวลาให้กัน
คนเราพอคบกัน อีกคนว่าง แต่อีกคนไม่ว่าง สุดท้ายก็ต้องจบกัน แล้วฝ่ายหญิงก็ไปพบรักใหม่ไป
....แต่เพื่อนผมคนนี้มันก็ว่างเปล่า แต่เหมือนมันจะแค้นนิดๆไง พอผิดหวังจากคนนั้น มันก็พยายามตามหาสาวที่ถูกใจตัวเอง และโปรไฟล์ดี
แต่ก็แห้วมาตลอด เพราะความไม่แน่นอนของเวลาในงานที่ทำด้วยแหละ แล้วเพื่อนผมก็ให้ความสำคัญของงานมาก่อน
พอได้เริ่มคบใคร สุดท้ายก็ฟาล์วตลอด
....คือถ้ามันหน้าตาแย่ ไม่มีการงาน ผมจะไม่สงสัยในตัวมันเลย แต่อันนี้มีครบแล้วนะ ยกเว้นเวลา มันก็ยังหาแฟนไม่ได้
จนมันมาตัดพ้อว่า เหนื่อย จีบใครก็ไม่มีเวลาให้ ไม่นานเค้าก็ไปหมด เพราะผู้หญิงคงจะคบใครแล้วต้องการเวลามากกว่าฐานะที่มั่นคงละมัง
พอมันจบ มันก็เริ่มใหม่ แล้วก็วนอยู่แบบนี้ตลอด
.....มันก็หันไปดูเพื่อนแต่ละคนของมัน ที่ทำงานด้วยกัน ก็พบว่าพวกมันก็มีแฟนไม่มีปัญหาอะไร เพราะเพื่อนพวกนั้น มีแฟนมาตั้งแต่มหาลัย ได้ศึกษาดูใจกันมา มีความผูกพันธ์กับแฟนมานาน เพราะช่วงเรียนมหาลัย มันจะได้อยู่ใกล้คนที่รัก ได้เทคแคร์ สร้างความสนิทสนม จนลึกซึ้งมากพอไง
พอเข้าวัยทำงาน ถึงไม่ค่อยมีเวลาให้แฟนเหมือนๆกัน แต่พวกแฟนของเพื่อนก็จะเข้าใจ เห็นใจ เจอกันทีไรก็หวานเสมอ
...แต่ในกรณีของมัน พอไม่สนใจมองใคร หรือคิดจะสร้างความผูกพันธ์กับสาวคนไหนในช่วงมหาลัย พอเข้าวัยทำงาน จีบใคร ก็คบได้ไม่นาน เพราะไม่มีเวลาไปสร้างความผูกพันธ์ให้มากพอ ที่จะให้รักได้อย่างสนิทใจ ถ้าคนที่ได้ทำงาน ได้ใกล้ชิดกับสาวที่ชอบ หรือมีเวลาให้ ก็คงจะไม่ผิดหวังแบบมัน
มันบอก มันคงบ้างานเกินไป ให้เวลากับงานมากเกินไป ก็เลยเป็นแบบนี้
......คนอื่นจะเชื่อยังไงไม่รู้นะ แต่เพื่อนผมคนนี้ ตอนนี้มันรู้ซึ้งแล้วว่า ถ้าคิดจะมีแฟนสักคน ตอนเรียนมหาลัยน่ะเหมาะที่สุดแล้ว ที่จะหาแฟนดีๆสักคน เพราะเราจะได้มีเวลาให้เค้า ได้ดูแล ใกล้ชิด เทคแคร์เอาใจ สร้างความผูกพันธ์ต่อกันให้แนบแน่น มันไม่ได้แปลว่า เรามีรักในวัยเรียนแล้วจะไม่มีอนาคต เพราะอนาคตที่ดีจะมีค่าอะไร เมื่อไม่มีเธอสักคนมาเคียงข้างกายในวันที่เราเหนื่อยจากงาน มันจะมันก็ต้องเดียวดายไปอย่างเหงาๆแบบนี้ รักในมหาลัยถ้าพากันประคองจนจบก็มีอนาคตและมีแฟนที่เข้าอกเข้าใจกันในวัยทำงานนะ
......ที่ออกมาเล่าเรื่องนี้ ไม่ได้ต้องการส่งเสริมให้เด็กมหาลัยรีบไปหาผัวหรือมีเมียกันนะครับ ก็เป็นมุมเหงาๆและความเชื่อจากเพื่อนผมคนนึง
ที่เดี๋ยวโสดเดี๋ยวมี (แฟน) เอามาเล่าสู่กันฟัง ว่า หาแฟนในวัยทำงาน (มันไม่ง่ายเสมอไป) ยิ่งในงานที่ต้องทุ่มเท ไม่ค่อยมีเวลาว่างด้วยแล้ว คนสายนี้เหนื่อยมากครับ ในการจะตามหาคู่เนี่ย .......ก็อ่านเพื่อรู้กันไปนะครับ ว่าอย่าไว้ใจทาง อย่างวางใจ "เวลา"
หน้าตาเข้าขั้นดูดี การงานมั่นคง แต่อนิจจา ไม่มีแฟน เพราะทำแต่.งาน เรื่องเลวร้ายของชายที่คิดหาแฟนตอนทำงานแล้ว
เพื่อบอกเกี่ยวกับความคิดที่ว่า "ตอนเรียนให้ตั้งใจเรียน อย่ารีบมีแฟน มีงานมีเงินเดี๋ยวแฟนมาเอง" ว่า "มันไม่แน่เสมอไป"
....คือเพื่อนผมคนเนี้ย รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมต้นด้วยกันครับ เป็นคนที่บ้านฐานะปานกลาง ค่อนไปทางมีกิน บ้านอยู่ในเขตเทศบาล
มันเป็นเด็กเรียน ที่หน้าตาจัดว่าหล่อคนนึงของโรงเรียนเลยครับ ตอนอยู่ ม.ต้น ก็มีรุ่นพี่ ม.ปลายสาวๆมาหยอดมาจีบตลอด น่าอิจฉามาก
พอพวกเราอยู่ ม.ปลาย พวกรุ่นน้อง ม.ต้น ก็แบบมาแอบปลื้มมันหลายคน พอถึงวาเลนไทน์ทีนึง มันเป็นผู้ชายที่ได้ดอกกุหลาบเยอะจนพวกผมตาร้อน
....แต่ๆๆที่บ้านมันหวงยังกับไข่ในหิน พวกผมก็เคยสงสัยนะครับ เพราะเด็กสาวๆที่มาชอบมัน มีหลายคนที่เข้าขั้นเป็นดาวของระดับชั้นเลย
แต่มันไม่คบใครสักคน มันให้เหตุผลว่า แม่มันห้าม บอกไม่อยากให้มีรักในวัยเรียน O.K. พวกผมก็เข้าใจได้ เพราะสมัยนั้น นักเรียนหลายคนต้องออกจากโรงเรียนเพื่อไปแต่งงานกัน หมดอนาคตกันไป
.....พอจบ ม.6 แยกย้ายกัน เพื่อนผมคนนี้ก็สอบติดมหาลัยชื่อดังของภาคใต้ คณะเด่นด้วย ผมก็พูดคุยกันบ้างผ่านเฟซ
แต่ก็ไม่เห็นมันเปิดตัวแฟนมันสักที ทั้งๆที่มันก็หล่อคม ผมก็เผือกไปอีกว่า ไม่มีสาวมาสนใจเลยหรอเพื่อน เห็นไม่มีแฟนซะที
มันก็มาคำตอบเดิม บอกเรียนมหาลัยมันหนัก เครียด ไม่มีอารมณ์จีบใครคบใคร มันบอกไม่รีบ ทำงานค่อยหาก็ได้
....เวลาก็ผ่านไป จนมันทำงาน การงานมั่นคงมาก เรานัดเลี้ยงรุ่น มัธยมกันที่หาดใหญ่ แต่ละคนก็ควงแฟนไปหมด เว้นมันคนเดียว
แบบเท่ห์มาก ข้ามาคนเดียว เราก็แซวกันล่ะ อ้าวเพื่อน ไหนแฟน ไม่พามาเปิดตัวหน่อยหรอ
คำตอบคือ
"หาไม่ได้"
"อ้าว ทำไมวะ"
....ก็สาวที่ สวย+ดี+ขยัน คนอื่นเขาจองไปหมดแล้วน่ะสิ ที่เหลือๆอยู่ ก็ สวย+สายดื่มเหล้าเข้าผับ กินตับไปทั่ว แทบทั้งนั้น
ขืนมันจีบสาวแบบหลังไปทำเมีย แม่มันคงด่าเปิง เพื่อนผมคนนี้มันก็ใช้ชีวิตโสดๆของมันไป
พวกเราก็เออ....หาแฟนให้มันดีกว่า ก็พอดีตอนนั้น มีเพื่อนของเพื่อนอีกคน สวย+ใส+นิสัยดี มีงานทำ ยังโสดเหมือนกัน เลยแนะนำให้รู้จักกัน
ก็พาไปเจอกันด้วย ก็จับทั้งคู่มานั่งใกล้ๆกันแหละ ก็แซวๆแบบเพื่อนกันแหละว่า
" เฮ้ย เจอกันแล้ว ทั้ง2คนว่าไง ถูกใจกันหรือเปล่า จะลองคุยไม๊ จะได้แต่งไวๆ"
...ก็ยิ้มอายม้วนกันไปทั้งคู่ คงจะเขินมากตามประสาคนไม่เคยมีแฟนทั้งคู่ แล้วทั้งคู่ก็กลายมาเป็นแฟนครับ
ก็คบกันได้ไม่กี่เดือน เพราะไม่ได้ศึกษานิสัยกันมามากพอ บวกกับทำงานทั้งคู่ไง เลยต่างคนต่างไม่มีเวลาให้กัน
คนเราพอคบกัน อีกคนว่าง แต่อีกคนไม่ว่าง สุดท้ายก็ต้องจบกัน แล้วฝ่ายหญิงก็ไปพบรักใหม่ไป
....แต่เพื่อนผมคนนี้มันก็ว่างเปล่า แต่เหมือนมันจะแค้นนิดๆไง พอผิดหวังจากคนนั้น มันก็พยายามตามหาสาวที่ถูกใจตัวเอง และโปรไฟล์ดี
แต่ก็แห้วมาตลอด เพราะความไม่แน่นอนของเวลาในงานที่ทำด้วยแหละ แล้วเพื่อนผมก็ให้ความสำคัญของงานมาก่อน
พอได้เริ่มคบใคร สุดท้ายก็ฟาล์วตลอด
....คือถ้ามันหน้าตาแย่ ไม่มีการงาน ผมจะไม่สงสัยในตัวมันเลย แต่อันนี้มีครบแล้วนะ ยกเว้นเวลา มันก็ยังหาแฟนไม่ได้
จนมันมาตัดพ้อว่า เหนื่อย จีบใครก็ไม่มีเวลาให้ ไม่นานเค้าก็ไปหมด เพราะผู้หญิงคงจะคบใครแล้วต้องการเวลามากกว่าฐานะที่มั่นคงละมัง
พอมันจบ มันก็เริ่มใหม่ แล้วก็วนอยู่แบบนี้ตลอด
.....มันก็หันไปดูเพื่อนแต่ละคนของมัน ที่ทำงานด้วยกัน ก็พบว่าพวกมันก็มีแฟนไม่มีปัญหาอะไร เพราะเพื่อนพวกนั้น มีแฟนมาตั้งแต่มหาลัย ได้ศึกษาดูใจกันมา มีความผูกพันธ์กับแฟนมานาน เพราะช่วงเรียนมหาลัย มันจะได้อยู่ใกล้คนที่รัก ได้เทคแคร์ สร้างความสนิทสนม จนลึกซึ้งมากพอไง
พอเข้าวัยทำงาน ถึงไม่ค่อยมีเวลาให้แฟนเหมือนๆกัน แต่พวกแฟนของเพื่อนก็จะเข้าใจ เห็นใจ เจอกันทีไรก็หวานเสมอ
...แต่ในกรณีของมัน พอไม่สนใจมองใคร หรือคิดจะสร้างความผูกพันธ์กับสาวคนไหนในช่วงมหาลัย พอเข้าวัยทำงาน จีบใคร ก็คบได้ไม่นาน เพราะไม่มีเวลาไปสร้างความผูกพันธ์ให้มากพอ ที่จะให้รักได้อย่างสนิทใจ ถ้าคนที่ได้ทำงาน ได้ใกล้ชิดกับสาวที่ชอบ หรือมีเวลาให้ ก็คงจะไม่ผิดหวังแบบมัน
มันบอก มันคงบ้างานเกินไป ให้เวลากับงานมากเกินไป ก็เลยเป็นแบบนี้
......คนอื่นจะเชื่อยังไงไม่รู้นะ แต่เพื่อนผมคนนี้ ตอนนี้มันรู้ซึ้งแล้วว่า ถ้าคิดจะมีแฟนสักคน ตอนเรียนมหาลัยน่ะเหมาะที่สุดแล้ว ที่จะหาแฟนดีๆสักคน เพราะเราจะได้มีเวลาให้เค้า ได้ดูแล ใกล้ชิด เทคแคร์เอาใจ สร้างความผูกพันธ์ต่อกันให้แนบแน่น มันไม่ได้แปลว่า เรามีรักในวัยเรียนแล้วจะไม่มีอนาคต เพราะอนาคตที่ดีจะมีค่าอะไร เมื่อไม่มีเธอสักคนมาเคียงข้างกายในวันที่เราเหนื่อยจากงาน มันจะมันก็ต้องเดียวดายไปอย่างเหงาๆแบบนี้ รักในมหาลัยถ้าพากันประคองจนจบก็มีอนาคตและมีแฟนที่เข้าอกเข้าใจกันในวัยทำงานนะ
......ที่ออกมาเล่าเรื่องนี้ ไม่ได้ต้องการส่งเสริมให้เด็กมหาลัยรีบไปหาผัวหรือมีเมียกันนะครับ ก็เป็นมุมเหงาๆและความเชื่อจากเพื่อนผมคนนึง
ที่เดี๋ยวโสดเดี๋ยวมี (แฟน) เอามาเล่าสู่กันฟัง ว่า หาแฟนในวัยทำงาน (มันไม่ง่ายเสมอไป) ยิ่งในงานที่ต้องทุ่มเท ไม่ค่อยมีเวลาว่างด้วยแล้ว คนสายนี้เหนื่อยมากครับ ในการจะตามหาคู่เนี่ย .......ก็อ่านเพื่อรู้กันไปนะครับ ว่าอย่าไว้ใจทาง อย่างวางใจ "เวลา"