015 Days of Summer | ฝรั่งเศส – สเปน – อิตาลี


-01-

Nothing’s perfect

“ไม่มีอะไรในโลกที่สมบูรณ์แบบ ไม่มีอะไรในโลกที่ดีสุด มีแต่ดี ดีกว่า และดีกว่า” นั่นคือข้ออ้างที่พยายามเท่ของคนสองคนที่รู้แค่ว่าตัวเองมีนัดกับยุโรปในช่วงเดือนเมษายน แต่แทบไม่รู้รายละเอียดอะไรที่ลึกไปกว่า “จะไปกี่วัน” หรือ “ไปเมืองอะไรบ้าง” ไม่ใช่ว่าอยากลุคคูลเที่ยวแบบอิมโพรไวส์หรือว่าอะไร แต่ว่างานมันเยอะ! (ข้ออ้าง) ข้อมูลมันมากเกิน (ข้ออ้าง) บวกกับเป็นคนขี้เกียจแพลน (อันนี้ไม่ได้อ้าง) ทำให้สุดท้ายแล้วความตั้งใจที่อยากจะตระเตรียมข้อมูลการเดินทางนั้นก็สลายไปกับมวลอากาศ เหลือแต่เพียงฉันคนเดิม เพิ่มเติมคือความล่ก เอาน่ะ มันไม่แย่ขนาดนั้นหรอก อย่างน้อยตั๋วก็มี ที่พักก็จองแล้ว ลุยสิฮะ //me ปลอบใจตัวเอง



-02-

Let your heart be the boss

ใจสั่งมา…

เมื่อรู้ว่าใจต้องการอะไร การเดินทางสิบห้าวันในสามประเทศจึงเกิดขึ้น บอกเลยว่าที่จริงใจอยากสั่งกว่านี้อีกมากซักสิบประเทศ แต่ดีที่สมองยังรั้งเหนี่ยวความพอดีไว้ “ฝรั่งเศส สเปน อิตาลี” สามประเทศ หกเมือง จึงเป็นผู้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายได้ใช้ชีวิตร่วมกับพวกเราเป็นเวลาสิบห้าวันในที่สุด



-03-

Every moment counts

ทุกขณะระหว่างเดินทางให้ถือเป็นเรื่องราวดีๆเสมอ ไล่ไปตั้งแต่เจอ Sand Storm (พายุทราย) ที่โดฮา แต่เราดันตื่นตระหนกเพราะฟังผิดเป็น Sun Storm (พายุสุริยะ) คือทุกคนใส่หน้ากาก คือหมอกจางๆและควันเต็มไปหมด คือไม่กล้าหายใจ และคือกลัวโลกแตกมาก อีกนิดคือหมอบลงพื้น สุดท้ายได้แค่หน้าแตกกลับไป ฟังผิดชีวิตเปลี่ยน พูดเลย

-04-

Outdoor classroom

“Bonjour. Comment allez-vous?” นี่ซ้อมจนลิ้นหายแข็งเตรียมฝึกพูดกับเจ้าของบ้าน airbnb ที่จองไว้ ไฝ่ฝันมานานนับสิบปี จะได้ฝึกวิทยายุธภาษาฝรั่งเศสที่ร่ำเรียนมา ไหนจะสแปนิชอีกล่ะ เหยยยย บอกเพื่อนไม่ต้องกลัว เราเรียนมา เราอ่านออก พูดกล้อมแกล้ม พอได้เกรดเอตอนมัธยม //ตัดมาที่ภาพจริง //กดแอพดิกชันนารีรัว นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า บางทีแค่ในห้องเรียนอาจไม่พอ ลองออกมาทัศนศึกษาหรือโสตศึกษาของจริงกันดูบ้าง ยังมีอีก  เย้ออออที่เราต้องเรียนรู้และพัฒนาตัวเองเสมอ //งานจริงจัง



-05-

Through your eyes

เคยมั้ยที่ลังเลหรือสับสนว่าภาพสวยๆ โมเม้นดีๆ แบบนี้ จะมองด้วยตาหรือจะเก็บรักษามันไว้ด้วยกล้องถ่ายรูปดี เราสรุปกับตัวเองแล้วว่าเราชอบจดจำมันด้วยตามากกว่า แต่ยังไงก็ยังขอความช่วยเหลือจากกล้องอยู่ เอาไว้แบ่งให้คนอื่นดูบ้าง หรือใครจะไปรู้ วันนีงเราอาจจะความจำเสื่อมก็ได้

FRANCE

-Paris-

เราเริ่มต้นการเดินทางที่ปารีสและตัดสินใจใช้เวลาอยู่ที่นี่ 4 วัน ตอนแรกจะโลภกว่านี้คืออยากลงใต้ไป Nice กับ Monaco แต่ประเมินแล้วว่าดูพยายามไป เลยจบลงแบบให้เวลาเต็มที่เฉพาะเจาะจงไปดีกว่า

และแล้วปารีสก็ต้อนรับเราด้วยสายฝนที่โปรยปรายเกือบตลอดทั้งวัน ทางที่ดีควรตรวจเช็คสภาพลมฟ้าอากาศล่วงหน้าจะได้ตระเตรียมเครื่องแต่งกายมาให้เหมาะสม ไม่ทำให้การทัศนาของเราเสียสุนทรียภาพ

ระหว่างทางสู่ Notre Dame



ลานด้านหน้า Notre Dame



ร้านหนังสือเล็กๆที่รวบรวมหนังสือน่าอ่านไว้ตรึม Shakespeare and Company







บริเวณใกล้ๆ Versailles เดินฝ่าฝนและความหนาวเหน็บ มีแต่ร้านน่ายักทั้งนั้นเลย



ต่อแถวเข้า Versailles ด้วยลักษณะทางกายภาพของแถวที่เอสแล้วเอสอีก ทองจรัสจนต้องเอาแว่นกันแดดมาใส่



Musee D’Orsay พิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมศิลปะแนว Impressionism พิพิธภัณฑ์คือสิ่งที่อยู่คู่กับชีวิตคนที่นี่ ไม่ใช่สิ่งไกลตัว ลูกเด็กเล็กแดงเดินใส่หูฟังชมนิทรรศการกันเป็นเรื่องปกติ ชอบจัง









Louvre ที่สวยงามแตกต่างกันไปตามช่วงเวลา กลางวันก็สวย กลางคืนก็งาม



และแล้ว…เขย่งสุดปลายเท้าเพื่อที่จะให้โมนาลิซ่าแบบไร้คน



Marche Aux Puces ตลาดกลางแจ้งที่รวบรวมสินค้าวินเทจ เสื้อผ้ามือสอง เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน ของจุ๊กจิ๊ก ภาพวาด งานศิลปะ นี่มันสวรรค์ของคนชอบคุ้ยเขี่ยชัดๆ





ร้านนี้ขายของหล็อนดี เราชอบ ทั้งการจัดร้าน เพลงที่เปิด เจ้าของ ครีปปี้สุดๆ







Sacree Coeur เค้าว่ากันว่าให้มาอธิษฐานขอพรความรักกันที่นี่ฮะ



L’Arc de Triomphe de l’étoile หรือประตูชัย คนเยอะเป็นหนอน ชาเลนจ์คือถ่ายรูปยังไงให้ติดคนน้อยที่สุด





หอไอเฟล บอกเลยว่าตอนมองไกลๆนี่รู้สึกธรรมดามาก รู้สึกว่าเหล็ก แต่พอยิ่งเดินใกล้ขึ้นใกล้ขึ้น และพระอาทิตย์เริ่มตกลงตกลง มันยิ่งอู้วว้าววววววว สวย ตระหง่าน โรแมนติก หันไปทางไหนก็มีแต่คนจุ๊บกัน //หันข้างแป๊บ //เจอเพื่อน



SPAIN

-Barcelona-

เมืองที่พกพาความรู้มาด้วยน้อยมาก แต่พอมาสัมผัสแล้วชอบมาก ในความคิดเรามันเป็นเมืองสีส้มเล็กๆที่มีความอบอุ่น ตัดกับมหานครแห่งแฟชั่นอย่างปารีสที่เราจากมา

อิทธิพลของสถาปัตยกรรมส่วนใหญ่ได้รับมาจากศิลปินชื่อ Gaudi ที่ผลงานมีลักษณะของความเป็นธรรมชาติสูง จะเห็นใบไม้ ผลไม้ กระดูกสัตว์ กิ้งก่า มองแวบแรกอาจดูหยึยๆ มองๆไปเราชอบมากกก

Sagrada Familia









กิ้งก่านี่เดินหาไม่เจอไปหลายรอบ เพราะคาดหวังมันมากกว่านี้เย้อ







ITALY

-Milan-

มีให้เวลาให้น้อยมากเพราะเริ่มเบื่อเมือง เลยแบ่งเวลาไปให้ธรรมชาติบ้าง

ผู้คนที่นี่ตั้งแต่เด็กยันแก่คือแต่งกายด้วยความชิคคิกคาปู้มาก คุณยายก็หน้าเต็ม แอคเซสซอรี่แน่น คุณตานี่แว่นก็มา ผ้าพันคอ ไม้เท้าครบ สมกับเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องแฟชั่นจริงๆ

มหาวิหาร Duomo น่าเสียดายที่มีเครนกำลังซ่อมแซมอยู่





-Bellagio-

เมืองที่อยู่ริม Lake Como ห่างไปจากมิลานประมาณหนึ่งชั่วโมง สวยยยยยย เงียบ สงบ ถูกใจเป็นอย่างมาก











-Venice-

เมืองคูคลองนับร้อย ตรอกซอกซอยซอกแซ่ก ไม่มีรถ มีแต่เรือ สวยมาก

























-Rome-

Colosseum สิ่งที่แสดงถึงเรื่องราวในอดีต สถานที่สำหรับชมการแสดงการเอาตัวรอดของคน สัตว์ร้ายอย่างสิงโตถูกขังไว้ในกรงอย่างหิวโหยพร้อมที่จะจู่โจมเหยื่อหรือผู้กล้าใดๆที่รอคอยมันอยู่ด้านบน



Vatican City





Trevi Fountain ปิด ปรับปรุง



-06-

See you soon

เวลาที่มีความสุขมักผ่านไปเร็วเสมออออออ สมกับที่เป็นสำนวนฮิต เชื่อว่าใครหลายคนก็คงเคยเจอ แต่ไม่ต้องห่วง นี่จะไม่ใช่ตอนจบแน่นอน เจอกันใหม่อีกครั้ง…การเดินทางครั้งต่อไป  //ไม่ใช่เพลงพี่ชาติโนะะะ


ปล. ถ้าใครต้องการข้อมูลใดๆเพิ่มเติม ถามได้เลยยยย ถ้าเรายังจำได้ เรามีคำตอบให้แน่นวน
ปลล. กำลังฝึกวินัยตัวเองให้อัพบล็อกบ่อยๆที่นี่เลย https://pimchai.wordpress.com //ผ่านมาทางนี้เมื่อไหร่ให้เธอเข้ามาทักทายบ้าง

สำหรับวันนี้ สวัสดีค่าาาาา

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่