คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 4
ก่อนอื่นต้องเข้าใจหลักการทำงานของหน้าจอโทรศัพท์ระบบสัมผัสก่อนครับ
หน้าจอโทรศัพท์ระบบที่เราใช้ส่วนใหญ่นั้นคือ หน้าจอระบบ Capacitive
ตามความหมายของชื่อเลยคือ เกี่ยวข้องกับการเก็บประจุไฟฟ้า
อธิบายหลักการ(ง่ายๆแบบไม่ลึกเกินไป)ก็คือ...
หน้าจอสัมผัสถูกสร้างขึ้นโดยมีเส้นตัวนำ(บางมากมองด้วยตาไม่เห็น)
ซ่อนไว้ในชั้นระหว่างกระจกซึ่งจะทำให้จอมีคุณสมบัติเป็นตัวเก็บประจุ
สร้างสนามไฟฟ้าขึ้นมา(ดูรูป)

ดังนั้นเมื่อมีวัตถุ/วัสดุ ที่นำไฟฟ้า หรือ มีประจุในตัวเองมาใกล้
ก็จะไปรบกวนสนามไฟฟ้าปกติ ที่ตัวนำสร้างไว้ก่อนแล้วให้เปลี่ยนไป
[แน่นอน ร่างกายคนเรา(รวมถึงไข่ไก่ของคุณ)ก็ประกอบไปด้วยน้ำ
ซึ่งมีประจุไฟฟ้าอยู่เต็มไปหมด เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ว่าทำไมเวลา
หน้าจอโทรศัพท์มีหยดน้ำ อยู่จึงใช้ไม่ได้และรวนไปหมด]
(ดูรูปต่อมา)

และก็จะมีเซ็นเซอร์มาทำหน้าที่วัดครับ วัดตำแหน่งว่า ไอ้สนามไฟฟ้าที่
เปลี่ยนแปลงไปเนี่ย ไอ้ตัวรบกวนมันมาจากตรงไหน

ส่วนตัวผมปกติใส่ถุงมือขี่มอเตอร์ไซค์หรือปั่นจักรยาน
จะใช้จมูกครับ ชาวบ้านเค้าเห็นกันแล้วก็ขำๆ
ว่างๆบางทีก็ใช้ไส้กรอกครับ ตลกดี กินได้ด้วย 555
ผมขออธิบายแบบภาษาง่ายๆจริงๆแค่ให้เข้าใจหลักการ
ถ้ามีตรงไหนใช้คำพูดผิดไปหรือใครเสริมได้ ช่วยแก้ไขให้ด้วยครับ
อ้างอิงรูป
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้http://www.aispro.com/technologies/multi-touch-technology#overview-projected%20capacitive%20touch%20%28aka%20pct%20&%20pcap%29%20technology
http://www.epectec.com/articles/the-technology-within-touch-panels.html
http://www.electrotest.com.sg/cap_touch.htm
*แก้ไข คำผิด เรียบเรียงคำพูดใหม่
หน้าจอโทรศัพท์ระบบที่เราใช้ส่วนใหญ่นั้นคือ หน้าจอระบบ Capacitive
ตามความหมายของชื่อเลยคือ เกี่ยวข้องกับการเก็บประจุไฟฟ้า
อธิบายหลักการ(ง่ายๆแบบไม่ลึกเกินไป)ก็คือ...
หน้าจอสัมผัสถูกสร้างขึ้นโดยมีเส้นตัวนำ(บางมากมองด้วยตาไม่เห็น)
ซ่อนไว้ในชั้นระหว่างกระจกซึ่งจะทำให้จอมีคุณสมบัติเป็นตัวเก็บประจุ
สร้างสนามไฟฟ้าขึ้นมา(ดูรูป)

ดังนั้นเมื่อมีวัตถุ/วัสดุ ที่นำไฟฟ้า หรือ มีประจุในตัวเองมาใกล้
ก็จะไปรบกวนสนามไฟฟ้าปกติ ที่ตัวนำสร้างไว้ก่อนแล้วให้เปลี่ยนไป
[แน่นอน ร่างกายคนเรา(รวมถึงไข่ไก่ของคุณ)ก็ประกอบไปด้วยน้ำ
ซึ่งมีประจุไฟฟ้าอยู่เต็มไปหมด เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ว่าทำไมเวลา
หน้าจอโทรศัพท์มีหยดน้ำ อยู่จึงใช้ไม่ได้และรวนไปหมด]
(ดูรูปต่อมา)

และก็จะมีเซ็นเซอร์มาทำหน้าที่วัดครับ วัดตำแหน่งว่า ไอ้สนามไฟฟ้าที่
เปลี่ยนแปลงไปเนี่ย ไอ้ตัวรบกวนมันมาจากตรงไหน

ส่วนตัวผมปกติใส่ถุงมือขี่มอเตอร์ไซค์หรือปั่นจักรยาน
จะใช้จมูกครับ ชาวบ้านเค้าเห็นกันแล้วก็ขำๆ
ว่างๆบางทีก็ใช้ไส้กรอกครับ ตลกดี กินได้ด้วย 555
ผมขออธิบายแบบภาษาง่ายๆจริงๆแค่ให้เข้าใจหลักการ
ถ้ามีตรงไหนใช้คำพูดผิดไปหรือใครเสริมได้ ช่วยแก้ไขให้ด้วยครับ
อ้างอิงรูป
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้http://www.aispro.com/technologies/multi-touch-technology#overview-projected%20capacitive%20touch%20%28aka%20pct%20&%20pcap%29%20technology
http://www.epectec.com/articles/the-technology-within-touch-panels.html
http://www.electrotest.com.sg/cap_touch.htm
*แก้ไข คำผิด เรียบเรียงคำพูดใหม่
panithan ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2636653 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2516138 ขำกลิ้ง, สมาชิกหมายเลข 1491305 ถูกใจ, Am not that BAD ถูกใจ, Little_playboy ถูกใจ, Sith Lord Nindle ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2671456 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1408748 ถูกใจ, Zenmaster_T ถูกใจรวมถึงอีก 15 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
[สาระ]ใช้ไข่ทัชสกรีนหน้าจอได้เพราะอะไรครับ
หน้าจอทัชสกรีนจะทำงานก็ต่อเมื่อวัตถุที่ไปสัมผัสนั้นมีไฟฟ้า เลยอยากถามว่า ไข่มันสร้างไฟฟ้าได้ด้วยหรอคับ แล้วมะม่วงหรือผลไม้อื่นๆหล่ะ