ตอนนี้กลับมา 4G 3 ค่ายเหมือนเดิม แล้วจะดีเหมือนเดิมไหม?
ส่วนหนึ่งเป็นสิ่งที่ดีที่ตอนนี้กลับมาเหลือ 3 ค่ายเท่าเดิมเพราะความรุนแรงของการแย่งส่วนแบ่งค่ายใหม่ก็จะลดลงไป แต่ก็ไม่ถึงกับส่งผลดีซะทีเดียวเพราะ 4G ได้จุดสงครามครั้งใหม่เรียบร้อยแล้วแม้ว่าจะไม่มีค่ายที่ 4 ก็ตาม หลายๆท่านคงเคยอ่านหัวข้อพันทิปที่อ้างถึงการยื้อลูกค้าไม่ให้ย้ายค่าย รวมถึงโปรลดแลกแจกแถมออกมาอีกเพียบ มันคือสงครามราคานั้นเอง แน่นอนว่าการรักษาลูกค้าเก่าย่อมดีกว่าการหาลูกค้าใหม่ในแง่ของการลงทุน แต่เราก็คงไม่สามารถรักษาฐานลูกค้าเก่าไว้ได้ทุกคน คงต้องพิจรณารักษาเฉพาะลูกค้าคุณภาพดีเอาไว้
AIS เสียลูกค้า 2G ไปส่งผลกระทบมากไหม?
คงต้องบอกว่ามันส่งผลอยู่บ้างในสถานะเบอร์ 1 แต่ด้านรายได้อาจจะไม่รุนแรงอย่างที่คิดเพราะจากเหตุการณ์นี้ AIS ได้แจกมือภถือและโปรเพื่อจูงใจลูกค้าให้ย้ายมาใช้เครื่อง 3G & 4G ได้เกือบ 1000000 หมายเลข และ roaming กับ dtac อีก 800000 หมายเลข คงเหลืออีกไมเกิน 400000 หมายเลขเท่านั้น ที่ผมใช้คำว่า "หมายเลข" แทนคำว่า "ราย" เพราะอาจนับเป็นคนไม่ได้ เนื่องจากบางคนอาจมีหลายเบอร์หรือหลายเครื่อง เอาไว้ใช้เน็ตเครื่องหนึ่ง ไว้วอร์ยอย่างเดียวเครื่องหนึ่ง AIS ตัดสินใจยอมเสียลูกค้า 2G ที่ไม่ยอมเปลี่ยนเครื่องไปเพราะว่าจาก 3 ปีที่ผ่านมารายได้จากกลุ่ม data เพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาตลอดที่ 25% และรายได้จาก voice อย่างเดียวลดลงไปต่อเนื่องเช่นกัน แนวโน้มนี้เป็นกันทุกค่ายเพราะเกิดจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ดังนั้นลูกค้า 2G ที่เสียไปจึงไม่กระทบรายได้มากนักเพราะผู้ใช้ประเภทนี้มีการใช้ที่น้อยอยู่แล้ว และไม่สามารถขายโปรโมชั่นต่างๆได้ แต่ประโยชน์กับเพิ่มขึ้นในแง่ของลูกค้าที่ยอมแลกมือถือหรือย้ายมา 3G จะเป็นตัวเพิ่มรายได้ให้ AIS ในส่วน data มากกว่าเดิม ดังนั้นจึงมองว่าเป็นผลดีมากกว่าผลเสีย
รายจ่ายอะไรบ้างที่เพิ่มเข้ามา?
-รายจ่ายจากค้าการตลาดที่ต้องออกโฆษณามาโปรโมตค่ายและแพคเกจต่างๆที่จะออกมาสู้กัน ดังนั้นในช่วง 1-2 ปีต่อจากนี้จะมีรายจ่ายด้านนี้เพิ่มขึ้นเป็เงาตามตัว
-รายจ่ายจากการลดราคาเพื่อรักษาาลูกค้าเก่าและดึงลูกค้าใหม่ จะทำให้รายได้ลดจากเดิมเพราะการเน้น mass ที่มากขึ้นนั้นในภาวะการแย่งลูกค้าแบบนี้รายได้คงลดลงไปไม่น้อย
-รายจ่ายจากการใบอนุญาตคลื่นความถี่ที่ AIS ได้ 1800 MHz True ได้ 1800 MHz & 900 MHz ซึ่งรายจ่ายในส่วนนี้นอกจากราคาคลื่นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าแพงมาก ยังมีค่าต้องเร่งขยายเสาสัญญาณให้ครอบคลุมภายใน 1-2 ปีด้วย ทำให้เงินลงทุนในส่วนนี้จะตามมาอีกมหาศาล ที่สำคัญผู้ชนะการประมูลจะต้องจ่ายส่วนแบ่งรายได้ให้ กสทช. 5-7% ต่อปี
-AIS มีการลงทุนด้านคอนเทนอย่างต่อเนื่อง ทั้งแอพดูหนัง ธุรกรรมออนไลน์และธุรกิจใหม่ที่จะเริ่มเปิดตัวรุกในปลายปีนี้หรือปีหน้าคือธุรกิจเน็ตบ้านแบบระบบไฟเบอร์ออปติค ดังนั้นการลงทุนในส่วนนี้ก็จะตามมาอีก ทั้งค่าโฆษณา ค่าแรงงาน ค่าผู้เชี่ยวชาญ ค่าการตลาดและต้องทำงานหนักมากๆ เพราะมีผู้เล่นอย่าง JAS ในชื่อ 3BB และ True ครองตลาดอยู่แล้ว
- แล้วเน็ตบ้าน True กับ JAS จะกระทบมากไหม
กระทบพอสมควรเพราะด้วย 2 เจ้านี้เป็นระบบ ADSL ซึ่งระบบนี้มีข้อจำกัดมากกว่า fiber optic มาก ดังนั้นคงต้องเปลี่ยนมาใช้ระบบนี้เช่นกัน ซึ่งการลงทุนในระบบใหม่ก็จะมีค่าใช้จ่ายตามมาแต่คงลงทุนน้อยกว่า AIS เพราะระบบเก่าน่าจะนำบางส่วนกลับมาใช้ได้ แต่ที่สำคัญเมื่อผู้เล่นรายใหม่เข้ามาก็คงต้องแข่งขันกันอย่างหนักอีกครั้ง รายได้คงไม่ดีเหมือนเก่า
ติดตามบทวิเคราะห์ข่าวสารต่างๆ เพิ่มได้ที่
https://www.facebook.com/Investor-VV-1519848498288167/
หรือกดค้นหา Investor VV
ควรลงทุนกลุ่มสื่อสารได้ยัง? (จาก Investor VV )
ส่วนหนึ่งเป็นสิ่งที่ดีที่ตอนนี้กลับมาเหลือ 3 ค่ายเท่าเดิมเพราะความรุนแรงของการแย่งส่วนแบ่งค่ายใหม่ก็จะลดลงไป แต่ก็ไม่ถึงกับส่งผลดีซะทีเดียวเพราะ 4G ได้จุดสงครามครั้งใหม่เรียบร้อยแล้วแม้ว่าจะไม่มีค่ายที่ 4 ก็ตาม หลายๆท่านคงเคยอ่านหัวข้อพันทิปที่อ้างถึงการยื้อลูกค้าไม่ให้ย้ายค่าย รวมถึงโปรลดแลกแจกแถมออกมาอีกเพียบ มันคือสงครามราคานั้นเอง แน่นอนว่าการรักษาลูกค้าเก่าย่อมดีกว่าการหาลูกค้าใหม่ในแง่ของการลงทุน แต่เราก็คงไม่สามารถรักษาฐานลูกค้าเก่าไว้ได้ทุกคน คงต้องพิจรณารักษาเฉพาะลูกค้าคุณภาพดีเอาไว้
AIS เสียลูกค้า 2G ไปส่งผลกระทบมากไหม?
คงต้องบอกว่ามันส่งผลอยู่บ้างในสถานะเบอร์ 1 แต่ด้านรายได้อาจจะไม่รุนแรงอย่างที่คิดเพราะจากเหตุการณ์นี้ AIS ได้แจกมือภถือและโปรเพื่อจูงใจลูกค้าให้ย้ายมาใช้เครื่อง 3G & 4G ได้เกือบ 1000000 หมายเลข และ roaming กับ dtac อีก 800000 หมายเลข คงเหลืออีกไมเกิน 400000 หมายเลขเท่านั้น ที่ผมใช้คำว่า "หมายเลข" แทนคำว่า "ราย" เพราะอาจนับเป็นคนไม่ได้ เนื่องจากบางคนอาจมีหลายเบอร์หรือหลายเครื่อง เอาไว้ใช้เน็ตเครื่องหนึ่ง ไว้วอร์ยอย่างเดียวเครื่องหนึ่ง AIS ตัดสินใจยอมเสียลูกค้า 2G ที่ไม่ยอมเปลี่ยนเครื่องไปเพราะว่าจาก 3 ปีที่ผ่านมารายได้จากกลุ่ม data เพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาตลอดที่ 25% และรายได้จาก voice อย่างเดียวลดลงไปต่อเนื่องเช่นกัน แนวโน้มนี้เป็นกันทุกค่ายเพราะเกิดจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ดังนั้นลูกค้า 2G ที่เสียไปจึงไม่กระทบรายได้มากนักเพราะผู้ใช้ประเภทนี้มีการใช้ที่น้อยอยู่แล้ว และไม่สามารถขายโปรโมชั่นต่างๆได้ แต่ประโยชน์กับเพิ่มขึ้นในแง่ของลูกค้าที่ยอมแลกมือถือหรือย้ายมา 3G จะเป็นตัวเพิ่มรายได้ให้ AIS ในส่วน data มากกว่าเดิม ดังนั้นจึงมองว่าเป็นผลดีมากกว่าผลเสีย
รายจ่ายอะไรบ้างที่เพิ่มเข้ามา?
-รายจ่ายจากค้าการตลาดที่ต้องออกโฆษณามาโปรโมตค่ายและแพคเกจต่างๆที่จะออกมาสู้กัน ดังนั้นในช่วง 1-2 ปีต่อจากนี้จะมีรายจ่ายด้านนี้เพิ่มขึ้นเป็เงาตามตัว
-รายจ่ายจากการลดราคาเพื่อรักษาาลูกค้าเก่าและดึงลูกค้าใหม่ จะทำให้รายได้ลดจากเดิมเพราะการเน้น mass ที่มากขึ้นนั้นในภาวะการแย่งลูกค้าแบบนี้รายได้คงลดลงไปไม่น้อย
-รายจ่ายจากการใบอนุญาตคลื่นความถี่ที่ AIS ได้ 1800 MHz True ได้ 1800 MHz & 900 MHz ซึ่งรายจ่ายในส่วนนี้นอกจากราคาคลื่นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าแพงมาก ยังมีค่าต้องเร่งขยายเสาสัญญาณให้ครอบคลุมภายใน 1-2 ปีด้วย ทำให้เงินลงทุนในส่วนนี้จะตามมาอีกมหาศาล ที่สำคัญผู้ชนะการประมูลจะต้องจ่ายส่วนแบ่งรายได้ให้ กสทช. 5-7% ต่อปี
-AIS มีการลงทุนด้านคอนเทนอย่างต่อเนื่อง ทั้งแอพดูหนัง ธุรกรรมออนไลน์และธุรกิจใหม่ที่จะเริ่มเปิดตัวรุกในปลายปีนี้หรือปีหน้าคือธุรกิจเน็ตบ้านแบบระบบไฟเบอร์ออปติค ดังนั้นการลงทุนในส่วนนี้ก็จะตามมาอีก ทั้งค่าโฆษณา ค่าแรงงาน ค่าผู้เชี่ยวชาญ ค่าการตลาดและต้องทำงานหนักมากๆ เพราะมีผู้เล่นอย่าง JAS ในชื่อ 3BB และ True ครองตลาดอยู่แล้ว
- แล้วเน็ตบ้าน True กับ JAS จะกระทบมากไหม
กระทบพอสมควรเพราะด้วย 2 เจ้านี้เป็นระบบ ADSL ซึ่งระบบนี้มีข้อจำกัดมากกว่า fiber optic มาก ดังนั้นคงต้องเปลี่ยนมาใช้ระบบนี้เช่นกัน ซึ่งการลงทุนในระบบใหม่ก็จะมีค่าใช้จ่ายตามมาแต่คงลงทุนน้อยกว่า AIS เพราะระบบเก่าน่าจะนำบางส่วนกลับมาใช้ได้ แต่ที่สำคัญเมื่อผู้เล่นรายใหม่เข้ามาก็คงต้องแข่งขันกันอย่างหนักอีกครั้ง รายได้คงไม่ดีเหมือนเก่า
ติดตามบทวิเคราะห์ข่าวสารต่างๆ เพิ่มได้ที่ https://www.facebook.com/Investor-VV-1519848498288167/
หรือกดค้นหา Investor VV