คือจขกท.พึ่งทราบว่าคุณแม่ป่วยเป็นมะเร็งที่ปอดเมื่อไม่นานมานี้ ทั้งที่คุณแม่ก็ไม่เคยสูบบุหรี่ ไม่เคยมีคนในครอบครัวเป็นมาก่อน แต่อันนี้จขกท.ก็เลยเดาว่าน่าจะมาจากสภาพแวดล้อม การกินที่ทำให้มีผลทำให้แม่เป็นรึป่าว
ตอนที่รู้ตอนแรกจขกท.ทั้งช็อคทั้งงง ร้องไห้ไปเป็นอาทิตย์ TT แต่ตอนนี้ก็เริ่มมีสติขึ้นแล้ว
ล่าสุดคุณหมอได้ผ่าเอาก้อนเนื้อที่ปอดซ้ายขนาด 4×6 ซม.ของคุณแม่ออกไปแล้ว เพราะว่าก้อนนั้นทำให้คุณแม่เหนื่อยง่ายและไอมากๆ ตอนนี้กำลังพักฟื้นอยู่ แต่ยังไม่ได้เริ่มให้คีโม จขกท.ก็ช่วยดูแลแม่บ้างแต่ไม่บ่อย เพราะว่าติดเรียน กลับบ้านได้แค่ช่วงวันหยุด ปัญหาของคุณแม่ตอนนี้คือ เรารู้สึกว่าคุณแม่ค่อนข้างเครียดที่เป็นมะเร็งตอนนี้ เพราะที่บ้านไม่ได้มีฐานะอะไรมากนัก คุณแม่เป็นคนหารายได้หลักในครอบครัว คุณพ่อมีรายได้ไม่ค่อยแน่นอน ต้องส่งจขกท.และน้องเรียน(ยังเรียนไม่จบกันทั้งคู่ จขกท.เรียนทันตะอยู่ปี2 ส่วนน้องก็พึ่งจะเข้าปี1 ) มีภาระค่าใช้จ่ายมาก คุณแม่กลัวว่าถ้าเป็นอะไรไป พวกเราอาจจะไม่ได้เรียนหนังสือกัน
อีกเรื่องก็คือ มีปัญหากับคุณพ่อ เมื่อก่อนคุณพ่อชอบดื้อใส่คุณแม่มากๆ เวลาคุณแม่พูดก็ไม่ค่อยฟัง ตอนนี้เวลาคุณพ่อมาเยี่ยมก็พูดต่อว่าคุณพ่อ(ส่วนคุณพ่อก็เลิกดื้อแล้ว นั่งเงียบๆยอมให้คุณแม่ว่า) เวลาจขกท.อยู่กับคุณแม่ก็จะต่อว่าคุณพ่อให้ฟังตลอดคล้ายๆน้อยใจ จขกท.ก็ไม่รู้จะทำยังไง ปลอบและให้กำลังใจคุณแม่ไม่ให้คิดมากก็แล้ว แต่เหมือนคุณแม่ก็จะคิดไปทางแง่ลบตลอด (ณ จุดนี้ก็พอเข้าใจคุณแม่ว่ามันก็น่าเครียดจริงๆ) จขกท.กลัวว่าคุณแม่จะเครียดเกินไปทำให้เชื้อลุกลามมากขึ้นไปอีกก็เลยอยากจะมาขอคำแนะนำ มีวิธีพูดแบบไหน หรือต้องทำยังไงให้คุณแม่มีกำลังใจดีขึ้นบ้างคะ จขกท.อยากให้คุณแม่อยู่ด้วยกันไปนานๆ ที่สำคัญคืออยากให้คุณแม่ได้เห็นวันที่จขกท.รับปริญญา
ขอบคุณทุกคำแนะนำค่ะ
กระทู้นี้เป็นกระทู้แรกที่ตั้ง ผิดพลาดอย่างไรก็ขออภัยมา ณ ทีนี้ด้วยนะคะ
ให้กำลังใจผู้ป่วยมะเร็งอย่างไรดีคะ กลุ้มใจมากๆเลยค่ะ
ตอนที่รู้ตอนแรกจขกท.ทั้งช็อคทั้งงง ร้องไห้ไปเป็นอาทิตย์ TT แต่ตอนนี้ก็เริ่มมีสติขึ้นแล้ว
ล่าสุดคุณหมอได้ผ่าเอาก้อนเนื้อที่ปอดซ้ายขนาด 4×6 ซม.ของคุณแม่ออกไปแล้ว เพราะว่าก้อนนั้นทำให้คุณแม่เหนื่อยง่ายและไอมากๆ ตอนนี้กำลังพักฟื้นอยู่ แต่ยังไม่ได้เริ่มให้คีโม จขกท.ก็ช่วยดูแลแม่บ้างแต่ไม่บ่อย เพราะว่าติดเรียน กลับบ้านได้แค่ช่วงวันหยุด ปัญหาของคุณแม่ตอนนี้คือ เรารู้สึกว่าคุณแม่ค่อนข้างเครียดที่เป็นมะเร็งตอนนี้ เพราะที่บ้านไม่ได้มีฐานะอะไรมากนัก คุณแม่เป็นคนหารายได้หลักในครอบครัว คุณพ่อมีรายได้ไม่ค่อยแน่นอน ต้องส่งจขกท.และน้องเรียน(ยังเรียนไม่จบกันทั้งคู่ จขกท.เรียนทันตะอยู่ปี2 ส่วนน้องก็พึ่งจะเข้าปี1 ) มีภาระค่าใช้จ่ายมาก คุณแม่กลัวว่าถ้าเป็นอะไรไป พวกเราอาจจะไม่ได้เรียนหนังสือกัน
อีกเรื่องก็คือ มีปัญหากับคุณพ่อ เมื่อก่อนคุณพ่อชอบดื้อใส่คุณแม่มากๆ เวลาคุณแม่พูดก็ไม่ค่อยฟัง ตอนนี้เวลาคุณพ่อมาเยี่ยมก็พูดต่อว่าคุณพ่อ(ส่วนคุณพ่อก็เลิกดื้อแล้ว นั่งเงียบๆยอมให้คุณแม่ว่า) เวลาจขกท.อยู่กับคุณแม่ก็จะต่อว่าคุณพ่อให้ฟังตลอดคล้ายๆน้อยใจ จขกท.ก็ไม่รู้จะทำยังไง ปลอบและให้กำลังใจคุณแม่ไม่ให้คิดมากก็แล้ว แต่เหมือนคุณแม่ก็จะคิดไปทางแง่ลบตลอด (ณ จุดนี้ก็พอเข้าใจคุณแม่ว่ามันก็น่าเครียดจริงๆ) จขกท.กลัวว่าคุณแม่จะเครียดเกินไปทำให้เชื้อลุกลามมากขึ้นไปอีกก็เลยอยากจะมาขอคำแนะนำ มีวิธีพูดแบบไหน หรือต้องทำยังไงให้คุณแม่มีกำลังใจดีขึ้นบ้างคะ จขกท.อยากให้คุณแม่อยู่ด้วยกันไปนานๆ ที่สำคัญคืออยากให้คุณแม่ได้เห็นวันที่จขกท.รับปริญญา
ขอบคุณทุกคำแนะนำค่ะ
กระทู้นี้เป็นกระทู้แรกที่ตั้ง ผิดพลาดอย่างไรก็ขออภัยมา ณ ทีนี้ด้วยนะคะ