เคยเจอกันใหม สมัครงานแล้วได้งาน แต่ไม่ได้งาน งงใช่ใหมครับ บอกเลยครับว่าช่วงนี้ผมกำลังหางานทำ เพราะตกงานมาหลายเดือนเนื่องจากผ่าตัดหลังเลยต้องพักฟื้นหลายเดือน แต่ตอนนี้สะภาพร่างกายกลับมาเป็นปกติแล้ว เลยคิดออกหางานทำ แล้วงานก็แสนจะหายากเหลือเกิน สมัครไป 30 ที่เรียกสัมภาษณ์ซ่ะ 5 ที่ เหนื่อยนะไม่คิดจะหายากเหมือนเมื่อก่อง คงเป็นเพราะอายุที่เยอะด้วยครับ
ขอตัดเข้าเรื่องนะครับ มีไม่กี่วันมานี้มี HR จากบริษัทแห่งหนึ่งเรียกไปสัมภาษณ์งาน ซึ่งบริษัทแห่งนี้ก็อยู่ไกลจากที่บ้านผมมากพอสมควร ก็ต้องตีตั๋วเครื่องบินเพื่อวิ่งไปสัมภาษณ์ แต่ตรงนั้นไม่ใช่ปัญหา เพราะเราก็คิดว่าถ้าวิ่งได้เพราะกำลังหางาน จังหวัดใหนก็ได้ หลังจากได้รับคำเชิญให้ไปสัมภาษณ์ ผมก็รีบจองตั๋วในวันเดียวกันเพื่อวิ่งไปสัมภาษณ์งานในวันรุ่งขึ้น ในระหว่างช่วงที่สัมภาษณ์งาน ก็เป็นไปอย่างเรียบร้อยไม่ได้ติดขัดอะไร เพราะเราเองก็มั่นใจว่าเราทำงานตรงนี้ได้ เนื่องจากรายละเอียดงานฟังดูไม่ได้มีอะไรยากเย็นส่วนใหญ่จะเป็นงานภาคสนาม ตรงนี้เราก็เคยทำมา อาจจะต้องมาเรียนรู้งานเพิ่มเติมอีกนิดหน่อยเพื่อปรับให้มันเหมาะสมกับงานที่นี่ หลังจากสัมภาษเสร็จ เย็นเดียวกันเราก็ตีตั๋วกลับบ้านทันที เพื่อรอฟังผล พอตกเช้าของวันรุ่งขึ้น HR โทรมาแจ้งว่าเขาเลือกผมแล้วนะ จะมารายงานตัววันใหน ผมเลยบอกรายงานตัววันที่ 1 เลยก็ได้ครับพร้อมเริ่มงาน แต่เขาก็บอกว่าขอเป็น 4 เมษาได้ใหมช่วงนี้งานยุ่ง ผมก็ตอบตกลง ผมก็ดีใจสุดๆเพราะในวันเดียวกันมีคนตอบตกลงรับผมเข้าทำงานในตำแหน่งหัวหน้างานถึง 3 ที่ แต่ที่ผมสนใจมากที่สุดคือที่แรกงานที่อยู่ ตจว.ที่ผมนั่งเครื่องไปสัมภาษณ์งานถึงจะเป็นงานที่มีรายได้น้อยกว่าเพื่อน และน้อยกว่างานเก่าที่เราเคยลาออกมา แต่ผมชอบเพราะได้ลงภาคสนาม ผมจึงปฏิเสธงาน 2 งานหลังไปเพราะตกลงกับ งานที่แรกไปล่ะ จนเวลาผ่านมาจนถึงเมื่อวาน HR ส่งข้อความมาแจ้งว่าพอดีทางฝ่ายบริหารได้เอาเรื่องของผมเข้าพิจารณาอีกครั้งเพราะเขามีคณะกรรมการหลายท่านจึงจำเป็นต้องพิจารณากันเยอะ และเขาก็สรุปออกมาว่าผมไม่ผ่านการพิจารณา สาเหตุเพราะคุณสมบัติไม่ตรงกับที่ทางบริษัทต้องการ ช่วงเวลานั้นเหมือนถูกลอยลำอยู่กลางทะเล มองไปทางใหนก็มืดไปหมด รู้สึกหนาวเย็นร้อน อยู่ในสภาวะเดียวกัน นึกย้อนถึงบริษัทก่อนหน้านี้ที่เขาอุตส่าให้โอกาศเรา ถึง 2 บริษัท แต่กลับไม่เลือก รู้สึกจุกอย่างบอกไม่ถูก มันมีคำถามหลายๆคำถามในสมอง ว่าทำไมหากไม่มีคุณสมบัติตามที่บริษัทต้องการ ทำไมไม่ปฏิเสธตั้งแต่แรกจะได้จบๆ ทำไมคุณต้องการคนมาทำงาน ทำไมไม่ระบุให้ชั้ดเจนว่าคุณต้องการลักษณะใหน สงสารคนหางานทำด้วยเถอะครับ อย่าเอาแต่ยอดผู้สมัคร ยิ่งคนที่เขาหวังอยากจะทำงานจริงๆ คงเสียใจ เสียงความรู้สึก เสียความตั้งใจ และเสียทั้งเวลาที่คุณทำแบบนี้ รู้สึกถึงการบริหารที่ไม่น่าเชื่อถือเอาซ่ะเลย บริษัทมีหุ้นส่วนเยอะ มีคณะกรรมการหลายคน ก็เลยต้องพิจารณากันอทุกท่านขนาดนั้นเลยเหรอ เหนื่อยไปใหม
ตอนนี้บอกเลยท้อสุดๆครับ เงินเก็บที่มีจะหมดล่ะอุตส่าฝากความหวังกับงานนี้มาก แต่ก็ต้องหมดพังทุกอย่าง บางคนอาจจะบอกว่าท้อได้แต่อย่าถอย แต่ความรู้สึกมันยากจะอธิบายจริงๆ กลางคืนนอนไม่เป็นอันนอนเลย ต้องลุกขึ้นมาหางาน กลัวว่าพรุ่งนี้จะไม่มีอะไรกิน เห้ออ ชีวิต
อยากฝากถึงหลายบริษัทที่ท่านเป็นแบบที่ผมเจอ หากคุณยังไม่แน่ใจ อย่าเพิ่งแจ้งคนสมัครงานเลยครับ มันคืออนาคต และปากท้องของผู้สมัคร
(สมาชิกท่านใหนอยากจะว่าผมด่าผมด่ามาเลยนะครับ แต่ขอเป็นทางกล่องข้อความ เพราะบางทีผมเข้ามาอ่านไม่ทัน ข้อความที่ปรากฏมันจะถูกลบไปครับ ผมจะไม่ด่ากลับท่าน เพียงแต่อยากรู้ว่าท่านอ่านแล้วท่านคิดแบบใหนถึงได้ตำหนิแบบนั้นครับ)
ได้งานแต่ก็ไม่ได้งาน
ขอตัดเข้าเรื่องนะครับ มีไม่กี่วันมานี้มี HR จากบริษัทแห่งหนึ่งเรียกไปสัมภาษณ์งาน ซึ่งบริษัทแห่งนี้ก็อยู่ไกลจากที่บ้านผมมากพอสมควร ก็ต้องตีตั๋วเครื่องบินเพื่อวิ่งไปสัมภาษณ์ แต่ตรงนั้นไม่ใช่ปัญหา เพราะเราก็คิดว่าถ้าวิ่งได้เพราะกำลังหางาน จังหวัดใหนก็ได้ หลังจากได้รับคำเชิญให้ไปสัมภาษณ์ ผมก็รีบจองตั๋วในวันเดียวกันเพื่อวิ่งไปสัมภาษณ์งานในวันรุ่งขึ้น ในระหว่างช่วงที่สัมภาษณ์งาน ก็เป็นไปอย่างเรียบร้อยไม่ได้ติดขัดอะไร เพราะเราเองก็มั่นใจว่าเราทำงานตรงนี้ได้ เนื่องจากรายละเอียดงานฟังดูไม่ได้มีอะไรยากเย็นส่วนใหญ่จะเป็นงานภาคสนาม ตรงนี้เราก็เคยทำมา อาจจะต้องมาเรียนรู้งานเพิ่มเติมอีกนิดหน่อยเพื่อปรับให้มันเหมาะสมกับงานที่นี่ หลังจากสัมภาษเสร็จ เย็นเดียวกันเราก็ตีตั๋วกลับบ้านทันที เพื่อรอฟังผล พอตกเช้าของวันรุ่งขึ้น HR โทรมาแจ้งว่าเขาเลือกผมแล้วนะ จะมารายงานตัววันใหน ผมเลยบอกรายงานตัววันที่ 1 เลยก็ได้ครับพร้อมเริ่มงาน แต่เขาก็บอกว่าขอเป็น 4 เมษาได้ใหมช่วงนี้งานยุ่ง ผมก็ตอบตกลง ผมก็ดีใจสุดๆเพราะในวันเดียวกันมีคนตอบตกลงรับผมเข้าทำงานในตำแหน่งหัวหน้างานถึง 3 ที่ แต่ที่ผมสนใจมากที่สุดคือที่แรกงานที่อยู่ ตจว.ที่ผมนั่งเครื่องไปสัมภาษณ์งานถึงจะเป็นงานที่มีรายได้น้อยกว่าเพื่อน และน้อยกว่างานเก่าที่เราเคยลาออกมา แต่ผมชอบเพราะได้ลงภาคสนาม ผมจึงปฏิเสธงาน 2 งานหลังไปเพราะตกลงกับ งานที่แรกไปล่ะ จนเวลาผ่านมาจนถึงเมื่อวาน HR ส่งข้อความมาแจ้งว่าพอดีทางฝ่ายบริหารได้เอาเรื่องของผมเข้าพิจารณาอีกครั้งเพราะเขามีคณะกรรมการหลายท่านจึงจำเป็นต้องพิจารณากันเยอะ และเขาก็สรุปออกมาว่าผมไม่ผ่านการพิจารณา สาเหตุเพราะคุณสมบัติไม่ตรงกับที่ทางบริษัทต้องการ ช่วงเวลานั้นเหมือนถูกลอยลำอยู่กลางทะเล มองไปทางใหนก็มืดไปหมด รู้สึกหนาวเย็นร้อน อยู่ในสภาวะเดียวกัน นึกย้อนถึงบริษัทก่อนหน้านี้ที่เขาอุตส่าให้โอกาศเรา ถึง 2 บริษัท แต่กลับไม่เลือก รู้สึกจุกอย่างบอกไม่ถูก มันมีคำถามหลายๆคำถามในสมอง ว่าทำไมหากไม่มีคุณสมบัติตามที่บริษัทต้องการ ทำไมไม่ปฏิเสธตั้งแต่แรกจะได้จบๆ ทำไมคุณต้องการคนมาทำงาน ทำไมไม่ระบุให้ชั้ดเจนว่าคุณต้องการลักษณะใหน สงสารคนหางานทำด้วยเถอะครับ อย่าเอาแต่ยอดผู้สมัคร ยิ่งคนที่เขาหวังอยากจะทำงานจริงๆ คงเสียใจ เสียงความรู้สึก เสียความตั้งใจ และเสียทั้งเวลาที่คุณทำแบบนี้ รู้สึกถึงการบริหารที่ไม่น่าเชื่อถือเอาซ่ะเลย บริษัทมีหุ้นส่วนเยอะ มีคณะกรรมการหลายคน ก็เลยต้องพิจารณากันอทุกท่านขนาดนั้นเลยเหรอ เหนื่อยไปใหม
ตอนนี้บอกเลยท้อสุดๆครับ เงินเก็บที่มีจะหมดล่ะอุตส่าฝากความหวังกับงานนี้มาก แต่ก็ต้องหมดพังทุกอย่าง บางคนอาจจะบอกว่าท้อได้แต่อย่าถอย แต่ความรู้สึกมันยากจะอธิบายจริงๆ กลางคืนนอนไม่เป็นอันนอนเลย ต้องลุกขึ้นมาหางาน กลัวว่าพรุ่งนี้จะไม่มีอะไรกิน เห้ออ ชีวิต
อยากฝากถึงหลายบริษัทที่ท่านเป็นแบบที่ผมเจอ หากคุณยังไม่แน่ใจ อย่าเพิ่งแจ้งคนสมัครงานเลยครับ มันคืออนาคต และปากท้องของผู้สมัคร
(สมาชิกท่านใหนอยากจะว่าผมด่าผมด่ามาเลยนะครับ แต่ขอเป็นทางกล่องข้อความ เพราะบางทีผมเข้ามาอ่านไม่ทัน ข้อความที่ปรากฏมันจะถูกลบไปครับ ผมจะไม่ด่ากลับท่าน เพียงแต่อยากรู้ว่าท่านอ่านแล้วท่านคิดแบบใหนถึงได้ตำหนิแบบนั้นครับ)