...แล้วอนาคตของเรา จะไปในทิศทางไหน... ฉันได้ถามแฟนของฉัน
กระทู้นี้เป็นกระทู้แรกนะคะ หากผิดพลาด หรือ ทำให้งงกับคำอธิบายต้องขออภัยไว้ล่วงหน้าค่ะ
ฉันกับแฟนคบกันมาเข้าปีที่ 13 แล้ว 8 ปีแรก เราทำงานเจอหน้ากันทุกวันโดยผู้ใหญ่ทั้ง 2 ฝ่ายรับรู้ 5 ปีหลังมีเหตุจำเป็นที่แฟนต้องกลับไปอยู่ต่างจังหวัด
ในระหว่างที่ห่างกัน ฉันกับแฟนใช้โทรศัพท์เป็นสื่อเพื่อไม่ให้ขาดการติดต่อกัน กลางปี 2557 ได้คุยกันเรื่องแต่งงาน แต่ทางแฟนบอกว่ายังไม่มีสินสอดนะ แต่ขอมาสู่ขอไว้ก่อน และแฟนก็ได้พาผู้ใหญ่มาสู่ขอเพื่อทาบทามไว้ก่อน และบอกว่าขอเก็บเงินอีกสักพักแล้วจะมาแต่งไม่เกินสิ้นปีนี้
แต่ปรากฎว่าใกล้ถึงสิ้นปี แฟนมีเงินสินสอดไม่พอ และได้ทำการคุยกับฉัน และครอบครัวฉัน ตกลงกันว่ายังไม่แต่ง ให้หาเงินให้ครบก่อน ดังนั้น จึงนำเงินดังกล่าวไปดาวน์รถเมื่อกลางปี 2558 เพื่อต่อยอดในการหาเงิน และ สร้างอนาคต และทางผู้ใหญ่ฝ่ายฉันก็ยินดีด้วย จึงทำให้การแต่งงานเลื่อนไปสิ้นปี 2558 ประจวบเหมาะ พอออกรถมา ก็สามารถหารายได้จากการวิ่งส่งผลไม้ ช่วงนั้นเป็นหน้าผลไม้ตามฤดูกาลพอดี เราได้กำไรจากการวิ่งผลไม้ ทำให้เราสองคนยิ้มและมีความหวังในการแต่งงานขึ้นมา
แต่เหมือนโชคชะตาไม่เป็นใจ กลางปี 2558 ญาติทางแฟนเกิดล้มป่วยและมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น ทำให้ทางแฟนต้องเป็นหลักในการดูแล และไม่ได้วิ่งผลไม้ รายได้หายไปในพลิบตา และต่อมาญาติคนนั้นก็ได้เสียชีวิตลง พร้อมทิ้งภาระหนี้สินไว้ให้กับคนข้างหลัง และผู้โชคดีที่ต้องชดใช้ต่อนั้นคือ แฟน ของฉัน
พอฉันรู้เรื่องนี้ แทบอยากจะล้มตัวลง และได้กล่าวกับแฟนว่า "ฉันจะไม่ยอมชดใช้หนี้ที่ฉันไม่ได้สร้างขึ้นมาแน่นอน" แฟนฉันได้แต่เงียบงัน ความหวังหมดสิ้นกับการสร้างอนาคต ทุกวันนี้แฟนฉันต้องทำงานเพื่อหาเลี้ยงคนในครอบครัว 3 คน ซึ่งเป็นเด็กกำลังเรียน 2 และแม่ของเขาอีก 1 แต่เขาเป็นแค่ชาวสวนเท่านั้น เรื่องเงินเก็บเพื่อที่จะไว้แต่งงานไม่มีแน่นอน แม้แต่โอกาสจะมาหาฉันยังไม่มี เราเจอกันล่าสุดเมื่อปลายปี 2558
ตั้งแต่มีหนี้สินแฟนก็จำเป็นต้องหาเงินมาใช้ แต่ทางญาติของแฟนบอกให้แฟนเลิกกับฉัน และหาผู้หญิงอื่นให้ที่ไม่ต้องเสียเงินใดๆ มีเงิน มีทรัพย์สิน เพื่อที่จะเอาเงิน และทรัพย์สินนั้น มาปลดหนี้ แต่ทางแฟนฉันบ่ายเบี่ยงมาตลอด
เวลามันผ่านมาเนิ่นนาน โดยที่ฉันไม่รู้จุดจบของฉันกับแฟน จนถึงเมื่อวานนี้ฉันเลยถามแฟนว่า อนาคตของเราจะเป็นยังไง ฉันได้แค่คำตอบจากแฟนว่า
"ขอถามแม่ก่อน" ตอนนี้ก็ยังสับสนกับตัวเองว่า จะไปต่อยังไงดี
อนาคตที่มองไม่เห็นจุดจบ
กระทู้นี้เป็นกระทู้แรกนะคะ หากผิดพลาด หรือ ทำให้งงกับคำอธิบายต้องขออภัยไว้ล่วงหน้าค่ะ
ฉันกับแฟนคบกันมาเข้าปีที่ 13 แล้ว 8 ปีแรก เราทำงานเจอหน้ากันทุกวันโดยผู้ใหญ่ทั้ง 2 ฝ่ายรับรู้ 5 ปีหลังมีเหตุจำเป็นที่แฟนต้องกลับไปอยู่ต่างจังหวัด
ในระหว่างที่ห่างกัน ฉันกับแฟนใช้โทรศัพท์เป็นสื่อเพื่อไม่ให้ขาดการติดต่อกัน กลางปี 2557 ได้คุยกันเรื่องแต่งงาน แต่ทางแฟนบอกว่ายังไม่มีสินสอดนะ แต่ขอมาสู่ขอไว้ก่อน และแฟนก็ได้พาผู้ใหญ่มาสู่ขอเพื่อทาบทามไว้ก่อน และบอกว่าขอเก็บเงินอีกสักพักแล้วจะมาแต่งไม่เกินสิ้นปีนี้
แต่ปรากฎว่าใกล้ถึงสิ้นปี แฟนมีเงินสินสอดไม่พอ และได้ทำการคุยกับฉัน และครอบครัวฉัน ตกลงกันว่ายังไม่แต่ง ให้หาเงินให้ครบก่อน ดังนั้น จึงนำเงินดังกล่าวไปดาวน์รถเมื่อกลางปี 2558 เพื่อต่อยอดในการหาเงิน และ สร้างอนาคต และทางผู้ใหญ่ฝ่ายฉันก็ยินดีด้วย จึงทำให้การแต่งงานเลื่อนไปสิ้นปี 2558 ประจวบเหมาะ พอออกรถมา ก็สามารถหารายได้จากการวิ่งส่งผลไม้ ช่วงนั้นเป็นหน้าผลไม้ตามฤดูกาลพอดี เราได้กำไรจากการวิ่งผลไม้ ทำให้เราสองคนยิ้มและมีความหวังในการแต่งงานขึ้นมา
แต่เหมือนโชคชะตาไม่เป็นใจ กลางปี 2558 ญาติทางแฟนเกิดล้มป่วยและมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น ทำให้ทางแฟนต้องเป็นหลักในการดูแล และไม่ได้วิ่งผลไม้ รายได้หายไปในพลิบตา และต่อมาญาติคนนั้นก็ได้เสียชีวิตลง พร้อมทิ้งภาระหนี้สินไว้ให้กับคนข้างหลัง และผู้โชคดีที่ต้องชดใช้ต่อนั้นคือ แฟน ของฉัน
พอฉันรู้เรื่องนี้ แทบอยากจะล้มตัวลง และได้กล่าวกับแฟนว่า "ฉันจะไม่ยอมชดใช้หนี้ที่ฉันไม่ได้สร้างขึ้นมาแน่นอน" แฟนฉันได้แต่เงียบงัน ความหวังหมดสิ้นกับการสร้างอนาคต ทุกวันนี้แฟนฉันต้องทำงานเพื่อหาเลี้ยงคนในครอบครัว 3 คน ซึ่งเป็นเด็กกำลังเรียน 2 และแม่ของเขาอีก 1 แต่เขาเป็นแค่ชาวสวนเท่านั้น เรื่องเงินเก็บเพื่อที่จะไว้แต่งงานไม่มีแน่นอน แม้แต่โอกาสจะมาหาฉันยังไม่มี เราเจอกันล่าสุดเมื่อปลายปี 2558
ตั้งแต่มีหนี้สินแฟนก็จำเป็นต้องหาเงินมาใช้ แต่ทางญาติของแฟนบอกให้แฟนเลิกกับฉัน และหาผู้หญิงอื่นให้ที่ไม่ต้องเสียเงินใดๆ มีเงิน มีทรัพย์สิน เพื่อที่จะเอาเงิน และทรัพย์สินนั้น มาปลดหนี้ แต่ทางแฟนฉันบ่ายเบี่ยงมาตลอด
เวลามันผ่านมาเนิ่นนาน โดยที่ฉันไม่รู้จุดจบของฉันกับแฟน จนถึงเมื่อวานนี้ฉันเลยถามแฟนว่า อนาคตของเราจะเป็นยังไง ฉันได้แค่คำตอบจากแฟนว่า
"ขอถามแม่ก่อน" ตอนนี้ก็ยังสับสนกับตัวเองว่า จะไปต่อยังไงดี