“สมคิด” ยกเมืองกิมจิสุดยอดแห่งนวัตกรรม (1)

กระทู้ข่าว

    การเดินทางไปร่วมงานในฐานะประธานกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรของ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมกับกล่าวเปิดการสัมมนาและปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “แนวทางการขับเคลื่อนนโยบายประชารัฐเพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งและยั่งยืน” ณ ห้องประชุมวายุภักษ์แกรนด์บอลรูม โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ มีประเด็นที่น่าสนใจหลายประการด้วยกัน ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไรต้องติดตาม

ท่านประธานกรรมการบริหาร ท่านเลขาธิการ คณะผู้บริหารกองทุนฯ สมาชิกกองทุนฯ ท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน ขอบคุณที่ให้เกียรติเชิญผมมาในงานที่สำคัญอย่างนี้ ได้เห็นความสามัคคีของสมาชิกกองทุน ทุกท่านคือแนวหน้าในการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร วันนี้ผมไม่ได้มาในฐานะรองนายกรัฐมนตรี แต่มาในฐานะประธานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สิ่งที่ผมพูดกับท่านมาจากความจริงใจ

เราตั้งกองทุนฟื้นฟูฯขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร นับตั้งแต่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจเมื่อ 15 ปีที่แล้ว แต่ที่ผ่านมากองทุนฟื้นฟูฯยังไม่สามารถบรรลุภารกิจนั้นได้เลย ทำอย่างไรจึงจะสร้างความเข้าใจในกลุ่มพี่น้องกองทุนฯ ทำยังไงให้เกิดการบูรณาการกันอย่างแท้จริง โดยไม่ต้องกังวลว่าการเมืองจะเป็นอย่างไร เนื่องจากกองทุนฯถูกตั้งขึ้นมาเพื่อพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศซึ่งก็คือเกษตรกรที่มีฐานะยากจน ดังนั้นเมื่อผมทราบว่ามีการจัดงานนี้ขึ้นมา ผมดีใจและมองว่าเป็นมิติใหม่เป็นจุดเริ่มต้นใหม่ จึงขอขอบคุณผู้จัดงานทุกท่าน

เกาหลีใต้ประเทศแห่งนวัตกรรม

                ผมเพิ่งเดินทางกลับจากประเทศเกาหลีใต้ ไปครั้งนี้ได้เห็นความก้าวหน้าและความเจริญของเกาหลีใต้รุดหน้าเร็วมาก โดยเฉพาะการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ผมเกิดความรู้สึกแปลก ๆในใจว่าทำไมเขาถึงสามารถก้าวไปได้ไกลมาก เมื่อ 15 ปีที่แล้วผมมีโอกาสไปในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เห็นความรุดหน้าในหลายเรื่องแต่ไปในครั้งนี้ สิ่งที่ผมเห็นคือเขากำลังพุ่งทะยาน กำลังขับเคลื่อนกลไกทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่แค่สินค้าและบริการ แต่เขากำลังสร้างเครื่องยนต์ใหม่ที่เต็มไปด้วยความก้าวหน้าในเชิงวิทยาการและเทคโนโลยี มี 2 อย่างที่เขามีแต่เรายังไปไม่ถึงคือ 1.ไอทีเข้าถึงทุกหย่อมหญ้า เกษตรกรรม อุตสาหกรรม บริการ รวมถึงความเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันขับเคลื่อนด้วยไอที 2.ทรัพยากรมนุษย์ คนเกาหลีใต้ยุคใหม่มีการศึกษาดี ภาษาอังกฤษคล่อง นัยน์ตามีไฟ มีความหวังในชีวิต มั่นใจกับตัวเองมาก ความรู้สึกที่ตามคือเมื่อไหร่เมืองไทยจะไปถึง เมื่อไหร่คนไทยจะหลุดพ้นจากความขัดแย้ง หลุดพ้นจากการมองสั้นๆ ไม่มองระยะยาว ไม่มองให้ครบวงจร การวางแผนระยะยาว ไม่ใช่ทำวันนี้แล้วเห็นผลพรุ่งนี้ แต่อาจเห็นผลในอีก 10 ปี หรือ 15 ปี  เพื่อให้ลูกหลานของเราเติบโตขึ้นมาอย่างเข้มแข็ง ลำพังผมคนเดียวทำไม่ได้ ทุกฝ่ายต้องมาช่วยกัน ขับเคลื่อน สื่อสารให้เกิดความสามัคคีในบ้านเมือง ก้าวพ้นจากความขัดแย้งที่ไม่มีอะไรเป็นสาระ เอาประเทศชาติเป็นตัวตั้ง

มั่นใจจีดีพีประเทศไทยโตตามเป้า

                ปัจจุบันแม้เกาหลีใต้จะประสบความสำเร็จในด้านอุตสาหกรรม แต่ช่วงนี้รัฐบาลเกาหลีใต้ก็มีปัญหาเหมือนกัน เพราะเศรษฐกิจทั่วโลกวิกฤติหนักมาก ขนาดประเทศจีนซึ่งเป็นประเทศยักษ์ใหญ่ส่งสินค้าไปขายทุกมุมโลก ยอดการส่งออกของประเทศจีนในเดือนกุมภาพันธ์ตกลงไปถึง 25% ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ของจีน ถ้าสถานการณ์แบบนี้ยังคงอยู่ระยะยาว หมายความว่าการนำเข้าของจีนก็ต้องชะลอไปด้วย   ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประเทศอื่นๆที่ส่งสินค้าไปขายในจีน รัฐบาลจีนประกาศชัดเจนว่าเขาจะไม่ใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเพราะมั่นใจว่าสามารถสร้างอัตราการเติบโตได้ 6.5-7% โดยเขาจะหันกลับมาปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจแทน สินค้าอะไรที่ไม่ทันสมัย เช่นการผลิตรถยนต์โดยไม่รู้ว่าตลาดต้องการอะไร  ก็หันไปผลิตสินค้าที่เน้นนวัตกรรม เทคโนโลยี หมายความว่าอีก 3-5 ปีถ้าเขาประสบความสำเร็จเขาจะเข้มแข็งมาก

                เราต่างรู้กันว่าเกาหลีใต้เป็นประเทศผู้นำด้านการส่งออก มีการส่งออกเกิน 100% ของจีดีพี แต่ยอดการส่งออกในเดือนมกราคมตกไปถึง 18% เดือนกุมภาพันธ์ตกอีก 12% ตกมาต่อเนื่องประมาณปีเศษแล้ว จึงมีการตำหนิรัฐบาลว่าไม่สามารถนำพาประเทศให้พ้นจากปัญหาเศรษฐกิจได้ แต่จริงๆแล้วเหตุการณ์นี้เป็นเหมือนกันทั้งโลก อยู่ที่ว่าใครจะสามารถนำพาประเทศก้าวข้ามไปได้ ประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบ แต่ยอดการส่งออกของเราตกน้อย เนื่องจากสินค้าส่งออกมีความหลากหลาย ล่าสุดเดือนกุมภาพันธ์ตัวเลขก็ทำให้สบายใจขึ้น คือเป็นบวก แต่ส่วนหนึ่งมาจากการส่งออกทองคำ เมื่อตัดการส่งออกทองคำออกไปก็ยังเป็นบวกนิดหน่อย ซึ่งดีขึ้นจากเดือนมกราคม ที่ตกลงไปประมาณ 8.9%        

นักข่าวเกาหลีใต้ถามผมว่าประเทศไทยจะสามารถยืนการเติบโตทางเศรษฐกิจเกิน 3% ได้ไหม ผมบอกว่าเรามั่นใจว่าเกิน 3% แต่เราไม่ถือว่าอันนั้นเป็นเรื่องใหญ่ เรามองว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยยังเติบโตได้ แต่การเติบโตจะยั่งยืนได้ก็มีเพียงประการเดียวคือจะต้องเอาจริงเอาจังกับการปฏิรูป     http://www.thaiquote.org/interview-details.php?code=668
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่