พาหะธาลัสซีเมีย กับชีวิตคู่

เราอายุ  36 ปี ส่วนแฟนอายุ 34 ปี เรากับแฟน ใช้ชีวิตคู่กันมา 12 ปี เมื่อปีที่แล้วเราทั้งสองตัดสินใจมีลูก เมื่อไปตรวจเลือดปรากฎว่าเราทั้งคู่เป็นพาหะธาลัสซีเมียชนิดแอลฟ่า1 เราไปปรึกษาหมอ หมอบอกว่าเรามีความเสี่ยงที่ลูกจะเป็นโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรง (ทารกบวมน้ำ) 25% หากลูกเราเป็นโรค ลูกเราจะไม่ได้เกิด หรือไม่จะเสียชีวิตภายใน 24 ชั่วโมงหลังคลอด และอาจทำให้แม่เสียชีวิตได้ในภาวะครรภ์เป็นพิษ เรากับแฟนตัดสินใจว่าเราจะลองเสี่ยงดู ดูแลตัวเองและเราก็มีข่าวดี คือเราท้อง เราฝากครรภ์ตั้งแต่เดือนแรกที่รู้ว่าตั้งครรภ์ ช่วงที่ตั้งครรภ์เข้าเดือนที่สอง เรามีภาวะน้ำคร่ำมากผิดปกติ หมอบอกว่าแม่อาจกินหวานมากไป หมอจึงนัดไปตรวจเลือด ผลเลือดเราน้ำตาลในเลือดสูง แต่ยังไม่เกินเกณฑ์ พอได้สามเดือนเรามีภาวะแท้งคุกคาม หมอบอกเราว่ารกเกาะต่ำ  เราต้องลางานหนึ่งสัปดาห์เพื่อนอนนิ่งๆ อาการที่ผิดปกติชัดเจนคือเรามีภาวะน้ำคร่ำมากผิดปกติ ท้องเราโตไวมาก มีแต่คนทักว่าใกล้คลอดแล้วหรอ ทั้งๆ ที่เราท้องได้ห้าเดือน หมอนัดเราไปเจาะน้ำคร่ำในสัปดาห์ที่ 19 พยาบาลหน้าห้องบอกเราว่าถ้าผลออกก่อนวันนัดให้รีบมาพบหมอ เวลาผ่านไปไม่ถึงสัปดาห์ ช่วงเย็น รพ.โทรมาให้ไปฟังผล เราเดาว่าลูกเราต้องเป็นโรคแน่ๆ เรานอนร้องไห้ทั้งคืน เราอยากให้เป็นแค่ความฝัน วันถัดมาเราไปฟังผลกับแม่ ปรากฎเป็นไปตามที่คาดเดาคือลูกเราเป็นธาลสซีเมียชนิดรุนแรง ต้องยุติการตั้งครรภ์ให้เร็วที่สุด ฟังผลเสร็จหมอให้เราแอดมิทวันนั้นเลย วันนั้นเรากลัวมาก เคว้งคว้าง โทรบอกสามีว่าเราต้องไปแอทมิทวันนั้นเลย ช่วงที่นั่งรอ เราก็นั่งร้องไห้ พอไปถึงหอผู้อป่วยนรีเวช พยาบาลเจาะสายน้ำเกลือให้ หมออินเทิร์นก็อธิบายว่าต้องเหน็บยาทุกๆ 4 ชม.เพื่อเร่งคลอดจนกว่าจะปวดคลอด ยาเม็ดแรกเหน็บในเวลาบ่ายสาม หมอจะใช้นิ้วคลำปากมดลูกไปด้วยตอนที่เหน็บยา เราเจ็บมาก พอเหน็บยาท้องเราก็เริ่มแข็งและปวดเป็นระยะๆ เราต้องเหน็บยาถึง 4 เม็ด (หนึ่งคืน หนึ่งวัน) เม็ดสุดท้ายเราปวดท้องมาก ปวดแบบไม่หยุด เป็นช่วงที่ทรมานสุดๆ เราบอกหมอ หมอบอกว่าปากมดลูกยังไม่เปิด เปิดแค่เซ็นเดียว ต้องรอก่อน ปรากฎว่าเราปวดจนคลอด คลอดตอนสี่โมงเย็น เข็นไปที่ห้องคลอดไม่ทัน คลอดตรงหอผู้ป่วยเลย พยาบาลรีบมาจัดการตัดสายสะดือ ตอนที่ลูกเราคลอด ลูกเรายังดิ้นอยู่เลย เรารู้สึกมีอะไรยุกยิกโดนขาเรา เราได้ยินผู้ช่วยพยาบาลพูดบอกว่ายังดิ้นอยู่เลย พยาบาลเลยดุว่าจะพูดทำไม แล้วเค้าก็เอาลูกเราห่อใส่ผ้าไป พยาบาลเปลี่ยนเสื้อให้เรา ให้เราลุกไปห้องคลอดเพื่อไปคลอดรกออก ตอนเดินเข้าห้องคลอดพยาบาลบอกให้เราเดินหันหลัง เราก็งง หันหลังทำไม เราเหลือบไปเห็นลูกเรานอนอยู่บนรถเข็น ตัวแดงๆ เห็นแว่บเดียวพยาบาลพยุงเราเข้าห้องคลอด หมอให้เราเบ่งรก และตรวจภายในมดลูกว่าไม่มีเศษรกหลงเหลืออยู่ หมอบอกว่ารกใหญ่มาก ใหญ่กว่าอายุครรภ์ หมอถามเราว่าจะเอาลูกไปทำพิธี หรือจะส่งตรวจชันสูตร เราตัดสินใจส่งตรวจชันสูตร เพื่อยืนยันผล เราเห็นลูกอยู่ในถุงพลาสติก ใจสลายแบบบอกไม่ถูก หลังจากนั้นหมอก็ให้นอนพักดูอาการหนึ่งคืน ออกจากห้องคลอดเราก็นอนร้องไห้จนหลับไป วันรุ่งขึ้นเราก็ออกจากรพ. กลับบ้านไปเราก็จิตตกเห็นอะไรก็คิดถึงลูกไปหมด เห็นกระป๋องนมที่เคยกินก็ร้องไห้ เรากินข้าวไม่ได้ นอนก็คิดถึงลูกตลอด ช่วงนั้นเราจิตตกมาก แฟนเราเค้าไม่เคยปลอบใจเรา บอกให้เราลืมไปซะ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องลูกอีก เค้าพูดกับเราว่า เราพลาดที่ไม่ได้ตรวจเลือดตั้งแต่ตอนแต่งงานกัน เราต้องร้องไห้คนเดียว ตอนที่เราเสียใจ เค้ากลับไปอยู่กับเพื่อนบอกว่าไม่อยากเห็นเราเศร้า เรารู้สึกว่าเราไร้ค่ามาก เหมือนซ้ำเติมเรา เราต้องออกไปทำงานทั้งที่เลือดยังไม่หยุด เพื่อจะได้ไม่ต้องอยู่คนเดียว ปัจจุบันผ่านมาเกือบสี่เดือน เราเข้มแข็งขึ้น แต่ไม่เคยลืมความทุกข์ทรมานครั้งนั้นได้เลย
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่