รีวิวฉบับเต็ม Batman v Superman: Dawn of Justice (2016) ระบบ IMAX 3D (Westgate Cineplex) แบบไม่สปอยล์
"บุตรแห่งคริปตัน ปะทะ มนุษย์ค้างคาวแห่งก็อตแธม"
BvS เป็นหนังที่รอคอยมานานมากๆ หวังมาตลอดว่าชาตินี้ขอให้ได้เห็นทรินิตี้ขึ้นจอใหญ่ซักครั้งและมันก็เป็นจริงแล้ว และด้วยความที่เป็นแฟนตัวยงของดีซีคอมมิคจึงคาดหวังไว้สูงลิ่ว แต่พอออกมาจากโรงถึงกับคิดหนักว่าชอบหรือไม่ชอบกันแน่ ผลสุดท้ายคือหนังมีส่วนให้ชอบเยอะมาก แต่ไม่ชอบก็หลายๆอย่างและฉากในช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้ายของหนังที่หลายๆคนชอบกัน แถมหนังทั้งเรื่องแทบจะโดนตัวอย่างสปอยล์หมดแล้ว พิจารณาภาพรวมจึงหักคะแนนไปเยอะ คะแนนความชอบเลยเหลือแค่อย่างที่เห็น
หนังมีต้นทุนที่ดี ทั้งตัวละครอันโด่งดังหลายตัวของดีซีคอมมิค เรื่องราวจากนิยายภาพในตำนานอย่าง The Dark Knight Returns ของแฟรงค์ มิลเลอร์ ทุนสร้างหนา กำกับศิลป์สวยงาม(ฉาก พร็อบ เสื้อผ้า&การแต่งกาย ทรงผม) นักแสดง และเอ็ฟเฟ็คท์อลังการงานสร้าง แต่กลับเอามาใช้ไม่สุดและไม่คุ้มค่าเท่าไหร่ ประเด็นที่หนังทำได้ดีคือ การปูเรื่องราวของแบทแมนจนเชื่อว่าคนส่วนใหญ่จะต้องชอบแบทแมนคนนี้จนรอดูหนังเดี่ยวแน่นอน การมาตีกันของแบทและซุปก็ไม่ได้ไร้เหตุผลอย่างที่หลายๆคนคิด และมุมมองความเป็นศาลเตี้ยของแต่ละคน ซึ่งมันสามารถสำรวจด้านมนุษย์ของฮีโร่ทั้งสองได้อย่างที่ไม่เคยทำและไม่มีหนังเรื่องไหนทำมาก่อน

ถ้าหนังหยุดไว้แค่นั้นต่อให้แอ๊คชั่นน้อยพูดทั้งเรื่องก็เชื่อว่ามันเป็นหนังที่ดีได้ถึงจะปูนานไปหน่อย(ไม่หน่อยแล้วมั้ง 2 ชั่วโมง) ซึ่งประเด็นที่ปูมาทั้งหมดมันดูเข้าท่ามากๆ ค่อยเป็นค่อยไปจนมาเกือบเข้มข้นในตอนท้าย แต่มันไม่ใช่ไง หนังส่งดูมส์เดย์เข้ามา เพื่อให้ฮีโร่มารวมตัวกันสู้ เข้าใจว่าต้องการหาทางเปิดตัววันเดอร์วูแมนและเพื่อให้ทั้งสามมารวมกันสู้ ตัวร้ายจึงต้องมีสเกลพลังใหญ่ๆ และจุดนี้แหละที่ทำลายประเด็นดีๆของหนังไปจนหมดสิ้นเพราะทำให้หนังต้องแบ่งเวลาให้สามฮีโร่ไปสู้กับไอเจ้านี่ด้วย สำหรับผมแล้วหนังจึงเหมือนจบไปตั้งแต่แบทกับซุปสู้กันจบแล้ว(เอาจริงๆก่อนสู้กันด้วยมั้ง)
แล้วมาย้อนคิดดีๆ ทำไมถึงเป็นแบบนั้น? ปัญหาของหนังคือตัวละครและเกินไปจริงๆนั่นแหละครับ อุตส่าห์คิดว่าจะเอาอยู่ ปรากฏไม่มีเวลาปูพื้นหลังตัวละครและเหตุผลบางอย่างได้แน่นพอ เพราะต้องเอาไปเล่าเรื่องตัวละครอื่นๆให้ครบ แต่ละคนจึงเด่นไม่เท่ากัน วันเดอร์วูแมนที่แย่งซีนได้เพราะความสง่าและดนตรีประกอบ(จะเปิดเพลงร็อคทำไมไม่เข้าใจ เดาว่าคงได้อารมณ์อเมซอน) แต่ดูจะเป็นไดอาน่ามากกว่า ส่วนเล็กซ์ก็โรคจิตดี เป็นคู่ปรับซูเปอร์แมนได้สมน้ำสมเนื้อ อัลเฟรดเหมือนตัวประกอบ แต่ก็มีบทสำคัญและแคแรกเตอร์โดดเด่น สงสารก็แต่โลอิส เลน ที่แสดงดีมากแต่โดนบททำร้าย เอาจริงๆแล้วคิดไม่ผิดหรอกครับที่เอาตัวละครมาเยอะขนาดนี้ ดูแล้วสามารถทำได้จริงๆ แต่พลาดตรงที่ใส่ประเด็นดูมส์เดย์มาเท่านั้น
แนวทางหนังเหมือนจะเลียนแบบความสำเร็จก่อนหน้าของแซ็ค คือ Watchmen ที่สู้น้อยเน้นสืบ ซึ่งก็ทำได้ไม่แย่เท่าไหร่นะ น่าติดตามด้วยซ้ำ แต่ถ้าจะทำอย่างนั้นควรตัดฉากแอ๊คชั่นออกไปหรือลดให้น้อยไปเลยดีกว่า ถึงจะวินาศสันตะโรในตอนท้ายแต่ก็สู้เหมือนหนังฮีโร่ทั่วไปไม่โดดเด่นแถมเปลืองงบโดยใช่เล่น(แต่จะเข้าโรงไปเสพเอ็ฟเฟ็คและภาพสวยๆก็ได้อยู่) และไม่รู้คิดยังไงยังจะมาตัดสลับกับฉากอื่นอีก ฉากแบทโมบิลก็ไม่น่ามีเพราะมันเฉยมากๆ เหมือนแค่ต้องมีเป็นธรรมเนียม แม้แต่ฉากแบทสู้กับซุปก็ไม่อินและไม่สนุกเลยซักนิด ฉากที่ดีที่สุดในเรื่องจึงขอยกให้ฉากแบทแมนบุกเข้าไปช่วย... มันส์มากๆ ท่าสวยและจังหวะดี และยังเป็นฉากโชว์โหดแบทแมนคนใหม่ได้ดีมาก ไม่ปราณี ใช้อุปกรณ์ครบครันยันยิงปืนใส่คนร้าย ฉากทะเลทรายก็เท่(ลองเทคด้วย)แต่ดูเทอะทะและการเคลื่อนไหวหน่วงไปจนชุดไม่น่าจะใช้งานได้จริง

ส่วนเรื่องบทนี่ถือว่ามีทั้งจุดอ่อนแล้วจุดแข็ง จุดแข็งคือมีประเด็นที่ดาร์กและน่าค้นหา แต่จุดอ่อนของมันคือความไม่สมบูรณ์ เอาแนวทางตัวเองมาผสมกับนิยายภาพและคอมมิค ผลคือออกมาจนไม่มีเอกภาพ บทสนทนาเหมือนพยายามทำให้คมแต่ไม่คมแถมดูพยายามมากไปด้วยซ้ำ แต่หลายๆช่วงก็กินใจใช้ได้ อีกข้อคือความไม่สมเหตุสมผล หลายๆอย่างไร้เหตุผลและสิ้นคิด อย่างเช่น การกระทำของตัวละครลูอิส เลน ในตอนท้ายๆ จุดกำเนิดดูมส์เดย์ที่แบบอะไรวะ? ง่ายขนาดนั้น อุปสรรคที่หนังใส่มาเพื่อให้ไปเอาสิ่งที่ฆ่าดูมส์เดย์ได้ยากขึ้นที่ไร้สาระ โดยเฉพาะเหตุผลในการเลิกทะเลาะกันของแบทกับซุปที่จริงๆหากวิเคราะห์ดูแล้วเป็นเหตุผลที่กินใจดีแต่การกำกับทำให้มันดูธรรมดาและง่ายเกินไป ผลที่ออกมาคือคงมีคงมีแต่ตัวละครที่ซึ้งเพราะสำหรับคนดูมันน่าตลกและด้อยตรรกะมาก
นอกจากนี้หนังยังดูทำตามนิยายภาพและเนื้อเรื่องดั้งเดิมมากไปจนไม่จำเป็นและไม่มีความเป็นตัวเอง เข้าใจว่าแซ็คต้องการถอดมาให้เหมือนนิยายภาพและอนิเมชั่น ซึ่งภาพที่ออกมาก็สวยและหลายๆฉากก็ถอดมาเป๊ะๆ แต่ต้องเข้าใจว่าทำออกมาเป็นหนังแล้วมันให้ฟิงลิ่งต่างกันมาก ดูจบจึงเริ่มสงสัยแล้วว่า Watchmen และ 300 ดีเพราะฝีมือแซ็คหรือวัตถุดิบที่เอามาใช้กันแน่ ปัญหาของหนังคือไม่เหมือนหนังซูเปอร์ฮีโร่ทั่วไป บรรยากาศเครียดทั้งเรื่อง ไม่มีมุขตลกใดๆหรือมีก็ฝืดๆ และดูเอาใจแฟนดีซีคอมมิคเป็นพิเศษ จึงกลัวคนดูทั่วไปจะไม่รู้เรื่องและไม่ชอบเท่าไหร่เพราะมันเป็นหนังที่มีความแมสน้อยมาก แต่ถามว่าชอบมั้ย? ชอบมาก อีสเตอร์ เอกโดนใจโดยเฉพาะของสมาชิกจัสติสลีค ดูแล้วถึงกับขนลุกและถึงกับพยายามบอกแฟนว่านี่มันคือตัวละครตัวนี้เลยนะ(แล้วแฟนก็ทำท่างงๆ5555)
ปัญหาอีกเรื่องคือการตัดต่อที่ค่อนข้างโดด จะหนักมากในช่วงหลังๆ ตัวละครผลุบๆโผล่ๆ จะเปลี่ยนชุดก็เปลี่ยน สถานที่ดูมั่วมากๆไม่รู้ที่ไหนเป็นที่ไหน ฉากแอ๊คชั่นงงๆไม่ต่อเนื่อง แต่ก็นะ หนังถูกตัดไปตั้ง 30 นาที จึงจะรอดูแผ่นอีกทีเพราะไม่แน่ว่าฉบับเต็มอาจจะดีกว่านี้ก็ได้ ฉากความฝันก็เยอะเหลือเกิน เข้าใจว่าผกก.ชอบโชว์ภาพแต่ควรเพลาๆหน่อยเดี๋ยวคนจะงงหมด ส่วนดนตรีประกอบฮาน ซิมเมอร์ยังคงท็อปฟอร์ม ทำได้ดีกว่า MoS ที่ดนตรีเด่นกว่าหนัง เอ้อ แล้วก็อีกเรื่องเกือบลืม เรื่องนี้คิดว่าไม่ต้องไปดูโรง Imax ก็ได้นะครับ โรงปกติค่าเท่ากัน (ดีหน่อยที่จอใหญ่และเสียงกระหึ่ม ใครชอบแบบนี้ควรไปดู) ส่วนสามมิติก็ไม่ได้โดดเด่นอะไรมากนะ

ถ้าจะให้เปรียบเทียบ รวมๆแล้วหนังมีประเด็นดีกว่า MoS แต่ฉากแอ๊คชั่นด้อยกว่ามาก จึงทำให้ภาพรวมกับความลงตัว MoS ดีกว่า แต่ชอบภาคนี้มากกว่า ชอบมากๆเพียงแต่ที่หักคะแนนเยอะเพราะเอาเรื่องดูมส์เดย์มาเกี่ยว และช่วงหลังจากแบทสู้กับซุปที่หนังเอามาเล่าแทนที่จะเล่นประเด็นแบท vs ซุปไปเลย รวมถึงข้อเสียหลายๆอย่างที่ได้กล่าวไป แต่หากจะมองในแง่ดีเรื่องอื่นๆคงไม่ต้องปูพื้นตัวละครกันอีกหรือปูก็นิดหน่อยเพราะภาคนี้สร้างตัวละครสำคัญไว้แน่นแล้ว และมันก็เป็น Dawn of Justice จริงๆอย่างที่ตั้งชื่อ
ด้วยความเป็นแฟนดีซีคอมมิค เสียใจจริงๆครับที่หนังขยายจักรวาลเรื่องแรกดูท่าจะสร้างฐานคนดูได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็นและเอาสองตัวละครที่อยู่คู่กับโลกมานานที่สุดมาเจอกันแต่ทำได้ไม่ถึงแบบนี้ คงมีทั้งคนชอบและคนเกลียด หวังว่าวอเนอร์จะไม่ยกเลิกแผนสร้างหนังที่เหลือหรือไม่ก็ขอให้รายได้เรื่องนี้เท่าทุนก็ยังดี ไม่งั้นการที่หนังเรื่องอื่นๆจะได้สร้างหรือไม่คงขึ้นอยู่กับ Suicide Squad และ Wonder Woman อย่างเดียวแล้ว ส่วนผมรักคอมมิคค่ายนี้มากจะยังคงติดตามต่อไป แค่อยากให้นำเรื่องนี้ไปเป็นบทเรียนและทำให้ดีกว่านี้ในภายภาคหน้า
ทั้งนี้ทั้งนั้น อย่าได้เชื่อนักวิจารณ์ทั้งหลายและรีวิวผมเป็นอันขาดเพราะมันเป็นเพียงความคิดและการประเมินจากประสบการณ์ส่วนตัวเท่านั้น ผมรีวิวเพื่อให้ช่วยหลายๆคนตัดสินใจง่ายขึ้นว่าจะไปดูดีรึเปล่า ไปดูพิสูจน์ด้วยตัวเองเถอะครับ เพราะคุณเป็นคนเดียวเท่านั้นที่มีสิทธิ์ตัดสินว่าจะชอบหนังเรื่องนี้หรือไม่ชอบไม่ใช่นักวิจารณ์ แต่ถ้าเห็นด้วยก็อีกเรื่อง
คะแนนที่ให้ 7.3/10
คะแนนความชอบ 6.8/10
คะแนนความพอใจในมุมของแฟนดีซี 8.5/10 (เพราะได้เห็นตัวละครที่ชอบขึ้นจอ)
ติดตามรีวิวใหม่ๆทั้งหนังและซีรีย์ต่าวประเทศ พร้อมอัพเดตข่าวสารอย่างรวดเร็ว ได้ที่ :
https://www.facebook.com/lioninblack/
[CR] รีวิว Batman v Superman: Dawn of Justice (2016) อย่างละเอียดไม่สปอยล์
"บุตรแห่งคริปตัน ปะทะ มนุษย์ค้างคาวแห่งก็อตแธม"
BvS เป็นหนังที่รอคอยมานานมากๆ หวังมาตลอดว่าชาตินี้ขอให้ได้เห็นทรินิตี้ขึ้นจอใหญ่ซักครั้งและมันก็เป็นจริงแล้ว และด้วยความที่เป็นแฟนตัวยงของดีซีคอมมิคจึงคาดหวังไว้สูงลิ่ว แต่พอออกมาจากโรงถึงกับคิดหนักว่าชอบหรือไม่ชอบกันแน่ ผลสุดท้ายคือหนังมีส่วนให้ชอบเยอะมาก แต่ไม่ชอบก็หลายๆอย่างและฉากในช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้ายของหนังที่หลายๆคนชอบกัน แถมหนังทั้งเรื่องแทบจะโดนตัวอย่างสปอยล์หมดแล้ว พิจารณาภาพรวมจึงหักคะแนนไปเยอะ คะแนนความชอบเลยเหลือแค่อย่างที่เห็น
หนังมีต้นทุนที่ดี ทั้งตัวละครอันโด่งดังหลายตัวของดีซีคอมมิค เรื่องราวจากนิยายภาพในตำนานอย่าง The Dark Knight Returns ของแฟรงค์ มิลเลอร์ ทุนสร้างหนา กำกับศิลป์สวยงาม(ฉาก พร็อบ เสื้อผ้า&การแต่งกาย ทรงผม) นักแสดง และเอ็ฟเฟ็คท์อลังการงานสร้าง แต่กลับเอามาใช้ไม่สุดและไม่คุ้มค่าเท่าไหร่ ประเด็นที่หนังทำได้ดีคือ การปูเรื่องราวของแบทแมนจนเชื่อว่าคนส่วนใหญ่จะต้องชอบแบทแมนคนนี้จนรอดูหนังเดี่ยวแน่นอน การมาตีกันของแบทและซุปก็ไม่ได้ไร้เหตุผลอย่างที่หลายๆคนคิด และมุมมองความเป็นศาลเตี้ยของแต่ละคน ซึ่งมันสามารถสำรวจด้านมนุษย์ของฮีโร่ทั้งสองได้อย่างที่ไม่เคยทำและไม่มีหนังเรื่องไหนทำมาก่อน
ถ้าหนังหยุดไว้แค่นั้นต่อให้แอ๊คชั่นน้อยพูดทั้งเรื่องก็เชื่อว่ามันเป็นหนังที่ดีได้ถึงจะปูนานไปหน่อย(ไม่หน่อยแล้วมั้ง 2 ชั่วโมง) ซึ่งประเด็นที่ปูมาทั้งหมดมันดูเข้าท่ามากๆ ค่อยเป็นค่อยไปจนมาเกือบเข้มข้นในตอนท้าย แต่มันไม่ใช่ไง หนังส่งดูมส์เดย์เข้ามา เพื่อให้ฮีโร่มารวมตัวกันสู้ เข้าใจว่าต้องการหาทางเปิดตัววันเดอร์วูแมนและเพื่อให้ทั้งสามมารวมกันสู้ ตัวร้ายจึงต้องมีสเกลพลังใหญ่ๆ และจุดนี้แหละที่ทำลายประเด็นดีๆของหนังไปจนหมดสิ้นเพราะทำให้หนังต้องแบ่งเวลาให้สามฮีโร่ไปสู้กับไอเจ้านี่ด้วย สำหรับผมแล้วหนังจึงเหมือนจบไปตั้งแต่แบทกับซุปสู้กันจบแล้ว(เอาจริงๆก่อนสู้กันด้วยมั้ง)
แล้วมาย้อนคิดดีๆ ทำไมถึงเป็นแบบนั้น? ปัญหาของหนังคือตัวละครและเกินไปจริงๆนั่นแหละครับ อุตส่าห์คิดว่าจะเอาอยู่ ปรากฏไม่มีเวลาปูพื้นหลังตัวละครและเหตุผลบางอย่างได้แน่นพอ เพราะต้องเอาไปเล่าเรื่องตัวละครอื่นๆให้ครบ แต่ละคนจึงเด่นไม่เท่ากัน วันเดอร์วูแมนที่แย่งซีนได้เพราะความสง่าและดนตรีประกอบ(จะเปิดเพลงร็อคทำไมไม่เข้าใจ เดาว่าคงได้อารมณ์อเมซอน) แต่ดูจะเป็นไดอาน่ามากกว่า ส่วนเล็กซ์ก็โรคจิตดี เป็นคู่ปรับซูเปอร์แมนได้สมน้ำสมเนื้อ อัลเฟรดเหมือนตัวประกอบ แต่ก็มีบทสำคัญและแคแรกเตอร์โดดเด่น สงสารก็แต่โลอิส เลน ที่แสดงดีมากแต่โดนบททำร้าย เอาจริงๆแล้วคิดไม่ผิดหรอกครับที่เอาตัวละครมาเยอะขนาดนี้ ดูแล้วสามารถทำได้จริงๆ แต่พลาดตรงที่ใส่ประเด็นดูมส์เดย์มาเท่านั้น
แนวทางหนังเหมือนจะเลียนแบบความสำเร็จก่อนหน้าของแซ็ค คือ Watchmen ที่สู้น้อยเน้นสืบ ซึ่งก็ทำได้ไม่แย่เท่าไหร่นะ น่าติดตามด้วยซ้ำ แต่ถ้าจะทำอย่างนั้นควรตัดฉากแอ๊คชั่นออกไปหรือลดให้น้อยไปเลยดีกว่า ถึงจะวินาศสันตะโรในตอนท้ายแต่ก็สู้เหมือนหนังฮีโร่ทั่วไปไม่โดดเด่นแถมเปลืองงบโดยใช่เล่น(แต่จะเข้าโรงไปเสพเอ็ฟเฟ็คและภาพสวยๆก็ได้อยู่) และไม่รู้คิดยังไงยังจะมาตัดสลับกับฉากอื่นอีก ฉากแบทโมบิลก็ไม่น่ามีเพราะมันเฉยมากๆ เหมือนแค่ต้องมีเป็นธรรมเนียม แม้แต่ฉากแบทสู้กับซุปก็ไม่อินและไม่สนุกเลยซักนิด ฉากที่ดีที่สุดในเรื่องจึงขอยกให้ฉากแบทแมนบุกเข้าไปช่วย... มันส์มากๆ ท่าสวยและจังหวะดี และยังเป็นฉากโชว์โหดแบทแมนคนใหม่ได้ดีมาก ไม่ปราณี ใช้อุปกรณ์ครบครันยันยิงปืนใส่คนร้าย ฉากทะเลทรายก็เท่(ลองเทคด้วย)แต่ดูเทอะทะและการเคลื่อนไหวหน่วงไปจนชุดไม่น่าจะใช้งานได้จริง
ส่วนเรื่องบทนี่ถือว่ามีทั้งจุดอ่อนแล้วจุดแข็ง จุดแข็งคือมีประเด็นที่ดาร์กและน่าค้นหา แต่จุดอ่อนของมันคือความไม่สมบูรณ์ เอาแนวทางตัวเองมาผสมกับนิยายภาพและคอมมิค ผลคือออกมาจนไม่มีเอกภาพ บทสนทนาเหมือนพยายามทำให้คมแต่ไม่คมแถมดูพยายามมากไปด้วยซ้ำ แต่หลายๆช่วงก็กินใจใช้ได้ อีกข้อคือความไม่สมเหตุสมผล หลายๆอย่างไร้เหตุผลและสิ้นคิด อย่างเช่น การกระทำของตัวละครลูอิส เลน ในตอนท้ายๆ จุดกำเนิดดูมส์เดย์ที่แบบอะไรวะ? ง่ายขนาดนั้น อุปสรรคที่หนังใส่มาเพื่อให้ไปเอาสิ่งที่ฆ่าดูมส์เดย์ได้ยากขึ้นที่ไร้สาระ โดยเฉพาะเหตุผลในการเลิกทะเลาะกันของแบทกับซุปที่จริงๆหากวิเคราะห์ดูแล้วเป็นเหตุผลที่กินใจดีแต่การกำกับทำให้มันดูธรรมดาและง่ายเกินไป ผลที่ออกมาคือคงมีคงมีแต่ตัวละครที่ซึ้งเพราะสำหรับคนดูมันน่าตลกและด้อยตรรกะมาก
นอกจากนี้หนังยังดูทำตามนิยายภาพและเนื้อเรื่องดั้งเดิมมากไปจนไม่จำเป็นและไม่มีความเป็นตัวเอง เข้าใจว่าแซ็คต้องการถอดมาให้เหมือนนิยายภาพและอนิเมชั่น ซึ่งภาพที่ออกมาก็สวยและหลายๆฉากก็ถอดมาเป๊ะๆ แต่ต้องเข้าใจว่าทำออกมาเป็นหนังแล้วมันให้ฟิงลิ่งต่างกันมาก ดูจบจึงเริ่มสงสัยแล้วว่า Watchmen และ 300 ดีเพราะฝีมือแซ็คหรือวัตถุดิบที่เอามาใช้กันแน่ ปัญหาของหนังคือไม่เหมือนหนังซูเปอร์ฮีโร่ทั่วไป บรรยากาศเครียดทั้งเรื่อง ไม่มีมุขตลกใดๆหรือมีก็ฝืดๆ และดูเอาใจแฟนดีซีคอมมิคเป็นพิเศษ จึงกลัวคนดูทั่วไปจะไม่รู้เรื่องและไม่ชอบเท่าไหร่เพราะมันเป็นหนังที่มีความแมสน้อยมาก แต่ถามว่าชอบมั้ย? ชอบมาก อีสเตอร์ เอกโดนใจโดยเฉพาะของสมาชิกจัสติสลีค ดูแล้วถึงกับขนลุกและถึงกับพยายามบอกแฟนว่านี่มันคือตัวละครตัวนี้เลยนะ(แล้วแฟนก็ทำท่างงๆ5555)
ปัญหาอีกเรื่องคือการตัดต่อที่ค่อนข้างโดด จะหนักมากในช่วงหลังๆ ตัวละครผลุบๆโผล่ๆ จะเปลี่ยนชุดก็เปลี่ยน สถานที่ดูมั่วมากๆไม่รู้ที่ไหนเป็นที่ไหน ฉากแอ๊คชั่นงงๆไม่ต่อเนื่อง แต่ก็นะ หนังถูกตัดไปตั้ง 30 นาที จึงจะรอดูแผ่นอีกทีเพราะไม่แน่ว่าฉบับเต็มอาจจะดีกว่านี้ก็ได้ ฉากความฝันก็เยอะเหลือเกิน เข้าใจว่าผกก.ชอบโชว์ภาพแต่ควรเพลาๆหน่อยเดี๋ยวคนจะงงหมด ส่วนดนตรีประกอบฮาน ซิมเมอร์ยังคงท็อปฟอร์ม ทำได้ดีกว่า MoS ที่ดนตรีเด่นกว่าหนัง เอ้อ แล้วก็อีกเรื่องเกือบลืม เรื่องนี้คิดว่าไม่ต้องไปดูโรง Imax ก็ได้นะครับ โรงปกติค่าเท่ากัน (ดีหน่อยที่จอใหญ่และเสียงกระหึ่ม ใครชอบแบบนี้ควรไปดู) ส่วนสามมิติก็ไม่ได้โดดเด่นอะไรมากนะ
ถ้าจะให้เปรียบเทียบ รวมๆแล้วหนังมีประเด็นดีกว่า MoS แต่ฉากแอ๊คชั่นด้อยกว่ามาก จึงทำให้ภาพรวมกับความลงตัว MoS ดีกว่า แต่ชอบภาคนี้มากกว่า ชอบมากๆเพียงแต่ที่หักคะแนนเยอะเพราะเอาเรื่องดูมส์เดย์มาเกี่ยว และช่วงหลังจากแบทสู้กับซุปที่หนังเอามาเล่าแทนที่จะเล่นประเด็นแบท vs ซุปไปเลย รวมถึงข้อเสียหลายๆอย่างที่ได้กล่าวไป แต่หากจะมองในแง่ดีเรื่องอื่นๆคงไม่ต้องปูพื้นตัวละครกันอีกหรือปูก็นิดหน่อยเพราะภาคนี้สร้างตัวละครสำคัญไว้แน่นแล้ว และมันก็เป็น Dawn of Justice จริงๆอย่างที่ตั้งชื่อ
ด้วยความเป็นแฟนดีซีคอมมิค เสียใจจริงๆครับที่หนังขยายจักรวาลเรื่องแรกดูท่าจะสร้างฐานคนดูได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็นและเอาสองตัวละครที่อยู่คู่กับโลกมานานที่สุดมาเจอกันแต่ทำได้ไม่ถึงแบบนี้ คงมีทั้งคนชอบและคนเกลียด หวังว่าวอเนอร์จะไม่ยกเลิกแผนสร้างหนังที่เหลือหรือไม่ก็ขอให้รายได้เรื่องนี้เท่าทุนก็ยังดี ไม่งั้นการที่หนังเรื่องอื่นๆจะได้สร้างหรือไม่คงขึ้นอยู่กับ Suicide Squad และ Wonder Woman อย่างเดียวแล้ว ส่วนผมรักคอมมิคค่ายนี้มากจะยังคงติดตามต่อไป แค่อยากให้นำเรื่องนี้ไปเป็นบทเรียนและทำให้ดีกว่านี้ในภายภาคหน้า
ทั้งนี้ทั้งนั้น อย่าได้เชื่อนักวิจารณ์ทั้งหลายและรีวิวผมเป็นอันขาดเพราะมันเป็นเพียงความคิดและการประเมินจากประสบการณ์ส่วนตัวเท่านั้น ผมรีวิวเพื่อให้ช่วยหลายๆคนตัดสินใจง่ายขึ้นว่าจะไปดูดีรึเปล่า ไปดูพิสูจน์ด้วยตัวเองเถอะครับ เพราะคุณเป็นคนเดียวเท่านั้นที่มีสิทธิ์ตัดสินว่าจะชอบหนังเรื่องนี้หรือไม่ชอบไม่ใช่นักวิจารณ์ แต่ถ้าเห็นด้วยก็อีกเรื่อง
คะแนนที่ให้ 7.3/10
คะแนนความชอบ 6.8/10
คะแนนความพอใจในมุมของแฟนดีซี 8.5/10 (เพราะได้เห็นตัวละครที่ชอบขึ้นจอ)
ติดตามรีวิวใหม่ๆทั้งหนังและซีรีย์ต่าวประเทศ พร้อมอัพเดตข่าวสารอย่างรวดเร็ว ได้ที่ : https://www.facebook.com/lioninblack/