ประมาณต้นปี 2558 ผมเคยอ่านผ่านๆ ในพันทิปเกี่ยวกับการรับเพื่อนต่างชาติผ่าน CouchSurfing.com นึกสนุกก็เลยทำมั่งครับ
ได้ประสบการณ์หลากหลายดี เว็บนี้เป็นเว็บที่ให้ใครก็ได้เข้าไปสมัครสมาชิก โดยเลือกที่จะเป็น Host คือให้ที่พัก Traveler คือ
เป็นนักเดินทางที่ต้องการที่พัก ที่พักที่ไม่ใช่โรงแรม ไม่มีค่าบริการ คนที่อยากพบเพื่อนต่างชาติ อยากสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น
แท้ๆ ทั้งจากคนที่เดินทางมา และจากการที่เราไปพักที่บ้านของคนนั้น โดยคำว่า Couch หมายถึงโซฟา คือแค่คุณให้เขานอน
โซฟาก็พอ หรือถ้าคุณสนใจจะไปพักบ้านคนที่เปิดรับ ก็อย่าคาดหวังอะไรมาไปกว่าการได้นอนบนโซฟา แต่ความจริงจะเป็น
อย่างไรก็อีกเรื่องหนึ่ง
ที่บ้านผมมีห้องพักเหลือพอดี เลยสามารถให้แขกมาพักได้เป็นการส่วนตัว อีกอย่างผมได้พูดภาษาอังกฤษ และมีคนต่างชาติ
ฝรั่งบ้าง เอเชียบ้างเดินเข้าออกบ้านก็ดูเท่ดีในสายตาเพื่อนบ้าน สถานที่ที่ไม่เคยไป หรือกับคนไทยด้วยกันชวนแล้วไม่ค่อย
มีใครอยากไป เราก็ชวนแขกต่างชาติพวกนี้ไปด้วย ก็ถือว่าได้ไปเที่ยว แถมโต๊ะรอบๆ มองเราเท่อีก เลยเปิดบ้านรับแขกบ้างครับ
เพื่อนชุดแรกเป็นแฟนเยอรมัน ชายเป็นวิศวกร หญิงทำบริษัทโฆษณา ฝ่ายหญิงนี่ประมาณว่ารวยมาก มีบ้านกึ่งๆ ปราสาท
ขี่ม้าเป็นงานอดิเรก ทั้งคู่สุภาพ น่ารักและเป็นกันเองมาก และดีใจที่ได้มาเจอกัน สองคนนี้ตัวสูงใหญ่มาก ทำให้คิดว่าคนเยอรมัน
ต้องตัวใหญ่อย่างนี้ทุกคน
คู่ที่ 2 ชายเป็นสวีดิช สาวเป็นโปลิช แต่ทั้งคู่อาศัยอยู่ที่ไซปรัสมีอาชีพเป็นไกด์ แต่เราไม่ค่อยประทับใจกันเท่าไหร่ เพราะช่วงที่
เขาขอมาพัก ผมมีงานติดพัน เลยแจ้งไปว่าไม่สะดวกนะ เพราะช่วงที่ขอมาพักผมไม่ค่อยว่าง เขาตอบกลับมาว่าไม่เป็นไร จะทำ
ตัวให้วุ่นวายน้อยที่สุด ผมเลยโอเค แต่ปรากฎว่าเป็นฝรั่งเรียกร้องสูง ขอให้พาไปนั่นนี่โน่น ผมต้องเซย์โนไป และมีคำถามตลอด
ซึ่งเราก็ไม่ค่อยว่าง เลยอาจจะไม่ค่อยประทับใจกัน ประสบการณ์จากรายนี้เลยทำให้เรารู้สึกว่า ถ้าไม่พร้อมไม่ว่างอย่ารับใครเด็ดขาด
คนต่อไปชื่อเมลิน่า เป็นโปลิช ยายนี่แสบเลยหละ ทุกคนเราได้บอกไปว่าจะไปไหนจะทำอะไรให้บอกเรานะ จะแนะนำให้ ปรากฎว่า
ยายคนนี้มาพักได้ 2 วันระหว่างนี้ขอให้เราไปส่งที่ไกลๆ ทั้งนั้นเลย (นี่ก็ประสบการณ์ คราวหน้าจะไม่ไปส่งใครแล้ว ถ้าไม่ได้เป็นการ
ไปเที่ยวด้วยกัน) เธอนัดเจอกับฝรั่งแถวสุขุมวิทด้วยกัน เราต้องขับรถไปส่ง ซ้ำร้ายตอนดึกยังต้องไปรับกลับด้วย เพราะอ้างว่า
กลับไม่เป็น มืด อันตราย พอเช้าวันที่ 3 ก็มาบอกว่าไปละ จะกลับมาใน 3 วัน แถมยังทิ้งกระเป๋าผ้าย้วยๆ ไว้ใบ 1 ด้วย ให้เก็บรักษาให้
ระหว่างนี้เธอก็จะส่งภาษาไทยเข้ามือถือมาให้ช่วยแปล ว่านี่หมายถึงไร นี่คือไร แต่ไม่เคยบอกนะว่าไปไหนมาไหนแล้ว เราก็ไม่อยาก
ถามถ้าไม่อยากเล่า แต่เธอก็หายไป 7 วัน เช้าวันนึงที่ผมต้องทำงานทั้งวัน เธอบอกว่าตอนนี้มาพักที่ข้าวสาร ให้เอากระป๋าเธอมาส่ง
ให้หน่อย เอาละ เรื่องเยอะละ ไม่ใช่โรงแรมนะโว่ย
ผมปฎิเสธไปบอกว่าวันนี้ต้องทำงาน เธอโมโห ใช้คำว่า Damn it!! บอกให้ผมเอาไปส่งให้ตอนเลิกงานก็ได้ ผมบอกว่าเลิกงาน 2 ทุ่ม
และถ้าเลิกมืดขนาดนี้ บ้านผมอยู่ไกลจากข้าวสารมาก ผมขี้เกียจเดินทาง พรุ่งนี้ผมก็ต้องทำงาน ถ้าให้ขับรถไปกลับ 2-3 ชั่วโมงเพื่อเอา
กระเป๋ามาให้คุณผมคงไม่ทำ อีกอย่างนะ ถ้าคุณบอกเนิ่นๆ ผมก็คิดวางแผนให้ได้ว่าจะแก้ปัญหายังไง จู่ๆ มาบอกแบบนี้ ผมช่วยไรไม่ได้
เธอบอกว่าเธอไม่สบายและเที่ยวบินมีปัญหา ทำให้เธอต้องรีบ ผมเลยบอกว่าจะจ้างวินมอไซค์ที่ใช้งานส่งเอกสารกันอยู่แบกกระเป๋าไปให้
พอถามราคากันก็จะเอา 400 เธอบอกว่าไม่ต้องการจะจ่าย ให้ผมเอามาให้ดีกว่า โวะ............. ผมก็ยุ่งมาก ต้องคุยหลายฝ่าย เพราะทั้งวิน
ทั้งลูกน้องผมไม่มีใครพูดอังกฤษได้ ผมต้องทั้งทำแผนที่ทั้งสื่อสารกับวินและเธอวุ่นวายไปหมด จนผมคิดว่าไม่ว่างแล้ว ต้องไปทำงานละ
เลยตัดสินใจจ่าย 400 แทนเธอ ให้วินเอาของไปส่งให้
เรื่องเกิดตรงนี้ ปรากฎว่าของในกระเป๋าผ้าย้วยๆ เธออ้างว่ามันมีกาน้ำชาที่เธอซื้อมาจากจีน มันแตก อ้าว..เวรละ เธอมาเขียนด่าผมในเว็บนั้น
แถมบอกว่าฝากของที่ระลึกให้วินมา แต่วินไม่ได้เอามาให้ผม หรือวินอาจคิดว่าเธอให้กับวินก็ได้ เพราะวินไม่เข้าใจอังกฤษ และเธอพูดไทยไม่ได้
เธอทวงบุญคุณอีกว่าให้ของที่ระลึกมาแล้วประมาณว่ายังจัดการของของเธออย่างไม่ระวัง โธ่.อีเวง ผมจะรู้ได้ไงว่ากระเป๋าผ้าย้วยๆ ใบนั้นมีกาน้ำชา
กระเบื้อง ผมเลยบอกว่า 400 นี่ผมก็ออกให้จริงๆ แล้วน่าปล่อยของเธอไว้ที่บ้านไม่ส่งให้ซะเลย เธอบอกว่าผมอยากจ่ายเอง เธอไม่ได้ขอให้ทำ
แหม.ดีออกนะแบบนี้ เหตุการณ์เธอทำให้ผมเซ็งไปพักใหญ่ ไม่อยากรับอิพวกฝรั่งดอกท้อพวกนี้อีกเลย
เราเขียนด่ากันไปด่ากันมา ก็มีฝรั่งหลายคนมาปลอบใจผม ส่วนจะมีใครเขียนไปปลอบใจเธอมั้ย อันนี้ผมไม่รู้ แต่ทำผมเซ็งไปพักใหญ่
คนต่อมาชื่อ Sarah เป็นอเมริกัน มาเป็นครูโรงเรียนอนุบาลแถวสุขุมวิท ไม่ได้มาพัก
อะไรกับผมหรอก แต่ใน couchsurfing เขาให้คุยกันไปคุยกันมาส่งข้อความได้ ผม
ก็คุยกับเธอ คุยกันพักนึงเลยชวนกันไปเที่ยว ก็พาเธอไปเมืองโบราณบ้าง เอเชียตึก
บ้าง ไปกินข้าวริมน้ำเจ้าพระยาบ้าง
ฝรั่งพวกนี้ก็มีพฤติกรรมคล้ายๆ กัน คืออาจมาอยู่ 3-6 เดือนหรือปีนึงแล้วก็กลับบ้าน
หรือไปประเทศอื่นๆ ต่อไป แล้วแต่ว่าชีวิตจะล่องลอยไปไหน พวกนี้จะให้อิสระกับ
ชีวิตเต็มที่ คิดว่ายังหนุ่มสาวอยู่ ใช้ชีวิตหาประสบการณ์ให้เต็มที่อะไรงี้ ไม่เหมือนคนไทย
จบม. 6 ก็ต้องเรียนตรีให้จบ จบแล้วก็ดักดานทำงานกันไปทั้งชีวิต ได้ไปเที่ยว 3 วัน
7 วันก็ดีใจจะตายห้าแล้ว แต่ฝรังมันเที่ยวกันที 3 เดือน 7 เดือน
ชาย 2 คนนี้จากรัสเซียมาไทยด้วยการโบกรถ......และจะโบกไปขึ้นเขาหิมาลัยต่อ................เล่าประสบการณ์รับเพื่อนต่างชาติ
ได้ประสบการณ์หลากหลายดี เว็บนี้เป็นเว็บที่ให้ใครก็ได้เข้าไปสมัครสมาชิก โดยเลือกที่จะเป็น Host คือให้ที่พัก Traveler คือ
เป็นนักเดินทางที่ต้องการที่พัก ที่พักที่ไม่ใช่โรงแรม ไม่มีค่าบริการ คนที่อยากพบเพื่อนต่างชาติ อยากสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น
แท้ๆ ทั้งจากคนที่เดินทางมา และจากการที่เราไปพักที่บ้านของคนนั้น โดยคำว่า Couch หมายถึงโซฟา คือแค่คุณให้เขานอน
โซฟาก็พอ หรือถ้าคุณสนใจจะไปพักบ้านคนที่เปิดรับ ก็อย่าคาดหวังอะไรมาไปกว่าการได้นอนบนโซฟา แต่ความจริงจะเป็น
อย่างไรก็อีกเรื่องหนึ่ง
ที่บ้านผมมีห้องพักเหลือพอดี เลยสามารถให้แขกมาพักได้เป็นการส่วนตัว อีกอย่างผมได้พูดภาษาอังกฤษ และมีคนต่างชาติ
ฝรั่งบ้าง เอเชียบ้างเดินเข้าออกบ้านก็ดูเท่ดีในสายตาเพื่อนบ้าน สถานที่ที่ไม่เคยไป หรือกับคนไทยด้วยกันชวนแล้วไม่ค่อย
มีใครอยากไป เราก็ชวนแขกต่างชาติพวกนี้ไปด้วย ก็ถือว่าได้ไปเที่ยว แถมโต๊ะรอบๆ มองเราเท่อีก เลยเปิดบ้านรับแขกบ้างครับ
เพื่อนชุดแรกเป็นแฟนเยอรมัน ชายเป็นวิศวกร หญิงทำบริษัทโฆษณา ฝ่ายหญิงนี่ประมาณว่ารวยมาก มีบ้านกึ่งๆ ปราสาท
ขี่ม้าเป็นงานอดิเรก ทั้งคู่สุภาพ น่ารักและเป็นกันเองมาก และดีใจที่ได้มาเจอกัน สองคนนี้ตัวสูงใหญ่มาก ทำให้คิดว่าคนเยอรมัน
ต้องตัวใหญ่อย่างนี้ทุกคน
คู่ที่ 2 ชายเป็นสวีดิช สาวเป็นโปลิช แต่ทั้งคู่อาศัยอยู่ที่ไซปรัสมีอาชีพเป็นไกด์ แต่เราไม่ค่อยประทับใจกันเท่าไหร่ เพราะช่วงที่
เขาขอมาพัก ผมมีงานติดพัน เลยแจ้งไปว่าไม่สะดวกนะ เพราะช่วงที่ขอมาพักผมไม่ค่อยว่าง เขาตอบกลับมาว่าไม่เป็นไร จะทำ
ตัวให้วุ่นวายน้อยที่สุด ผมเลยโอเค แต่ปรากฎว่าเป็นฝรั่งเรียกร้องสูง ขอให้พาไปนั่นนี่โน่น ผมต้องเซย์โนไป และมีคำถามตลอด
ซึ่งเราก็ไม่ค่อยว่าง เลยอาจจะไม่ค่อยประทับใจกัน ประสบการณ์จากรายนี้เลยทำให้เรารู้สึกว่า ถ้าไม่พร้อมไม่ว่างอย่ารับใครเด็ดขาด
คนต่อไปชื่อเมลิน่า เป็นโปลิช ยายนี่แสบเลยหละ ทุกคนเราได้บอกไปว่าจะไปไหนจะทำอะไรให้บอกเรานะ จะแนะนำให้ ปรากฎว่า
ยายคนนี้มาพักได้ 2 วันระหว่างนี้ขอให้เราไปส่งที่ไกลๆ ทั้งนั้นเลย (นี่ก็ประสบการณ์ คราวหน้าจะไม่ไปส่งใครแล้ว ถ้าไม่ได้เป็นการ
ไปเที่ยวด้วยกัน) เธอนัดเจอกับฝรั่งแถวสุขุมวิทด้วยกัน เราต้องขับรถไปส่ง ซ้ำร้ายตอนดึกยังต้องไปรับกลับด้วย เพราะอ้างว่า
กลับไม่เป็น มืด อันตราย พอเช้าวันที่ 3 ก็มาบอกว่าไปละ จะกลับมาใน 3 วัน แถมยังทิ้งกระเป๋าผ้าย้วยๆ ไว้ใบ 1 ด้วย ให้เก็บรักษาให้
ระหว่างนี้เธอก็จะส่งภาษาไทยเข้ามือถือมาให้ช่วยแปล ว่านี่หมายถึงไร นี่คือไร แต่ไม่เคยบอกนะว่าไปไหนมาไหนแล้ว เราก็ไม่อยาก
ถามถ้าไม่อยากเล่า แต่เธอก็หายไป 7 วัน เช้าวันนึงที่ผมต้องทำงานทั้งวัน เธอบอกว่าตอนนี้มาพักที่ข้าวสาร ให้เอากระป๋าเธอมาส่ง
ให้หน่อย เอาละ เรื่องเยอะละ ไม่ใช่โรงแรมนะโว่ย
ผมปฎิเสธไปบอกว่าวันนี้ต้องทำงาน เธอโมโห ใช้คำว่า Damn it!! บอกให้ผมเอาไปส่งให้ตอนเลิกงานก็ได้ ผมบอกว่าเลิกงาน 2 ทุ่ม
และถ้าเลิกมืดขนาดนี้ บ้านผมอยู่ไกลจากข้าวสารมาก ผมขี้เกียจเดินทาง พรุ่งนี้ผมก็ต้องทำงาน ถ้าให้ขับรถไปกลับ 2-3 ชั่วโมงเพื่อเอา
กระเป๋ามาให้คุณผมคงไม่ทำ อีกอย่างนะ ถ้าคุณบอกเนิ่นๆ ผมก็คิดวางแผนให้ได้ว่าจะแก้ปัญหายังไง จู่ๆ มาบอกแบบนี้ ผมช่วยไรไม่ได้
เธอบอกว่าเธอไม่สบายและเที่ยวบินมีปัญหา ทำให้เธอต้องรีบ ผมเลยบอกว่าจะจ้างวินมอไซค์ที่ใช้งานส่งเอกสารกันอยู่แบกกระเป๋าไปให้
พอถามราคากันก็จะเอา 400 เธอบอกว่าไม่ต้องการจะจ่าย ให้ผมเอามาให้ดีกว่า โวะ............. ผมก็ยุ่งมาก ต้องคุยหลายฝ่าย เพราะทั้งวิน
ทั้งลูกน้องผมไม่มีใครพูดอังกฤษได้ ผมต้องทั้งทำแผนที่ทั้งสื่อสารกับวินและเธอวุ่นวายไปหมด จนผมคิดว่าไม่ว่างแล้ว ต้องไปทำงานละ
เลยตัดสินใจจ่าย 400 แทนเธอ ให้วินเอาของไปส่งให้
เรื่องเกิดตรงนี้ ปรากฎว่าของในกระเป๋าผ้าย้วยๆ เธออ้างว่ามันมีกาน้ำชาที่เธอซื้อมาจากจีน มันแตก อ้าว..เวรละ เธอมาเขียนด่าผมในเว็บนั้น
แถมบอกว่าฝากของที่ระลึกให้วินมา แต่วินไม่ได้เอามาให้ผม หรือวินอาจคิดว่าเธอให้กับวินก็ได้ เพราะวินไม่เข้าใจอังกฤษ และเธอพูดไทยไม่ได้
เธอทวงบุญคุณอีกว่าให้ของที่ระลึกมาแล้วประมาณว่ายังจัดการของของเธออย่างไม่ระวัง โธ่.อีเวง ผมจะรู้ได้ไงว่ากระเป๋าผ้าย้วยๆ ใบนั้นมีกาน้ำชา
กระเบื้อง ผมเลยบอกว่า 400 นี่ผมก็ออกให้จริงๆ แล้วน่าปล่อยของเธอไว้ที่บ้านไม่ส่งให้ซะเลย เธอบอกว่าผมอยากจ่ายเอง เธอไม่ได้ขอให้ทำ
แหม.ดีออกนะแบบนี้ เหตุการณ์เธอทำให้ผมเซ็งไปพักใหญ่ ไม่อยากรับอิพวกฝรั่งดอกท้อพวกนี้อีกเลย
เราเขียนด่ากันไปด่ากันมา ก็มีฝรั่งหลายคนมาปลอบใจผม ส่วนจะมีใครเขียนไปปลอบใจเธอมั้ย อันนี้ผมไม่รู้ แต่ทำผมเซ็งไปพักใหญ่
คนต่อมาชื่อ Sarah เป็นอเมริกัน มาเป็นครูโรงเรียนอนุบาลแถวสุขุมวิท ไม่ได้มาพัก
อะไรกับผมหรอก แต่ใน couchsurfing เขาให้คุยกันไปคุยกันมาส่งข้อความได้ ผม
ก็คุยกับเธอ คุยกันพักนึงเลยชวนกันไปเที่ยว ก็พาเธอไปเมืองโบราณบ้าง เอเชียตึก
บ้าง ไปกินข้าวริมน้ำเจ้าพระยาบ้าง
ฝรั่งพวกนี้ก็มีพฤติกรรมคล้ายๆ กัน คืออาจมาอยู่ 3-6 เดือนหรือปีนึงแล้วก็กลับบ้าน
หรือไปประเทศอื่นๆ ต่อไป แล้วแต่ว่าชีวิตจะล่องลอยไปไหน พวกนี้จะให้อิสระกับ
ชีวิตเต็มที่ คิดว่ายังหนุ่มสาวอยู่ ใช้ชีวิตหาประสบการณ์ให้เต็มที่อะไรงี้ ไม่เหมือนคนไทย
จบม. 6 ก็ต้องเรียนตรีให้จบ จบแล้วก็ดักดานทำงานกันไปทั้งชีวิต ได้ไปเที่ยว 3 วัน
7 วันก็ดีใจจะตายห้าแล้ว แต่ฝรังมันเที่ยวกันที 3 เดือน 7 เดือน