ขอเล่าม้วนเดียวจบเลยนะครับ เอาแบบเฉพาะ เนื้อๆเน้นเนื้อไม่มีน้ำผสม...ยังไงก็ช่วยรบกวนอ่านให้จบด้วยนะครับ
ผมเลิกกับแฟนเมื่อเดือนเมษาที่ผ่านมา ตอนนั้นผมเฮริชมาก ก็จะมีเขาคนนี้นี่ล่ะครับ เข้ามาดูแลผม เขาชื่อ...(ขอสงวนชื่อนะครับ) เขามีลูกแล้วสองคน สามีเจ๊แกทำงานที่เดียวกันกับผม (เปนข้าราชการทการเรือด้วยกัน) ผมรู้จักกับแกมาสามปีแล้ว เพราะเจ๊แกขายของในที่ทำงานให้พลทหารพวก ขนม นม น้ำเปนต้น...ตอนแรกๆผมไม่ค่อยสนิทกับเขาหรอก เเต่พอผมเลิกกับแฟนแล้ว เขาสงสารผมมั้ง..นะ เขาก็จะชวนผมไป ทำบุญ ไหว้พระ บริจาคของให้เด็กด้อยโอกาศ ช่วยเหลือ ผู้ประสบอุบัติเหตุ สำหรับบุคลลที่ไม่ได้ออกข่าวหรือสื่อเข้ามาไม่ถึง จึงไม่มีคนมาดูแลมาให้สิ่งของช่วยเหลือ เจ๊แกก้อพาผมไปทุกที่ ตั้งเเต่เหนือจรดใต้ แทบทุกจังหวัด จนผมมองเหนอะไรหลายๆอย่าง บนโลกของเรา...ซึ่งจุดนี้ล่ะทำให้ผมมองเขาในอีกรูปแบบนึง...ใครจะคิดล่ะครับ ว่า คนอายุ 36 ผมยาวๆ หน้าทำมาดาๆ กลับกลายเป็นคนที่สวยที่สุดในชีวิตของผมไปได้
ก็ตั้งเเต่นั้นมาผมก็มองเขาเปลี่ยนไปตลอด เขาดูแลเอาใจใส่ผมดีมาก ทั้งข้าวปลาอาหาร ทำมาให้ผมกินทุกวัน ดูแลสุขภาพผม แต่จุดพีคที่สุดมันอยุ่ตรงนี้ครับ..
ผมเป็นคนสูบบุหรี่ ยิ่งหลังจากเลิกกับแฟนมาผมสูบวันละสามซองสี่ซอง จนเขา ยื่นมือมาตบมือผมตอนผมซื้อบุหรี่ ผมจำคำพูดเขาได้จนถึงวันนี้เลยและทำให้ความรู้สึกของผมกับเขาจากพี่น้องกลายไปเป็น...ความรัก เขาพูดกับผมในตอนนั้นว่า "สูบแต่บุหรี่ ถ้านนท์ตายก่อนพี่ไป เคยคิดบ้างมั้ยพี่จะรู้สึกยังไง"
ก็หลังจากวั้นนั้นมาความคิดผมก็เปลี่ยนไปเลย ผมสับสนมากสับสนกับความคิดตัวเอง ว่าเขารู้สึกอย่างไรกับเรา...และเรารู้สึกอย่างไรกับเขา หลังจากนั้นผมก็ทบทวนสิ่งๆต่างๆที่ผ่านมา...เขาช่วยผมเพราะรัก...หรือสงสาร...แต่ไม่ว่าจะอะไรก็แล้วแต่...ผม...หลงรักผู้หญิงคนนี้เข้าเสียแล้ว...แต่มันก็ไม่ได้เปนแบบที่เราคิดไว้ทุกอย่างหรอกครับ เพราะ เขา...มีลูกมีสามี มีครอบครัวที่ดีอยู่แล้ว ถ้าผมเข้าไปยุ่งเกี่ยว ก็เท่ากับว่า ผมไปเป็นชู้กับเขา ผมก็เกบความรู้สึกแบบนี้ไปเรื่อยๆ แต่ก็ยังไปเที่ยวกัน ไปทำบุญกันเหมือนเดิม...บางทีผู้ชายก็ไม่รุ้หรอกนะครับว่า ฝ่ายหญิงเขาคิดอย่างไรกับเรา...ถ้าคุณไม่ยอมพูดออกมา
จนวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา พี่มลเขาชอบดอกลั่นทม ผมก็ไปหามาเซอไพร้เขา แล้วผมก็สารภาพกับเขา ประมานว่า "ผมรักพี่นะ" รักแบบแฟน อะไรประมานนี้ ผมก็บอกความรู้สึกไป พี่เขาก็ได้แค่ยิ้ม เขาก็พูดประมานว่า "ผมยังเด็ก ยังมีคน ที่ให้เราได้พบเจออีกเยอะ ที่มาทำให้ดูก็แค่แสดงให้เห็นเฉยๆว่าความรักที่แท้จริงเป็นอย่างไร ไม่ใช่แบบว่าขึ้นเตียงกันอย่างเดียว เมื่อเรามีความรักเราก็ควรมอบความรักของเราให้กับคนอื่นที่เขาไม่เคยได้สัมผัสมัน" อะไรประมานนี้ครับ ตอนนั้นผมก็รู้อยุ่แล้ว ว่า ผมไม่สามาถรักเขาได้หรอกเพราะเขามีครอบครัวไปแล้ว ผมก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจ แต่กลับรู้สึกได้ค้นพบแล้วคำว่ารักจริงๆมันเป็นอย่างไร.....
ทุกวันนี้ผมกับพี่ก็ยังคุยกันอยุ่ทุกวันครับ แต่ผมก็ไม่ได้ออกไปไหนมาไหนกับเขาอีกแล้ว ไม่รุ้สึกเจบเกี่ยวกับเรื่องแฟนเก่าอีกแล้ว แต่ผมก็ไม่คิดที่จะมีแฟนหรือมีใครเข้ามาดูแลหัวใจผมอีกต่อไปแล้ว เพราะเหมือนผมมีความรู้สึกว่าผมค้นเจอมันแล้วล่ะคำว่า ความรักที่แท้จริงเป็นอย่างไร
ปล. เพิ่มเติมครับ ผมเคยแอบหอมแก้มเขาทีนึง ตอนไปเที่ยวดอยอินทนนท์ ที่เชียงใหม่(ชื่อดอยชื่อเดียวกับผมแหละครับ)เขาก็ไม่ได้บ่นอ่ะไร ผมก็แค่ยิ้มๆเฉยๆ ไม่มีอะไรมากกว่านั้นครับ...จบ
ใครมีเรื่องราวความรักดีดี มาเล่าสู่กันฟังได้นะครับ ขอบคุณครับ สุดท้ายนี้อยากจะฝากบอกว่า
ความรักที่แท้จริงอาจไม่ได้หมายถึงการครอบครอง
จริงๆแล้วความรักที่แท้จริงอาจจะคือการ...ให้...ความทรงจำ...เพราะ...ความทรงจำอาจจะสำคัญกว่าความสัมพันธ์ ก็ได้นะครับ
อยากจะแชร์เรื่องราวความรักของผม กับสาวซึ่งอายุมากกว่าผม 13 ปี
ผมเลิกกับแฟนเมื่อเดือนเมษาที่ผ่านมา ตอนนั้นผมเฮริชมาก ก็จะมีเขาคนนี้นี่ล่ะครับ เข้ามาดูแลผม เขาชื่อ...(ขอสงวนชื่อนะครับ) เขามีลูกแล้วสองคน สามีเจ๊แกทำงานที่เดียวกันกับผม (เปนข้าราชการทการเรือด้วยกัน) ผมรู้จักกับแกมาสามปีแล้ว เพราะเจ๊แกขายของในที่ทำงานให้พลทหารพวก ขนม นม น้ำเปนต้น...ตอนแรกๆผมไม่ค่อยสนิทกับเขาหรอก เเต่พอผมเลิกกับแฟนแล้ว เขาสงสารผมมั้ง..นะ เขาก็จะชวนผมไป ทำบุญ ไหว้พระ บริจาคของให้เด็กด้อยโอกาศ ช่วยเหลือ ผู้ประสบอุบัติเหตุ สำหรับบุคลลที่ไม่ได้ออกข่าวหรือสื่อเข้ามาไม่ถึง จึงไม่มีคนมาดูแลมาให้สิ่งของช่วยเหลือ เจ๊แกก้อพาผมไปทุกที่ ตั้งเเต่เหนือจรดใต้ แทบทุกจังหวัด จนผมมองเหนอะไรหลายๆอย่าง บนโลกของเรา...ซึ่งจุดนี้ล่ะทำให้ผมมองเขาในอีกรูปแบบนึง...ใครจะคิดล่ะครับ ว่า คนอายุ 36 ผมยาวๆ หน้าทำมาดาๆ กลับกลายเป็นคนที่สวยที่สุดในชีวิตของผมไปได้
ก็ตั้งเเต่นั้นมาผมก็มองเขาเปลี่ยนไปตลอด เขาดูแลเอาใจใส่ผมดีมาก ทั้งข้าวปลาอาหาร ทำมาให้ผมกินทุกวัน ดูแลสุขภาพผม แต่จุดพีคที่สุดมันอยุ่ตรงนี้ครับ..
ผมเป็นคนสูบบุหรี่ ยิ่งหลังจากเลิกกับแฟนมาผมสูบวันละสามซองสี่ซอง จนเขา ยื่นมือมาตบมือผมตอนผมซื้อบุหรี่ ผมจำคำพูดเขาได้จนถึงวันนี้เลยและทำให้ความรู้สึกของผมกับเขาจากพี่น้องกลายไปเป็น...ความรัก เขาพูดกับผมในตอนนั้นว่า "สูบแต่บุหรี่ ถ้านนท์ตายก่อนพี่ไป เคยคิดบ้างมั้ยพี่จะรู้สึกยังไง"
ก็หลังจากวั้นนั้นมาความคิดผมก็เปลี่ยนไปเลย ผมสับสนมากสับสนกับความคิดตัวเอง ว่าเขารู้สึกอย่างไรกับเรา...และเรารู้สึกอย่างไรกับเขา หลังจากนั้นผมก็ทบทวนสิ่งๆต่างๆที่ผ่านมา...เขาช่วยผมเพราะรัก...หรือสงสาร...แต่ไม่ว่าจะอะไรก็แล้วแต่...ผม...หลงรักผู้หญิงคนนี้เข้าเสียแล้ว...แต่มันก็ไม่ได้เปนแบบที่เราคิดไว้ทุกอย่างหรอกครับ เพราะ เขา...มีลูกมีสามี มีครอบครัวที่ดีอยู่แล้ว ถ้าผมเข้าไปยุ่งเกี่ยว ก็เท่ากับว่า ผมไปเป็นชู้กับเขา ผมก็เกบความรู้สึกแบบนี้ไปเรื่อยๆ แต่ก็ยังไปเที่ยวกัน ไปทำบุญกันเหมือนเดิม...บางทีผู้ชายก็ไม่รุ้หรอกนะครับว่า ฝ่ายหญิงเขาคิดอย่างไรกับเรา...ถ้าคุณไม่ยอมพูดออกมา
จนวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา พี่มลเขาชอบดอกลั่นทม ผมก็ไปหามาเซอไพร้เขา แล้วผมก็สารภาพกับเขา ประมานว่า "ผมรักพี่นะ" รักแบบแฟน อะไรประมานนี้ ผมก็บอกความรู้สึกไป พี่เขาก็ได้แค่ยิ้ม เขาก็พูดประมานว่า "ผมยังเด็ก ยังมีคน ที่ให้เราได้พบเจออีกเยอะ ที่มาทำให้ดูก็แค่แสดงให้เห็นเฉยๆว่าความรักที่แท้จริงเป็นอย่างไร ไม่ใช่แบบว่าขึ้นเตียงกันอย่างเดียว เมื่อเรามีความรักเราก็ควรมอบความรักของเราให้กับคนอื่นที่เขาไม่เคยได้สัมผัสมัน" อะไรประมานนี้ครับ ตอนนั้นผมก็รู้อยุ่แล้ว ว่า ผมไม่สามาถรักเขาได้หรอกเพราะเขามีครอบครัวไปแล้ว ผมก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจ แต่กลับรู้สึกได้ค้นพบแล้วคำว่ารักจริงๆมันเป็นอย่างไร.....
ทุกวันนี้ผมกับพี่ก็ยังคุยกันอยุ่ทุกวันครับ แต่ผมก็ไม่ได้ออกไปไหนมาไหนกับเขาอีกแล้ว ไม่รุ้สึกเจบเกี่ยวกับเรื่องแฟนเก่าอีกแล้ว แต่ผมก็ไม่คิดที่จะมีแฟนหรือมีใครเข้ามาดูแลหัวใจผมอีกต่อไปแล้ว เพราะเหมือนผมมีความรู้สึกว่าผมค้นเจอมันแล้วล่ะคำว่า ความรักที่แท้จริงเป็นอย่างไร
ปล. เพิ่มเติมครับ ผมเคยแอบหอมแก้มเขาทีนึง ตอนไปเที่ยวดอยอินทนนท์ ที่เชียงใหม่(ชื่อดอยชื่อเดียวกับผมแหละครับ)เขาก็ไม่ได้บ่นอ่ะไร ผมก็แค่ยิ้มๆเฉยๆ ไม่มีอะไรมากกว่านั้นครับ...จบ
ใครมีเรื่องราวความรักดีดี มาเล่าสู่กันฟังได้นะครับ ขอบคุณครับ สุดท้ายนี้อยากจะฝากบอกว่า
ความรักที่แท้จริงอาจไม่ได้หมายถึงการครอบครอง
จริงๆแล้วความรักที่แท้จริงอาจจะคือการ...ให้...ความทรงจำ...เพราะ...ความทรงจำอาจจะสำคัญกว่าความสัมพันธ์ ก็ได้นะครับ