เอาจริงๆเคยให้สัญญากับตัวเองว่าถ้าเกิดสอบติดสายการบินได้อีกจะขอทำอะไรเพื่อส่วนรวมและเพือนร่วมอาชีพบ้างเพราะเป็นคนที่ไม่ค่อยได้ทำบุญหรือทำทานมากเสียเท่าไร แต่กระทู้นี้อยากจะแบ่งปันเรื่องราวต่างๆจากประสบการที่ผ่านมาตั้งแต่เริ่มสมัครจนถึงปัจจุบันครับ
เริ่มตั้งแต่ตอนเรียนจบมหาวิทยาลัยผมก็ได้ทุนไปเรียนต่อที่ต่างประเทศในระดับปริญญาโท เรียนไปได้ 1 ปีรู้สึกถึงความไม่พร้อมของสมองเพราะเป็นคนที่ไม่ชอบเรียนหนังสอมากครับไม่ชอบอ่านไม่ชอบจำชอบอะไรที่เป็นการทำแล้วได้เงินเพราะตั้งแต่ปี 1 ก็เริ่มทำงานพาทไทม์ ตอนอยู่ที่ต่างประเทศนั้นผมอยู่ได้ปีเดียก็เลิกเรียนครับ (โชคดีที่เป็นทุนให้เปล่า) ตอนนั้นไม่รู้อะไรดลบันดาลใจให้อยากทำงานเป็นลูกเรือ ย้อนคิดไปแล้วน่าะมาจากการดูรีวิวสายการบินจากยูทูปแล้วเห็นการทำงานของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน เห้ย++เจ๋งหว่ะน่าทำแล้วก็เริ่มติดตามข่าวสารต่างๆมากมายจากเว็ปไซต์
https://www.thaicabincrew.com เป็นเว็ปไซต์ที่รวบรวมทุกอย่างเกี่ยวกับสายการบินไม่ว่าจะงานภาคพื้นดินหรืองานบนฟ้ารวมทั้งบทสัมภาษณ์ต่างๆของลูกเรือชายหญิงแต่ละสายการบิน ตอนนั้นยิ่งอ่านก็ยิ่งอยากไปสมัครเลยตัดสินใจใช้เวลาปิดเทอมใหญ่ของการเรียน ป.โท ปีแรกกลับไทยมาสมัครครับ ช่วงนั้นก็รอไปเหอะไม่มาสักทีจนจะเปิดเทอมละถ้าไม่ต้องกลับไปเรียนจริงๆนะ จนไม่กี่วันถัดมามีการเปิดรับสมัครของสายการบินเช่าเหมาลำแห่งหนึ่งผมจึงไปต้องเริ่มตั้งแต่การสอบ TOEIC บอกเลยภาษาอังกฤษผมห่วยแตกมากในหัวนี้พูดไรออกมาเป็นภาษาจีนหมด แต่ข้อดีคือที่นี่รับคนพูดจีน เกาหลี ญี่ปุ่น ผมเลยรีบบึ่งไปสอบ TOEIC เลยครับ
ว่าด้วยเรื่องการสอบ TOEIC
อันนี้ไม่มีอะไรมากครับไม่ต้องลงคอสเรียนซื้อหนังสือ 1 เล่ม สำหรับการสอบแบบใหม่ อ่านไป 1 รอบฝึกทำโจทย์ สำหรับผมที่ว่า Gramma ง่อยๆ ก็ต้องพึ่ง Google ไปด้วยในเรื่องที่ไม่เข้าใจ ผลออกมาคือ 640 คะแนนรวม ไม่แย่และก็ไม่ดี แต่ก็ผ่านเกณฑ์ละวะ
ว่าด้วยเรื่องของการสมัครนะครับ
เวลาสายการบินเค้าออกประกาศมาเค้าก็จะระบุเอกสารต่างๆที่ต้องเตรียมมาให้ สำหรับบบุคคลที่มีสันดรเก็บของไม่เป็นที่อย่างผมต้องตาเหลือกตาปริ้นหาทุกซอกทุกมุมที่คิดว่ามันต้องถูกเก็บอยู่เพราะผู้ชายต้องใช้เอกสารพ้นพันธะทางการทหารหรือใบ สด.9 นั้นเอง ตอนนั้นใช้เวลาทั้งวันรวบรวมครับเพราะนอกจาก สด.9 แล้วทั้ง Transcript ฉบับสมบูรณ์ ใบสอบวัดระดับภาษาจีน (HSK) เอย มันอยู่ไหนผมก็ไม่รู้แต่สุดท้ายมันอยู่ในบ้านแหละครับ จับไปสแกนเข้าเก็บไว้ใน USB สะเลย นอกจากเอกสารทั้งหมดเหล่านี้แล้วสิ่งสำคัญที่สุดคือ รูปถ่าย ตายห่าละทั้งรูปขนาดโปสการ์ดและขนาดพาสปอต (2 นิ้ว) ซึ่งเราจะสมัครแอร์ทั้งทีคงต้องใช้บริการกับร้านที่ถ่ายเพื่อสมัครแอร์โดยเฉพาะดีกว่าตอนนั้นผมถ่ายที่ร้าน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้photolista http://www.photolistastudio.com ไม่ได้ได้เสียหรือไปเสียตัวให้กับที่นี่นะครับแค่รู้สึกว่ามันถูกสุดละ เพราะผู้ชายไม่ต้องแต่งหน้าไปก็เลยถูกกว่าผู้หญิงอีกนิดนึง ระยะเวลาการถ่ายแปปเดียวครับแต่ต้องรอเค้าแต่งรูปและล้างออกมาใช้เวลาอีก 4 วันได้ ใครใจร้อนก็ถ่ายเก็บไว้เลยครับรูปที่ร้านนี้เค้าให้ขนาดละ 1 โหล ผมยังใช้หากินจนทุกวันนี้ครับ
ปล.ยังคงมีอีกหลายร้านนะครับติดตามได้ที่เว็ปไซต์รวบรวมสายการบินด้านบน
ก่อนวันสมัคร
ช่วงก่อนสมัครอยากให้ทุกคนพักผ่อนดูแลสุขภาพให้ดีครับอย่าไปป่วยในวันสมัครคงรู้นะครับว่ามันคงไม่ดี อีกอย่างมันคงส่อถึงว่าขนาดอยู่บนดินยังป่วยเลยแล้วไปงานบนที่ที่มีความกดอากาศสูงคงป่วยกระจุยกรรมการอาจจะไม่โอเคก็ได้นะครับ ช่วงเวลาว่างๆของวันลอง Google หาคำถามเวลาสมัครงานไม่ว่าจะงานทั่วไปหรือ Airline อย่างน้อยคำตอบที่เค้าให้มามันก็ไกด์เราไปได้ แล้วเอามาปรับเปลี่ยนให้เป็นตัวเราเอง และจงจำไว้ว่าคำตอบนั้นต้องเป็นไปในแนวบวกนะครับ
สำหรับคำถามทั่วไปก็คงไม่พ้น
-การแนะนำตัว- ส่วนตัวผมแล้วการแนะนำตัวพยายามทำให้มันกระชับที่สุดเช่น ชื่อ-นามสกุล อายุ จบจากที่ไหนมา ปัจจุบันทำงานที่ไหนตำแหน่งอะไรพร้อมกับพูดต่อไปว่าเคยผ่านกิจกรรมไรมาสักอย่าง เช่น กิจกรรมที่เพื่อสังคม อย่างผมก็พูดไปว่าเคยเป็นอาสาสมัครต่างประเทศ 1 ปีตอนนั้นสนุกมากๆเพราะได้เรียนรู้และการให้กับผู้อื่น (ส่วนตัวผมคิดว่าการบอกไปแนวนี้ทำให้กรรมการน่าจะสนใจตัวเรามากขึ้นครับเพราะอย่างน้อยถ้าแจ๊คพอทกรรมการก็จะชวนคุยเรื่องนี้อาจจะไม่ได้เจอคำถามที่น่าเบือหรือกดดัน และกรรมการคงได้เปลี่ยนเรื่องคุยด้วย)
-ปัจจุบันทำงานที่ไหน- แน่นอนครับกรรมการต้องอยากรู้ว่าเราประกอบอาชีพอะไรในปัจจุบัน เป็นงานประเภทไหน ขอให้ทุกคนตอบในแนวบวกนะครับ เพราะเค้าจะรู้ว่าไม่ว่าเราทำงานอะไรก็มีความสุขได้ทั้งนั้นแม้จะ

ก็ตาม
-ทำไมถึงอยากร่วมงานกับเรา- เอาจริงๆครับ เป็นคำถามที่หินสำหรับผม เพราะตัวผมเองเชื่อว่าอาชีพนี้มันหาความก้าวหน้าได้ยากการแข่งขันสูงเข้าไปทำงานต้องเต็มที่ครับ เก็บเกี่ยวสิ่งที่มีที่เจอให้ได้มากที่สุดอย่างผมไปสัมภาษณ์มาล่าสุดของสายการบินหนึ่งก็บอกเค้าไปว่า อาชีพนี้ถ้าอยากหาความท้าทายเก็บประสบการณ์ก็ต้องมาเจออะไรที่มากมายหลากหลายขึ้น อยา่งที่เก่าผมผู้โดยสารค่อนข้างจะระบุได้เป็นแทบไหน แล้วก็ได้บินแค่ 3 เส้นทางครับและก็อยากจะเรียนรู้ประเภทของเครื่องบินแบบใหม่ๆอย่างที่เก่าผมใช้ Boeing ที่นี่ใช้ Airbus แล้วก็ทำงานกับคนไทยด้วยกันเลยตัดสินใจอยากจะร่วมงานและเติบโตไปกับที่นี่ ตราบใดที่บริษัทินี้ให้โอกาสผมได้เรียนรู้เติบโตก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องไปที่อื่นอีกครับ (อันนี้เหมือนเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวขายตัวเองแล้วก็บอกไปด้วยว่าถ้าคุณเลือกผมผมก็ไม่ไปไหนหรอกถ้าคุณจะให้ผมเลื่อนตำแหน่งได้บ้างในอนาคต) ห้าๆ อันนี้ คหสต นะครับ
เดี๋ยวมาต่อใหม่ครับ ถ้าผิดห้องยังไงรบกวนแนะด้วยนะครับ
ช่วงนี้เห็นน้องๆอยากเป็นแอร์หลายคน และสายการบินก็มาเปิดเรื่อยๆเลยอยากแบ่งปันชีวิตการทำงานครับตั้งแต่สมัครจนปัจุบัน
เริ่มตั้งแต่ตอนเรียนจบมหาวิทยาลัยผมก็ได้ทุนไปเรียนต่อที่ต่างประเทศในระดับปริญญาโท เรียนไปได้ 1 ปีรู้สึกถึงความไม่พร้อมของสมองเพราะเป็นคนที่ไม่ชอบเรียนหนังสอมากครับไม่ชอบอ่านไม่ชอบจำชอบอะไรที่เป็นการทำแล้วได้เงินเพราะตั้งแต่ปี 1 ก็เริ่มทำงานพาทไทม์ ตอนอยู่ที่ต่างประเทศนั้นผมอยู่ได้ปีเดียก็เลิกเรียนครับ (โชคดีที่เป็นทุนให้เปล่า) ตอนนั้นไม่รู้อะไรดลบันดาลใจให้อยากทำงานเป็นลูกเรือ ย้อนคิดไปแล้วน่าะมาจากการดูรีวิวสายการบินจากยูทูปแล้วเห็นการทำงานของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน เห้ย++เจ๋งหว่ะน่าทำแล้วก็เริ่มติดตามข่าวสารต่างๆมากมายจากเว็ปไซต์ https://www.thaicabincrew.com เป็นเว็ปไซต์ที่รวบรวมทุกอย่างเกี่ยวกับสายการบินไม่ว่าจะงานภาคพื้นดินหรืองานบนฟ้ารวมทั้งบทสัมภาษณ์ต่างๆของลูกเรือชายหญิงแต่ละสายการบิน ตอนนั้นยิ่งอ่านก็ยิ่งอยากไปสมัครเลยตัดสินใจใช้เวลาปิดเทอมใหญ่ของการเรียน ป.โท ปีแรกกลับไทยมาสมัครครับ ช่วงนั้นก็รอไปเหอะไม่มาสักทีจนจะเปิดเทอมละถ้าไม่ต้องกลับไปเรียนจริงๆนะ จนไม่กี่วันถัดมามีการเปิดรับสมัครของสายการบินเช่าเหมาลำแห่งหนึ่งผมจึงไปต้องเริ่มตั้งแต่การสอบ TOEIC บอกเลยภาษาอังกฤษผมห่วยแตกมากในหัวนี้พูดไรออกมาเป็นภาษาจีนหมด แต่ข้อดีคือที่นี่รับคนพูดจีน เกาหลี ญี่ปุ่น ผมเลยรีบบึ่งไปสอบ TOEIC เลยครับ
ว่าด้วยเรื่องการสอบ TOEIC
อันนี้ไม่มีอะไรมากครับไม่ต้องลงคอสเรียนซื้อหนังสือ 1 เล่ม สำหรับการสอบแบบใหม่ อ่านไป 1 รอบฝึกทำโจทย์ สำหรับผมที่ว่า Gramma ง่อยๆ ก็ต้องพึ่ง Google ไปด้วยในเรื่องที่ไม่เข้าใจ ผลออกมาคือ 640 คะแนนรวม ไม่แย่และก็ไม่ดี แต่ก็ผ่านเกณฑ์ละวะ
ว่าด้วยเรื่องของการสมัครนะครับ
เวลาสายการบินเค้าออกประกาศมาเค้าก็จะระบุเอกสารต่างๆที่ต้องเตรียมมาให้ สำหรับบบุคคลที่มีสันดรเก็บของไม่เป็นที่อย่างผมต้องตาเหลือกตาปริ้นหาทุกซอกทุกมุมที่คิดว่ามันต้องถูกเก็บอยู่เพราะผู้ชายต้องใช้เอกสารพ้นพันธะทางการทหารหรือใบ สด.9 นั้นเอง ตอนนั้นใช้เวลาทั้งวันรวบรวมครับเพราะนอกจาก สด.9 แล้วทั้ง Transcript ฉบับสมบูรณ์ ใบสอบวัดระดับภาษาจีน (HSK) เอย มันอยู่ไหนผมก็ไม่รู้แต่สุดท้ายมันอยู่ในบ้านแหละครับ จับไปสแกนเข้าเก็บไว้ใน USB สะเลย นอกจากเอกสารทั้งหมดเหล่านี้แล้วสิ่งสำคัญที่สุดคือ รูปถ่าย ตายห่าละทั้งรูปขนาดโปสการ์ดและขนาดพาสปอต (2 นิ้ว) ซึ่งเราจะสมัครแอร์ทั้งทีคงต้องใช้บริการกับร้านที่ถ่ายเพื่อสมัครแอร์โดยเฉพาะดีกว่าตอนนั้นผมถ่ายที่ร้าน[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ ไม่ได้ได้เสียหรือไปเสียตัวให้กับที่นี่นะครับแค่รู้สึกว่ามันถูกสุดละ เพราะผู้ชายไม่ต้องแต่งหน้าไปก็เลยถูกกว่าผู้หญิงอีกนิดนึง ระยะเวลาการถ่ายแปปเดียวครับแต่ต้องรอเค้าแต่งรูปและล้างออกมาใช้เวลาอีก 4 วันได้ ใครใจร้อนก็ถ่ายเก็บไว้เลยครับรูปที่ร้านนี้เค้าให้ขนาดละ 1 โหล ผมยังใช้หากินจนทุกวันนี้ครับ
ปล.ยังคงมีอีกหลายร้านนะครับติดตามได้ที่เว็ปไซต์รวบรวมสายการบินด้านบน
ก่อนวันสมัคร
ช่วงก่อนสมัครอยากให้ทุกคนพักผ่อนดูแลสุขภาพให้ดีครับอย่าไปป่วยในวันสมัครคงรู้นะครับว่ามันคงไม่ดี อีกอย่างมันคงส่อถึงว่าขนาดอยู่บนดินยังป่วยเลยแล้วไปงานบนที่ที่มีความกดอากาศสูงคงป่วยกระจุยกรรมการอาจจะไม่โอเคก็ได้นะครับ ช่วงเวลาว่างๆของวันลอง Google หาคำถามเวลาสมัครงานไม่ว่าจะงานทั่วไปหรือ Airline อย่างน้อยคำตอบที่เค้าให้มามันก็ไกด์เราไปได้ แล้วเอามาปรับเปลี่ยนให้เป็นตัวเราเอง และจงจำไว้ว่าคำตอบนั้นต้องเป็นไปในแนวบวกนะครับ
สำหรับคำถามทั่วไปก็คงไม่พ้น
-การแนะนำตัว- ส่วนตัวผมแล้วการแนะนำตัวพยายามทำให้มันกระชับที่สุดเช่น ชื่อ-นามสกุล อายุ จบจากที่ไหนมา ปัจจุบันทำงานที่ไหนตำแหน่งอะไรพร้อมกับพูดต่อไปว่าเคยผ่านกิจกรรมไรมาสักอย่าง เช่น กิจกรรมที่เพื่อสังคม อย่างผมก็พูดไปว่าเคยเป็นอาสาสมัครต่างประเทศ 1 ปีตอนนั้นสนุกมากๆเพราะได้เรียนรู้และการให้กับผู้อื่น (ส่วนตัวผมคิดว่าการบอกไปแนวนี้ทำให้กรรมการน่าจะสนใจตัวเรามากขึ้นครับเพราะอย่างน้อยถ้าแจ๊คพอทกรรมการก็จะชวนคุยเรื่องนี้อาจจะไม่ได้เจอคำถามที่น่าเบือหรือกดดัน และกรรมการคงได้เปลี่ยนเรื่องคุยด้วย)
-ปัจจุบันทำงานที่ไหน- แน่นอนครับกรรมการต้องอยากรู้ว่าเราประกอบอาชีพอะไรในปัจจุบัน เป็นงานประเภทไหน ขอให้ทุกคนตอบในแนวบวกนะครับ เพราะเค้าจะรู้ว่าไม่ว่าเราทำงานอะไรก็มีความสุขได้ทั้งนั้นแม้จะ
-ทำไมถึงอยากร่วมงานกับเรา- เอาจริงๆครับ เป็นคำถามที่หินสำหรับผม เพราะตัวผมเองเชื่อว่าอาชีพนี้มันหาความก้าวหน้าได้ยากการแข่งขันสูงเข้าไปทำงานต้องเต็มที่ครับ เก็บเกี่ยวสิ่งที่มีที่เจอให้ได้มากที่สุดอย่างผมไปสัมภาษณ์มาล่าสุดของสายการบินหนึ่งก็บอกเค้าไปว่า อาชีพนี้ถ้าอยากหาความท้าทายเก็บประสบการณ์ก็ต้องมาเจออะไรที่มากมายหลากหลายขึ้น อยา่งที่เก่าผมผู้โดยสารค่อนข้างจะระบุได้เป็นแทบไหน แล้วก็ได้บินแค่ 3 เส้นทางครับและก็อยากจะเรียนรู้ประเภทของเครื่องบินแบบใหม่ๆอย่างที่เก่าผมใช้ Boeing ที่นี่ใช้ Airbus แล้วก็ทำงานกับคนไทยด้วยกันเลยตัดสินใจอยากจะร่วมงานและเติบโตไปกับที่นี่ ตราบใดที่บริษัทินี้ให้โอกาสผมได้เรียนรู้เติบโตก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องไปที่อื่นอีกครับ (อันนี้เหมือนเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวขายตัวเองแล้วก็บอกไปด้วยว่าถ้าคุณเลือกผมผมก็ไม่ไปไหนหรอกถ้าคุณจะให้ผมเลื่อนตำแหน่งได้บ้างในอนาคต) ห้าๆ อันนี้ คหสต นะครับ
เดี๋ยวมาต่อใหม่ครับ ถ้าผิดห้องยังไงรบกวนแนะด้วยนะครับ