สวัสดีค่ะ นี่เป็นกระทู้แรก หลังจากที่ได้เป็นสมาชิกมานานมาก แอบสิงอ่านกระทู้ของท่านอื่นมาตลอด เลยขออนุญาตมาเล่าเรื่องของตัวเองให้ฟังบ้างนะคะ
ขอเล่าแบบรวดเดียวจบ ไม่อยากให้ขาดตอนค่ะ และขอเตือนไว้ก่อนเลยว่า เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้นั้น เป็น “ความเชื่อส่วนบุคคลค่ะ กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่าน” นะคะ
ปกติไม่ค่อยได้เล่าเรื่องที่เคยเจอมาให้ใครฟังเท่าไหร่ จนมาได้เจอเพจ “ขอกูไปตักน้ำมนต์ก่อนนะ” เลยคิดว่าเอาเรื่องที่เราเคยเจอมาเล่าให้คนอื่นฟังบ้างก็น่าจะโอเคนะ เรื่องราวต่างๆเกิดขึ้นมานานจนหาจุดเริ่มต้นไม่ได้ เอาเป็นว่า จะพยายามนึกและลำดับเหตุการณ์ให้ได้มากที่สุดละกันนะคะ
เรื่องแรกที่นึกขึ้นมาได้ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงที่ย้ายเข้ามาในบ้านคุณยายประมาณสมัยมัธยมต้น และเรื่องนี้ เกิดอย่างต่อเนื่องมาตลอดของช่วงมัธยมต้นเลยทีเดียว (ติดต่อกัน 3 ปีเลยทีเดียวค่ะ) ขออธิบายลักษณะบ้านก่อนนะคะ บ้านคุณยายเป็นบ้านที่สร้างมานานมากแล้วค่ะ ลักษณะเป็นบ้านไม้มีผสมกับปูนบ้างเล็กน้อยในส่วนที่มีการต่อเติมในช่วงหลังๆที่มีการปรับปรุงบ้านอยู่บ้าง
ในบ้านจะมีคุณยาย 2 ท่าน คือคุณยายแอ๊ดและคุณยายคำ ในช่วงนั้นคุณยายแอ๊ดไปช่วยกิจการส่วนตัวของเพื่อนอยู่แถวๆศรีราชา เลยห่างจากบ้านไปพักใหญ่เลยทีเดียว เลยมีแค่คุณยายคำค่ะที่อาศัยอยู่ที่บ้านตลอดเวลา แล้วก็มีครอบครัวของน้าผู้หญิง (ครอบครัวนี้มี 4 คนค่ะ พ่อ แม่ และลูกชาย 2 คน) และตัวแก้วเอง กับแม่
เราสองแม่ลูก อาศัยอยู่ในห้องเดียวกันค่ะ ขนาดของห้องก็เรียกได้ว่า อยู่กัน 2 คนนี่กว้างเหลือเฟือเลย ลักษณะของตำแหน่งต่างๆภายในห้อง (ขอแปะรูปประกอบเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้นนะคะ)
เห็นผังห้องกันไปแล้ว ทีนี้กลับมาเข้าเรื่องกันนะคะ ในสมัยนั้นโรงเรียนมัธยมที่แก้วเรียน เด็กม.ต้น บ่าย 2 กว่าๆก็เลิกเรียนกันแล้วค่ะ แล้วทีนี้ บ้านแก้วอยู่ห่างจากโรงเรียนแค่ 3 กม.เท่านั้น จึงใช้เวลาไม่นานในการเดินทางกลับบ้าน (แต่ถึงอย่างนั้น ตอนเช้าแก้วก็ไปถึง รร. ก่อน 7 โมงทุกวันเลยนะ 555+)
สิ่งที่แก้วได้เจอในช่วงนั้น มาเป็นรูปแบบเสียงค่ะ แก้วได้ยินคล้ายๆเสียงขู่ เสียงในลำคอคล้ายเสียงของสิงโต/เสือ หรือสัตว์ประเภทนี้ ดังออกมาจากใต้เตียง ครั้งแรกที่ได้ยินนี่คือ หันควับเลยค่ะ เพราะเสียงชัดมาก คิดว่าใต้เตียงมีเสือมาอยู่จริงๆ (เตียงแก้วเป็นเตียงที่ประกอบมาจากเศษไม้ตอนที่มีการปรับปรุงบ้านค่ะ แล้วก็เอาฟูกจากบ้านเก่ามาวางไว้เฉยๆค่ะ) พอหันไปดู ก็ไม่มีอะไร ก้มดูใต้เตียงก็ไม่เห็นมีอะไร มีแต่ของเก่าเก็บที่มันก็อยู่ของมันอย่างนั้นมาเนิ่นนานตั้งแต่ย้ายบ้าน (ย้ายมาตั้งแต่ประถม 4 หรือ 5 นี่ล่ะค่ะ) ก็เลยคิดเอาเอง (หรืออยากจะคิดแบบนั้นก็ไม่รู้) ว่าคงไม่มีอะไรหรอก หูคงแว่วไปเองมากกว่า จะไปมีเสืออยู่ใต้เตียงได้ไง!?!
คิดได้ดังนั้นก็ก้มหน้าก้มตาทำการบ้านต่อ แต่เหมือนเสียงนั้นอยากจะย้ำให้แก้วแน่ใจว่า เธอไม่ได้หูฝาดไปหรอกนะ เพราะพอหันหน้ากลับมาจะทำการบ้านต่อ เสียงขู่นั้นก็มาอีกแล้ว เป็นเสียงขู่ที่ออกมาจากลำคอเหมือนเดิม แต่คราวนี้ ต้นเสียงดันเปลี่ยนที่ค่ะ!!! คราวนี้มาดังอยู่ใต้ตู้เสื้อผ้าใบเล็กทางฝั่งขวาของห้อง
แรกๆแก้วก็พยายามจะหาต้นตอ หาที่มาของเสียงนั้นว่าคืออะไร ได้ยินทีไรหลอนทุกที แก้วจะได้ยินทุกครั้งที่อยู่คนเดียวค่ะ และได้ยินแต่เฉพาะในห้องนี้เท่านั้น ส่วนอื่นของตัวบ้าน ไม่เคยได้ยินเลยค่ะ หลังๆมา เลยพยายามที่จะไม่อยู่คนเดียวในห้อง รอมี้กลับมาจากทำงานละค่อยเข้าห้องด้วยกัน
เมื่อเวลาผ่านไป ความเคยชิน และชินชามักจะเกิดขึ้นค่ะ แม้แต่กับเสียงนี้ก็ยังไม่เว้น 555+ แก้วได้ยินจนรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องปกติ ธรรมดาที่ต้องได้เจอ ได้ยินอยู่ทุกวัน จนแก้วสามารถอยู่ในห้องคนเดียวได้ โดยไม่ต้องรอมี้แต่อย่างใด วันไหนได้ยินก็นอนฟังบ้าง นั่งฟังบ้าง คิดเองอยู่คนเดียวเงียบๆว่า “เออ วันนี้อยู่ใต้ตู้วุ้ย หรือ เอะ วันนี้อยู่ใต้เตียงแหะ”
แต่เสียงนี้เค้าจะไม่ไปอยู่ในที่ๆไม่มีพื้นที่ข้างใต้นะคะ อย่างตู้เสื้อผ้าอีกใบเป็นแบบวางแนบกับพื้น ไม่มีช่องว่างใต้ตู้ แก้วก็ไม่เคยได้ยินเสียงออกมาจากตรงนั้นเลยค่ะ หรือกับตู้วางของอีกใบที่ไม่มีพื้นที่ว่างข้างล่างก็ไม่เคยได้ยินเช่นกันค่ะ
ยิ่งมาช่วงหลังๆ ที่ลดความกลัวไปได้มากแล้ว (ถึงจะแทบไม่รู้สึก แต่ลึกๆก็ยังหวั่นๆอยู่นะค๊า) มาให้ได้ยินบ่อยเชียวค่ะ เรียกได้ว่า แทบจะทุกครั้งที่อยู่คนเดียวเลย แต่ก็ทำใจดีสู้เสือไปค่ะ แสดงออกไปว่าชั้นไม่หวั่น ชั้นไม่กลัว (แต่จริงๆหวั่นไหวมาก 5555+)
จนกระทั่งวันนึงค่ะ แก้วก็กลับมาจากโรงเรียน แล้วมานั่งทำการบ้านอยู่ตามปกติ ด้านหลังแก้ว ตรงกับประตูห้องใช่มั้ยคะ (อธิบายก่อนนะคะ ประตูห้องแก้วเป็นประตูมุ้งลวด แล้วก็จะมีประตูไม้อยู่ด้านนอกทับมุ้งลวดอีกทีค่ะ) ส่วนของประตูไม้จะเปิดไว้ตลอดเวลาค่ะ ปิดเฉพาะตอนนอนเท่านั้น ส่วนมุ้งลวดก็ปิดเอาไว้เป็นปกติค่ะ แก้วก็นั่งทำงานไป ซักพักมีเสียงประตูมุ้งลวดเปิด ตอนแรกก็นึกว่ายายมา เลยไม่ได้หันไปดู แล้วก็มีเสียงประตูปิดดัง ปึ้ง!! ดังมากค่ะ จนต้องหันไป กะจะหันไปคุยกับยาย แต่ที่แก้วเห็น มีแต่ความว่างเปล่าค่ะ
ลองนึกภาพดูนะคะ ประตูปิดปึ้ง หันไปอ้าปากจะคุยกับยาย แต่ไม่มีอะไรเลย ถึงกับอ้าปากค้างเลยค่ะ แล้วค่อยหันกลับมา นั่งทบทวนกับตัวเองว่า
“เมื่อกี้นี้ ชั้นได้ยินเสียงประตูจริงๆใช่มั้ย”
“เอะ หรือชั้นหูฝาด??”
“บ้า แต่ถ้าหูฝาด แล้วจะได้ยินทั้งเปิด ทั้งปิดชัดเจน 4D ขนาดนี้เลยหรอออ?”
“หรือจะลมพัด?? แต่ลมที่ไหนจะมาพัด นี่ในบ้านนะ”
ระหว่างที่กำลังเรียกสติตัวเองด้วยการถามเองตอบเองอยู่นั้น ก็รับรู้ได้ถึงคำตอบเลยค่ะ เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นอีกแล้ว แต่คราวนี้ เสียงนั้นไม่ได้ดังตามใต้ตู้ ใต้เตียงอีกแล้ว มาดังอยู่ข้างหลังแก้วเลยค่ะ ดังชนิดที่เหมือนพี่ท่านยืนอยู่ตรงประตูห้องเลยค่ะ การได้ยินครั้งนั้นทำให้แก้วไม่กล้าหันไปมองหาต้นเสียงเหมือนที่เคยทำเป็นปกติอีกแล้ว ได้แต่นั่งตัวแข็งอยู่บนเก้าอี้ จากตอนแรกที่คิดแต่เรื่องประตู ตอนนี้กลายเป็นว่า แก้วเอาแต่คิดว่า
“ไงล่ะ มาละไง เอาไงดี ก้มหน้าทำการบ้านต่อ ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ หรือหลับตาแล้ววิ่งออกจากห้องดีว๊า??”
ยังไม่ทันจะได้คำตอบว่าจะทำไงดี คุณพี่ท่านก็ขยับใกล้เข้ามาจากตำแหน่งหน้าประตู มายืนอยู่ข้างหลัง ถ้าจะถามว่า แก้วมองไม่เห็นแล้วรู้ได้ยังไงว่าเค้ามายืนอยู่ข้างหลัง บอกได้เลยค่ะว่า มันรู้สึก และสัมผัสได้เลยว่าเค้ายืนอยู่ตรงนั้น ความรู้สึกที่คนเค้าบอกกันว่า ขนหัวลุกเป็นยังไง ตอนนั้นนี่เข้าใจอย่างแจ่มแจ้งเลยค่ะ ขนลุกทั้งตัวตั้งแต่ขาขึ้นไปยันหนังหัวเลยทีเดียวค่ะ ที่สำคัญ พี่ท่านไม่ได้มายืนอยู่เฉยๆ (แค่ยืนเฉยๆก็กลัวจะแย่แล้ววว) แต่ดันมาหายใจรดต้นคออยู่ 2-3 ฟืด พร้อมด้วยเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ (จริงๆอยากพิมพ์บอกลักษณะเสียงว่าออกมาเป็นยังไง แต่อธิบายไม่ถูกจริงๆค่ะ) ปกติได้ยินอยู่ไกลๆก็น่ากลัวอยู่แล้ว นี่พี่มาหายใจรดต้นคอหนูเลย บอกเลย คอแข็งไปเลยค่ะตอนนั้น ไม่กล้าหัน ไม่ขยับ ไม่อะไรทั้งนั้น หลับตาปี๋ กลัวมากกกกก( ก.ไก่ ล้านตัว) จนในที่สุดตัดสินใจกัดฟัน หลับตาแล้ววิ่งออกนอกห้องค่ะ!!!
ออกมานอกห้องตัวเองได้ รีบวิ่งไปหายายก่อนเลยค่ะ มือไม้เย็นเฉียบ ได้แต่ไปนั่งใจสั่นอยู่ในห้องยาย
ยายก็ถามว่า “เป็นอะไร?”
ตอบยายไปว่า “เปล่า ไม่ได้เป็นไร”
แล้วถามยายกลับไปว่า “ยายจ๋า มะกี้ยายเดินไปห้องหนูมาป่าว?” (ยังจะถามอีก!!)
พอยายตอบมาว่า “เปล่า ยายอยู่ในห้องนี่แหละ” เท่านั้นล่ะ ไม่กลับเข้าไปในห้องอีกเลย จนมี้กลับมาถึงได้กล้าเข้าไป
ครั้งนั้นเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้เจอเสียงนั้น ไม่รู้ว่าพี่ท่านหายไปไหนแล้ว หรือยังอยู่นี่ล่ะ แต่เบื่อจะแกล้งแก้วแล้วมั้ยก็ไม่รู้ คงกะว่า หลอนส่งท้ายก่อนจะหายไป ต้องขอจัดแบบเด็ดๆ เอาให้จำไปนานๆ
ปล. นี่ก็จำไม่เคยลืมมานานมากกก แล้วจะค่อยๆรำลึกเรื่องอื่นมาเล่าให้ฟังอีกนะ มีอีกเยอะ 555+
เล่าประสบการณ์หลอน...เสียงที่ไม่มีตัวตน
ขอเล่าแบบรวดเดียวจบ ไม่อยากให้ขาดตอนค่ะ และขอเตือนไว้ก่อนเลยว่า เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้นั้น เป็น “ความเชื่อส่วนบุคคลค่ะ กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่าน” นะคะ
ปกติไม่ค่อยได้เล่าเรื่องที่เคยเจอมาให้ใครฟังเท่าไหร่ จนมาได้เจอเพจ “ขอกูไปตักน้ำมนต์ก่อนนะ” เลยคิดว่าเอาเรื่องที่เราเคยเจอมาเล่าให้คนอื่นฟังบ้างก็น่าจะโอเคนะ เรื่องราวต่างๆเกิดขึ้นมานานจนหาจุดเริ่มต้นไม่ได้ เอาเป็นว่า จะพยายามนึกและลำดับเหตุการณ์ให้ได้มากที่สุดละกันนะคะ
เรื่องแรกที่นึกขึ้นมาได้ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงที่ย้ายเข้ามาในบ้านคุณยายประมาณสมัยมัธยมต้น และเรื่องนี้ เกิดอย่างต่อเนื่องมาตลอดของช่วงมัธยมต้นเลยทีเดียว (ติดต่อกัน 3 ปีเลยทีเดียวค่ะ) ขออธิบายลักษณะบ้านก่อนนะคะ บ้านคุณยายเป็นบ้านที่สร้างมานานมากแล้วค่ะ ลักษณะเป็นบ้านไม้มีผสมกับปูนบ้างเล็กน้อยในส่วนที่มีการต่อเติมในช่วงหลังๆที่มีการปรับปรุงบ้านอยู่บ้าง
ในบ้านจะมีคุณยาย 2 ท่าน คือคุณยายแอ๊ดและคุณยายคำ ในช่วงนั้นคุณยายแอ๊ดไปช่วยกิจการส่วนตัวของเพื่อนอยู่แถวๆศรีราชา เลยห่างจากบ้านไปพักใหญ่เลยทีเดียว เลยมีแค่คุณยายคำค่ะที่อาศัยอยู่ที่บ้านตลอดเวลา แล้วก็มีครอบครัวของน้าผู้หญิง (ครอบครัวนี้มี 4 คนค่ะ พ่อ แม่ และลูกชาย 2 คน) และตัวแก้วเอง กับแม่
เราสองแม่ลูก อาศัยอยู่ในห้องเดียวกันค่ะ ขนาดของห้องก็เรียกได้ว่า อยู่กัน 2 คนนี่กว้างเหลือเฟือเลย ลักษณะของตำแหน่งต่างๆภายในห้อง (ขอแปะรูปประกอบเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้นนะคะ)
เห็นผังห้องกันไปแล้ว ทีนี้กลับมาเข้าเรื่องกันนะคะ ในสมัยนั้นโรงเรียนมัธยมที่แก้วเรียน เด็กม.ต้น บ่าย 2 กว่าๆก็เลิกเรียนกันแล้วค่ะ แล้วทีนี้ บ้านแก้วอยู่ห่างจากโรงเรียนแค่ 3 กม.เท่านั้น จึงใช้เวลาไม่นานในการเดินทางกลับบ้าน (แต่ถึงอย่างนั้น ตอนเช้าแก้วก็ไปถึง รร. ก่อน 7 โมงทุกวันเลยนะ 555+)
สิ่งที่แก้วได้เจอในช่วงนั้น มาเป็นรูปแบบเสียงค่ะ แก้วได้ยินคล้ายๆเสียงขู่ เสียงในลำคอคล้ายเสียงของสิงโต/เสือ หรือสัตว์ประเภทนี้ ดังออกมาจากใต้เตียง ครั้งแรกที่ได้ยินนี่คือ หันควับเลยค่ะ เพราะเสียงชัดมาก คิดว่าใต้เตียงมีเสือมาอยู่จริงๆ (เตียงแก้วเป็นเตียงที่ประกอบมาจากเศษไม้ตอนที่มีการปรับปรุงบ้านค่ะ แล้วก็เอาฟูกจากบ้านเก่ามาวางไว้เฉยๆค่ะ) พอหันไปดู ก็ไม่มีอะไร ก้มดูใต้เตียงก็ไม่เห็นมีอะไร มีแต่ของเก่าเก็บที่มันก็อยู่ของมันอย่างนั้นมาเนิ่นนานตั้งแต่ย้ายบ้าน (ย้ายมาตั้งแต่ประถม 4 หรือ 5 นี่ล่ะค่ะ) ก็เลยคิดเอาเอง (หรืออยากจะคิดแบบนั้นก็ไม่รู้) ว่าคงไม่มีอะไรหรอก หูคงแว่วไปเองมากกว่า จะไปมีเสืออยู่ใต้เตียงได้ไง!?!
คิดได้ดังนั้นก็ก้มหน้าก้มตาทำการบ้านต่อ แต่เหมือนเสียงนั้นอยากจะย้ำให้แก้วแน่ใจว่า เธอไม่ได้หูฝาดไปหรอกนะ เพราะพอหันหน้ากลับมาจะทำการบ้านต่อ เสียงขู่นั้นก็มาอีกแล้ว เป็นเสียงขู่ที่ออกมาจากลำคอเหมือนเดิม แต่คราวนี้ ต้นเสียงดันเปลี่ยนที่ค่ะ!!! คราวนี้มาดังอยู่ใต้ตู้เสื้อผ้าใบเล็กทางฝั่งขวาของห้อง
แรกๆแก้วก็พยายามจะหาต้นตอ หาที่มาของเสียงนั้นว่าคืออะไร ได้ยินทีไรหลอนทุกที แก้วจะได้ยินทุกครั้งที่อยู่คนเดียวค่ะ และได้ยินแต่เฉพาะในห้องนี้เท่านั้น ส่วนอื่นของตัวบ้าน ไม่เคยได้ยินเลยค่ะ หลังๆมา เลยพยายามที่จะไม่อยู่คนเดียวในห้อง รอมี้กลับมาจากทำงานละค่อยเข้าห้องด้วยกัน
เมื่อเวลาผ่านไป ความเคยชิน และชินชามักจะเกิดขึ้นค่ะ แม้แต่กับเสียงนี้ก็ยังไม่เว้น 555+ แก้วได้ยินจนรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องปกติ ธรรมดาที่ต้องได้เจอ ได้ยินอยู่ทุกวัน จนแก้วสามารถอยู่ในห้องคนเดียวได้ โดยไม่ต้องรอมี้แต่อย่างใด วันไหนได้ยินก็นอนฟังบ้าง นั่งฟังบ้าง คิดเองอยู่คนเดียวเงียบๆว่า “เออ วันนี้อยู่ใต้ตู้วุ้ย หรือ เอะ วันนี้อยู่ใต้เตียงแหะ”
แต่เสียงนี้เค้าจะไม่ไปอยู่ในที่ๆไม่มีพื้นที่ข้างใต้นะคะ อย่างตู้เสื้อผ้าอีกใบเป็นแบบวางแนบกับพื้น ไม่มีช่องว่างใต้ตู้ แก้วก็ไม่เคยได้ยินเสียงออกมาจากตรงนั้นเลยค่ะ หรือกับตู้วางของอีกใบที่ไม่มีพื้นที่ว่างข้างล่างก็ไม่เคยได้ยินเช่นกันค่ะ
ยิ่งมาช่วงหลังๆ ที่ลดความกลัวไปได้มากแล้ว (ถึงจะแทบไม่รู้สึก แต่ลึกๆก็ยังหวั่นๆอยู่นะค๊า) มาให้ได้ยินบ่อยเชียวค่ะ เรียกได้ว่า แทบจะทุกครั้งที่อยู่คนเดียวเลย แต่ก็ทำใจดีสู้เสือไปค่ะ แสดงออกไปว่าชั้นไม่หวั่น ชั้นไม่กลัว (แต่จริงๆหวั่นไหวมาก 5555+)
จนกระทั่งวันนึงค่ะ แก้วก็กลับมาจากโรงเรียน แล้วมานั่งทำการบ้านอยู่ตามปกติ ด้านหลังแก้ว ตรงกับประตูห้องใช่มั้ยคะ (อธิบายก่อนนะคะ ประตูห้องแก้วเป็นประตูมุ้งลวด แล้วก็จะมีประตูไม้อยู่ด้านนอกทับมุ้งลวดอีกทีค่ะ) ส่วนของประตูไม้จะเปิดไว้ตลอดเวลาค่ะ ปิดเฉพาะตอนนอนเท่านั้น ส่วนมุ้งลวดก็ปิดเอาไว้เป็นปกติค่ะ แก้วก็นั่งทำงานไป ซักพักมีเสียงประตูมุ้งลวดเปิด ตอนแรกก็นึกว่ายายมา เลยไม่ได้หันไปดู แล้วก็มีเสียงประตูปิดดัง ปึ้ง!! ดังมากค่ะ จนต้องหันไป กะจะหันไปคุยกับยาย แต่ที่แก้วเห็น มีแต่ความว่างเปล่าค่ะ
ลองนึกภาพดูนะคะ ประตูปิดปึ้ง หันไปอ้าปากจะคุยกับยาย แต่ไม่มีอะไรเลย ถึงกับอ้าปากค้างเลยค่ะ แล้วค่อยหันกลับมา นั่งทบทวนกับตัวเองว่า
“เมื่อกี้นี้ ชั้นได้ยินเสียงประตูจริงๆใช่มั้ย”
“เอะ หรือชั้นหูฝาด??”
“บ้า แต่ถ้าหูฝาด แล้วจะได้ยินทั้งเปิด ทั้งปิดชัดเจน 4D ขนาดนี้เลยหรอออ?”
“หรือจะลมพัด?? แต่ลมที่ไหนจะมาพัด นี่ในบ้านนะ”
ระหว่างที่กำลังเรียกสติตัวเองด้วยการถามเองตอบเองอยู่นั้น ก็รับรู้ได้ถึงคำตอบเลยค่ะ เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นอีกแล้ว แต่คราวนี้ เสียงนั้นไม่ได้ดังตามใต้ตู้ ใต้เตียงอีกแล้ว มาดังอยู่ข้างหลังแก้วเลยค่ะ ดังชนิดที่เหมือนพี่ท่านยืนอยู่ตรงประตูห้องเลยค่ะ การได้ยินครั้งนั้นทำให้แก้วไม่กล้าหันไปมองหาต้นเสียงเหมือนที่เคยทำเป็นปกติอีกแล้ว ได้แต่นั่งตัวแข็งอยู่บนเก้าอี้ จากตอนแรกที่คิดแต่เรื่องประตู ตอนนี้กลายเป็นว่า แก้วเอาแต่คิดว่า
“ไงล่ะ มาละไง เอาไงดี ก้มหน้าทำการบ้านต่อ ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ หรือหลับตาแล้ววิ่งออกจากห้องดีว๊า??”
ยังไม่ทันจะได้คำตอบว่าจะทำไงดี คุณพี่ท่านก็ขยับใกล้เข้ามาจากตำแหน่งหน้าประตู มายืนอยู่ข้างหลัง ถ้าจะถามว่า แก้วมองไม่เห็นแล้วรู้ได้ยังไงว่าเค้ามายืนอยู่ข้างหลัง บอกได้เลยค่ะว่า มันรู้สึก และสัมผัสได้เลยว่าเค้ายืนอยู่ตรงนั้น ความรู้สึกที่คนเค้าบอกกันว่า ขนหัวลุกเป็นยังไง ตอนนั้นนี่เข้าใจอย่างแจ่มแจ้งเลยค่ะ ขนลุกทั้งตัวตั้งแต่ขาขึ้นไปยันหนังหัวเลยทีเดียวค่ะ ที่สำคัญ พี่ท่านไม่ได้มายืนอยู่เฉยๆ (แค่ยืนเฉยๆก็กลัวจะแย่แล้ววว) แต่ดันมาหายใจรดต้นคออยู่ 2-3 ฟืด พร้อมด้วยเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ (จริงๆอยากพิมพ์บอกลักษณะเสียงว่าออกมาเป็นยังไง แต่อธิบายไม่ถูกจริงๆค่ะ) ปกติได้ยินอยู่ไกลๆก็น่ากลัวอยู่แล้ว นี่พี่มาหายใจรดต้นคอหนูเลย บอกเลย คอแข็งไปเลยค่ะตอนนั้น ไม่กล้าหัน ไม่ขยับ ไม่อะไรทั้งนั้น หลับตาปี๋ กลัวมากกกกก( ก.ไก่ ล้านตัว) จนในที่สุดตัดสินใจกัดฟัน หลับตาแล้ววิ่งออกนอกห้องค่ะ!!!
ออกมานอกห้องตัวเองได้ รีบวิ่งไปหายายก่อนเลยค่ะ มือไม้เย็นเฉียบ ได้แต่ไปนั่งใจสั่นอยู่ในห้องยาย
ยายก็ถามว่า “เป็นอะไร?”
ตอบยายไปว่า “เปล่า ไม่ได้เป็นไร”
แล้วถามยายกลับไปว่า “ยายจ๋า มะกี้ยายเดินไปห้องหนูมาป่าว?” (ยังจะถามอีก!!)
พอยายตอบมาว่า “เปล่า ยายอยู่ในห้องนี่แหละ” เท่านั้นล่ะ ไม่กลับเข้าไปในห้องอีกเลย จนมี้กลับมาถึงได้กล้าเข้าไป
ครั้งนั้นเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้เจอเสียงนั้น ไม่รู้ว่าพี่ท่านหายไปไหนแล้ว หรือยังอยู่นี่ล่ะ แต่เบื่อจะแกล้งแก้วแล้วมั้ยก็ไม่รู้ คงกะว่า หลอนส่งท้ายก่อนจะหายไป ต้องขอจัดแบบเด็ดๆ เอาให้จำไปนานๆ
ปล. นี่ก็จำไม่เคยลืมมานานมากกก แล้วจะค่อยๆรำลึกเรื่องอื่นมาเล่าให้ฟังอีกนะ มีอีกเยอะ 555+