บทความและเนื้อหาที่ผมจะยกมาอ้างอิงมานี้อาจจะเป็นบทความที่เก่าล้าสมัยไปบ้าง แต่มันทำให้รู้สึกคำว่า ทรงคุณค่า อบอุ่นในหัวใจและทำให้หลายคนได้รับรู้ว่าฟุตบอลมันสอนอะไรให้เรารู้จักได้มากกว่าความสนุก
"รุ่งทิวา" คือสาวไทยที่แต่งงานกับ "พอล เลนนอน" หนุ่มชาวสก็อตแลนด์ และย้ายมาอยู่เมืองไทย แต่พวกเขาโชคร้ายที่ลูกชายของพวกเขาเกิดมาพร้อมกับอาการดาวน์ซินโดรม
ลูกชายเขาถูกปฏิเสธจากทุกโรงเรียนที่ไปสมัครเข้าเรียน พอลท้อถอยและระบายให้เพื่อนฝูงที่สก็อตแลนด์ฟัง พอลกับเพื่อนคือแฟนตัวยงของ สโมสรกลาสโกว์ เซลติก แห่งศึก สก็อตติช พรีเมียร์ และจากการระบายให้เพื่อนฟังนั่นเองทำให้เกิดเรื่องราวอันน่าประทับใจขึ้น ที่แม้แต่พอลกับรุ่งทิวาเองก็คาดไม่ถึงว่ามันจะเกิดขึ้น
พวกเขาถูกปฏิเสธจากคนไทยด้วยกันในการรับลูกชายของพวกเขาเข้าเรียน จนกระทั่งเขาได้รับการต้อนรับจาก โรงเรียนเตรียมศึกษานายายอาม ต.นายายอาม อ.นายายอาม จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นสุดยอดโรงเรียนที่รับลูกชายของพวกเขาและเด็กที่เป็นดาวน์ซินโรมอีกหลายคนเข้าเรียนโดยไม่มีท่าทีรังเกียจอันใดเลย
แต่เนื่องจากเป็นโรงเรียนเอกชนที่ไร้ซึ่งผู้สนับสนุน เพราะเป็นโรงเรียนที่ต้องใช้ความสามารถของบุคลากรอย่างหนักเพื่อที่จะสอนเด็กที่มีความผิดปรกติ ไม่มีใครอยากสอนเด็กพิการเพื่อแลกกับค่าจ้างปรกติกันหรอก โรงเรียนนายายอาม เป็นยอดโรงเรียนที่
ไร้การเหลียวแลจากรัฐบาล หรือหน่วยงานใดๆ พอล ระบายให้เพื่อนฝูงชาวสก็อตฟังถึงความยากลำบากครั้งนี้ โดยไม่คาดหวังอันใดเลย เขาแค่อยากระบายให้เพื่อนฟัง
และแล้วเรื่องก็ลามไปเข้าหูคนวงในทีมเซลติกเข้า จากการบอกต่อๆกันไป สโมสรดังแห่งสก็อตตัดสินใจยื่นมือเข้าช่วยเหลือโรงเรียนนายายอาม ทั้งด้านการเงิน ด้านกิจกรรม และการระดมทุน โดยที่
องค์กรต่างๆในประเทศไทยเองก็รู้สึกเสียหน้าไม่น้อย ก็แหงล่ะ โรคดาวน์ซินโดรม ในไทยนั้นยังถูกเข้าใจว่าเป็นแค่ความปัญญาอ่อนที่ไม่น่าสนับสนุน ทำแล้วได้อะไร แต่หารู้ไม่ว่าประเทศที่เจริญแล้วเขามักใส่ใจกับอะไรอย่างนี้กันมาก
เซลติกประสานงานมาถึงพอลในเรื่องการช่วยเหลือต่างๆแบบเงียบๆ ทางโรงเรียนทั้งครูและเด็กๆต่างซาบซึ้งในน้ำใจเพื่อนร่วมโลกครั้งนี้ของเซลติก พวกเขาจึงทำคลิปร้องเพลงประสานเสียงขึ้นมาเพื่อขอบคุณทีมม้าลายเขียวขาวในน้ำใจของพวกเขาครั้งนี้ ทางเซลติกต่างดูคลิปด้วยความปลาบปลื้มยินดี เพลงที่ใช้กีต้าร์ตัวเดียวและมีนักร้องตัวน้อยหลายๆคนช่วยร่วมกันร้องถูกนำไปเปิดกระหึ่มสนามเซลติกพาร์ก มันคือเพลงที่ทรงพลังกระชากน้ำตาคนทั้งสนามได้อย่างมหัศจรรย์

จนกระทั่งทางเซลติกยื่นเรื่องมาให้พอลว่าทางสโมสรจะขอเชิญให้เด็กเหล่านี้ทั้งที่ปรกติ ทั้งเด็กดาวน์ซินโดรม ไปเดินโชว์ตัวร่วมร้องเพลงในสนาม พร้อมกับการให้นักเตะที่ลงเตะในวันนั้นร่วม 18 คน ทั้งตัวจริงและตัวสำรอง สวมเสื้อที่สกรีนชื่อนักเตะด้วยภาษาไทย ซึ่งต่อมานั้นเสื้อเซลติกที่สกรีนชื่อภาษาไทยมันเป็นเสื้อที่มีมูลค่าและทรงคุณค่ามากๆ
ในสนามวันนั้น เหล่าเด็กไทยจากนายายอาม ร่วมกันเดินโบกธงสะบัดพร้อมร้องเพลงร่วมกับแฟนๆบอลเซลติกกระหึ่มสนาม นักเตะลงเตะด้วยเสื้อทีมที่สกรีนภาษาไทย มันเป็นความยิ่งใหญ่ที่แฝงไปด้วยความเมตตาต่อเพื่อนร่วมโลกที่สุดเท่าที่คนต่างชาติพันธุ์จะมอบให้แด่กันได้
วันนั้นจบลงอย่างงดงามพร้อมชัยชนะท่วมท้นของเซลติก แต่ชัยชนะในสนามมันดูเล็กน้อยไปเลยหากเทียบกับชัยชนะที่เหล่าเด็กๆมอบให้สโมสรที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้ เสื้อนักฟุตบอลสกรีนเป็นภาษาไทยวันนั้นถูกนำไปประมูลเพื่อนำรายได้เข้าสู่โรงเรียนนายายอาม บริษัทเบียร์ชื่อดังเข้าร่วมประมูลมาได้ 7 ตัว แล้วมอบมันกลับคืนให้เด็กๆนายายอาม พร้อมกับบริจาคให้อีก 3 แสนบาท(ไวจริงๆ ก่อนนี้ไม่ยักกะสนใจครับ แต่ก็ถือว่าเยี่ยม)
ปัจจุบัน พอล และ รุ่งทิวา รับหน้าที่สอนภาษาอังกฤษให้เด็กๆโรงเรียนนายายอาม เซลติกยังคงให้ความช่วยเหลือต่อมา และทุกครั้งที่มีโอกาสก็มักจะเชิญชวนเด็กไทยโรงเรียนนายายอามไปร่วมเดินขบวนขับร้องเพลงของทีมในสนาม
มันคือความประทับใจที่ต้องรอให้คนต่างชาติต่างพันธุ์เห็นก่อนนะครับ เพราะขนาดที่ว่าไม่รับเด็กดาวน์ซินโดรมเข้าเรียนนี่ก็ถือว่าแย่แล้ว บทความที่เขียนขึ้นมานี้มันมีทั้งความน่าประทับใจและน่าอับอายแฝงอยู่ในนั้นด้วย ขอบคุณ กลาสโกว์ เซลติก
เพลงเชียร์ที่เด็กไทยร้องเขาก็เอาไปร้องเชียร์ในสนามแข่งขัน





นัดเจอบาซ่า
เครดิตดีๆ : เฟซบุ๊คเพจ : Referee no 4 ,
http://www.soccersuck.com/boards/topic/1341795
ปล. ผมรู้สึกดีและรู้สึกเห็นช่องว่างในสังคมว่ามันสะท้อนถึงการไร้ความเหลียวแลของภาครัฐและเอกชนอย่างจริงๆ (หรือบางครั้งก็เข้ามาก็ต่อเมื่อมันประเด็นพูดถึงอย่างกว้างขวางในสังคม เป็นการสร้างเครดิตชื่อเสียงให้ตัวเอง) ประเทศพัฒนาแล้วเขาไม่ได้ละเลยหรือมองเป็นเรื่องไกลตัว
เด็กดาวน์ซินโดรมกับสโมสรเซลติก ความรู้สึกดีๆที่มีค่ามากกว่าคำว่า"ฟุตบอล"
"รุ่งทิวา" คือสาวไทยที่แต่งงานกับ "พอล เลนนอน" หนุ่มชาวสก็อตแลนด์ และย้ายมาอยู่เมืองไทย แต่พวกเขาโชคร้ายที่ลูกชายของพวกเขาเกิดมาพร้อมกับอาการดาวน์ซินโดรม
ลูกชายเขาถูกปฏิเสธจากทุกโรงเรียนที่ไปสมัครเข้าเรียน พอลท้อถอยและระบายให้เพื่อนฝูงที่สก็อตแลนด์ฟัง พอลกับเพื่อนคือแฟนตัวยงของ สโมสรกลาสโกว์ เซลติก แห่งศึก สก็อตติช พรีเมียร์ และจากการระบายให้เพื่อนฟังนั่นเองทำให้เกิดเรื่องราวอันน่าประทับใจขึ้น ที่แม้แต่พอลกับรุ่งทิวาเองก็คาดไม่ถึงว่ามันจะเกิดขึ้น
พวกเขาถูกปฏิเสธจากคนไทยด้วยกันในการรับลูกชายของพวกเขาเข้าเรียน จนกระทั่งเขาได้รับการต้อนรับจาก โรงเรียนเตรียมศึกษานายายอาม ต.นายายอาม อ.นายายอาม จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นสุดยอดโรงเรียนที่รับลูกชายของพวกเขาและเด็กที่เป็นดาวน์ซินโรมอีกหลายคนเข้าเรียนโดยไม่มีท่าทีรังเกียจอันใดเลย
แต่เนื่องจากเป็นโรงเรียนเอกชนที่ไร้ซึ่งผู้สนับสนุน เพราะเป็นโรงเรียนที่ต้องใช้ความสามารถของบุคลากรอย่างหนักเพื่อที่จะสอนเด็กที่มีความผิดปรกติ ไม่มีใครอยากสอนเด็กพิการเพื่อแลกกับค่าจ้างปรกติกันหรอก โรงเรียนนายายอาม เป็นยอดโรงเรียนที่ไร้การเหลียวแลจากรัฐบาล หรือหน่วยงานใดๆ พอล ระบายให้เพื่อนฝูงชาวสก็อตฟังถึงความยากลำบากครั้งนี้ โดยไม่คาดหวังอันใดเลย เขาแค่อยากระบายให้เพื่อนฟัง
และแล้วเรื่องก็ลามไปเข้าหูคนวงในทีมเซลติกเข้า จากการบอกต่อๆกันไป สโมสรดังแห่งสก็อตตัดสินใจยื่นมือเข้าช่วยเหลือโรงเรียนนายายอาม ทั้งด้านการเงิน ด้านกิจกรรม และการระดมทุน โดยที่องค์กรต่างๆในประเทศไทยเองก็รู้สึกเสียหน้าไม่น้อย ก็แหงล่ะ โรคดาวน์ซินโดรม ในไทยนั้นยังถูกเข้าใจว่าเป็นแค่ความปัญญาอ่อนที่ไม่น่าสนับสนุน ทำแล้วได้อะไร แต่หารู้ไม่ว่าประเทศที่เจริญแล้วเขามักใส่ใจกับอะไรอย่างนี้กันมาก
เซลติกประสานงานมาถึงพอลในเรื่องการช่วยเหลือต่างๆแบบเงียบๆ ทางโรงเรียนทั้งครูและเด็กๆต่างซาบซึ้งในน้ำใจเพื่อนร่วมโลกครั้งนี้ของเซลติก พวกเขาจึงทำคลิปร้องเพลงประสานเสียงขึ้นมาเพื่อขอบคุณทีมม้าลายเขียวขาวในน้ำใจของพวกเขาครั้งนี้ ทางเซลติกต่างดูคลิปด้วยความปลาบปลื้มยินดี เพลงที่ใช้กีต้าร์ตัวเดียวและมีนักร้องตัวน้อยหลายๆคนช่วยร่วมกันร้องถูกนำไปเปิดกระหึ่มสนามเซลติกพาร์ก มันคือเพลงที่ทรงพลังกระชากน้ำตาคนทั้งสนามได้อย่างมหัศจรรย์
จนกระทั่งทางเซลติกยื่นเรื่องมาให้พอลว่าทางสโมสรจะขอเชิญให้เด็กเหล่านี้ทั้งที่ปรกติ ทั้งเด็กดาวน์ซินโดรม ไปเดินโชว์ตัวร่วมร้องเพลงในสนาม พร้อมกับการให้นักเตะที่ลงเตะในวันนั้นร่วม 18 คน ทั้งตัวจริงและตัวสำรอง สวมเสื้อที่สกรีนชื่อนักเตะด้วยภาษาไทย ซึ่งต่อมานั้นเสื้อเซลติกที่สกรีนชื่อภาษาไทยมันเป็นเสื้อที่มีมูลค่าและทรงคุณค่ามากๆ
ในสนามวันนั้น เหล่าเด็กไทยจากนายายอาม ร่วมกันเดินโบกธงสะบัดพร้อมร้องเพลงร่วมกับแฟนๆบอลเซลติกกระหึ่มสนาม นักเตะลงเตะด้วยเสื้อทีมที่สกรีนภาษาไทย มันเป็นความยิ่งใหญ่ที่แฝงไปด้วยความเมตตาต่อเพื่อนร่วมโลกที่สุดเท่าที่คนต่างชาติพันธุ์จะมอบให้แด่กันได้
วันนั้นจบลงอย่างงดงามพร้อมชัยชนะท่วมท้นของเซลติก แต่ชัยชนะในสนามมันดูเล็กน้อยไปเลยหากเทียบกับชัยชนะที่เหล่าเด็กๆมอบให้สโมสรที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้ เสื้อนักฟุตบอลสกรีนเป็นภาษาไทยวันนั้นถูกนำไปประมูลเพื่อนำรายได้เข้าสู่โรงเรียนนายายอาม บริษัทเบียร์ชื่อดังเข้าร่วมประมูลมาได้ 7 ตัว แล้วมอบมันกลับคืนให้เด็กๆนายายอาม พร้อมกับบริจาคให้อีก 3 แสนบาท(ไวจริงๆ ก่อนนี้ไม่ยักกะสนใจครับ แต่ก็ถือว่าเยี่ยม)
ปัจจุบัน พอล และ รุ่งทิวา รับหน้าที่สอนภาษาอังกฤษให้เด็กๆโรงเรียนนายายอาม เซลติกยังคงให้ความช่วยเหลือต่อมา และทุกครั้งที่มีโอกาสก็มักจะเชิญชวนเด็กไทยโรงเรียนนายายอามไปร่วมเดินขบวนขับร้องเพลงของทีมในสนาม
มันคือความประทับใจที่ต้องรอให้คนต่างชาติต่างพันธุ์เห็นก่อนนะครับ เพราะขนาดที่ว่าไม่รับเด็กดาวน์ซินโดรมเข้าเรียนนี่ก็ถือว่าแย่แล้ว บทความที่เขียนขึ้นมานี้มันมีทั้งความน่าประทับใจและน่าอับอายแฝงอยู่ในนั้นด้วย ขอบคุณ กลาสโกว์ เซลติก
เพลงเชียร์ที่เด็กไทยร้องเขาก็เอาไปร้องเชียร์ในสนามแข่งขัน
เครดิตดีๆ : เฟซบุ๊คเพจ : Referee no 4 , http://www.soccersuck.com/boards/topic/1341795
ปล. ผมรู้สึกดีและรู้สึกเห็นช่องว่างในสังคมว่ามันสะท้อนถึงการไร้ความเหลียวแลของภาครัฐและเอกชนอย่างจริงๆ (หรือบางครั้งก็เข้ามาก็ต่อเมื่อมันประเด็นพูดถึงอย่างกว้างขวางในสังคม เป็นการสร้างเครดิตชื่อเสียงให้ตัวเอง) ประเทศพัฒนาแล้วเขาไม่ได้ละเลยหรือมองเป็นเรื่องไกลตัว