สวัสดีค่ะเพื่อนๆ นี่เป็นกระทู้แรกของเรานะคะ ถ้าผิดพลาดขออภัยด้วยน้าา
ถ้าใครขี้เกียจอ่านเรื่องยาวๆ ก็ตามหัวข้อเลยค่ะ ^^"
แต่เราขอเล่าเรื่องด้วยนะคะ เผื่อใครอยากฟัง 555
...ก่อนอื่นเลย (ยาวนิดนึงนะคะ) คือ เราเป็นลูกคนเดียวค่ะ ตอนนี้ก็อายุ 30ต้นๆแล้วค่ะ
...นิสัยส่วนตัว คือ เริ่มจากเด็กๆ ไม่รู้จะเล่นกับใคร ส่วนใหญ่หมดเวลาไปกับพวก เกมส์ หนังสือการ์ตูน อะไรแบบนี้มากกว่าค่ะ แต่ก็แฮปปี้นะคะ
...พ่อกับแม่เราไม่ค่อยมีเวลาค่ะ เนื่องจากบ้านเราทำงานหนักมาก ตั้งแต่เช้ายันดึกเลยค่ะ แต่โอเค ไม่เป็นไร เราไม่มีทางเลือกค่ะ รับได้ เล่นคนเดียวได้ 555 เวลาเราบอกหรือเล่าเรื่องอะไรที่เราเครียด จะเป็นเรื่องใหญ่มากค่ะ แต่ก็จะจบด้วยความไม่เข้าใจ ส่วนใหญ่เวลามีเรื่องอะไร ก็จะเก็บและแก้ปัญหาด้วยตัวเองค่ะ เราจะไม่เล่าให้ฟังถ้าไม่ที่สุดจริงๆ
...อยู่กับเพื่อนๆที่โรงเรียนเราร่าเริงมากกกนะคะ เรียกว่ารู้จักคนเยอะเลยค่ะ ก็สนุกสนานไปตามประสาเด็กเฟี้ยวค่ะ 555
...พอเริ่มเข้ามหาลัย สังคมที่เจอก็คือคล้ายๆตัวใครตัวมันค่ะ เวลาเรียน เฮฮา เจอเพื่อนๆ ก็เม้าส์เต็มที่ แต่พอเสร็จธุระแล้วก็แยกย้ายกันกลับห้องค่ะ(อยู่หอ)
เราก็อยู่ห้องคนเดียวค่ะ ตอนเย็นกินข้าวคนเดียวซะส่วนใหญ่(ไม่มีแฟน มีคนมาจีบเยอะนะคะ แต่เราไม่ชอบ เลยรู้สึกว่า ถ้าไม่ใช่ก็ไม่เสียเวลาคบค่ะ ชิวๆไปกับเพื่อนได้) แต่ก็รู้สึกโอเคมากๆนะคะ เพราะไม่ต้องเสียเวลารอใคร และไม่ต้องคอยตามใจใครเวลาจะไปไหน เราชอบตัดสินใจเอง ทำอะไรเอง มันรวดเร็ว สะดวกไปหมดค่ะ
จากหลายๆอย่างเราก็รู้สึกว่าเราต้องทำอะไรด้วยตัวเอง ถ้าไม่ได้จริงๆถึงจะขอความช่วยเหลือจากคนอื่นค่ะ ซึ่งน้อยครั้งมากๆ
...พอเรียนใกล้จบละ เราก็มีแฟนค่ะ 555 ก็โอเคนะคะ คือว่างเมื่อไหร่เจอกัน ไม่มีงี่เง่าว่าแบบไม่ได้เจอเลย ทำไมไม่ว่างไรแบบนี้ คุยด้วยความเข้าใจกันมากกว่าค่ะ คบกันมา 5-6 ปีแล้ว ถ้าเธอไม่ว่าง ชั้นก็สามารถไปช็อปปิ้งคนเดียวได้ กินข้าวคนเดียวได้ ละก็วิดีโอคอลกันตลอดค่ะ ก็โอเคค่ะ ถือว่าคนนี้ผ่านค่ะ ทำให้มีเวลาส่วนตัว ไม่ได้ตัวติดกันตลอดค่ะ
...เรามีความรู้สึกว่า เราโอเคกับชีวิตมากๆ ที่สามารถพึ่งพาตัวเองได้ ทำอะไรได้อิสระด้วยตัวเอง เรารู้สึกรักและนับถือตัวเราเองมากค่ะ คือแบบคิดตลอดว่าแบบชั้นเก่ง ชั้นโอเค ไม่ได้หลงตัวเองนะคะ แต่คล้ายๆแบบเรานับถือตัวเรานะ ประมาณนั้น
...เราจะชอบค่ะ ถ้าได้อยู่กับตัวเอง นั่งเล่นนอนเล่นในห้องนอนอะไรแบบนี้ คือ ไม่ได้ทำอะไรนะคะ แต่มันมีความรู้สึกว่า เออ นี่พื้นที่ชั้น ชั้นรู้สึกโอเค ของเล่นหรือของจุกจิกอะไรก็ของชั้น ชั้นซื้อมาด้วยตัวเอง ไม่มีใครมาแย่ง 555 บางทีก็พูดคนเดียวค่ะ (เราไปถึงขั้นนั้นแล้ว 5555+ )
...ทีนี้ครอบครัวเรามีกัน 3 คนค่ะ พ่อ แม่ และเรา แต่เราโอเคนะที่อยู่กันเงียบๆแบบนี้ ก็มีเฮฮาบ้างไรบ้าง เสร็จจากงานก็ กินข้าว อาบน้ำ แยกเข้าห้องนอน
แต่... พ่อกับแม่เรา ชอบให้คนอยู่ด้วยเยอะๆ จะได้ไม่เหงา และชอบให้เราตอบตกลง ถ้าเกิดเพื่อนบอกว่าอยากมานอนกะเรา ซึ่งเราไม่ชอบค่ะ เราอึดอัด
บ้านเรามี 2 ห้องนอนค่ะ คือ ห้องพ่อแม่ กับห้องเราค่ะ ช่วงนี้ที่บ้านงานยุ่งค่ะ ก็เลยหาคนมาช่วย ซึ่งก็เป็นคนรู้จักค่ะวัยใกล้ๆกันกับเรามาช่วยงานบ้านเรา พ่อแม่เราเลยให้อยู่บ้านเราไปเลย จะได้ไม่ต้องเทียว ซึ่งเราก็รู้สึกสบายนะคะ เพราะช่วยผ่อนแรงไปเยอะทีเดียว เฮ่ออ ^^ (เราจบแล้วช่วยกิจการที่บ้านค่ะ)
...ประเด็นคือ คนที่มาช่วยต้องนอนห้องเราหน่ะสิคะ แล้ว นอนบนเตียงเราด้วย ซึ่งพ่อแม่เราก็แบบจัดแจง เราต้องลงไปนอนข้างล่าง แรกๆเราก็โอเคค่ะ รับได้ พยายามไม่คิดอะไร พยายามคิดบวก แบบเค้ามาช่วยงานนะ พ่อแม่เราจะได้สบายขึ้น เราก็สบายไปด้วย ประมาณนี้
แต่มันก็อดคิดไม่ได้ค่ะ จากที่เคยอยู่เงียบๆ เราก็รู้สึกไม่ชิน ทำอะไรไม่สะดวก แต่เค้าก็ดีนะคะ คือพูดคุยได้ นิสัยดีกันแหละ แต่เราอ่ะไม่รู้ว่าเป็นอะไรค่ะ คือพอคิดขึ้นมา เราก็รับไม่ได้ แบบว่านี่ห้องชั้นนะ ทำไมชั้นต้องมานอนข้างล่าง ทั้งที่ชั้นเมื่อยมาก อยากนอนเตียงบ้างไรบ้าง เห้อ... หมดโอกาสไปละค่ะ
บางวันจะไปดูงานข้างนอกกัน ละเราต้องเฝ้าบ้าน พ่อแม่เราก็จะสั่งข้าวกล่องไปเท่ากับจำนวนเค้า ยกเว้นเราค่ะ ก็มีแอบน้อยใจบ้าง เพราะปกติที่บ้านไม่ค่อยมีอะไรกินค่ะ ชั้นก็ยังไม่ได้กินอะไรเลยนะ ต้องออกมาซื้อไกล แต่ก็เออช่างมันเหอะ เค้าคงลืมไปมั้ง พยายามคิดบวกค่ะ โลกสวย555
มันก็เป็นแบบนี้มาระยะเวลานึงละค่ะ ทีนี้เราก็แบบ เห้อ... ลองพูดตรงๆละกัน เลยคุยกับพ่อแม่ค่ะว่า เราอดทนนะ อดทนมาก แต่ไม่เคยต้องอยู่ห้องร่วมกับใครหลายคน เราไม่ชิน เราอึดอัด รู้สึกไม่ดีเลย แต่ว่าก็อดทนได้ แค่อยากระบายความรู้สึกให้ฟังเฉยๆ แต่ทนได้ เดี๋ยวมันก็ผ่านไป แค่ตอนนี้เราไม่ชิน เราร้องไห้ออกมาเลยค่ะ เราอัดอั้นมาก ก็คิดว่าจะได้การตอบรับที่ดี
แต่ไม่ค่ะ พ่อกับแม่เรา บอกให้เราหัดเข้าใจบ้างว่างานมันเหนื่อย ทำไมไม่เข้าใจเค้า หาว่าเราแอนตี้คนที่มาทำงานช่วย แต่เราเปล่านะคะ เราพยายามสื่อสารให้เข้าใจว่า เรารู้สึกไม่ชิน เราอึดอัด แบบไม่รู้สิคะ เราอธิบายไม่ถูกอ่ะค่ะ คือเหมือนจะปรึกษาหรือระบายให้ฟัง มันกลับไม่เป็นแบบที่เราคิดอ่ะค่ะ กลายเป็นหาว่าเราไม่เข้าใจเค้า แต่มีใครจะเข้าใจเราบ้างคะ ก็คนมันอึดอัดอ่าค่ะ T.T เราซีเรียสนะ ร้องไห้หนักมากค่ะ 555
พ่อแม่เราตัดปัญหา ด้วยการให้คนที่มาช่วยงานออกไปเลย เราจะได้ไม่อึดอัด แต่เข้าใจไหมคะ ว่าเราแค่อยากระบายเฉยๆ ไม่ได้ให้แก้ปัญหาให้เรื่องมันใหญ่ขนาดนี้ เพราะเรารู้ว่าถ้ามีคนมาช่วยงาน พ่อแม่เราโอเคมาก เพราะลดความเหนื่อยไปเยอะค่ะ แต่กลับให้คนช่วยออกไปเลย ละบอกว่าทนได้ ทำเองได้ เราพูดอะไรก็ไม่ฟังละค่ะตอนนี้ ก็จบปัญหากันไปแบบนี้ เหมือนเราเป็นตัวปัญหาคือถ้าเราไม่พูด ทุกคนก็ไม่เป็นแบบนี้ เค้าก็บอกว่า เราหัดอยู่ร่วมกับคนอื่นซะบ้าง แต่ๆๆ... มันไม่ใช่แบบห้องเดียวกันแบบนี้นี่คะ สังคมเราก็มี แต่แบบนี้เราไม่โอเคค่ะ
...ถึงตรงนี้แล้ว มีใครเข้าใจเรา หรือ เป็นคล้ายๆกับเราบ้างคะ ไม่ใช่เฉพาะเหตการร์นี้นะคะ แต่มันก็มีอีกหลายๆเหตการณ์ค่ะ มันเหมือนความเป็นส่วนตัวหายไปหมดเลยค่ะ ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน
ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคำแนะนำนะคะ บางทีก็รู้สึกอยากไปพบจิตแพทย์เหมือนกันค่ะ แต่ว่าช่วงนี้ยังไม่ว่าง เลยมาขอระบายในนี้ก่อน 555
ขอบคุณค่ะ
คนที่ชอบอยู่คนเดียว หรือมีโลกส่วนตัวสูง มีวิธีปรับตัวในการอยู่ร่วมกับคนอื่นอย่างไรบ้างคะ
ถ้าใครขี้เกียจอ่านเรื่องยาวๆ ก็ตามหัวข้อเลยค่ะ ^^"
แต่เราขอเล่าเรื่องด้วยนะคะ เผื่อใครอยากฟัง 555
...ก่อนอื่นเลย (ยาวนิดนึงนะคะ) คือ เราเป็นลูกคนเดียวค่ะ ตอนนี้ก็อายุ 30ต้นๆแล้วค่ะ
...นิสัยส่วนตัว คือ เริ่มจากเด็กๆ ไม่รู้จะเล่นกับใคร ส่วนใหญ่หมดเวลาไปกับพวก เกมส์ หนังสือการ์ตูน อะไรแบบนี้มากกว่าค่ะ แต่ก็แฮปปี้นะคะ
...พ่อกับแม่เราไม่ค่อยมีเวลาค่ะ เนื่องจากบ้านเราทำงานหนักมาก ตั้งแต่เช้ายันดึกเลยค่ะ แต่โอเค ไม่เป็นไร เราไม่มีทางเลือกค่ะ รับได้ เล่นคนเดียวได้ 555 เวลาเราบอกหรือเล่าเรื่องอะไรที่เราเครียด จะเป็นเรื่องใหญ่มากค่ะ แต่ก็จะจบด้วยความไม่เข้าใจ ส่วนใหญ่เวลามีเรื่องอะไร ก็จะเก็บและแก้ปัญหาด้วยตัวเองค่ะ เราจะไม่เล่าให้ฟังถ้าไม่ที่สุดจริงๆ
...อยู่กับเพื่อนๆที่โรงเรียนเราร่าเริงมากกกนะคะ เรียกว่ารู้จักคนเยอะเลยค่ะ ก็สนุกสนานไปตามประสาเด็กเฟี้ยวค่ะ 555
...พอเริ่มเข้ามหาลัย สังคมที่เจอก็คือคล้ายๆตัวใครตัวมันค่ะ เวลาเรียน เฮฮา เจอเพื่อนๆ ก็เม้าส์เต็มที่ แต่พอเสร็จธุระแล้วก็แยกย้ายกันกลับห้องค่ะ(อยู่หอ)
เราก็อยู่ห้องคนเดียวค่ะ ตอนเย็นกินข้าวคนเดียวซะส่วนใหญ่(ไม่มีแฟน มีคนมาจีบเยอะนะคะ แต่เราไม่ชอบ เลยรู้สึกว่า ถ้าไม่ใช่ก็ไม่เสียเวลาคบค่ะ ชิวๆไปกับเพื่อนได้) แต่ก็รู้สึกโอเคมากๆนะคะ เพราะไม่ต้องเสียเวลารอใคร และไม่ต้องคอยตามใจใครเวลาจะไปไหน เราชอบตัดสินใจเอง ทำอะไรเอง มันรวดเร็ว สะดวกไปหมดค่ะ
จากหลายๆอย่างเราก็รู้สึกว่าเราต้องทำอะไรด้วยตัวเอง ถ้าไม่ได้จริงๆถึงจะขอความช่วยเหลือจากคนอื่นค่ะ ซึ่งน้อยครั้งมากๆ
...พอเรียนใกล้จบละ เราก็มีแฟนค่ะ 555 ก็โอเคนะคะ คือว่างเมื่อไหร่เจอกัน ไม่มีงี่เง่าว่าแบบไม่ได้เจอเลย ทำไมไม่ว่างไรแบบนี้ คุยด้วยความเข้าใจกันมากกว่าค่ะ คบกันมา 5-6 ปีแล้ว ถ้าเธอไม่ว่าง ชั้นก็สามารถไปช็อปปิ้งคนเดียวได้ กินข้าวคนเดียวได้ ละก็วิดีโอคอลกันตลอดค่ะ ก็โอเคค่ะ ถือว่าคนนี้ผ่านค่ะ ทำให้มีเวลาส่วนตัว ไม่ได้ตัวติดกันตลอดค่ะ
...เรามีความรู้สึกว่า เราโอเคกับชีวิตมากๆ ที่สามารถพึ่งพาตัวเองได้ ทำอะไรได้อิสระด้วยตัวเอง เรารู้สึกรักและนับถือตัวเราเองมากค่ะ คือแบบคิดตลอดว่าแบบชั้นเก่ง ชั้นโอเค ไม่ได้หลงตัวเองนะคะ แต่คล้ายๆแบบเรานับถือตัวเรานะ ประมาณนั้น
...เราจะชอบค่ะ ถ้าได้อยู่กับตัวเอง นั่งเล่นนอนเล่นในห้องนอนอะไรแบบนี้ คือ ไม่ได้ทำอะไรนะคะ แต่มันมีความรู้สึกว่า เออ นี่พื้นที่ชั้น ชั้นรู้สึกโอเค ของเล่นหรือของจุกจิกอะไรก็ของชั้น ชั้นซื้อมาด้วยตัวเอง ไม่มีใครมาแย่ง 555 บางทีก็พูดคนเดียวค่ะ (เราไปถึงขั้นนั้นแล้ว 5555+ )
...ทีนี้ครอบครัวเรามีกัน 3 คนค่ะ พ่อ แม่ และเรา แต่เราโอเคนะที่อยู่กันเงียบๆแบบนี้ ก็มีเฮฮาบ้างไรบ้าง เสร็จจากงานก็ กินข้าว อาบน้ำ แยกเข้าห้องนอน
แต่... พ่อกับแม่เรา ชอบให้คนอยู่ด้วยเยอะๆ จะได้ไม่เหงา และชอบให้เราตอบตกลง ถ้าเกิดเพื่อนบอกว่าอยากมานอนกะเรา ซึ่งเราไม่ชอบค่ะ เราอึดอัด
บ้านเรามี 2 ห้องนอนค่ะ คือ ห้องพ่อแม่ กับห้องเราค่ะ ช่วงนี้ที่บ้านงานยุ่งค่ะ ก็เลยหาคนมาช่วย ซึ่งก็เป็นคนรู้จักค่ะวัยใกล้ๆกันกับเรามาช่วยงานบ้านเรา พ่อแม่เราเลยให้อยู่บ้านเราไปเลย จะได้ไม่ต้องเทียว ซึ่งเราก็รู้สึกสบายนะคะ เพราะช่วยผ่อนแรงไปเยอะทีเดียว เฮ่ออ ^^ (เราจบแล้วช่วยกิจการที่บ้านค่ะ)
...ประเด็นคือ คนที่มาช่วยต้องนอนห้องเราหน่ะสิคะ แล้ว นอนบนเตียงเราด้วย ซึ่งพ่อแม่เราก็แบบจัดแจง เราต้องลงไปนอนข้างล่าง แรกๆเราก็โอเคค่ะ รับได้ พยายามไม่คิดอะไร พยายามคิดบวก แบบเค้ามาช่วยงานนะ พ่อแม่เราจะได้สบายขึ้น เราก็สบายไปด้วย ประมาณนี้
แต่มันก็อดคิดไม่ได้ค่ะ จากที่เคยอยู่เงียบๆ เราก็รู้สึกไม่ชิน ทำอะไรไม่สะดวก แต่เค้าก็ดีนะคะ คือพูดคุยได้ นิสัยดีกันแหละ แต่เราอ่ะไม่รู้ว่าเป็นอะไรค่ะ คือพอคิดขึ้นมา เราก็รับไม่ได้ แบบว่านี่ห้องชั้นนะ ทำไมชั้นต้องมานอนข้างล่าง ทั้งที่ชั้นเมื่อยมาก อยากนอนเตียงบ้างไรบ้าง เห้อ... หมดโอกาสไปละค่ะ
บางวันจะไปดูงานข้างนอกกัน ละเราต้องเฝ้าบ้าน พ่อแม่เราก็จะสั่งข้าวกล่องไปเท่ากับจำนวนเค้า ยกเว้นเราค่ะ ก็มีแอบน้อยใจบ้าง เพราะปกติที่บ้านไม่ค่อยมีอะไรกินค่ะ ชั้นก็ยังไม่ได้กินอะไรเลยนะ ต้องออกมาซื้อไกล แต่ก็เออช่างมันเหอะ เค้าคงลืมไปมั้ง พยายามคิดบวกค่ะ โลกสวย555
มันก็เป็นแบบนี้มาระยะเวลานึงละค่ะ ทีนี้เราก็แบบ เห้อ... ลองพูดตรงๆละกัน เลยคุยกับพ่อแม่ค่ะว่า เราอดทนนะ อดทนมาก แต่ไม่เคยต้องอยู่ห้องร่วมกับใครหลายคน เราไม่ชิน เราอึดอัด รู้สึกไม่ดีเลย แต่ว่าก็อดทนได้ แค่อยากระบายความรู้สึกให้ฟังเฉยๆ แต่ทนได้ เดี๋ยวมันก็ผ่านไป แค่ตอนนี้เราไม่ชิน เราร้องไห้ออกมาเลยค่ะ เราอัดอั้นมาก ก็คิดว่าจะได้การตอบรับที่ดี
แต่ไม่ค่ะ พ่อกับแม่เรา บอกให้เราหัดเข้าใจบ้างว่างานมันเหนื่อย ทำไมไม่เข้าใจเค้า หาว่าเราแอนตี้คนที่มาทำงานช่วย แต่เราเปล่านะคะ เราพยายามสื่อสารให้เข้าใจว่า เรารู้สึกไม่ชิน เราอึดอัด แบบไม่รู้สิคะ เราอธิบายไม่ถูกอ่ะค่ะ คือเหมือนจะปรึกษาหรือระบายให้ฟัง มันกลับไม่เป็นแบบที่เราคิดอ่ะค่ะ กลายเป็นหาว่าเราไม่เข้าใจเค้า แต่มีใครจะเข้าใจเราบ้างคะ ก็คนมันอึดอัดอ่าค่ะ T.T เราซีเรียสนะ ร้องไห้หนักมากค่ะ 555
พ่อแม่เราตัดปัญหา ด้วยการให้คนที่มาช่วยงานออกไปเลย เราจะได้ไม่อึดอัด แต่เข้าใจไหมคะ ว่าเราแค่อยากระบายเฉยๆ ไม่ได้ให้แก้ปัญหาให้เรื่องมันใหญ่ขนาดนี้ เพราะเรารู้ว่าถ้ามีคนมาช่วยงาน พ่อแม่เราโอเคมาก เพราะลดความเหนื่อยไปเยอะค่ะ แต่กลับให้คนช่วยออกไปเลย ละบอกว่าทนได้ ทำเองได้ เราพูดอะไรก็ไม่ฟังละค่ะตอนนี้ ก็จบปัญหากันไปแบบนี้ เหมือนเราเป็นตัวปัญหาคือถ้าเราไม่พูด ทุกคนก็ไม่เป็นแบบนี้ เค้าก็บอกว่า เราหัดอยู่ร่วมกับคนอื่นซะบ้าง แต่ๆๆ... มันไม่ใช่แบบห้องเดียวกันแบบนี้นี่คะ สังคมเราก็มี แต่แบบนี้เราไม่โอเคค่ะ
...ถึงตรงนี้แล้ว มีใครเข้าใจเรา หรือ เป็นคล้ายๆกับเราบ้างคะ ไม่ใช่เฉพาะเหตการร์นี้นะคะ แต่มันก็มีอีกหลายๆเหตการณ์ค่ะ มันเหมือนความเป็นส่วนตัวหายไปหมดเลยค่ะ ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน
ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคำแนะนำนะคะ บางทีก็รู้สึกอยากไปพบจิตแพทย์เหมือนกันค่ะ แต่ว่าช่วงนี้ยังไม่ว่าง เลยมาขอระบายในนี้ก่อน 555
ขอบคุณค่ะ