ฟรีแลนซ์ : สุดยอดนักบริหาร

กระทู้สนทนา
หลายคนคิดว่า การทำงานฟรีแลนซ์หรืออาชีพอิสระ ต้องอาศัยความสามารถแบบ Specialist หรือต้องเป็นคนที่รักอิสระและชอบทำตามใจตัวเอง แต่เราเชื่อว่า คนทำงานฟรีแลนซ์แทบทุกคนต้องมีโหมดแบบ 'กูไปทำงานประจำดีมั้ย บางทีกูก็อยากจะทำงานเป็นเวลา กินนอนเป็นเวลา รับเงินเดือนมาใช้ ไม่ต้องคิดว่าอีกสามเดือนจะเหลือเงินเท่าไหร่ หรือจะหางานจากคอนเนคชั่นไหนมาเลี้ยงชีพ หรืองานที่ส่งไปจะผ่านมั้ย จะโดนเทมั้ย'
แล้วถ้ามีความคิดแบบนั้น ทำไมถึงทำงานฟรีแลนซ์ล่ะฟะ??

ขออนุญาตเอาประสบการณ์ตรงมาแบ่งปันกันนะคะ

การที่เราจะทำงานแบบไหนหรืออยู่กับสภาพแวดล้อมแบบไหนถึงจะเป็นผู้เป็นคนได้ มันกำหนดมาจากยีนส์นะ คือบางทีก็เลือกไม่ได้ที่จะเป็นคนแบบนี้หรือแบบนั้น อย่างเราเอง เราทำงานประจำมาตลอด เปลี่ยนงานเกือบทุกปี จนตระหนักรู้ว่า เออ ไม่เหมาะกับการกินเงินเดือนหรอก ถึงได้เลือกทำงานฟรีแลนซ์และทนกระอักเลือดอยู่หลายเดือน แต่สุดท้าย ความสามารถในการปรับตัวของสัตว์โลกก็ช่วยให้เราอยู่กับการทำงานแบบนี้มาได้ปีกว่าแล้ว

สิ่งที่เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงอันนี้คือ การทำงานฟรีแลนซ์ให้ประสบความสำเร็จไม่ใช่เรื่องของความเก่งกาจ แต่เป็นเรื่องของการบริหารว่ะ เช้าวันนี้ที่กำลังจะตายจากปัญหาของหลายๆ งานมารุมเร้ารวมกัน ทำให้สำนึกว่า ถ้าบริหารอะไรต่างๆ ไม่เป็น จะตายตกไปพร้อมอาชีพแห่งความฝันที่ทุกคนอยากทำ

1.บริหารเงิน คนเราทำงานเพื่อเงิน แต่ถ้าทำอาชีพนี้แล้วบริหารการใช้เงินไม่เป็น (และไม่ได้เป็นลูกเศรษฐีที่ใช้เงินพ่อแม่เท่าไหร่ก็ได้) เราก็จะตายไปกับปัญหาเรื่องเงินๆ ทองๆ นี่แหละ เดือนนี้ได้เงินสองหมื่น เดือนหน้าได้เงินสองแสน เดือนต่อไปได้เงินสองพัน แล้วเดือนที่เหลือไม่ได้เงินเลย ถามว่าจะอยู่ยังไงถ้าวางแผนการใช้เงินไม่เป็น สวัสดี

2.บริหารเวลา อันนี้เป็นความโหดเหี้ยมขั้นสุด เมื่อ Deadline ไม่เคยเป็น Routine และเจ้านายแต่ละคนก็มีความเร่งรีบไม่เท่ากัน การทำงานฟรีแลนซ์ต้องเข้าใจและบ่นไม่ได้ ถ้าหากรับงานสามงานพร้อมกัน และมีวันส่งใกล้เคียงกัน ไม่มีใครมาจัดการให้ว่าพรุ่งนี้เช้าต้องส่งงาน เพราะฉะนั้นคืนนี้ต้องอยู่ดึก บางงานทำสามวันเสร็จ บางงานสามเดือน บางงาน 10 ชม. บางทีต้องนอนตีสามติดกันสามวัน และบางทีว่างทั้งวันติดกันทั้งสัปดาห์ นี่ยังมีเรื่องเวลาที่ต้องให้กับแฟน กับครอบครัว และปาร์ตี้ต่างๆ นานา จันทร์นี้ไม่ว่าง แต่จันทร์หน้าว่างนะ อ่าว อังคารนึกว่าว่าง ไม่ว่างอีกละ แม่จะลากไปเที่ยวสงกรานต์กับทั้งครอบครัวแต่งานหนูต้องส่ง ทำยังไงล่ะแม่ แล้วบางทียังจะต้องคิดเรื่องเวลาในการเดินทางไปนั้นนี้ ซึ่งสถานที่ไม่เคยซ้ำกันใน เส้นทางก็ไม่คุ้นเคยด้วย คือถ้าจัดการไม่ได้ วางแผนไม่ดี ก็จะพังทลายกันทั้งสิ้นทั้งมวล

3.บริหารร่างกาย ต่อเนื่องจากข้อ 2 ใช่ค่ะ บางทีเราต้องนอนตี 1 และตื่นตี 5 ติดกัน 3 วัน และบางทีก็นอน 4 ทุ่ม ตื่นกี่โมงก็ได้ บางทีเราออกกองถ่าย ใช้แรงกายมากมาย แล้วก็ต้องมานั่งหน้าคอมติดกันทุกวันหลังขดหลังแข็งอีกอาทิตย์นึง อยากจะตั้งเวลาออกกำลังกายแบบ Routine นี่ยากมาก และส่วนใหญ่จะหมดพลังไปกับการบริหารสิ่งอื่นๆ ไปแล้ว ร่างกายคนทำงานฟรีแลนซ์ (เยอะๆ) บางทีต้องปรับตัวตลอดเวลา และยิ่งคุยงานทางไลน์ทางแชทเนี่ย สายตาพร่ามัวและอาการปวดหัวจะถามหาง่ายมาก (โดยเฉพาะพวกที่คุยงานไป ดูเฟสไปแบบเรา)  

4.บริหารคอนเนคชั่น ตอนนี้เรามีเจ้านายประมาณ 5 คน มีคนที่ติดต่อด้วยไม่ต่ำ 30 คน ทำยังไงให้งานทุกอย่างเป็นที่พอใจกับทุกคน และเวลางานซ้อนกันหรือมีความคล้ายกัน ทำยังไงไม่ให้เกิดการไอเดียไหลจากคอนเนคชั่นนี้ไปอีกคอนเนคชั่นนึง การจับแพะชนแกะก็เป็นสิ่งที่ฟรีแลนซ์มีโอกาสทำ เพื่อให้ได้งานชิ้นใหม่หรือต่อยอดคอนเนคชั่น แต่ต้องไม่ทำให้งานเสียหรือทำให้ใครเสียประโยชน์ บางทีคอนเนคชั่นเดิมๆ ที่เคยใช้สองทีที่แล้ว จะต้องไปติดต่อเค้าใหม่ ถ้าไม่รักษา Contact หรือ Keep  คอนเนคชั่นดีๆ นี่เสียดายพลังงานไปหาใหม่นะ

5.บริหารความสามารถ เรื่องนี้ค่อนข้างสำคัญสำหรับเรา เพราะไม่ว่าจะงานแพง งานถูก เจ้านายงี่เง่าหรือไม่ แต่ความรับผิดชอบต้องให้สุดความสามารถและเดดไลน์งานทุกชิ้นต้องเป๊ะ (ไม่งั้นเค้าก็ไม่จ้างอีกไง) นั่นแปลว่า คุณต้องรู้ตัวว่า ความสามารถของคุณรับงานได้แค่ไหน และในเวลาเท่าไหร่ เราเคยรับงานที่ยากเกินความสามารถ เละ! เคยรับงานราคาถูกกว่าความสามารถ เหนื่อย! บรรดาพวกนี้เป็นการลดความน่าเชื่อถือและอาจจะทำให้โดนกดราคาในงานต่อไป และที่สำคัญมาก เรื่องความสามารถสมอง งานบางอย่างใช้เวลาทำน้อย แต่อย่าลืม ถ้าคิดไม่ออก นอนไม่พอ ถึงจะใช้เวลาน้อย งานก็ไม่งอกนะจ๊ะ บางงานต้องทำตอนสมองโล่งเท่านั้น บางงานทำไปประสานงานอื่นไปด้วยได้ เรื่องแบบนี้ต้องรู้จักตัวเองให้ดีมากๆ

6.บริหารอารมณ์ อยู่ดีๆ งานหลายชิ้นก็มีปัญหาและเร่งเร้าเข้ามาพร้อมๆ กัน คือไม่รู้ทำไมต้องมาพร้อมกัน แล้วยังปัญหาส่วนตัวอีก ถ้าเอามาปนกันเมื่อไหร่จะรู้สึกว่าโลกของกูถึงเวลาล่มสลายแล้ว หรือบางทีโมโหกับงานนี้อยู่ เอาไปลงกับอีกงานนึง แบบนี้เสียงานและเสียผู้เสียคนได้ การทำงานแบบเรา อกหักจะตายก็ไม่สามารถโทรลางานและบอกว่าปวดท้องเมนส์ได้นะจ๊ะ หรืออยากทำก็ได้ แต่อนาคตก็อาจจะเลือนลางจางไป

ใครว่าฟรีแลนซ์ง่าย ใครว่าเป็นอาชีพอิสระ
กับดักทั้งนั้นนนนน
สวัสดี....



เครดิตภาพประกอบ
http://www.brandingmagazine.com/2015/05/12/how-to-market-yourself-as-a-freelancer/

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่