บทวิเคราะห์โดยสังเขป :
BEM ยิ้มรับทรัพย์
Source - ข่าวหุ้น (Th)
กรุงเทพฯ--9 มี.ค.--ข่าวหุ้น
อนุญาโตฯชี้ขาด
กทพ.จ่าย4พันล.
“BEM” รับทรัพย์ก้อนใหญ่ หลังอนุญาโตตุลาการชี้ขาดให้ “กทพ.” ชดใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยสูงถึง 4,368 ล้านบาท โบรกฯ แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 6 บาท มีลุ้นถูกเลือกเข้าคำนวณดัชนี SET50 งวดครึ่งหลังปีนี้
นางพเยาว์ มริตตนะพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เปิดเผยว่า ตามที่ BEM หรือเดิม คือ บริษัททางด่วนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ยื่นคำเสนอข้อพิพาทต่อสถาบันอนุญาโตตุลาการ เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2551 เพื่อเรียกร้องให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ชำระเงินส่วนต่างรายได้ค่าผ่านทางตามประกาศ กระทรวงคมนาคม ฉบับลงวันที่ 29 สิงหาคม 2546 กับอัตราค่าผ่านทางที่ถูกต้องตามสัญญานั้น
โดยเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2559 บริษัทได้รับสำเนาคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการลงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2559 จากทนายความผู้รับผิดชอบคดี ซึ่งคณะอนุญาโตตุลาการเสียงข้างมากมีคำชี้ขาดให้ กทพ.ชดใช้ค่าเสียหายให้บริษัท โดยสรุปได้ดังนี้
1.ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย จำนวน 4,368 ล้านบาท และดอกเบี้ยผิดนัดตามสัญญาโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2 ข้อ 25.6 ของต้นเงินค่าเสียหาย จำนวน 3,776 ล้านบาท คิดเป็นรายวันนับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2551 เป็นต้นไป จนกว่า กทพ.จะชำระเสร็จสิ้น
2.ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินผลต่างส่วนแบ่งรายได้ค่าผ่านทางระหว่างอัตราค่าผ่านทางตามประกาศกระทรวงคมนาคมฉบับลงวันที่ 29 สิงหาคม 2546 กับอัตราค่าผ่านทางที่ถูกต้องตามสัญญา โดยคำนวณจริงตามจำนวนรถยนต์แต่ละประเภทที่ใช้ทางตามสัญญาฯ เป็นรายวันนับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2551 เป็นต้นไป รวมทั้งชำระดอกเบี้ยผิดนัดตามสัญญาข้อ 25.6 ของผลต่างส่วนแบ่งรายได้ค่าผ่านทาง นับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2551 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยให้แก่บริษัทจนเสร็จสิ้น
ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 บริษัทสามารถยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจเพื่อให้ศาลทำการบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการภายใน 3 ปี นับแต่วันที่อาจบังคับตามคำชี้ขาดได้ ขณะที่ กทพ. อาจขอให้ศาลเพิกถอนคำชี้ขาดได้ โดยยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำชี้ขาด
ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ขณะนี้ประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานงวดปี 2559 จะมีโอกาสทำกำไรสุทธิจำนวน 3,087 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากงวดปี 2558 ที่มีกำไรสุทธิ จำนวน 2,642 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการประหยัดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย ประกอบกับการขยายทางด่วนและระบบรถไฟฟ้า
นอกจากนี้ ยังแนะนำ “ซื้อ” BEM เพราะมีแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่ง และบริษัทมีความสามารถในการฟื้นตัวได้ดีในช่วงที่เศรษฐกิจอยู่ในขาลง โดยยังไม่ได้รวมประเด็นเรื่องการเร่งโครงการรถไฟฟ้าเส้นใหม่, สัญญาสัมปทานใหม่ การขายหุ้น IPO ของบริษัทลูกที่ทำธุรกิจด้านโฆษณา (BMN)
อีกทั้งยังมีกรณีการออกกองทุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานของ BEM เข้าไว้ในประมาณการและราคาเป้าหมายของฝ่ายวิเคราะห์ ซึ่งปัจจุบัน BEM มีมูลค่าตลาดสูงเป็นอันดับที่ 34 และน่าจะได้รับคัดเลือกเข้ามาอยู่ในการคำนวณดัชนี SET50 ในครึ่งหลังปี 2559 และจะช่วยดึงดูดให้ทั้งนักลงทุนในประเทศ และสถาบันต่างประเทศหันมาสนใจหุ้น BEM มากขึ้น--จบ--
ดังกล่าวบทวิเคราะห์ หรือความเห็นที่แสดงไว้ในเอกสารฉบับนี้ จัดทำขึ้นโดยการพิจารณาโดยเหมาะสมและรอบคอบแล้ว เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุนและอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า เอกสารฉบับนี้ไม่ถือเป็นการชี้ชวน หรือเสนอแนะในการซื้อขายหลักทรัพย์แต่อย่างใด ดังนั้นการนำไปใช้ให้ถือว่าเป็นผลจากการยอมรับความเสี่ยงและดุลยพินิจของท่านเป็นสำคัญ
BEM ยิ้มรับทรัพย์
BEM ยิ้มรับทรัพย์
Source - ข่าวหุ้น (Th)
กรุงเทพฯ--9 มี.ค.--ข่าวหุ้น
อนุญาโตฯชี้ขาด
กทพ.จ่าย4พันล.
“BEM” รับทรัพย์ก้อนใหญ่ หลังอนุญาโตตุลาการชี้ขาดให้ “กทพ.” ชดใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยสูงถึง 4,368 ล้านบาท โบรกฯ แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 6 บาท มีลุ้นถูกเลือกเข้าคำนวณดัชนี SET50 งวดครึ่งหลังปีนี้
นางพเยาว์ มริตตนะพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เปิดเผยว่า ตามที่ BEM หรือเดิม คือ บริษัททางด่วนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ยื่นคำเสนอข้อพิพาทต่อสถาบันอนุญาโตตุลาการ เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2551 เพื่อเรียกร้องให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ชำระเงินส่วนต่างรายได้ค่าผ่านทางตามประกาศ กระทรวงคมนาคม ฉบับลงวันที่ 29 สิงหาคม 2546 กับอัตราค่าผ่านทางที่ถูกต้องตามสัญญานั้น
โดยเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2559 บริษัทได้รับสำเนาคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการลงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2559 จากทนายความผู้รับผิดชอบคดี ซึ่งคณะอนุญาโตตุลาการเสียงข้างมากมีคำชี้ขาดให้ กทพ.ชดใช้ค่าเสียหายให้บริษัท โดยสรุปได้ดังนี้
1.ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย จำนวน 4,368 ล้านบาท และดอกเบี้ยผิดนัดตามสัญญาโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2 ข้อ 25.6 ของต้นเงินค่าเสียหาย จำนวน 3,776 ล้านบาท คิดเป็นรายวันนับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2551 เป็นต้นไป จนกว่า กทพ.จะชำระเสร็จสิ้น
2.ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินผลต่างส่วนแบ่งรายได้ค่าผ่านทางระหว่างอัตราค่าผ่านทางตามประกาศกระทรวงคมนาคมฉบับลงวันที่ 29 สิงหาคม 2546 กับอัตราค่าผ่านทางที่ถูกต้องตามสัญญา โดยคำนวณจริงตามจำนวนรถยนต์แต่ละประเภทที่ใช้ทางตามสัญญาฯ เป็นรายวันนับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2551 เป็นต้นไป รวมทั้งชำระดอกเบี้ยผิดนัดตามสัญญาข้อ 25.6 ของผลต่างส่วนแบ่งรายได้ค่าผ่านทาง นับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2551 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยให้แก่บริษัทจนเสร็จสิ้น
ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 บริษัทสามารถยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจเพื่อให้ศาลทำการบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการภายใน 3 ปี นับแต่วันที่อาจบังคับตามคำชี้ขาดได้ ขณะที่ กทพ. อาจขอให้ศาลเพิกถอนคำชี้ขาดได้ โดยยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำชี้ขาด
ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ขณะนี้ประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานงวดปี 2559 จะมีโอกาสทำกำไรสุทธิจำนวน 3,087 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากงวดปี 2558 ที่มีกำไรสุทธิ จำนวน 2,642 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการประหยัดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย ประกอบกับการขยายทางด่วนและระบบรถไฟฟ้า
นอกจากนี้ ยังแนะนำ “ซื้อ” BEM เพราะมีแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่ง และบริษัทมีความสามารถในการฟื้นตัวได้ดีในช่วงที่เศรษฐกิจอยู่ในขาลง โดยยังไม่ได้รวมประเด็นเรื่องการเร่งโครงการรถไฟฟ้าเส้นใหม่, สัญญาสัมปทานใหม่ การขายหุ้น IPO ของบริษัทลูกที่ทำธุรกิจด้านโฆษณา (BMN)
อีกทั้งยังมีกรณีการออกกองทุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานของ BEM เข้าไว้ในประมาณการและราคาเป้าหมายของฝ่ายวิเคราะห์ ซึ่งปัจจุบัน BEM มีมูลค่าตลาดสูงเป็นอันดับที่ 34 และน่าจะได้รับคัดเลือกเข้ามาอยู่ในการคำนวณดัชนี SET50 ในครึ่งหลังปี 2559 และจะช่วยดึงดูดให้ทั้งนักลงทุนในประเทศ และสถาบันต่างประเทศหันมาสนใจหุ้น BEM มากขึ้น--จบ--
ดังกล่าวบทวิเคราะห์ หรือความเห็นที่แสดงไว้ในเอกสารฉบับนี้ จัดทำขึ้นโดยการพิจารณาโดยเหมาะสมและรอบคอบแล้ว เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุนและอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า เอกสารฉบับนี้ไม่ถือเป็นการชี้ชวน หรือเสนอแนะในการซื้อขายหลักทรัพย์แต่อย่างใด ดังนั้นการนำไปใช้ให้ถือว่าเป็นผลจากการยอมรับความเสี่ยงและดุลยพินิจของท่านเป็นสำคัญ