SET Analyzing [ 7/03/2016 ]
คาดว่า SET Index จะสามารถฝ่าแนวต้านที่ 1400 จุดได้ไม่ยาก และมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทดสอบที่บริเวณ 1420 จุด เนื่องจากตัวแปรต่างๆ ที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของ SET Index ชี้ไปในทางบวกเป็นส่วนใหญ่ ได้แก่
- การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน ที่เป็นผลมาจากตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ ที่ออกมาดี , ตัวเลข supply น้ำมันดิบของสหรัฐฯ ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง และประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่มีแนวโน้มว่าจะตกลงกันได้ในประเด็นการปรับลดกำลังการผลิตในกรประชุมที่จะมีขึ้นในเดือนนี้
- นักลงทุนเข้าซื้อเก็งกำไรประเด็นการคาดหวังว่าธนาคารกลางยุโรปจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมผ่านนโยบายการเงิน
- นักลงทุนคาดหวังว่า FED จะยังไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆนี้ แม้ว่าตัวเลขการจ้างงานในเดือน Feb. และตัวเลขการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างของสหรัฐในเดือน Jan. จะดีขึ้น เนื่องจากตัวเลขรายได้ต่อชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงานปรับลดลงใน Feb. (สะท้อนถึงอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ)
- การลดสัดส่วนเงินกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ในจีน (RRR) ช่วยหนุนการฟื้นตัวของตลาดหุ้นในภูมิภาค
- ที่ประชุมประจำปีของสภาจีนประกาศตั้งเป้าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ 6.5 – 7.0% ในปี 2016 และอีก 5 ปีข้างหน้าจะเติบโตเฉลี่ย 6.5% ที่สำคัญจีนจะปรับโครงสร้างการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากการลงทุนและภาคอุตสาหกรรมมาเป็นภาคบริการและการบริโภคภายในประเทศแทน เพื่อรักษาเสถียรภาพของค่าเงินและเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้น
ในส่วนของปัจจัยลบที่ยังคงมีอยู่ในตลาด ได้แก่
- Moody’s investor service ปรับลดความน่าเชื่อถือของจีนจาก Stable ลงสู่ Negative
- อิหร่านยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มยอดการส่งออกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นอีก 15 ล้านบาร์เรล
- ตัวเลขการส่งออกของสหรัฐฯ ขาดทุน
- สศก. คาดการณ์ว่าสถานการณ์ภัยแล้งปีนี้มีโอกาสลากยาวไปถึงกลางปีนี้ หรือ ราวเดือน มิถุนายน 2559 โดยประเมินความเสียหายจากภัยแล้งปีนี้ประมาณ 6.2 หมื่นล้านบาท
จากที่เขียนด้านบนจะเห็นว่าสิ่งที่ผลักดันดัชนีตลาดหุ้นให้ปรับตัวขึ้นมาในช่วงนี้มาจาก “ความคาดหวัง” เป็นหลัก จึงยังขาดความแข็งแกร่งของแนวโน้ม ดังนั้นให้ทุกคนลงทุนด้วยความระมัดระวังเนื่องจากตลาดยังคงมีความเปราะบางต่อปัจจัยลบอยู่ ผู้เขียนมีความคิดเห็นว่าดัชนีตลาดได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมารับปัจจัยบวกส่วนใหญ่ไปหมดแล้ว และหากสถานการณ์ไม่ได้เป็นไปตามที่นักลงทุนคาดหวังก็มีโอกาสสูงที่จะเกิดการเทขายทำกำไรกันอย่างหนัก เนื่องจากตั้งแต่ต้นเดือน ดัชนีวิ่งขึ้นตลอดโดยไม่มีการย่อตัวลง และอินดิเคเตอร์บ่งชี้ว่า SET Index เข้าเขต “ซื้อมากเกินไป” แล้ว จึงมีโอกาสเกิดแรงขายทำกำไรได้ทุกเมื่อ
โดยเฉพาะประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม คือเศรษฐกิจจีนที่ยังอยู่ในภาวะขาลง
SET Analyzing [ 7/03/2016 ]
คาดว่า SET Index จะสามารถฝ่าแนวต้านที่ 1400 จุดได้ไม่ยาก และมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทดสอบที่บริเวณ 1420 จุด เนื่องจากตัวแปรต่างๆ ที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของ SET Index ชี้ไปในทางบวกเป็นส่วนใหญ่ ได้แก่
- การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน ที่เป็นผลมาจากตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ ที่ออกมาดี , ตัวเลข supply น้ำมันดิบของสหรัฐฯ ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง และประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่มีแนวโน้มว่าจะตกลงกันได้ในประเด็นการปรับลดกำลังการผลิตในกรประชุมที่จะมีขึ้นในเดือนนี้
- นักลงทุนเข้าซื้อเก็งกำไรประเด็นการคาดหวังว่าธนาคารกลางยุโรปจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมผ่านนโยบายการเงิน
- นักลงทุนคาดหวังว่า FED จะยังไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆนี้ แม้ว่าตัวเลขการจ้างงานในเดือน Feb. และตัวเลขการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างของสหรัฐในเดือน Jan. จะดีขึ้น เนื่องจากตัวเลขรายได้ต่อชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงานปรับลดลงใน Feb. (สะท้อนถึงอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ)
- การลดสัดส่วนเงินกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ในจีน (RRR) ช่วยหนุนการฟื้นตัวของตลาดหุ้นในภูมิภาค
- ที่ประชุมประจำปีของสภาจีนประกาศตั้งเป้าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ 6.5 – 7.0% ในปี 2016 และอีก 5 ปีข้างหน้าจะเติบโตเฉลี่ย 6.5% ที่สำคัญจีนจะปรับโครงสร้างการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากการลงทุนและภาคอุตสาหกรรมมาเป็นภาคบริการและการบริโภคภายในประเทศแทน เพื่อรักษาเสถียรภาพของค่าเงินและเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้น
ในส่วนของปัจจัยลบที่ยังคงมีอยู่ในตลาด ได้แก่
- Moody’s investor service ปรับลดความน่าเชื่อถือของจีนจาก Stable ลงสู่ Negative
- อิหร่านยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มยอดการส่งออกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นอีก 15 ล้านบาร์เรล
- ตัวเลขการส่งออกของสหรัฐฯ ขาดทุน
- สศก. คาดการณ์ว่าสถานการณ์ภัยแล้งปีนี้มีโอกาสลากยาวไปถึงกลางปีนี้ หรือ ราวเดือน มิถุนายน 2559 โดยประเมินความเสียหายจากภัยแล้งปีนี้ประมาณ 6.2 หมื่นล้านบาท
จากที่เขียนด้านบนจะเห็นว่าสิ่งที่ผลักดันดัชนีตลาดหุ้นให้ปรับตัวขึ้นมาในช่วงนี้มาจาก “ความคาดหวัง” เป็นหลัก จึงยังขาดความแข็งแกร่งของแนวโน้ม ดังนั้นให้ทุกคนลงทุนด้วยความระมัดระวังเนื่องจากตลาดยังคงมีความเปราะบางต่อปัจจัยลบอยู่ ผู้เขียนมีความคิดเห็นว่าดัชนีตลาดได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมารับปัจจัยบวกส่วนใหญ่ไปหมดแล้ว และหากสถานการณ์ไม่ได้เป็นไปตามที่นักลงทุนคาดหวังก็มีโอกาสสูงที่จะเกิดการเทขายทำกำไรกันอย่างหนัก เนื่องจากตั้งแต่ต้นเดือน ดัชนีวิ่งขึ้นตลอดโดยไม่มีการย่อตัวลง และอินดิเคเตอร์บ่งชี้ว่า SET Index เข้าเขต “ซื้อมากเกินไป” แล้ว จึงมีโอกาสเกิดแรงขายทำกำไรได้ทุกเมื่อ
โดยเฉพาะประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม คือเศรษฐกิจจีนที่ยังอยู่ในภาวะขาลง