บทเรียนความรักเมื่อชอบฝรั่งที่เห็นแก่ตัว ( ติ่งฝรั่งเชิญทางนี้ )

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ วันนี้มีเรื่องอยากจะแชร์ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นซักพักแล้ว มันก็จบไปแล้วแต่อยากรู้ว่าเพื่อนๆคิยังไงกันบ้าง เราเป็นคนโง่หรือเปล่า? หรือแค่เราไม่เข้าใจวัฒนธรรมฝรั่งกันแน่ พูดมาถึงนี้ก็คงรู้กันแล้วใช่ไหมคะว่าเกี่ยวกับ "ฝรั่ง" ตาน้ำข้าว คือเราเป็นคนที่ชอบฝรั่งมาก ไม่เคยมีแฟนเป็นคนไทยเลย ไม่ใช่ว่าไม่ชอบคนไทยนะคะ แต่สำหรับคนไทยมองว่าเราไม่สวย ถ้าถามว่าเราสเป็คฝรั่งหรือเปล่า เราก็ไม่แน่ใจ 555+  และด้วยเหตุผลนี้เราก็เลยสรรหาวิธีที่จะได้คุยกับฝรั่ง แต่โชคร้ายหน่อยที่เกิดในจังหวัดที่เป็นยีนด้อยทางฝรั่ง คือ ไม่ได้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ฝรั่งชอบมาเที่ยว แต่ก็อยู่ทางภาคใต้เหมือนกัน เราก็เลยหาแอดเอาตามเฟสบุ๊ค        
เจอที่ดีบ้างไม่ดีบ้าง จนมีอยู่วันนึง มีเพื่อนเอาแอฟ Tinder มาแนะนำเพราะรู้ว่าเราชอบฝรั่ง มันเป็นแอฟที่เอาไว้หาคนที่อยู่รอบตัวเราได้ไกลไม่เกิน 160 กม. คล้ายๆบีทอล์ค แต่อันนี้ดีตรงที่ว่าถ้าเค้าถูกใจเราและเราถูกใจเค้าก็จะคุยกันได้ แต่ถ้าถูกใจแค่ฝ่ายเดียวก็ไม่สามารถคุยได้ นั่นก็หมายความว่ามันก็จะแฟร์ๆทั้งสองฝ่าย แปลว่าเราสองคนอยากคุยกัน >//<                 ก็มีคนที่เราถูกใจหลายคน และก็มีคนถูกใจเราหลายคนและเราก็คุยอยู่กับหลายคน ( งงมั้ย 555+ ) แต่ก็ไม่ได้จริงจังอะไรเพราะอีกเหตุผลที่เล่นก็เพราะอยากฝึกภาษา                
                 แต่มีอยู่คนนึงเค้าเป็นคนออสเตรีย เป็นเจ้าของโรงแรมและผลิตไวน์ที่ออสเตรีย  มาแข่งเพ้นบอลที่มาเลเซีย เค้าก็ถูกใจเรา เราก็ถูกใจเค้า เค้าก็เล่าเรื่องของเค้าให้เราฟัง ถามนู่น ถามนี่ที่เค้าอยากรู้ ตอนนั้นเราเฉยๆมากเลย ก็คุยเหมือนคนอื่นๆทั่วไปแต่เค้าดูจะชอบเรามากเลย                   แล้วอยู่มาวันนึงเค้าถามเราว่า เรายังอยากจะติดต่อเค้าอีกมั้ย เราถามว่าอยากสิ ทำไมถึงไม่อยากหล่ะ เค้าบอกว่าเพราะเค้ากำลังจะกลับออสเตรียแล้ว และเรายังไม่เคยเจอกันเลย แล้วอีกอย่างเราอยู่ห่างกันเป็นหมื่นกิโลเมตรเลยนะ เราบอกว่างั้นคุยกันผ่านเฟสบุ๊คดีกว่าเพราะเราไม่ค่อยเล่น Tinder เค้าก็โอเค                    
เราก็คุยกันผ่านเฟสบุ๊ค เค้าบอกเค้าชอบเรามากเลยนะ แต่ยังไม่เคยเจอกันจึงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน  และมีความรู้สึกดีๆให้กัน คุยกันผ่นเฟสบุ๊คบ้าง เฟสทามบ้าง สไกป์บ้าง  เกือบตลอดเวลา แต่เวลาเค้าทำงานก็มีเว้นๆช่วงไปบ้าง ส่วนเราก็เรียน  
แล้วมีช่วงนึงเราบอกเค้าว่าเราจะไปเวียดนามกับเพื่อน เราถามเค้าว่าเค้าอยากไปกับเรามั้ย เพราะไหนๆเราก็ไปหาเค้าไม่ได้ และเค้าก็ไม่มีเวลามาหาเราที่ไทย จะได้เจอกันครึ่งทาง เค้าก็ถามว่าเราจะไปเดือนไหน เราบอกอีกนานเลยนะเพราะเราต้องเก็บเงินและรอช่วงที่ว่าง เราจะไปปลายปี ช่วงใกล้ปีใหม่ เค้าก็บอกงั้นโอเค เค้าจะไปด้วย เราก็บอกเค้าตลอกเรื่องความคืบหหน้าของแผนว่าเราจะไปเที่ยวไหนบ้าง จะจองตั๋วเครื่องบินเดือนไหนจะพักโรงแรมอะไร เค้าก็รับรู้ และเราก็ตื่นเต้นมากที่เค้าอยากไปเจอเรา              
                  อย่างที่เคยบอกว่าเราเล่น Tinder และคุยอยู่กับหลายคน แต่พอเราคุยกับคนนี้เราก็ไม่คุยกับคนอื่นเลย ลบแอฟนั้นไป และตั้งใจว่าจะคุยกับเค้าแค่คนเดียวและเราก็คงจริงจังมากเกินไป โดยที่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะจริงจังกับเราได้มากเท่าที่เราให้เค้าหรือเปล่า  แต่ก็นั่นแหละค่ะ เราก็คุยกันทุกเรื่องค่ะ เพราะเค้าบอกว่าเค้าไม่ชอบโกหก ทุกเรื่องจริงๆ คุยกันได้ 2 เดือนกว่าๆ
จนกระทั่งคืนวันปีใหม่เค้าบอกเราว่าเค้าไปดื่มกับเพื่อนที่บาร์แห่งหนึ่งในออสเตรีย เค้าเมามาก เค้าจำได้ว่าคุยกับผู้หญิงคนหนึ่งแล้วผู้หญิงคนนั้นจูบเค้า แล้วบอกให้ตามเธอไป แต่เค้าหมดสติไปก่อนจึงไม่ได้ตามไป                   เราถามเค้าว่าเค้าชอบผู้หญิงคนนั้นหรือเปล่า เค้าบอกว่าชอบ เราจึงบอกว่างั้นคุณคงไม่อยากไปเวียดนามแล้วใช่มั๊ย  เค้าบอกเค้าไม่แน่ใจ เราเสียใจมาก ไม่รู้จะพูดยังไง เลยอยากตัดใจ จึงบอกเค้าไปว่า ขอให้เค้ากับผู้หญิงคนนั้นโชคดีนะ แล้วจะรอฟังข่าวดีของเค้าและเธอคนนั้น คือเค้าบอกว่าเค้าชอบเธอแต่ไม่รู้ว่าเธอชอบเค้าหรือเปล่า
เค้าไม่ปฏิเสธนะคะว่าเค้าชอบเธอมากแม้ว่าจะเจอกันแค่วันเดียว แต่เค้าก็บอกว่าเค้าก็ชอบเราด้วย                หลังจากที่เราบอกว่าขอให้เค้ากับเธอได้คบกันแล้ว เค้าถามเราว่านี่เราฟังเรื่องที่เค้าบอกเราหรือเปล่า เค้าไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องซีเรียส แต่เค้าไม่อยากโกหกเค้าเลยเล่าให้เราฟัง เราไม่อยากพูดอะไรเลยบอกไปแค่ว่า "it's ok "
             วันต่อมาเราถามเค้าเพื่อให้เค้าเคลียร์กับความรู้สึกตัวเองและชัดเจนซักทีว่าจะเลือกใคร เค้าก็ย้ำอีกว่าเค้าชอบเธอแต่ไม่รู้ว่าเธอชอบเค้าหรือเปล่า เราบอกให้เค้าไปถามให้แน่ใจ เพราะถ้าเธอชอบเค้า มันก็เป็นเรื่องง่ายที่เค้าและเธอจะคบกันมากกว่าเรา เพราะเราอยู่ไกลกันมาก เค้าตอบว่าเธอคนนั้นก็อยู่ไกลจากเค้าเหมือนกัน และเค้าก็ไม่อยากปฏิเสธว่าชอบเราเพียงเพราะมีผู้หญิงมาจูบเค้า เพราะจริงๆแล้วก็มีผู้หญิงหลายคนที่จูบเค้า แต่ก็ไม่เคยคบกัน             เราบอกเค้าว่าเค้ายังชอบเราไม่พอเพราะเค้าไม่เคยพยายามหาทางที่จะมาหาเรา และเค้าไม่บอกผู้หญิงคนนั้นว่ามีคนคุยอยู่แล้ว              เค้าบอกว่าคนคุยที่ไม่เคยเจอกันเนี่ยนะ เราบอกว่าก็ถ้าเค้าไม่ไปเวียดนามแล้วจะเจอกันได้ยังไง เค้าบอกเค้ากลัวที่จะเดินทางคนเดียว มันต้องใช้เงินเยอะและใช้เวลาเยอะด้วย           เราเลยถามเค้าว่าแล้วคุณคิดว่าเราไม่กลัวหรอที่ต้องไปประเทศที่ไม่เคยไป แล้วเรามีตังค์หรอ แต่เราก็จะทำงานเพื่อเก็บเงิน แล้วเราไม่ต้องใช้เวลาเยอะหรอ
เค้าบอกโอเค เค้าขอโทษ เราบอกทุกคนก็มีเหตุผลของตัวเองทั้งนั้น อยู่ที่ว่าจะใช้เหตุผลนั้นมาอ้างอะไร              จากนั้นเค้าก็อ่านแล้วไม่ตอบไปพักใหญ่ แล้วสักพักเค้าก็ถามเราว่าเราต้องการคำตอบใช่ไหม      เราบอกเค้าว่าถ้าคุณพร้อมก็ตอบมา ก่อนหน้านี้เค้าเคยถามเราว่าเราอยากให้เค้าปล่อยเราไปใช่ไหม เราบอกว่าถ้าเค้าชอบผู้หญิงคนนั้นมากกว่าและอยากคบกับเธอคนนั้นเราก็จะไป             พอเราบอกเค้าว่าถ้าคุณพร้อมก็ตอบมาว่าจะเลือกใครหรือเอายังไง และเราบอกว่าแต่ก่อนที่จะตอบนะ....เราอยากบอกเค้าว่าเราชอบเค้านะและไม่ได้อยากจะไปเหมือนที่เค้าเข้าใจ            จากนั้นเค้าก็ไม่ตอบ...วันต่อมาเราส่งข้อความไปทวงคำตอบจากเค้า เพราะในใจกระวนกระวายมาก                 ไม่อยากให้ที่เราคิดเป็นเรื่องจริงว่าเค้าจะเลือกผู้หญิงคนนั้น              
                เราก็ถามเค้าว่าตกลงว่าได้คำตอบหรือยังว่าจะเลือกใคร (ฟังดูน้ำเน่าเหมือนละครเลยเนอะ)           เค้าบอกขอเวลาเค้าอีกซักพักนะ แต่เรายังรักเค้าอยู่และยังตัดใจไม่ได้ เลยคิดเข้างข้างตัวเองว่าคงไม่มีอะไรหรอก มันก็เป็นธรรมดาของฝรั่ง เราจึงบอกเค้าไปว่าเราไม่อยากได้คำตอบแล้ว          เราจะไม่สนใจและไม่ว่าอะไรแล้ว เค้าจะทำอะไรเราก็จะไม่สนใจ เค้าก็ถามว่าให้ทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอ ?         เราก็บอกว่าใช่      เค้าก็เลยกลับมาคุยกับเราปกติ แต่เราก็ทำใจไว้แล้วหล่ะครึ่งหนึ่งว่าซักวันเราต้องผิดหวังอีก  
ก็คุยกันมาเรื่อยๆอีก 2 เดือน......จนล่าสุดเมื่อต้นเดือนกุมภาที่ผ่านมา       เราถามเค้าว่า...นานเท่าไหร่แล้วที่เราไม่ได้คุยกับเค้าผ่านสไกป์ เค้าบอกว่าก็นานซักพักแล้วนะ เราก็ถามเค้าว่าแล้วรู้หรือเปล่าว่าทำไมเราถึงไม่โทรหาเค้า     เค้าถามว่าทำไม?    เราตอบว่าเพราะเราไม่รู้ว่าเค้าอยากคุยกับเราหรือเปล่า     เพราะหลังจากที่เราทะเลาะกับเค้าเรื่องผู้หญิงคนนั้น เราก็ไม่ได้โทรหาเค้าอีกเลย เพราะกลัวทำหน้าไม่ถูกเวลาเปิดกล้องคุยกัน                       เค้าบอกเราว่าอันที่จริงมันขึ้นอยู่กับว่าเราเห็นอะไรในตัวเค้า......ประมาณว่าเราเห็นเค้าเป็นคนยังไง    
เราก็บอกว่าเราก็เห็นเค้าในตัวเค้านนั่นแหละ เราต้องการจะสื่อว่าเรารู้จักเค้าเพียงแค่ผิวเผิน เค้าบอกว่าช่างเป็นคำตอบที่ประชดประชันจังเลยนะ "เห็นผมในตัวผม"        
       เค้าก็บอกอีกว่าสิ่งเดียวที่เค้าทำได้ตอนนี้คือซื่อสัตย์กับเรา      เค้าบอกว่าเค้ายังคุยกับผู้หญิงคนนั้นอยู่และเราสองคน (หมายถึงเค้ากับผู้หญิงคนนั้นะ)     ก็ตกลงว่าจะไปเจอกัน เค้าไม่อยากทำร้ายเรา          
นาทีที่อ่านข้อความนั้น เราแทบจะทรุดเลย หน้าชาไปหม.... แต่ด้วยความที่เราก็ทำใจไว้แล้วครึ่งนึงว่าจะผิดหวังอีกเลยพยายามเข้มแข็ง และตอบเค้าไปว่า    "  คุณไม่มีวันทำร้ายฉันได้อีกแล้ว เพราะความรู้สึกดีๆที่มีให้คุณมันหมดไปตั้งแต่วันที่รู้ว่าคุณชอบผู้หญิงคนนั้นแล้ว "           เค้าก็ตอบมาว่าโอเค งั้นเราก็ยังคุยกันได้เหมือนเดิมสิ ^^                  มีเครื่องหมายยิ้มด้วยนะ เค้าไม่รู้สึกผิดอะไรเลยที่ทำแบบนี้ เค้าเห็นแก่ตัว อยากเก็บไว้ทั้งสองคน       เราก็บอกเค้าว่า " ไม่ "      เราจะไม่คุยกับเค้าแล้ว แล้วเราก็อยากจะบอกเค้าว่าคุณก็อย่าคุยกับผู้หญิงคนอื่นนะในขณะที่คุณก็ชอบผู้หยิงคนนั้นอยู่ เพราะการที่คุยกับผู้หญิงคนอื่นด้วยแต่คุณก็ชอบเค้าด้วยมันเจ็บนะ      เหมือนที่คุณเคยทำกับฉัน เราก็บอกเค้าว่าขอให้เค้ากับผู้หญิงคนนั้นโชคดีนะ และอย่าเห็นแก่ตัว ลาก่อน......  หลังจากนั้นเรากับเค้าก็เลิกติดต่อกันไปเลย
           ก่อนหน้านั้นที่รู้ว่าเค้าจูบกับผู้หญิงอีกคนเราร้องไห้เป็นคนบ้าเลย ไม่มีสมาธิเรียน กินข้าวก็ไม่ลงไป 2-3 วัน โทรไปร้องไห้กับแม่ เพราะเรื่องนี้แม่ก็รับรู้ว่าเราคุยกับเค้าอยู่  แม่ก็เตือนว่าอย่าไปจริงจังมาก อย่าถลำใจไปลึกเดี๋ยวจะผิดหวัง เราก็เชื่อแม่นะแต่ใครจะไปห้ามใจได้หล่ะคะ จริงมั้ย?                   เราเสียใจมากในขณะที่เค้าอาจจะไม่ได้เสียใจกับการกระทำของตัวเองเลย  ตอนนี้เราทำใจเรื่องเค้าได้ซักพักแล้ว ถามว่าคิดถึงมั้ย? คิดถึงมากแต่ไม่อยากกลับไปแล้ว และรู้สึกเสียดายสิ่งที่เราเสียไปในขณะที่เราคุยกับเค้า เราทิ้งโอกาสที่จะได้เลือกคนอื่นไปเพราะเราอยากจริงใจกับเค้าแค่คนเดียว แต่เค้าไม่เคยทำให้ตัวเองเสียโอกาสในการมองหาตัวเลือกเลย เราก็เป็นแค่อีกตัวเลือกหนึ่งในหลายๆตัวเลือกของเค้า
                  เรื่องนี้กลายเป็นบทเรียนให้เราในการที่จะดูใจคนที่เข้ามาในชีวิตเรา ว่าให้ดูนานๆ ให้เผื่อใจไว้บ้าง ตอนนี้เราก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมละ คุยเรื่อยเปื่อย ไม่จริงจังกับใครซักคนเพราะก็ไม่เคยเจอกันในชีวิตจริง จะว่าเราไม่ดีก็ได้ที่ทำแบบนี้ แต่ถ้าใครจริงจัง จริงใจกับเราและรักเราจริงๆ เค้าจะทำทุกทางเพื่อมาหาเราให้ได้ ไม่ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหนหรือต้องรอนานแค่ไหน อย่างที่เค้าบอกว่า หนทางพิสูจน์ม่ กาลเวลาพิสูจน์คน และมันก็พิสูจน์ความเข้มแข็งของความรักได้เช่นกัน ถึงเวลานั้นที่มีคนที่พร้อมที่จะหยุดอยู่ที่เรา เราก็พร้อมที่จะหยุดเพื่อเค้าเหมือนกัน เราไม่ได้เป็นคนเจ้าชู้เลยนะที่จริง แต่เจอแบบนี้ขอลองเป็นดูซุกครั้งเถอะ 555+ ล้อเล่น  เราก็มีเรื่องจะมาเล่าให้เพื่อนๆฟังแค่นี้แหละ  ขอบคุณคนที่อ่านจบนะ ^^
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่