เราจะมาเล่าความผิดพลาดของเราให้ฟังนะค่ะ...
เมื่อเรียนจบ เราเข้ามาทำงานกรุงเทพฯ ได้เงินเดือนค่อนข้างดี สำหรับเด็กจบใหม่
จากนั้นทำงานผ่านไปปีกว่า ๆ มีบริษัทนึงโทรเขามาแนะนำการสมัครบัตรเครดิตบัตรกดเงินสดนู้นนี่นั้น เยอะไปหมด
เราเลยตัดสินใจทำไปประมาณ 3 บัตร และไม่คิดเลยมันว่าจะผ่านอนุมัติหมดทั้ง 3 บัตร
เอาละซิ ! ที่นี่ บัตรเยอะมาก วงเงินแต่ละบัตรก็ประมาณ 30,000 - 40,000 บาท
เราเปิดใช้ทุกบัตรเลย แล้วค่อยๆใช้ไปๆ ใช้ไม่คิดหน้าคิดหลัง
อยากได้อันนี้ อยากได้อันนั้น รูดเอา กดเอา โอ๊ย!! มันมีความสุขจริงๆเลยยยย....ฟิน..
...และแล้วช่วงเวลาที่น่าขนลุกก็มาถึง..... สิ้นเดือน!!!!!!! เห็นใบแจ้งหนี้ ถึงกับช็อค....
ถ้าชำระหนี้ขั้นต่ำทั้ง 3 ใบ เงินเดือนก็จะเหลืออยู่เพียงนิดหน่อย ไม่พอค่าเช่าห้อง
ก็ต้องไปกดบัตรที่เพิ่งจ่ายไป เพื่อมาจ่ายค่าห้อง
...เราก็ทำอย่างนี้อยู่ทุกเดือน แ้วก็ยังรูดยังกด ยังใช้ฟุ่มเฟื่อยไม่เข็ดไม่จำ
จนมาถึงจุดที่ตกๆสุด พ่อป่วย ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล ต้องใช้เงินในการรักษา-_-
แล้ว... แล้ววว ยังไง อะไร จะหาเงินที่ไหน??
บัตรก็รูดเต็มวงเงินไปหมดแล้ว นั่งร้องไห้ หาทางออก เงินเก็บก็ไม่มี....ฮือๆๆๆ พ่อจ๋า แม่จ๋า ลูกทำจะทำยังไงดี
(พ่อกับแม่ไม่รู้ว่าเรามีบัตรพวกนี้ ไม่งั้นโดนด่าเละ)
สุดท้าย...คิดได้ว่าบริษัทที่ทำอยู่ ให้เบิกเงินล่วงหน้าได้ แต่ไม่เกิน 20,000 บาท
แต่เบิกได้ในกรณีจำเป็นเท่านั้น พ่อป่วย แม่ป่วย เกิดเรื่องที่เห็นสมควร (พิจารณากันยาวละ กว่าจะได้เบิก)
แต่เราก็เบิกได้ เพราะพ่อป่วยจริงๆ มีหลักฐานทุกอย่าง
ทางบริษัทจะหักในเงินเดือนเดือนละ 5,000 บาท 4 เดือน
ได้เงินมาเราก็เอาไปให้แม่รักษาพ่อหมดทุกบาททุกสตางค์...เพื่อพ่อแม่เราทำได้หมด...
ถึงเบื้องหลังเราจะลำบาก(เพราะตัวเราทำเอง)แต่อย่าให้ท่านรู้
ท่านจะหนักใจและคิดมาก
เราจึงปิดเรื่องนี้ไว้ตลอดไม่เคยบอกจนวันนี้
ทุกๆสิ้นเดือน เราก็ต้องหมุนเงินเดือน หมุนเงินในบัตรอยู่อย่างนี้ไปประมาณปีกว่า ๆ
โดยที่ไม่มีเงินเก็บเลยสักบาท ต้องใช้แบบระวังตัว ไม่ได้ไปไหนกะเพื่อน เพราะไม่มีเงิน
บางเทศกาลก็ไม่ได้กลับบ้านไปหา พ่อแม่ เพราะเงินไม่พอจริงๆ (แต่ในทุกๆเดือนเราก็ส่งเงินให้พ่อแม่นะ ไม่เคยขาด)
แต่ถามว่าพ่อแม่อยากได้เงิน หรือ อยากเห็นหน้าลูกมากกว่า ...ก็หน้าลูกซิ!! ใช่ม่ะ
สุดท้าย...ฟ้าดินคงเห็นใจเรา...เราซื้อหวยใต้ดินกับพี่ที่ทำงาน ซื้อเลข 3 ตัว (ซื้อไป 200*200) เฉพาะคนที่ซื้อหวยนะที่เข้าใจ
เราถูกตรงๆ และรวมโต๊ด เลยได้มา 90,000 นิดๆ
ตัดสินใจเอาเงินไปโปะบัตรได้ 2 บัตร (แต่ไม่ปิดนะ เรากลัวว่าจะมีเรื่องจำเป็นต้องใช้ในอนาคต)
ส่วนอีกบัตรนึงโปะได้ หมื่นนึง (ก็ยังดี) ที่เหลือค่อยๆจ่ายไป
จากนั้นมาทุกๆเดือนเราก็มีหนี้บัตรแค่ 1 ใบ ก็ต้องจ่ายไปเรื่อยๆ จนหมด
เงินเดือนพอเหลือใช้ สบายใจขึ้น และเราก็ทำได้ด้วยที่ไม่เอาบัตรมาใช้อีก
เราอยู่ตัวคนเดียวด้วย เลยไม่มีภาระค่าใช้จ่ายอะไรมากมาย
ยอมรับว่าตอนนี้ก็เปิดบัญชีเงินออม เดือนละ 2,000 บาท เก็บไปเรื่อยๆ ไม่เน้นเก็บเยอะ เอาที่เราพอไหว
ไม่เดือนร้อนก็พอ
เราแค่อยากมาเล่าให้เพื่อนๆฟัง ว่าไม่ควรใช้นิสัยฟุ่มเฟื่อยอย่างเรา
เมื่อเงินมันช๊อต มันลำบากจริง ๆ ไม่กล้ายืมใครด้วย...
***สำหรับคนที่กำลังเป็นแบบเรา สู้ สู้นะค่ะ อาจจะดวงดีเขาสักวันได้...555555
***จขกท ยังคิดเลยว่าถ้า ณ ตอนนั้นไม่มีดวง วันนี้จะเป็ยยังไงหน้อออออ....
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะค่ะ ผิดพลาดประการใด ขออภัย ณ ที่นี้ด้วยค่ะ
พิษร้ายของภัยบัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสด (สำหรับคนที่ใช้แบบไม่คิด)
เมื่อเรียนจบ เราเข้ามาทำงานกรุงเทพฯ ได้เงินเดือนค่อนข้างดี สำหรับเด็กจบใหม่
จากนั้นทำงานผ่านไปปีกว่า ๆ มีบริษัทนึงโทรเขามาแนะนำการสมัครบัตรเครดิตบัตรกดเงินสดนู้นนี่นั้น เยอะไปหมด
เราเลยตัดสินใจทำไปประมาณ 3 บัตร และไม่คิดเลยมันว่าจะผ่านอนุมัติหมดทั้ง 3 บัตร
เอาละซิ ! ที่นี่ บัตรเยอะมาก วงเงินแต่ละบัตรก็ประมาณ 30,000 - 40,000 บาท
เราเปิดใช้ทุกบัตรเลย แล้วค่อยๆใช้ไปๆ ใช้ไม่คิดหน้าคิดหลัง
อยากได้อันนี้ อยากได้อันนั้น รูดเอา กดเอา โอ๊ย!! มันมีความสุขจริงๆเลยยยย....ฟิน..
...และแล้วช่วงเวลาที่น่าขนลุกก็มาถึง..... สิ้นเดือน!!!!!!! เห็นใบแจ้งหนี้ ถึงกับช็อค....
ถ้าชำระหนี้ขั้นต่ำทั้ง 3 ใบ เงินเดือนก็จะเหลืออยู่เพียงนิดหน่อย ไม่พอค่าเช่าห้อง
ก็ต้องไปกดบัตรที่เพิ่งจ่ายไป เพื่อมาจ่ายค่าห้อง
...เราก็ทำอย่างนี้อยู่ทุกเดือน แ้วก็ยังรูดยังกด ยังใช้ฟุ่มเฟื่อยไม่เข็ดไม่จำ
จนมาถึงจุดที่ตกๆสุด พ่อป่วย ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล ต้องใช้เงินในการรักษา-_-
แล้ว... แล้ววว ยังไง อะไร จะหาเงินที่ไหน??
บัตรก็รูดเต็มวงเงินไปหมดแล้ว นั่งร้องไห้ หาทางออก เงินเก็บก็ไม่มี....ฮือๆๆๆ พ่อจ๋า แม่จ๋า ลูกทำจะทำยังไงดี
(พ่อกับแม่ไม่รู้ว่าเรามีบัตรพวกนี้ ไม่งั้นโดนด่าเละ)
สุดท้าย...คิดได้ว่าบริษัทที่ทำอยู่ ให้เบิกเงินล่วงหน้าได้ แต่ไม่เกิน 20,000 บาท
แต่เบิกได้ในกรณีจำเป็นเท่านั้น พ่อป่วย แม่ป่วย เกิดเรื่องที่เห็นสมควร (พิจารณากันยาวละ กว่าจะได้เบิก)
แต่เราก็เบิกได้ เพราะพ่อป่วยจริงๆ มีหลักฐานทุกอย่าง
ทางบริษัทจะหักในเงินเดือนเดือนละ 5,000 บาท 4 เดือน
ได้เงินมาเราก็เอาไปให้แม่รักษาพ่อหมดทุกบาททุกสตางค์...เพื่อพ่อแม่เราทำได้หมด...
ถึงเบื้องหลังเราจะลำบาก(เพราะตัวเราทำเอง)แต่อย่าให้ท่านรู้
ท่านจะหนักใจและคิดมาก
เราจึงปิดเรื่องนี้ไว้ตลอดไม่เคยบอกจนวันนี้
ทุกๆสิ้นเดือน เราก็ต้องหมุนเงินเดือน หมุนเงินในบัตรอยู่อย่างนี้ไปประมาณปีกว่า ๆ
โดยที่ไม่มีเงินเก็บเลยสักบาท ต้องใช้แบบระวังตัว ไม่ได้ไปไหนกะเพื่อน เพราะไม่มีเงิน
บางเทศกาลก็ไม่ได้กลับบ้านไปหา พ่อแม่ เพราะเงินไม่พอจริงๆ (แต่ในทุกๆเดือนเราก็ส่งเงินให้พ่อแม่นะ ไม่เคยขาด)
แต่ถามว่าพ่อแม่อยากได้เงิน หรือ อยากเห็นหน้าลูกมากกว่า ...ก็หน้าลูกซิ!! ใช่ม่ะ
สุดท้าย...ฟ้าดินคงเห็นใจเรา...เราซื้อหวยใต้ดินกับพี่ที่ทำงาน ซื้อเลข 3 ตัว (ซื้อไป 200*200) เฉพาะคนที่ซื้อหวยนะที่เข้าใจ
เราถูกตรงๆ และรวมโต๊ด เลยได้มา 90,000 นิดๆ
ตัดสินใจเอาเงินไปโปะบัตรได้ 2 บัตร (แต่ไม่ปิดนะ เรากลัวว่าจะมีเรื่องจำเป็นต้องใช้ในอนาคต)
ส่วนอีกบัตรนึงโปะได้ หมื่นนึง (ก็ยังดี) ที่เหลือค่อยๆจ่ายไป
จากนั้นมาทุกๆเดือนเราก็มีหนี้บัตรแค่ 1 ใบ ก็ต้องจ่ายไปเรื่อยๆ จนหมด
เงินเดือนพอเหลือใช้ สบายใจขึ้น และเราก็ทำได้ด้วยที่ไม่เอาบัตรมาใช้อีก
เราอยู่ตัวคนเดียวด้วย เลยไม่มีภาระค่าใช้จ่ายอะไรมากมาย
ยอมรับว่าตอนนี้ก็เปิดบัญชีเงินออม เดือนละ 2,000 บาท เก็บไปเรื่อยๆ ไม่เน้นเก็บเยอะ เอาที่เราพอไหว
ไม่เดือนร้อนก็พอ
เราแค่อยากมาเล่าให้เพื่อนๆฟัง ว่าไม่ควรใช้นิสัยฟุ่มเฟื่อยอย่างเรา
เมื่อเงินมันช๊อต มันลำบากจริง ๆ ไม่กล้ายืมใครด้วย...
***สำหรับคนที่กำลังเป็นแบบเรา สู้ สู้นะค่ะ อาจจะดวงดีเขาสักวันได้...555555
***จขกท ยังคิดเลยว่าถ้า ณ ตอนนั้นไม่มีดวง วันนี้จะเป็ยยังไงหน้อออออ....
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะค่ะ ผิดพลาดประการใด ขออภัย ณ ที่นี้ด้วยค่ะ